All Chapters of รักไร้ทางบรรลุ: Chapter 1 - Chapter 10

30 Chapters

บทที่ 1

ผมไม่เคยเห็นฟู่หย่าหนิงแสดงสีหน้าที่อ่อนโยนขนาดนั้นมาก่อนเลยแม้ตัวเธอจะสั่นเทาด้วยความกลัว แต่เธอกลับเบียดกายเข้าหาชายคนนั้นแน่นขึ้น พร้อมกับกระซิบปลอบโยนเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาวินาทีนั้น ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่และทำอะไรไม่ถูกท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนระอุจนน่ากลัว ผมกลับรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ราวกับมีมีดแหลมคมทิ่มแทงลงมากลางใจซ้ำ ๆ“กู้เฉิน! อย่าเหม่อสิวะ! เดี๋ยวฉันช่วยสามคนพ่อแม่ลูกนี่เอง นายรีบไปดูห้องถัดไปเร็ว!”เสียงตะโกนของหัวหน้าทีมปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยพวกเขาอย่างไม่ลังเลฟู่หย่าหนิงเงยหน้ามองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อกู้เฉิน สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ...ต่อให้มีหน้ากากกันไฟกั้นอยู่ ผมก็รู้ว่าเธอจำผมได้เมื่อสายตาเราประสานกัน ความเจ็บปวดพลันแล่นพล่านจนหัวใจผมแทบฉีกขาดพวกเขาดูเหมือนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก แล้วผมล่ะ ผมเป็นตัวอะไร?เนื่องจากสถานการณ์วิกฤต ผมจึงไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน รีบไปช่วยผู้ประสบภัยในห้องถัดไปทันทีเพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลากว่าสามชั่วโมงกว่าจะสงบลง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่เมื่อผมเดินออกมาจากซากกองเพ
Read more

บทที่ 2

หลังแต่งงาน ฟู่หย่าหนิงมักอ้างว่าต้องใช้ความสงบในการปฏิบัติธรรม ไม่ยอมให้ผมเข้าไปนอนค้างในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวต่อให้เป็นคืนวันที่ 16 ของเดือน หลังจากเสร็จสิ้นกิจของสามีภรรยา ผมก็ทำได้เพียงช่วยเธอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย แล้วต้องเดินออกมาอย่างโดดเดี่ยวทว่าในนาทีนี้ ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า กฎเกณฑ์อันเข้มงวดและไร้ความปรานีเหล่านั้น ฟู่หย่าหนิงตั้งมันขึ้นมาเพื่อใช้ปิดตายและป้องกันผมเพียงคนเดียวเท่านั้นวินาทีนั้น ผมเจ็บปวดจนไร้เสียงสะอื้น ร่างกายเริ่มชาหนึบตั้งแต่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าจนไร้ความรู้สึกไปทั้งตัว เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่หัวใจ ราวกับมีเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทงทะลุซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ฟู่หย่าหนิงยังคงไม่มีท่าทีจะอธิบายอะไร เธอกลับทำหน้าตึงเครียดกว่าเดิม“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาโดยไม่เคาะประตู?”“ไม่มีระเบียบวินัยเอาเสียเลย ออกไป!”ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง แล้วหันไปมองหลินอวี๋เฮ้า จู่ ๆ ก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาภรรยาของผมปล่อยให้ชายแปลกหน้าค้างคืนในห้องได้อย่างหน้าตาเฉย ถึงขั้นให้เขาช่วยไดร์ผมให้โดยมีผ้าขนหนูพันอยู่ผืนเดียว...พวกเขาสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ แต่ผมที่เป็นสามี
Read more

