ANMELDENบทที่ 9
ใช้ปากให้พี่ภีม
บ้านระเบียงดาว
ฉันเดินลงจากรถเข้ามาในบ้านก็เจอพี่ริวกำลังนั่งรออยู่ ไม่เห็นมีกล่องของขวัญอะไรเลยสักชิ้น
"มานั่งนี่สิฉันมีของขวัญจะให้เธอด้วย"
"ฉันก็มีของขวัญจะให้พวกพี่เหมือนกัน พวกพี่อยากรู้ไหมว่าของขวัญของฉันมันคืออะไร"
"อืม"
คิดว่าจะแกล้งคนอย่างฉันได้เหรอ บอกเลยไม่มีทาง ฉันมองหน้าพี่ริวกับพี่ไนท์ แต่ละคนความชั่วมันบ่งบอกทั้งสีหน้าและแววตา คนพวกนี้ต้องเจอคนแบบฉันนี่แหละ มันถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน
"มีมีดสับไก่!"
ฉับ!
"เลื่อยตัดจู๋!"
ฉับ!
"มีดปลายแหลมเอาไว้เสียบพุง!"
ฉับ!
"กรรไกรเอาไว้ตัดฉับ ๆ!"
ฉับ!
"ส่วนนี่ที่ช็อตไฟฟ้า โดนทีเป็นหมันแน่!"
ครืดดด
เงยหน้าขึ้นมาอีกทีทั้งพี่ริวและพี่ไนท์นั่งหน้าซีดเผือด ฉันผายมือให้พวกเขาดูอุปกรณ์ของขวัญที่ฉันเอามาให้ แต่ละคนทำหน้าตาเหลอหลามาก
"พวกพี่ชอบแบบไหนคะ?"
ฉันเอียงคอมองทั้งสองคนแต่เหมือนไม่มีใครอยากจะตอบฉัน พวกเขาลุกขึ้นแยกย้ายกันไปคนละมุม โถ่เอ๊ย! รู้นะว่าจะรวมหัวกันแกล้งฉัน ฝันไปเถอะ
คืนนี้พี่ภีมกลับบ้านผิดเวลา ปกติจะกลับไม่เกินหกโมงเย็น
นี่เกือบสองทุ่มแล้วไม่รู้ว่าหายไปไหน ฉันเดินออกมาด้านนอกแสงไฟจากหน้าบ้านก็ส่องสว่างเข้ามา พี่ภีมกลับมาแล้วสองขาของฉันวิ่ง ดุ๊ก ๆ ออกไปเปิดประตู แล้วโบกรถให้พี่ภีมขับเข้ามาจอดในที่ประจำพี่ภีมเดินลงจากรถอาการเหมือนคนเมา ฉันรีบเข้าไปประคองตัวของพี่ภีมเอาไว้ เขามองหน้าฉัน กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งเชียว
"ไปสอบแต่เมากลับมาเนี่ยนะ ถ้ารถคว่ำหรือไปชนใครขึ้นมาจะทำยังไง"
"ขี้บ่นจริง ๆ"
"พรุ่งนี้พี่มีสอบหรือเปล่า เมาขนาดนี้เช้ามาพี่แฮงค์แน่"
"พรุ่งนี้ไม่มีสอบ ไม่มีเรียน มีสอบอีกทีวันศุกร์หน้า วันจันทร์เธอก็ไปเรียนแล้วนี่"
"ใช่ เข้าบ้านกันเถอะยุงเยอะ เดี๋ยวมันกัดพี่เป็นตุ่มแดง ๆ นะ"
เข้ามาในบ้านฉันก็รีบยกกับข้าวมาให้พี่ภีม ระหว่างที่พี่ภีมกำลังนั่งทานข้าว จู่ ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินลงมาถึงสองคน พวกเขาเดินมานั่งประจำที่แล้วมองหน้าฉัน มองทำไมฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ
"พวกพี่มองหน้าฉันทำไม มีปัญหาอะไรกับฉันอีก"
"ตักข้าวให้ฉันด้วย"
"ฉันด้วย ไอ้ไนท์มึงคอยดูนะ ไปเรียนเมื่อไหร่กูจะเล่นงานยัยเด็กใหม่นี่ให้ร้องไม่ออกเลย"
"จะเล่นงานฉันแต่ตัวเองหน้ายังยับอยู่เลย พวกพี่เนี่ยนะจะทำอะไรฉันได้ ฉันมีพี่ภีมปกป้องดูแลไม่เหมือนพวกพี่หรอกน่ากลัว!"
