Mag-log inบทที่ 8
พี่ไนท์โดนแน่
ฉันรีบวิ่งหนีมาหาพี่ภีม ส่วนพี่ไนท์วิ่งตามมาติด ๆ พี่ภีมเห็นฉันทำท่าตกใจเขาก็รีบยืนบัง แล้วมองหน้าพี่ไนท์ด้วยความสงสัย
"ทะเลาะอะไรกันอีก กูอ่านหนังสืออยู่มึงไม่เห็นหรือไง!"
"ยัยนี่มันสร้างเรื่องอีกแล้ว!"
พี่ภีมหันมามองฉันพร้อมกับถอนหายใจ ส่วนฉันก็ได้แต่ทำหน้าหงอยดึงแขนเสื้อเขาเขย่าไปมา
"ฉันขอโทษที่เผลอพูดความจริง ฉันรู้แล้วว่าฉันไม่ควรพูดแบบนี้คราวหลังจะระวังตัวให้มากกว่านี้ค่ะ"
"มันไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้วไง ยัยนี่มันแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัด ๆ"
"มึงทนไม่ไหวก็โทรเรียกเด็กคนอื่นมา ทำอย่างกับตัวเองไม่มีทางเลือก ส่วนเธอวันนี้ไม่มีงานบ้านอะไรก็ไปนอนอ่านหนังสือในห้องไปเดี๋ยวมาเห็นอะไรอีก"
"ก็ได้ค่ะ... พี่ไนท์ฉันขอโทษนะ"
พอฉันทำหน้าเศร้าพี่ไนท์ก็เหมือนจะใจอ่อน ฉันจึงเดินเข้าไปหาแล้วตบไหล่เขาเบา ๆ ปลายเท้าเขย่งขึ้นเพื่อยื่นหน้าไปกระซิบข้างหู
"ฉันไปอาบน้ำนอนก่อน ไว้พรุ่งนี้จะหาเรื่องทะเลาะกับพี่อีก"
"ยัยนี่มันกวนตีนกูไอ้ภีม!! มึงจัดการเลย!!"
"มึงจะไปหาเรื่องเด็กมันทำไมวะไอ้ไนท์ จะไปไหนก็ไปเลยมึงอ่ะ ถ้ามึงกลัวข้าวตังวุ่นวายกับผู้หญิงของมึง คราวหลังก็อย่าหิ้วกลับมาที่บ้านไปแดกข้างนอกเสร็จแล้วค่อยกลับ แค่นี้มึงแก้ปัญหาไม่ได้หรือไงวะ กูจะอ่านหนังสือพรุ่งนี้กูมีสอบ!"
"เออ!"
วันต่อมาฉันเตรียมตัวเดินทางไปซื้อชุดนักศึกษาและของใช้จำเป็น ออกมาด้านนอกก็เจอพี่ไนท์กับพี่ริวนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ทั้งสองตักข้าวต้มกุ้งที่ฉันทำมานั่งทานด้วยกัน
ส่วนพี่ภีมพึ่งจะแต่งตัวลงมา เขาดูหล๊อหล่อเหมือนคนอาบน้ำวันละสิบรอบ ตัวก็หอมแถมวันนี้ยังใส่แว่นด้วย
"ทำไมวันนี้พี่ภีมหล่อจังเลยคะ"
"หึ จริงเหรอ"
"จริงสิคะ หล่อมากเหมือนฟ้ากับเหวเลยค่ะ"
คำว่าเหวของฉันมันทำให้ทั้งพี่ริวและพี่ไนท์สำลักข้าวต้ม เหมือนพวกเขาอยากจะด่าฉันอีกรอบ พอเห็นสายตาของพี่ภีมก็พากันเงียบ ตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวของตัวเองต่อ
"ข้าวตังวันนี้เธอไปไหนหรือเปล่า"
"จะไปซื้อชุดนักศึกษาค่ะ เมื่อวานไม่ทันได้ซื้อเพราะพี่ริวโดนตบก่อนค่ะ"
พี่ภีมจับปลายคางของพี่ริวให้เงยขึ้นมา ดูใบหน้าที่ยังฟกช้ำสภาพแบบนี้คงจะออกไปไหนไม่ได้
"ไอ้ไนท์ มึงพาข้าวตังไปซื้อของด้วยนี่บัตรกู ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเอาบัตรกูจ่ายได้เลย"
"กูไม่ว่าง กูจะไปง้อน้องแพรว"
"น้องแพรวของมึงลงสตอรี่นอนอยู่กับไอ้คิงเมื่อคืนนี้ มึงไปยุ่งเดี๋ยวก็มีปัญหาอีก"
"เพราะยัยบ้านนอกนี่คนเดียว! ทำให้ช้างเผือกหลุดมือไป หัวร้อนฉิบหาย!"