บทที่ 3

“ฮัลโหลครับ หัวหน้า”“กู้เฉิน มีข่าวร้าย เมื่อคืนเกิดไฟป่าที่แนวภูเขาทางตะวันตก ทีมกู้ภัยสามทีมทุ่มสุดกำลังแล้วแต่ยังคุมเพลิงไม่อยู่ ถึงคิวทีมเราต้องออกปฏิบัติหน้าที่แล้ว”“รับทราบครับ ผมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา!”เส้นประสาทของผมตึงเครียดขึ้นมาทันที ผมไม่มีเวลามานั่งเสียใจ รีบเตรียมตัวเรียกแท็กซี่เพื่อไปรายงานตัวที่หน่วยไฟป่ากำลังลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ และอันตรายอย่างยิ่งหากมันลุกลามไปมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าจะมีครอบครัวผู้บริสุทธิ์อีกกี่ครอบครัวที่จะได้รับผลกระทบเมื่อเทียบกับภัยพิบัติตรงหน้า เรื่องระหว่างผมกับฟู่หย่าหนิง มันกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย“ไม่ต้องรีบมาขนาดนั้น สถานการณ์ครั้งนี้... นายก็น่าจะรู้ดี ฉันให้เวลานายหนึ่งวันไปล่ำลาครอบครัวให้เรียบร้อย”“โดยเฉพาะภรรยาของนาย ฉันจำได้ว่านายแต่งงานแล้วใช่ไหม?”ฝีเท้าของผมชะงักลง ความรู้สึกสับสนประโคมเข้ามาในอกคนในหน่วยรู้ดีว่าผมแต่งงานแล้ว แต่เพราะฟู่หย่าหนิงไม่เคยไปหาผมที่หน่วยเลยสักครั้ง แถมยังใช้ข้ออ้างว่างานยุ่งเพื่อบ่ายเบี่ยงงานเลี้ยงครอบครัวของหน่วยนับครั้งไม่ถ้วนดังนั้นหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมแทบจะลืมไปแล้วว่าเ
Read more

บทที่ 4

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นฟู่หย่าหนิงตื่นตระหนกขนาดนี้ เธอทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาจริง ๆและเธอกำลังร้องไห้เพราะผมผมรู้สึกหวิว ๆ ในใจ ราวกับว่าเธอยังรักผมอยู่แต่ทว่าวินาทีต่อมา เสียงร้องไห้ของตงตงก็ดังขัดขึ้น “แม่ครับ พ่อก็เลือดออกเหมือนกัน ผมกลัว...”ฟู่หย่าหนิงหันกลับไปมอง และเห็นหลินอวี๋เฮ้ากำลังกุมแขนที่มีเลือดไหลโชกด้วยสีหน้าเจ็บปวดเมื่อครู่เศษกระจกกระเด็นไปบาดแขนเขาเป็นแผลเล็ก ๆ สองแผล“อวี๋เฮ้า ฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล”ฟู่หย่าหนิงทอดทิ้งผมอย่างไม่ลังเล เธอคว้าแขนหลินอวี๋เฮ้าเตรียมจะจากไปทันที“หย่าหนิง พาคุณกู้ไปด้วยเถอะ แผลเขาดูหนักกว่าผมนะ”หลินอวี๋เฮ้าพูดขึ้นท่ามกลางเสียงสะอื้นของตงตง“ไม่เอา! พ่อครับผมกลัวเลือด ไม่อยากให้เขาไปด้วย!”ตงตงมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและต่อต้านหลินอวี๋เฮ้าไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ เขาหันไปมองฟู่หย่าหนิงเพียงไม่กี่วินาที ฟู่หย่าหนิงก็ตัดสินใจเด็ดขาด“ไม่ได้ ตงตงกลัวเลือด เขาไปด้วยไม่ได้หรอก ไม่ต้องไปสนเขา กู้เฉินเป็นนักดับเพลิง เขาปฐมพยาบาลเป็น ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”“เราไปกันเถอะ!”ฟู่หย่าหนิงอุ้มตงตง พลางจูงมือหลินอ
Read more