ฉันเดินเข้ามาในครัวเพื่อตักข้าวและกับข้าวมาเพิ่ม เสียงพี่ภีมบ่นทั้งสองคนเรื่องที่ชอบกลั่นแกล้งฉันรวมถึงเรื่องผู้หญิง ฉันยืนฟังอยู่ในครัวพอจับใจความได้ว่าที่วันนี้พี่ภีมกลับดึกก็เพราะไปต่อกับผู้หญิงมา
ไม่น่าหาข้าวหาปลาให้กินเลยคนแบบนี้
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ชั้นล่างก็เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับฉัน ฉันเก็บข้าวของทำความสะอาดให้เรียบร้อย เดินกลับเข้ามาในห้องหยิบหนังสือที่พี่ภีมซื้อให้รวมทั้งหนังสือของพี่ริวที่พี่ภีมเอามาให้ฉันอ่าน
ตั้งแต่คืนนั้นทั้งสามคนก็ไม่ได้พาผู้หญิงมาที่บ้านอีกเลย คงจะกลัวว่าจะทำอะไรประเจิดประเจ้อให้ฉันเห็นอีก เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วฉันจะได้ไม่ต้องเจอภาพอุจาดตา
เช้าวันต่อมาพี่ริวกับพี่ไนท์ไปเรียนตามปกติ ออกไปตั้งแต่แปดโมงเหลือเพียงแค่พี่ภีมที่ยังไม่ตื่น ฉันทำกับข้าวเสร็จตั้งนานแล้วนี่ก็เกือบสิบโมงทำไมยังไม่ลงมาอีก
จะขึ้นไปดูก็ไม่กล้า แต่ถ้าเกิดพี่ภีมเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ยิ่งมีข่าวพวกขี้เมาไหลตายออกมาบ่อย ๆ
ฉันรีบวางหนังสือในมือลงแล้วเดินขึ้นไปข้างบน ฉันเคยมาเก็บห้องชั้นบนอยู่หลายครั้งแต่ห้องนอนส่วนตัวฉันไม่เคยเข้า ห้องใครเป็นห้องใครละเนี่ย
"หรือว่าจะเป็นห้องนี้"
แค่เปิดประตูเข้ามาฉันก็สัมผัสได้ถึงแอร์เย็น ๆ กลิ่นนี้มันเป็นกลิ่นน้ำหอมของพี่ภีมฉันจำได้
"พี่ภีมตื่นหรือยังคะ ฉันขอเข้าไปนะ"
สายตาของฉันกวาดมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นมีใครเลย หรือว่าจะเข้าห้องน้ำอยู่
("โอ๊ยยยย!")
"พี่ภีม!"
เสียงร้องโอดโอยดังมาจากในห้องน้ำ ฉันรีบเปิดประตูเข้าไป
แต่เพราะฟองสบู่มันทำให้ฉันลื่น ใช่ตอนนี้ฉันหน้าคะมำแถมยังไถลไปตามพื้นห้องน้ำ จนหน้าของฉันไปจ่ออยู่กับบางสิ่งบางอย่างที่มันใหญ่มาก"ข้าวตัง! เข้ามาทำไมฉันอาบน้ำอยู่!"
"โห! ใหญ่มาก นี่พี่ภีมช่วยตัวเองอยู่เหรอคะ"
คำถามของฉันและใบหน้าที่เงยหน้าขึ้นไปมันทำให้พี่ภีมถอนหายใจ มือของเขายังกอบกุมท่อนเอ็นของตัวเองอยู่
"อยากเห็นใช่ไหมถึงได้เข้ามา?"
"ปะ เปล่านะคะ"
"จะดูไหมล่ะจะทำให้ดู"
จู่ ๆ ใบหน้าของฉันมันก็ร้อนผ่าวมือไม้สั่นอย่างบอกไม่ถูก ท่อนเอ็นของพี่ภีมอยู่แค่ปลายจมูกฉัน พี่ภีมกระตุกยิ้มมุมปากเขาค่อย ๆ
ขยับข้อมือของตัวเอง"พะ พี่ภีม... คือ.. เอ่อ..."