ฉันรีบตักข้าวมาให้พี่ภีมทานแล้วขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือทั้งค่าใช้จ่ายและคำแนะนำต่าง ๆ ดูเหมือนพี่ภีมจะเอ็นดูฉันมาก ผิดกับอีกสองคนที่ต่อหน้ายิ้มแต่ข้างหลังถือมีดอยู่
ฉันไม่กลัวหรอกนะเพราะฉันมีปืน
ห้างสรรพสินค้า
ห้างที่ฉันเคยมาครั้งก่อนวันนี้มันมีกิจกรรมคู่รัก ฉันพาพี่ไนท์เดินมาดูบูธต่าง ๆ มันมีของกินรวมทั้งให้หยิบของฟรีของแจกใส่กระเป๋ากลับบ้าน ทั้งพวงกุญแจแม้แต่ของกินที่ฉันไม่เคยกินมาก่อน
"เดินมาครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ได้เสื้อผ้าเธอเลย รีบไปซื้อจะได้กลับ ฉันไม่มีเวลาพาเด็กอย่างเธอมาเล่นนะ"
"โถ่นาน ๆ จะได้มาอยู่เล่นกันก่อนได้ไหม ดูสิเขามีเกมให้เล่นด้วยของรางวัลเป็นอะไรนะ ว้าวรางวัลใหญ่เป็น iPhone ไปเร็ว ไปเร็วฉันอยากได้"
ฉันลากแขนพี่ไนท์มาลงทะเบียน หันไปอีกทีพี่ไนท์ยืนกอดอกทำหน้าบึ้ง เขาไม่อยากเล่นเกมเด็กน้อยแบบนี้ หรือว่าอายที่ต้องออกกล้อง
"สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้พวกเราจะมาเล่นเกมทายใจกันค่ะ เรามาเริ่มที่คู่แรกกันก่อนเลย คู่นี้คบหากันมากี่ปีแล้วคะ"
พิธีกรสาวยื่นไมค์ให้คู่รักคู่แรกทั้งสองคบกันมา 5 ปีแล้ว ค่อนข้างรู้ใจกันพอสมควร เมื่อพิธีกรเดินมาหาฉันกับพี่ไนท์ ฉันกับพี่ไนท์จึงมองหน้ากันเพราะไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร
"น้องข้าวตังกับน้องไนท์คบกันมากี่ปีแล้วคะ"
"10 วันค่ะ"
"10 วัน! แสดงว่าพึ่งคบกันแต่ก็ต้องรู้ใจกันมาก ๆ บางคนรู้จักกันมาเป็น 10 20 ปีเลิกกันก็มีค่ะ และมาคบกันในระยะเวลาสั้น ๆ
ขอให้วันนี้คว้าชัยชนะกลับบ้านให้ได้นะคะ"พิธีกรเริ่มถามคำถามแรก เป็นคำถามเกี่ยวกับวันสำคัญเช่นวันครบรอบ ข้อนี้มันง่ายเพราะนับย้อนไป 10 วันมันก็ตรงกัน ฉันกับพี่ไนท์เขียนในไวท์บอร์ดสีขาวแถมยังตอบถูกด้วย
"กิจกรรมหรือสิ่งที่ชื่นชอบของทั้งสองคนคืออะไรคะ"
พี่ไนท์เริ่มจิกตามองฉันเพราะกลัวว่าฉันจะใส่คำตอบแปลก ๆ
ลงไป ฉันทำอมยิ้มกรุ้มกริ่มทำตาปะแล๊ดปะแล่นค่อย ๆ เขียนลงไป ช้า ๆ ส่วนพี่ไนท์เขียนอะไรก็ไม่รู้ยุกยิกยุกยิกเมื่อไวท์บอร์ดถูกเปิดออกมา ทุกสายตาก็จ้องมองมาที่คู่ของฉัน
"ชอบสร้างปัญหา?"