บทที่ 5

สัญชาตญาณสั่งให้ผมโทรไปเค้นถามความจริงจากฟู่หย่าหนิงทันทีแต่แล้วผมกลับรู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์ความจริงทุกอย่างมันกระจ่างชัดแจ้งอยู่ตรงหน้าแล้วถึงแม้เธอจะไม่ยอมหย่า แต่ผมกำลังจะจากไป และไม่แน่ว่าจะได้กลับมาแบบมีลมหายใจหรือไม่ช่างมันเถอะ...ผมวางโทรศัพท์ลงก่อนจะไป ผมไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวให้ใจต้องขุ่นมัวไปมากกว่านี้เดิมทีผมตั้งใจว่าจะปิดโน้ตบุ๊กแล้วหิ้วกระเป๋าเดินจากไปเสีย แต่คาดไม่ถึงว่าหลินอวี๋เฮ้าจะส่งข้อความมาอีกคราวนี้เป็นคลิปวิดีโอหน้าปกคลิปคือเขากับฟู่หย่าหนิงยืนอยู่บนเวทีด้วยกัน ความสุขและความหวานซึ้งแทบจะล้นทะลักออกมานอกหน้าจอเพิ่งถ่ายงั้นเหรอ?ใจผมสั่นสะท้าน แต่สุดท้ายก็กดเล่นวิดีโอจนได้บนเวทีเดิมทีมีครูยืนอยู่ และได้เชิญพ่อแม่ของตงตงขึ้นไปเล่าเรื่องราวความรักของพวกเขาฟู่หย่าหนิงจูงมือหลินอวี๋เฮ้าเดินขึ้นไปเทพธิดาผู้ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ในยามนี้กลับมีสีหน้าเอียงอายราวกับสาวแรกรุ่นเธอเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน: “อวี๋เฮ้าคือรักแรกที่โตมาด้วยกันกับฉันค่ะ เราเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ประถม จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเขาถึงรวบรวมความกล้ามาสารภาพรักกับฉัน...”“หลังจากเ
Read more

บทที่ 6

จดหมายเพียงฉบับเดียว ถือเป็นการบอกลาชีวิตแต่งงานที่ยาวนานถึงห้าปีของผมไม่มีความอาลัยอาวรณ์ และจะไม่มีการหันหลังกลับนับจากนี้ไป ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย ยากดีมีจนอย่างไร ผมก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับประธานฟู่แห่งฟู่ซื่อกรุ๊ปอีกต่อไปทว่า ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูห้อง ผมก็พลันได้กลิ่นบางอย่างที่ผิดปกติ“กลิ่นเหมือนอะไรไหม้?”ในฐานะนักดับเพลิง ประสาทสัมผัสของผมตื่นตัวขึ้นมาทันทีผมรีบเดินตามกลิ่นนั้นไปเพื่อตรวจสอบ แล้วก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากซอกประตูห้องห้องหนึ่งจริง ๆ“แย่แล้ว! ไฟไหม้!”สีหน้าของผมเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ผมรีบคว้าถังดับเพลิงที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วเริ่มพังประตูเข้าไปอย่างบ้าคลั่งปัง!ปัง ปัง!ถีบหนึ่งครั้ง... สองครั้ง...ผมระดมถีบติดต่อกันถึงห้าครั้ง ถึงจะพังประตูห้องเข้าไปได้ชั่วพริบตานั้น กลิ่นไหม้ฉุนที่แสบจมูกก็พุ่งเข้ามาปะทะอย่างรุนแรงภายในห้องมีแสงไฟวูบวาบ เพลิงยังไม่นับว่ารุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ มันจะต้องลุกลามจนคุมไม่อยู่แน่นอน!ผมไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ดึงสลักถังดับเพลิงออกอย่างชำนาญ แล้วพุ่งเข้าไปดับไฟทันทีจุดที่ไฟไหม้คือเตียงขน
Read more