ฉันทำท่าจะลุกหนีแต่ก็ถูกที่ภีมคว้าตัวเอาไว้ เขาจับฉันลงมานั่งคุกเข่าเหมือนเดิม
"นี่คือการทำโทษเด็กดื้อที่เข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตู"
"พี่จะทำอะไร ฉัน... ขอโทษ"
"อยู่เฉย ๆ"
พี่ภีมที่แสนสุภาพเรียบร้อยหายไปไหน ตอนนี้เขาเป็นคนหื่นบ้ากามจิตวิตถาร เขาจับหัวฉันกดลงไปไม่ให้ฉันลุกหนี อีกมือสาวท่อนเอ็นแรงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำสีใสตรงส่วนหัวมันไหลออกมา เสียงกัดกรามของเขาก็ดังเข้ามาในหู
"อ่าา~"
"ถ้าน้ำของพี่มันแตกใส่หน้าฉันจะทำยังไง ฉันยังไม่อยากตายนะ"
"อ่าา~ ไม่ตายหรอก~"
ฉันยกมือขึ้นปิดปากเพราะกลัวว่าน้ำของเขามันจะพุ่งใส่ปากฉัน แต่พี่ภีมคว้ามือของฉันออกแล้วดันเจ้าท่อนใหญ่ ๆ นั่นเข้ามาในปากแทน
"อ๊อก~ อื๊อออ อี๊อีมม~ อึก!"
พี่ภีมขยับเอวใส่ฉันแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉันพยายามตีหน้าขาให้เขาเอาท่อนเอ็นใหญ่ ๆ นั่นออก แต่เขาก็กดเข้ามาจนลึก มันล้วงคอฉันเพราะขนาดความยาวของเขามันยาวมากเลย
แคก ๆ ๆ
ไอ้น้ำบ้า ๆ สีขาวมันพุ่งออกมาเต็มปากฉันเลย ฉันทั้งสำลักทั้งหายใจไม่ออก ตอนนี้พี่ภีมยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าฉัน พอเขาได้ปลดปล่อยแววตาหื่นกามมันก็หายไป เขากลับมาเป็นพี่ภีมคนเดิมแล้ว
"บ้วนปากสิแล้วออกไปรอข้างนอก ถ้าดื้ออีกครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ปากนะ"
"พี่ภีมบ้า! ฉันไม่คุยกับพี่แล้ว คนอุตส่าห์จะมาถามว่าตื่นหรือยังหิวไหมจะเที่ยงอยู่แล้วไม่เห็นลงไป ดูพี่ทำกับฉันสิ ฉันเสียหายมันผิดผีนะรู้ไหม!"
บทที่ 37ตอนพิเศษ 2มหาวิทยาลัยเอกชนนอกจากที่ฉันต้องไปปวดหัวกับเรื่องของพี่ภูริ ฉันยังต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมในวันนี้อีก เมื่ออาทิตย์ก่อนนะโมมีเรื่องซึ่งฉันรู้ดีเพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่ผับคืนนั้นแต่ฉันไม่รู้ว่าคู่อริของนะโม เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนะโมทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เพราะทั้งสองมีเรื่องชกต่อยกันที่หอประชุม ทำให้ฉันต้องมาเป็นผู้ปกครองของนะโมอย่างกะทันหันเรื่องนี้บอกให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้นะโมถูกทำโทษ ถึงนะโมจะดื้อด้านมากแค่ไหนแต่นะโมก็เป็นน้องที่เชื่อฟังฉันมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่ผ่านมามันเกิดขึ้นตอนที่ฉันกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ฉันถูกนักศึกษาคนนั้นเข้ามากระชากแขน แถมยังมาขโมยจูบฉันอีก มันเป็นจูบแรกของฉันเลยนะ ฉันจะเก็บไว้ให้เจ้าชาย ฉันรีบวิ่งมาฟ้องให้นะโมรู้ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องชุลมุนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ คิดว่าเรื่องมันจะจบแต่ก็ไม่จบวันนี้ฉันนั่งอยู่ในห้องของอธิการบดี เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นเต็มตา หน้าตาก็ดีการแต่งตัวก็สะอาดสะอ้านรถที่ขับมาก็ราคาหลายสิบล้าน ทำไมถึงมีสันดานแบบนั้นนะ"เจ๊ห