"ชอบประตูหลัง!"
หลังจากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น ทุกคนหันมามองพี่ไนท์กับฉัน ฉันไม่เท่าไหร่หรอก ส่วนใหญ่จะหันไปมองพี่ไนท์พร้อมกับหัวเราะ บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป พี่ไนท์วางของในมือลงแล้วกระชากแขนฉันลงมาจากเวที ฉันจึงหันไปโบกไม้โบกมือให้ทุกคน
ขึ้นมาชั้นสองพี่ไนท์ไม่พูดไม่จาอะไรเลย เขาพาฉันเดินตรงมาร้านเสื้อผ้าแล้วโยนฉันให้พนักงาน ส่วนตัวเองเดินออกไปนั่งเงียบ ๆ
คนเดียวฉันเลือกซื้อของอยู่นานจนได้ของครบทุกอย่างก็รีบเดินมาหาพี่ไนท์ แต่พี่ไนท์ทำสีหน้าไม่พอใจ คงจะเป็นเพราะเรื่องที่ฉันเขียนลงไปในกระดานไวท์บอร์ด
"ไม่ต้องกลัวนะเซ็กซ์มันคือเรื่องธรรมชาติ มันอยู่เหนือการควบคุม ถ้าพี่รู้สึกดีก็ทำมันไปเถอะ ขอแค่ไม่เดือดร้อนคนอื่นก็พอ"
"หึ! รีบกลับบ้านเถอะ ฉันกับไอ้ริวมีของขวัญจะให้เธอด้วย รับรองว่าเธอต้องชอบแน่"
"ว้าว น่าตื่นเต้นจังเลย พวกพี่มีของขวัญให้ฉันด้วยเหรอ ดีใจจังงั้นรีบกลับบ้านกันเถอะ แต่ก่อนกลับฉันขอไปเดินซื้อของที่ร้าน DIY ตรงนั้นก่อนได้ไหม"
"อืม ตามสบาย เดี๋ยวฉันไปรอที่ร้านกาแฟข้างล่าง"
"โอเคเลย งั้นเจอกันข้างล่างนะ ฉันขอตัวก่อน"
ฉันเดินมาที่ร้าน DIY เพื่อซื้อของจิปาถะต่าง ๆ มีดคัตเตอร์ กรรไกร มีดพับ ที่ช็อตไฟฟ้า หลังจากที่ซื้อของเสร็จฉันถือถุงหิ้วลงมาด้านล่าง ตอนนี้พี่ไนท์ยืนรออยู่ที่ร้านกาแฟ พอเขาเห็นฉันถือของก็เอื้อมมือมาช่วย แต่ฉันกลับกอดถุงนั้นเอาไว้แน่น
"ฉันถือเองได้ไม่เป็นไร รีบกลับบ้านกันเถอะฉันอยากเห็นของขวัญจะแย่อยู่แล้ว"
บทที่ 37ตอนพิเศษ 2มหาวิทยาลัยเอกชนนอกจากที่ฉันต้องไปปวดหัวกับเรื่องของพี่ภูริ ฉันยังต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมในวันนี้อีก เมื่ออาทิตย์ก่อนนะโมมีเรื่องซึ่งฉันรู้ดีเพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่ผับคืนนั้นแต่ฉันไม่รู้ว่าคู่อริของนะโม เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนะโมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะทั้งสองมีเรื่องชกต่อยกันที่หอประชุม ทำให้ฉันต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมอย่างกะทันหันเรื่องนี้บอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้นะโมถูกทำโทษ ถึงนะโมจะดื้อด้านมากแค่ไหนแต่นะโมก็เป็นน้องที่เชื่อฟังฉันมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่ผ่านมามันเกิดขึ้นตอนที่ฉันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ฉันถูกนักศึกษาคนนั้นเข้ามากระชากแขน แถมยังมาขโมยจูบฉันอีก มันเป็นจูบแรกของฉันเลยนะ ฉันจะเก็บไว้ให้เจ้าชาย ฉันรีบวิ่งมาฟ้องให้นะโมรู้ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องชุลมุนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ คิดว่าเรื่องมันจะจบแต่ก็ไม่จบวันนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องของอธิการบดี เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นเต็มตา หน้าตาก็ดีการแต่งตัวก็สะอาดสะอ้านรถที่ขับมาก็ราคาหลายสิบล้าน ทำไมถึงมีสันดานแบบนั้นนะ"เจ๊ห