บทที่ 7

เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความขยาดของเย่หนิง ผมก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้เธอคงไม่กล้าตายแล้วแน่นอน ในใจพลันรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีแต่ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ปากแข็งไม่ยอมลดลาวาศอก ยังคงรั้นต่อว่า “ยังไงฉันก็จะตาย ถ้านายไปเมื่อไหร่ ฉันจะโดดลงไปจากตรงนี้แหละ”ได้ยินแบบนั้นผมก็เลิกคิ้วขึ้น แล้วตอบกลับไปอย่างไร้ความลังเล “กระโดดตึกเหรอ? เอาสิ เรื่องโดดตึกไม่อยู่ในความดูแลของผมหรอกนะ แต่ผมว่าชั้นนี้มันยังสูงไม่พอว่ะ เกิดโดดลงไปแล้วไม่ตาย แต่ดันกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงไปตลอดชีวิตจะทำยังไง?”“ผมแนะนำนะ คุณควรลงไปซื้อถุงพลาสติกข้างล่างก่อน แล้วค่อยตรงไปที่ดาดฟ้า จากนั้นเอาถุงพลาสติกคลุมหัวไว้ มัดให้แน่น ๆ แล้วค่อยโดด รับรองว่าตายสนิทแน่นอน!”“นาย!”เย่หนิงโกรธจนตัวสั่นและจ้องหน้าผมตาเขม็ง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “แล้วทำไมต้องเอาถุงพลาสติกคลุมหัวด้วย?”“ก็เพราะคุณจะได้ไม่สร้างความลำบากให้พนักงานเทศบาลไง เกิดตกลงไปแล้วตัวแตกเละเทะ เขาจะได้ไม่ต้องมาตามเช็ดเศษสมองของคุณที่กระจายเต็มพื้น”“กู้เฉิน! นายมันไม่ใช่คน!”เย่หนิงจินตนาการภาพตามแล้วถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความสยอง ก่อนจะสบถด่าใส่
Read more

บทที่ 8

“เธอบอกว่าเขาเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียวงั้นเหรอ?”“ใช่ค่ะ ท่านประธานฟู่”“เอาคีย์การ์ดสำรองมาให้ฉัน ฉันจะขึ้นไปดูหน่อย”ฟู่หย่าหนิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอรับคีย์การ์ดสำรองแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องพักทันทีติ๊ด!ประตูห้องเปิดออกเธออยากจะรู้นักว่า ครั้งนี้กู้เฉินกำลังเล่นแง่เรียกร้องความสนใจอะไรอีก?เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง ฟู่หย่าหนิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบว่าของใช้ในห้องน้ำและเครื่องนอนยังวางอยู่ในสภาพเดิมไม่มีการขยับเขยื้อนไม่มีร่องรอยว่ามีคนมาพักอาศัยอยู่ที่นี่เลยแม้แต่น้อยนั่นพิสูจน์ได้ว่า วันนั้นกู้เฉินเพียงแค่แวะมาเพียงครู่เดียวแล้วก็จากไปแล้วเขาจะถ่อมาที่นี่ทำไม?แค่เพื่อจะมาเอากระเป๋าเดินทางอย่างนั้นเหรอ?ฟู่หย่าหนิงย่อมสังเกตเห็นว่าในห้องไม่มีกระเป๋าเดินทางของกู้เฉินจริง ๆ แต่เธอกลับพบโน้ตบุ๊กทำงานของเธอวางอยู่บนโต๊ะ“ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง”“แล้วนี่... จดหมายงั้นเหรอ?”ฟู่หย่าหนิงเดินเข้าไปใกล้ แล้วคว้าจดหมายที่วางนิ่งบนโน้ตบุ๊กขึ้นมาดูบนหน้าซองจดหมายจ่าหน้าไว้เพียงคำสั้น ๆ ว่า “จดหมายสั่งลาครั้งสุดท้าย”วินาทีนั้น ฟู่หย่าหนิงเดาได้ทันทีว่ากู้เฉินกำลังคิดอะไรอยู่“
Read more