บทที่ 36ตอนพิเศษ 1คอนโด X นายแพทย์ภูริ ภูริพัฒน์ ชนาธินาถหลังจากที่เขาต่อรองกับครอบครัวขอออกมาอยู่คอนโดในช่วงชั้นปีที่ 3 เป็นช่วงเวลาที่แฟนสาวของเขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยพอดีไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาแอบมาอยู่ด้วยกัน ภูริยังกลับบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ วันปกติก็จะอยู่กับแฟนสาว "พี่ภูริคะ เรื่องทุนที่พี่ภูริขอให้ชะเอมวันนี้อาจารย์เรียกไปคุยแล้วนะคะ""เป็นไงบ้างครับ""ชะเอมได้ทุนค่ะ ขอบคุณพี่ภูริมาก ๆ เลยนะคะที่ยอมคุยกับหม่อมย่าเรื่องทุนของชะเอม""ชะเอมเหมาะสมที่จะได้ทุนนี้ครับ อีกสามปีพี่ต้องไปเรียนต่อที่เมืองนอกคงจะไม่ได้อยู่ทันรับปริญญาของชะเอม ตั้งใจเรียนนะครับเด็กดีของพี่" "ชะเอมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนค่ะ จะเป็นเด็กดีของพี่ภูริ ชะเอมรักพี่ภูรินะคะ" 3 ปีผ่านไป ในวันที่ชะเอมกำลังจะได้ส่งโปรเจกต์สุดท้ายของการเรียน วันนี้เป็นวันที่ภูริต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อเฉพาะทาง ชะเอมรีบก้าวขาเดินลงมาจากคอนโด จู่ ๆ ก็มีรถตู้สีดำขับมาจอดตรงหน้าเธอหยุดเดินแล้วจ้องมองไปยังประตูรถที่กำลังเปิดออก จนเห็นผู้หญิงสูงส่งสง่างามนั่งอยู่ด้านใน"หม่อมย่า!" เหมือนว่านี่จะเป็นแค่การเตือน ท่านไม่ได้พู
บทที่35อบอุ่น ตอนจบหลังจากความวุ่นวายจบลงเด็ก ๆ ได้เข้าเรียนมัธยมศึกษา เรนนี่โตเป็นสาวทั้งสวยทั้งน่ารักได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน คุณพ่อทั้งสามห่วงลูกสาวมาก ฉันดีใจอย่างหนึ่งนะที่ทั้งสามไม่ได้มาคิดเล็กคิดน้อยคำว่าลูกมึงลูกกู เพราะทุกคนคือลูกของเขาทั้งหมดส่วนภูริตอนนี้เป็นพี่ม.6 เรียนเก่งเป็นประธานนักเรียน ที่สำคัญยังเป็นขวัญใจของสาว ๆ ด้วยเจ้าตัวแสบของเรื่องนี้ก็คงจะเป็นนะโม เจ้าเด็กแสบของฉันเพิ่งจะขึ้นม.1 แต่ก็ก่อเรื่องให้ฉันปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่โรงเรียนเปิดเหมือนกัน ร้านอาหารของฉันตอนนี้ก็ยังเปิดตัวอยู่ มีลูกค้าเก่าลูกค้าใหม่แวะเวียนมาตลอด หน้าที่ของฉันในแต่ละวันคือการตื่นมาดูแลลูก ๆ แม้ลูก ๆ จะโตแล้วแต่ฉันก็ยังมีความรักและความเป็นห่วง อะไรที่ทำให้ลูกได้ฉันก็มักจะทำภูริมีความฝันที่จะเป็นคุณหมอ แม้คุณพ่อของเขาจะมีตัวเลือกให้แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะเรียนหมอ เพื่อที่จะกลับมาดูแลโรงพยาบาลของครอบครัวฉันได้ยินแบบนี้ก็ดีใจ อย่างน้อยลูกชายของฉันเขาก็เลือกที่จะเดินตามความฝันและเดินตามรอยพ่อ พี่ภีมตามใจลูกมากแต่มีสิ่งเดียวที่ลูก ๆ มีความเห็นตรงกัน นั่นคือการอยู่กับพวกฉันไม่ออกไปไหน