บทที่ 36ตอนพิเศษ 1คอนโด X นายแพทย์ภูริ ภูริพัฒน์ ชนาธินาถหลังจากที่เขาต่อรองกับครอบครัวขอออกมาอยู่คอนโดในช่วงชั้นปีที่ 3 เป็นช่วงเวลาที่แฟนสาวของเขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยพอดีไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาแอบมาอยู่ด้วยกัน ภูริยังกลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ วันปกติก็จะอยู่กับแฟนสาว "พี่ภูริคะ เรื่องทุนที่พี่ภูริขอให้ชะเอมวันนี้อาจารย์เรียกไปคุยแล้วนะคะ""เป็นไงบ้างครับ""ชะเอมได้ทุนค่ะ ขอบคุณพี่ภูริมาก ๆ เลยนะคะที่ยอมคุยกับหม่อมย่าเรื่องทุนของชะเอม""ชะเอมเหมาะสมที่จะได้ทุนนี้ครับ อีกสามปีพี่ต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกคงจะไม่ได้อยู่ทันรับปริญญาของชะเอม ตั้งใจเรียนนะครับเด็กดีของพี่" "ชะเอมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนค่ะ จะเป็นเด็กดีของพี่ภูริ ชะเอมรักพี่ภูรินะคะ" 3 ปีผ่านไป ในวันที่ชะเอมกำลังจะได้ส่งโปรเจกต์สุดท้ายของการเรียน วันนี้เป็นวันที่ภูริต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อเฉพาะทาง ชะเอมรีบก้าวขาเดินลงมาจากคอนโด จู่ ๆ ก็มีรถตู้สีดำขับมาจอดตรงหน้าเธอหยุดเดินแล้วจ้องมองไปยังประตูรถที่กำลังเปิดออก จนเห็นผู้หญิงสูงส่งสง่างามนั่งอยู่ด้านใน"หม่อมย่า!" เหมือนว่านี่จะเป็นแค่การเตือน ท่านไม่ได้พู
บทที่35อบอุ่น ตอนจบหลังจากความวุ่นวายจบลงเด็ก ๆ ได้เข้าเรียนมัธยมศึกษา เรนนี่โตเป็นสาวทั้งสวยทั้งน่ารักได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน คุณพ่อทั้งสามห่วงลูกสาวมาก ฉันดีใจอย่างหนึ่งนะที่ทั้งสามไม่ได้มาคิดเล็กคิดน้อยคำว่าลูกมึงลูกกู เพราะทุกคนคือลูกของเขาทั้งหมดส่วนภูริตอนนี้เป็นพี่ม.6 เรียนเก่งเป็นประธานนักเรียน ที่สำคัญยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ ด้วยเจ้าตัวแสบของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นนะโม เจ้าเด็กแสบของฉันเพิ่งจะขึ้นม.1 แต่ก็ก่อเรื่องให้ฉันปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่โรงเรียนเปิดเหมือนกัน ร้านอาหารของฉันตอนนี้ก็ยังเปิดตัวอยู่ มีลูกค้าเก่าลูกค้าใหม่แวะเวียนมาตลอด หน้าที่ของฉันในแต่ละวันคือการตื่นมาดูแลลูก ๆ แม้ลูก ๆ จะโตแล้วแต่ฉันก็ยังมีความรักและความเป็นห่วง อะไรที่ทำให้ลูกได้ฉันก็มักจะทำภูริมีความฝันที่จะเป็นคุณหมอ แม้คุณพ่อของเขาจะมีตัวเลือกให้แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเรียนหมอ เพื่อที่จะกลับมาดูแลโรงพยาบาลของครอบครัวฉันได้ยินแบบนี้ก็ดีใจ อย่างน้อยลูกชายของฉันเขาก็เลือกที่จะเดินตามความฝันและเดินตามรอยพ่อ พี่ภีมตามใจลูกมากแต่มีสิ่งเดียวที่ลูก ๆ มีความเห็นตรงกัน นั่นคือการอยู่กับพวกฉันไม่ออกไปไหน
