Share

บทที่ 5

Author: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
สัญชาตญาณสั่งให้ผมโทรไปเค้นถามความจริงจากฟู่หย่าหนิงทันที

แต่แล้วผมกลับรู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์

ความจริงทุกอย่างมันกระจ่างชัดแจ้งอยู่ตรงหน้าแล้ว

ถึงแม้เธอจะไม่ยอมหย่า แต่ผมกำลังจะจากไป และไม่แน่ว่าจะได้กลับมาแบบมีลมหายใจหรือไม่

ช่างมันเถอะ...

ผมวางโทรศัพท์ลง

ก่อนจะไป ผมไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวให้ใจต้องขุ่นมัวไปมากกว่านี้

เดิมทีผมตั้งใจว่าจะปิดโน้ตบุ๊กแล้วหิ้วกระเป๋าเดินจากไปเสีย แต่คาดไม่ถึงว่าหลินอวี๋เฮ้าจะส่งข้อความมาอีก

คราวนี้เป็นคลิปวิดีโอ

หน้าปกคลิปคือเขากับฟู่หย่าหนิงยืนอยู่บนเวทีด้วยกัน ความสุขและความหวานซึ้งแทบจะล้นทะลักออกมานอกหน้าจอ

เพิ่งถ่ายงั้นเหรอ?

ใจผมสั่นสะท้าน แต่สุดท้ายก็กดเล่นวิดีโอจนได้

บนเวทีเดิมทีมีครูยืนอยู่ และได้เชิญพ่อแม่ของตงตงขึ้นไปเล่าเรื่องราวความรักของพวกเขา

ฟู่หย่าหนิงจูงมือหลินอวี๋เฮ้าเดินขึ้นไป

เทพธิดาผู้ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ในยามนี้กลับมีสีหน้าเอียงอายราวกับสาวแรกรุ่น

เธอเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน: “อวี๋เฮ้าคือรักแรกที่โตมาด้วยกันกับฉันค่ะ เราเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ประถม จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเขาถึงรวบรวมความกล้ามาสารภาพรักกับฉัน...”

“หลังจากเรียนจบ เราก็จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างมีความสุข ความโชคดีที่สุดในชีวิตของฉันคือการได้เจอผู้ชายที่รักฉันมากและสมบูรณ์แบบขนาดนี้ค่ะ”

ตาผมเบิกโพลงทันที

หลินอวี๋เฮ้าคือรักแรกของฟู่หย่าหนิงงั้นเหรอ?

แต่ตอนที่เธอคบกับผม เธอบอกชัดเจนว่าผมคือรักแรกของเธอ

เธอบอกว่าเธอเป็นเหมือนกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ และขอให้ผมดูแลเธอให้ดี

ผมรับคำอย่างแข็งขัน ยอมตามใจเธอทุกอย่างตั้งแต่ตอนเป็นแฟน จนกระทั่งแต่งงานกัน ผมแทบจะอยากสอยดาวบนฟ้ามาให้เธอ และเคารพทุกความคิดของเธอเสมอมา

แต่สุดท้าย... บทสรุปกลับเป็นเช่นนี้งั้นเหรอ?

หัวใจของผมเหมือนถูกฉีกกระชากแล้วโยนลงพื้น ก่อนจะถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง

ความเจ็บปวดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายล้มพับลงไปกองกับพื้นและเริ่มชักกระตุกด้วยความทรมาน

น้ำตาไหลนองจนตาพร่ามัว

ฟู่หย่าหนิง ที่แท้คุณหลอกผมมาโดยตลอด

คำลวงของเทพธิดา เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันแรกที่คบกับผมเสียด้วยซ้ำ

ไม่ใช่ว่าชีวิตคู่ของเราเต็มไปด้วยคำลวงหรอก แต่เธอไม่เคยพูดความจริงกับผมเลยแม้แต่คำเดียวต่างหาก...

วิดีโอยังคงเล่นต่อไป พร้อมเสียงชื่นชมจากคนรอบข้าง

มีผู้ปกครองบางคนตะโกนยุให้ฟู่หย่าหนิงเล่ารายละเอียดความโรแมนติกให้ฟังหน่อย?

ผมได้แต่หัวเราะเยาะตัวเองอย่างขมขื่น

ตอนที่เริ่มคบกับเธอ ผมเคยตั้งใจเตรียมเซอร์ไพรส์ที่แสนโรแมนติกให้เธอมากมาย

แต่ปฏิกิริยาของเธอแต่ละครั้งกลับเย็นชาลงเรื่อย ๆ

ฟู่หย่าหนิงเคยพูดตรง ๆ ว่าเธอเกลียดความโรแมนติกที่สุด

ในสายตาคนถือศีลปฏิบัติธรรม ความโรแมนติกคือเล่ห์เหลี่ยมที่ไร้ค่า สู้ความจริงใจไม่ได้

ผมเชื่อเธอ...