บทที่ 9

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่หย่าหนิงก็ได้รับข้อความจากผู้ช่วย“ท่านประธานฟู่คะ ทราบเรื่องแล้วค่ะ ช่วงหลายวันนี้ในตัวเมืองไม่มีเหตุเพลิงไหม้เลย แต่ที่แนวเทือกเขาทางตะวันตกเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ค่ะ”“สถานการณ์รุนแรงมาก ได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในท้องที่ละแวกนั้นทุ่มกำลังจนแทบจะถอดใจกันหมดแล้ว และหน่วยที่สองของคุณกู้ก็เพิ่งจะเดินทางไปสนับสนุนเมื่อไม่กี่วันก่อนค่ะ”เมื่อเห็นข้อความนี้ สีหน้าของฟู่หย่าหนิงพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เธอเด้งตัวลุกขึ้นจากขอบเตียงโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้“แล้วตอนนี้คุมเพลิงได้หรือยัง? หน่วยที่สองของกู้เฉินมีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไหม?”ฟู่หย่าหนิงพิมพ์ข้อความด้วยนิ้วที่สั่นระริกก่อนจะกดส่งไปวินาทีนี้ เธอเองก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร มันอธิบายไม่ถูก แต่มันมีความรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายวนเวียนอยู่รอบตัวตลอดเวลา“เรื่องนี้... สถานการณ์หน้างานยังไม่ชัดเจนค่ะ”“แต่เห็นว่าในช่วงวันสองวันนี้ เริ่มควบคุมไฟป่าได้แล้วค่ะ”“ท่านประธานฟู่คะ คุณกู้เป็นคนดีมีบุญคุ้มครอง ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ”ฟู่หย่าหนิงอ่านคำปลอบใจของผู้ช่
Read more

บทที่ 10

“กู้เฉิน! ไอ้คนเฮงซวย!”“นายมีสิทธิ์อะไรมาทิ้งฉันไว้แบบนี้?”หลังจากขึ้นรถมาได้ ฟู่หย่าหนิงก็ไม่สามารถสะกดกลั้นอารมณ์ที่พังทลายมานานได้อีกต่อไป น้ำตาไหลบ่าออกมาทันทีด้วยความอัดอั้นตันใจเมื่อครู่นี้ตอนที่เธอมองดูร่างในชุดดับเพลิงที่นอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าขาวเหล่านั้น ในใจของเธอหวาดกลัวเหลือเกินกลัวว่าจะหาตัวกู้เฉินไม่เจอและกลัวยิ่งกว่า... หากเปิดผ้าขาวออกมาแล้วพบว่าเป็นกู้เฉินที่นอนอยู่ตรงนั้นในวินาทีนี้ ฟู่หย่าหนิงไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์เทพธิดาผู้ปล่อยวางได้อีกต่อไป ในอกเจ็บแปลบเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงกู้เฉินตายแล้วจริง ๆ งั้นเหรอ?เธอไม่รู้ และไม่กล้าที่จะอยู่ดูต่อเธอหลงนึกว่าการฝักใฝ่ในธรรมหลายปีจะขัดเกลาจิตใจให้แข็งแกร่งพอแต่ในวินาทีนี้ ฟู่หย่าหนิงกลับสติแตกอย่างไม่มีข้อยกเว้นเธอก้มหน้าฟุบลงกับพวงมาลัยแล้วร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กน้อยในขณะนั้นเอง จู่ ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นฟู่หย่าหนิงเด้งตัวขึ้นมาทันที เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง“กู้เฉินใช่ไหม?”ในขณะที่ฟู่หย่าหนิงกำลังสติแตก ในใจของเธอก็เริ่มคิดคำอธิบายเพื่อหาข้อแก้ตัวให้กู้เฉินเสร็จสรรพบางท
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status