บทที่ 34ลูกชายพี่ไนท์ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยมันก็มาถึง สามปีผ่านไปฉันตั้งท้องที่สาม และมีลูกชายให้พี่ไนท์ได้เลี้ยงดูเป็นลูกของเขาเอง และคุณพ่อของพี่ไนท์ก็ทำการถ่ายโอนมรดกส่วนหนึ่งให้หลานชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาทีหลังแต่มาพร้อมเงิน 100 ล้านใครบ้างจะสู้ลูกชายคนเล็กของฉันมีชื่อว่านะโม คนนี้คุณปู่เป็นคนตั้งให้เพราะท่านชอบเข้าวัดทำบุญ จึงอยากให้หลานชายมีชื่อว่าน้องนะโมท่านหวังเอาไว้ว่านะโมจะเป็นเด็กที่เรียบร้อยมีสติรู้จักคิดรู้จักทำเพล้ง! "ฮะ ๆ ๆ จ๋วยปี้จ๋วย!" "กรี๊ดดด! นะโม คุณแม่ขาน้องทำกระจกแตกค่ะ!" "เรนนี่อย่าเข้าไปนะเดี๋ยวเหยียบกระจก มานี่มาหาพี่!" สติ ใจเย็น มีเหตุผล กี่โมง!!! ฉันรีบวิ่งออกมาจากในครัว ตอนนี้ประตูบ้านฉันแตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแสบไปเก็บก้อนหินมาปาประตูบ้านจนแตกกระจาย คุณสามีทั้งสามรีบวิ่งออกมาดูจากห้องทำงานพวกเขา จับลูก ๆ ขึ้นมาอยู่บนที่สูงแล้วรีบจัดการซ่อมประตูให้ฉันเพราะนี่มันไม่ใช่ประตูบานแรก บ้านฉันเปลี่ยนประตูมาไม่ต่ำกว่าสิบบานแล้ว พี่ไนท์ถึงกับต้องสั่งประตูสำรองมาไว้เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมากไหนคือความสงบ ไหนคือสติสัมปชัญญะของลูกฉั
บทที่ 33ลูกสาวพี่ริวเวลาผ่านไปตอนนี้ฉันคลอดลูกคนแรกแล้ว ลูกคนแรกของฉันเป็นไปตามความคิดของพี่ภีมนั่นก็คือลูกชาย พี่ภีมตั้งชื่อว่าน้อง ภูริ ตอนนี้ภูริกลายเป็นขวัญใจของทุกคนไปแล้ว คุณแม่ของพี่ภีมมาอยู่ดูแลเลี้ยงดูด้วยตนเองฉันจึงได้มีเวลาพักผ่อน แต่ช่วงกลางคืนฉันกับพวกพี่ ๆ ก็จะคอยดูแล ไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลแต่อย่างใดตอนนี้พี่ริวเริ่มวางแผน พวกเขาไม่ซีเรียสว่าอีกสองคนจะเป็นลูกสาวหรือเป็นลูกชาย เพราะยังไงธุรกิจที่เหลือจะเป็นผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดีแต่คงไม่ใช่ภายในปี 2 ปีนี้หรอก ขอให้ภูริโตกว่านี้ก่อนฉันค่อยทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตลูกให้พวกเขาชีวิตครอบครัวของพวกฉันยอมรับเลยว่ามันเป็นครอบครัวที่โคตรสงบสุข ไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหรือแม้แต่เรื่องงานมาให้ปวดหัว กลับถึงบ้านทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง มีเวลาว่างก็ช่วยกันดูแลภูริ จนวันที่ฉันเริ่มมีอาการแพ้ท้องอีกครั้งในระยะเวลาแค่สองปีครึ่ง ฉันไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่ใช่แต่ เพื่อความชัวร์ฉันจึงโทรหาพี่ริวให้พี่ริวพาไปโรงพยาบาล ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ริวก็ขับรถมารับฉันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยกันพี่ภีมลงมาฟังผลพร้อมกับพวกฉัน และผล