ผมจึงข่มหัวใจที่โหยหาความรักไว้ ยอมใช้ชีวิตที่จืดชืดไร้รสชาติไปพร้อมกับเธอ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของผม

แต่หัวใจดวงนี้ กลับถูกเธอทำร้ายจนแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีมาตั้งนานแล้ว

ในวิดีโอ ฟู่หย่าหนิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเขินอายและอ่อนโยนว่า: “ระหว่างฉันกับคุณหลิน แน่นอนว่ามีเรื่องโรแมนติกมากมายค่ะ”

“เขาเป็นผู้ชายที่โรแมนติกมาก เตรียมเซอร์ไพรส์ต่าง ๆ ให้ฉันนับครั้งไม่ถ้วน”

“ตอนที่เริ่มคบกันใหม่ ๆ เขาอดนอนถึงสามคืนเพื่อแอบถักกระเป๋าแฮนด์เมดให้ฉัน แถมยังไม่กล้าให้ตรง ๆ แกล้งหลอกฉันว่าเป็นรางวัลจากการชิงโชค”

“ตอนนั้น ฉันมองดูเขาที่หาวหวอด ๆ ขอบตาดำเป็นแพนด้า ฉันก็ปฏิญาณกับตัวเองในใจเลยว่า ชีวิตนี้ต้องเป็นผู้ชายคนนี้เท่านั้น”

ฟู่หย่าหนิงประสานมือแน่นกับหลินอวี๋เฮ้า ทั้งคู่สบตากันด้วยความรัก

“กระเป๋าใบนั้น ฉันยังเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้ค่ะ”

“แล้วก็มีวันหนึ่งหลังแต่งงานได้ไม่นาน ฉันเผลอบ่นว่ากับข้าวตอนเที่ยงที่บริษัทไม่อร่อย พอตกเย็นกลับถึงบ้าน คุณหลินก็เตรียมอาหารมื้อใหญ่ที่เขาทำเองกับมือไว้รอเต็มโต๊ะ”

“ทุกจานล้วนเป็นของโปรดของฉัน ภายหลังฉันถึงได้รู้ว่า เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุด เขาตระเวนขับรถไปทั่วเมืองครึ่งวัน ทำกับข้าวจนมือพองไปหมด”

จากนั้นฟู่หย่าหนิงก็ประคองมือทั้งสองข้างของหลินอวี๋เฮ้าขึ้นมาจูบต่อหน้าสาธารณชนด้วยความซึ้งใจ

“เรื่องนี้ฉันจะจำไปจนตายค่ะ ตอนนั้นฉันสงสารเขามาก บอกว่าเขาโง่ แต่เขากลับบอกฉันว่าเขาไม่เสียใจเลย ขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มของฉันก็พอ”

“แล้วก็มีครั้งหนึ่งที่ฉันป่วยไข้ขึ้นสูง คุณหลินเฝ้าไข้ฉันไม่ยอมหลับยอมนอนถึงสามวันสามคืน จนตัวเขาเองต้องเข้าโรงพยาบาล”

“เขาบอกว่า ชีวิตของฉันสำคัญกว่าชีวิตของเขา...”

ทุกเรื่องที่ฟู่หย่าหนิงเล่าออกมา จะมีเสียงอิจฉาของผู้ปกครองคนอื่นแทรกเข้ามาในคลิปเสมอ

เสียงเหล่านั้นกลายเป็นมีดที่แทงทะลุหัวใจของผม

มันเจ็บปวดไปถึงจิตวิญญาณ

วิดีโอยังเหลือความยาวอีกมาก แต่ผมเลือกที่จะปิดเครื่องทันที

เพราะผมทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว

มันทรมานเกินไป...

ทุกเรื่องราวความโรแมนติกที่ฟู่หย่าหนิงเล่ามา มันคือการลงทัณฑ์เลาะกระดูกผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เรื่องพวกนั้น... ทั้งหมดมันคือสิ่งที่ผมทำให้คุณต่างหาก!”

ผมแผดร้องออกมาด้วยความเสียใจจนไร้เสียง หัวใจเย็นเยียบจนถึงขีดสุด

ที่แท้เทพธิดาก็ไม่ได้ไร้รัก ไม่ได้ตัดกิเลสได้หรอก

ความเย็นชาของเธอ มีไว้เพื่อผมคนเดียวเท่านั้น

ความดีทุกอย่างที่ผมทำเพื่อเธอ เธอจำได้ทั้งหมด

แต่เธอกลับยกยอดความดีเหล่านั้นไปให้ผู้ชายคนอื่นแทน!

ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย...