บทที่ 34ลูกชายพี่ไนท์ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยมันก็มาถึง สามปีผ่านไปฉันตั้งท้องที่สาม และมีลูกชายให้พี่ไนท์ได้เลี้ยงดูเป็นลูกของเขาเอง และคุณพ่อของพี่ไนท์ก็ทำการถ่ายโอนมรดกส่วนหนึ่งให้หลานชายเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาทีหลังแต่มาพร้อมเงิน 100 ล้านใครบ้างจะสู้ลูกชายคนเล็กของฉันมีชื่อว่านะโม คนนี้คุณปู่เป็นคนตั้งให้เพราะท่านชอบเข้าวัดทำบุญ จึงอยากให้หลานชายมีชื่อว่าน้องนะโมท่านหวังเอาไว้ว่านะโมจะเป็นเด็กที่เรียบร้อยมีสติรู้จักคิดรู้จักทำเพล้ง! "ฮะ ๆ ๆ จ๋วยปี้จ๋วย!" "กรี๊ดดด! นะโม คุณแม่ขาน้องทำกระจกแตกค่ะ!" "เรนนี่อย่าเข้าไปนะเดี๋ยวเหยียบกระจก มานี่มาหาพี่!" สติ ใจเย็น มีเหตุผล กี่โมง!!! ฉันรีบวิ่งออกมาจากในครัว ตอนนี้ประตูบ้านฉันแตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแสบไปเก็บก้อนหินมาปาประตูบ้านจนแตกกระจาย คุณสามีทั้งสามรีบวิ่งออกมาดูจากห้องทำงานพวกเขา จับลูก ๆ ขึ้นมาอยู่บนที่สูงแล้วรีบจัดการซ่อมประตูให้ฉันเพราะนี่มันไม่ใช่ประตูบานแรก บ้านฉันเปลี่ยนประตูมาไม่ต่ำกว่าสิบบานแล้ว พี่ไนท์ถึงกับต้องสั่งประตูสำรองมาไว้เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นบ่อยมากไหนคือความสงบ ไหนคือสติสัมปชัญญะของลูกฉั
บทที่ 33ลูกสาวพี่ริวเวลาผ่านไปตอนนี้ฉันคลอดลูกคนแรกแล้ว ลูกคนแรกของฉันเป็นไปตามความคิดของพี่ภีมนั่นก็คือลูกชาย พี่ภีมตั้งชื่อว่าน้อง ภูริ ตอนนี้ภูริกลายเป็นขวัญใจของทุกคนไปแล้ว คุณแม่ของพี่ภีมมาอยู่ดูแลเลี้ยงดูด้วยตนเองฉันจึงได้มีเวลาพักผ่อน แต่ช่วงกลางคืนฉันกับพวกพี่ ๆ ก็จะคอยดูแล ไม่ได้จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลแต่อย่างใดตอนนี้พี่ริวเริ่มวางแผน พวกเขาไม่ซีเรียสว่าอีกสองคนจะเป็นลูกสาวหรือเป็นลูกชาย เพราะยังไงธุรกิจที่เหลือจะเป็นผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดีแต่คงไม่ใช่ภายในปี 2 ปีนี้หรอก ขอให้ภูริโตกว่านี้ก่อนฉันค่อยทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตลูกให้พวกเขาชีวิตครอบครัวของพวกฉันยอมรับเลยว่ามันเป็นครอบครัวที่โคตรสงบสุข ไม่เคยมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหรือแม้แต่เรื่องงานมาให้ปวดหัว กลับถึงบ้านทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง มีเวลาว่างก็ช่วยกันดูแลภูริ จนวันที่ฉันเริ่มมีอาการแพ้ท้องอีกครั้งในระยะเวลาแค่สองปีครึ่ง ฉันไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่ใช่แต่ เพื่อความชัวร์ฉันจึงโทรหาพี่ริวให้พี่ริวพาไปโรงพยาบาล ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ริวก็ขับรถมารับฉันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยกันพี่ภีมลงมาฟังผลพร้อมกับพวกฉัน และผล