บทที่ 32ข่าวดีของพี่ภีมหลังจากที่ฉันบอกเรื่องราวสำคัญกับพี่ภีมแล้ว กลับมาถึงบ้านฉันกับพี่ภีมก็เริ่มปฏิบัติงานกันเลย พี่ริวกับพี่ไนท์ยอมสวมถุงยางอนามัย เพื่อปล่อยให้พี่ภีมกับฉันได้มีลูกด้วยกันก่อน พวกเขารู้ว่าพี่ภีมถูกครอบครัวกดดันทั้งเรื่องงานเรื่องเรียนรวมถึงเรื่องคู่ชีวิต ถ้าหากมีหลานสักคนบางทีครอบครัวของพี่ภีมอาจจะปล่อยวางมากขึ้นพี่ภีมกดแช่ทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของฉัน ส่วนทั้งสองทำได้แค่ถอดถุงยางปล่อยพ่นอัดฉีดใส่ตัวและหน้าของฉัน บางครั้งฉันก็เลือกที่จะกลืนกินของทั้งสองเพื่อไม่ให้เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจทุกวันหยุดพวกฉันแทบไม่ได้ออกไปไหน ทำกับข้าวเสร็จก็สานต่อกันหน้าทีวี ในครัว บันได และห้องนอนของพวกฉัน ไม่มีวันไหนที่พี่ภีมไม่กดแช่ปลดปล่อยน้ำเชื้อใส่ตัวฉัน และข่าวดีของฉันกับเขามันก็ทำให้ทุกคนดีใจ ฉันกำลังจะเป็นคุณแม่และพี่ภีมกำลังจะกลายเป็นคุณพ่อ หลังจากรับปริญญาของฉันเสร็จเราทั้งสองก็ขับรถมาที่บ้านของพี่ภีมเพื่อบอกข่าวดีให้กับทุกคนรู้ตอนแรกฉันยังไม่บอกหรอกนะปล่อยให้ทุกคนพูดคุยกันไปก่อน ผลการตรวจและแผ่นอัลตร้าซาวด์มันอยู่ในมือของฉัน ซึ่งฉันหยิบเอกสารให้คุณแม่ขาโดยหลอกว่าเป็นสัญญ
บทที่ 23จมน้ำทุกคนเริ่มทยอยลงเรือเพื่อเตรียมล่องแก่ง น้ำมนต์กับฉันได้นั่งคู่กันอยู่ตรงกลาง ด้านหลังมีพี่ริวกับพี่เรย์ ส่วนด้านหน้ามีพี่เพื่อน ๆ นั่งคู่กัน พวกเราค่อย ๆ พายเรือออกมา ช่วงต้นสายน้ำยังไม่ค่อยแรง แต่น้ำใสมากจนเห็นฝูงปลาด้านล่าง บรรยากาศรอบ ๆ มีแต่ต้นไม้มีนกน้อยบินผ่านไปผ่านมาฉันหัน
บทที่ 22เครียดช่วงเย็นนักศึกษาออกมาทำกิจกรรมกันด้านนอก วันนี้เป็นกิจกรรมร้องเล่นเต้นระบำไปตามประสา ลานจอดรถถูกดัดแปลงให้เป็นลานกิจกรรมในค่ำคืนนี้ แต่ก็แค่ช่วงหนึ่งทุ่มเท่านั้น หลังจากนี้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมพักผ่อนกันตามอัธยาศัยในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานร้องรำทำเพลง รถของพี่ภีมก็ขับเข้ามา
บทที่ 21โดนจับได้ฉันกับน้ำมนต์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย กลุ่มของพี่โมเว้นระยะห่างหลังจากถูกพี่ริวขู่ไปวันนั้น ที่สำคัญฉันก็มีพวกพี่เรย์คอยปกป้องดูแลวันนี้เป็นวันเดินทางไปจังหวัดนครนายก แม้จะเดินทางไปไม่กี่ชั่วโมงแต่กิจกรรมบนรถ นอกจากร้องรำทำเพลงพวกนักศึกษาชายก็เอาเกมและไพ่มาเล่นกัน
บทที่ 19เดทแรกร้านอาหารเรือนกระจกร้านอาหารไทยที่ขึ้นชื่อมีเหล่ายูทูบเบอร์ และนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาชิมลงรีวิวกันกระหน่ำ ฉันมาทานข้าวพร้อมกับพี่เรย์ แต่ก็ไม่คิดว่าพี่ภีม พี่ไนท์ และพี่ริวจะตามมาด้วยบรรยากาศที่แสนอึดอัด พี่เรย์ทำหน้าตาเบื่อหน่าย แค่เขาจะตักกับข้าวให้ฉันก็ถูกทั้งสามหนุ่มยกจาน