กระเป๋าใบที่ผมอดนอนสามคืนเพื่อถักให้เธอ เธอรับไปพร้อมคำขอบคุณตามมารยาท หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยเห็นเธอสะพายมันอีกเลย

พอถามถึง เธอก็บอกแค่ว่าไม่ชอบทรงนั้น

ตอนนั้นผมรู้สึกแย่ไปหลายวัน โทษตัวเองที่ก่อนจะกดสั่งของไม่ศึกษาความชอบของเธอให้ดีพอ

อาหารมื้อใหญ่ที่ผมตั้งใจเตรียมไว้ให้เธอ ความจริงคือเธอไม่ยอมแตะเลยแม้แต่คำเดียว

แถมยังด่าแรง ๆ ใส่ผม บอกว่าคนถือศีลห้ามฟุ่มเฟือย ที่ผมทำแบบนี้เพราะในใจผมไม่เคยเคารพเธอเลย

ผมอธิบายด้วยหน้าตาซีดเผือด บอกว่าแค่อยากเห็นเธอยิ้ม อยากให้เธอมีความสุข

ฟู่หย่าหนิงไม่สนใจผม เธอหนีไปอยู่วัดหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ

ส่วนรอยลวกพองที่มือผมในตอนนั้น ผมหลงนึกมาตลอดว่าเธอไม่รู้

แต่ตอนนี้ผมถึงเข้าใจ... เธอเห็นทุกอย่าง เพียงแต่เธอไม่อยากจะสนใจผมเท่านั้นเอง

รวมถึงตอนที่เธอไข้ขึ้นสูง ก็เป็นผมที่ลางานจากหน่วยเพื่อมาดูแลเธอทั้งวันทั้งคืน

เธอบอกให้ผมออกไป ผมก็นึกว่าเธอสงสารผม นึกว่าเธอมองว่าชีวิตผมสำคัญกว่า

แต่ความรักที่ลึกซึ้งของผม กลับได้ความรังเกียจจากเธอเป็นการตอบแทน

เธอบอกว่าอาการไข้คือบททดสอบจากสวรรค์ เป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง เธอสั่งห้ามไม่ให้ผมย่างกรายเข้าไปในห้องแม้แต่ก้าวเดียว เธอบอกว่าตัวผมมันสกปรก ต่ำต้อย และโง่เขลา

ตอนนั้นผมรู้สึกผิดจนนอนไม่หลับ ต้องไปหาอ่านตำราธรรมะมากมายเพื่อทำความเข้าใจ

แต่ผมก็ไม่เคยเจอคำสอนไหนที่บอกว่าการเจ็บป่วยคือความโชคดีเลย

ตอนนั้นนึกว่าตัวเองความรู้น้อย แต่ที่ไหนได้ มันเป็นแค่ข้ออ้างที่เธอใช้ไล่ผมให้พ้นทางเท่านั้นเอง

ที่แท้ เธอไม่ใช่ไม่รู้ว่าผมดีกับเธอแค่ไหน

เพียงแต่ใจของเทพธิดามอบให้คนอื่นไปแล้ว เธอจึงไม่แยแสในน้ำใจของผมเลยแม้แต่นิดเดียว

ฟู่หย่าหนิง... ผมผิดเอง

ผมผิดที่เจอกับคุุณตั้งแต่แรก

ความเศร้าเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่หัวใจตายด้านไปแล้ว

น้ำตาของผมแห้งเหือดลง

ในทางกลับกัน ผมรู้สึกเหมือนได้รับการปลดปล่อย ขอบคุณเวลาครึ่งวันที่แสนบังเอิญนี้ที่ทำให้ผมได้รู้ความจริงทั้งหมด

ชีวิตแต่งงานที่น่าสมเพชนี้

มันควรจะจบลงเสียที...

ในเมื่อเทพธิดาไร้ใจ ปุถุชนคนนี้ก็ควรจะตัดใจได้เสียที

ผมเดินไปขอกระดาษกับปากกาจากพนักงานต้อนรับของโรงแรม แล้วเขียนจดหมายสั่งลาครั้งสุดท้าย

“ฟู่หย่าหนิง ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงถือศีลหรือไม่ เราสองคนจบกันอย่างเป็นทางการแล้ว”

“ผมขอยกคุณคืนให้กับรักแรกของคุณ หลินอวี๋เฮ้า”

“ตงตงก็คงจะเป็นลูกแท้ ๆ ของพวกคุณสินะ ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าในเมื่อคุณต้องปกปิดลำบากขนาดนี้ ต้องฝืนใจใช้ชีวิตกับผมจนเหนื่อยขนาดนี้ แล้วคุณจะแต่งงานกับผมไปเพื่ออะไร?”

“ห้าปี... คุณทำให้ผมรู้ว่าห้าปีที่ผ่านมาของผมมันน่าตลกแค่ไหน ผมยอมรับตรง ๆ ว่าผมร้องไห้จนน้ำตาไม่มีจะไหลแล้ว แต่มันไม่ใช่เพื่อคุณหรอกนะ ผมร้องไห้ให้กับความไม่คุ้มค่าของตัวเอง!”

“ในฐานะสามี ผมเกลียดคุณเข้าไส้ แต่ในฐานะนักดับเพลิง ผมไม่เสียใจเลยที่ช่วยชีวิตครอบครัวสามคนของพวกคุณไว้ที่โรงแรม ตอนนี้ผมต้องออกปฏิบัติภารกิจแล้ว”

“คิดเสียว่าผมตายไปในหน้าที่ครั้งนี้เถอะ เราอย่าได้พบกันอีกเลย จดหมายฉบับนี้คือสั่งลาครั้งสุดท้าย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status