บทที่ 32ข่าวดีของพี่ภีมหลังจากที่ฉันบอกเรื่องราวสำคัญกับพี่ภีมแล้ว กลับมาถึงบ้านฉันกับพี่ภีมก็เริ่มปฏิบัติงานกันเลย พี่ริวกับพี่ไนท์ยอมสวมถุงยางอนามัย เพื่อปล่อยให้พี่ภีมกับฉันได้มีลูกด้วยกันก่อน พวกเขารู้ว่าพี่ภีมถูกครอบครัวกดดันทั้งเรื่องงานเรื่องเรียนรวมถึงเรื่องคู่ชีวิต ถ้าหากมีหลานสักคนบางทีครอบครัวของพี่ภีมอาจจะปล่อยวางมากขึ้นพี่ภีมกดแช่ทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของฉัน ส่วนทั้งสองทำได้แค่ถอดถุงยางปล่อยพ่นอัดฉีดใส่ตัวและหน้าของฉัน บางครั้งฉันก็เลือกที่จะกลืนกินของทั้งสองเพื่อไม่ให้เขารู้สึกน้อยอกน้อยใจทุกวันหยุดพวกฉันแทบไม่ได้ออกไปไหน ทำกับข้าวเสร็จก็สานต่อกันหน้าทีวี ในครัว บันได และห้องนอนของพวกฉัน ไม่มีวันไหนที่พี่ภีมไม่กดแช่ปลดปล่อยน้ำเชื้อใส่ตัวฉัน และข่าวดีของฉันกับเขามันก็ทำให้ทุกคนดีใจ ฉันกำลังจะเป็นคุณแม่และพี่ภีมกำลังจะกลายเป็นคุณพ่อ หลังจากรับปริญญาของฉันเสร็จเราทั้งสองก็ขับรถมาที่บ้านของพี่ภีมเพื่อบอกข่าวดีให้กับทุกคนรู้ตอนแรกฉันยังไม่บอกหรอกนะปล่อยให้ทุกคนพูดคุยกันไปก่อน ผลการตรวจและแผ่นอัลตร้าซาวด์มันอยู่ในมือของฉัน ซึ่งฉันหยิบเอกสารให้คุณแม่ขาโดยหลอกว่าเป็นสัญญ
บทที่ 8พี่ไนท์โดนแน่ฉันรีบวิ่งหนีมาหาพี่ภีม ส่วนพี่ไนท์วิ่งตามมาติด ๆ พี่ภีมเห็นฉันทำท่าตกใจเขาก็รีบยืนบัง แล้วมองหน้าพี่ไนท์ด้วยความสงสัย"ทะเลาะอะไรกันอีก กูอ่านหนังสืออยู่มึงไม่เห็นหรือไง!""ยัยนี่มันสร้างเรื่องอีกแล้ว!"พี่ภีมหันมามองฉันพร้อมกับถอนหายใจ ส่วนฉันก็ได้แต่ทำหน้าหงอยดึงแขนเสื้อเขา
บทที่ 7โดนตบเพียะ!! ฉันกระโดดมาหลบด้านหลังพี่ริว คนที่ถูกตบไม่ใช่ฉันนะแต่เป็นพี่ริวต่างหาก ตอนนี้มันเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย พี่ส้มตั้งใจจะเข้ามากระชากหัวฉัน ฉันก็จับตัวพี่ริวมาบังเอาไว้ ทำให้พี่ริวถูกพี่ส้มกระชากแล้วตบเข้าเต็มแรงเพียะ!! "โอ๊ยยยย! โธ่เว้ย!!" พี่ริวโมโหหนักมาก เขาจับพี่ส้มเห
บทที่ 6วันแรกก็มีเรื่องเลยมหาวิทยาลัยเอกชนฉันนั่งรถปอร์เช่สีแดงแปร๊ดเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยมีคนขับรถส่วนตัวชื่อว่าพี่ริว ตอนนี้พี่ริวกำลังโทรคุยกับเพื่อนเพื่อนัดเจอกันเอางานไปส่งให้อาจารย์รถปอร์เช่สีแดงแปร๊ดขับมาจอดอยู่หน้าตึกคณะบริหาร ฉันยังคงนั่งอยู่ในรถไม่กล้าเปิดประตู ส่วนพี่ริวลงไปยืนคุยกั
บทที่ 5สนามรบ กลางดึกฉันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเนื้อกระทบกันดังป๊าบ ๆ ๆ เมื่อตอนเย็นฉันเพิ่งจะพูดไปหยก ๆ ตกดึกเอาอีกแล้ว ออกล่าหิ้วผู้หญิงมากินกันอีกแล้วฉันต้องนอนฟังเสียงไปจนถึงเมื่อไหร่ หิวก็หิวกินไปแต่ผลไม้กับผักไม่ได้ทำกับข้าว แต่ฉันลืมไปว่าวันนี้ซื้อมาม่ากับโจ๊กคัพติดมาด้วย จะออกไปกินจะมีใครว







