Se connecterหมู่บ้านชาวประมง“ทำอะไรอยู่”“ตกใจหมดเลย” หญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาสะดุ้ง หันไปมองคนรักที่โผล่มาแบบเงียบ ๆ ผิดจากทุกวัน “อือ อย่ากอดข้า ตัวข้ามีแต่ฝุ่นขี้เถ้า” นางห้ามคนรักที่ดึงให้นางยืนขึ้นแล้วกอดแน่นจากด้านหลัง เบี่ยงหน้าหนีปลายจมูกโด่งแต่ก็ไม่พ้น แก้มนุ่มจึงถูกหอมเต็มแรงเขาจับไหล่นางให้หันมาเผชิญหน้ากัน “ข้าคิดถึงเจ้า”“ปล่อยข้าได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี เขาจะเอาท่านไปนินทาได้นะ” หญิงสาวรีบดันเขาออกห่าง“แทนที่จะเป็นห่วงชื่อเสียงตัวเอง แต่กลับมาห่วงข้าซึ่งเป็นบุรุษเนี่ยนะ”“ใครจะนินทาข้าก็ช่างเขาเถิด ข้าไม่สนใจหรอก แต่ข้าคงทนไม่ได้ถ้าได้ยินท่านถูกนินทาเพราะข้า” เขาเปรียบเหมือนสมบัติที่มีค่าที่สุดเพียงชิ้นเดียวที่นางมี นางจึงอยากปกป้องเขาให้ดีที่สุด“ที่พูดแบบนี้เพราะอยากให้ข้ารักเจ้ามากกว่านี้อีกหรือไร” แล้วจูบจนพอใจจึงยอมปล่อย อมยิ้มละมุนเมื่อนางพยักหน้ารับ “ข้าคงรักเจ้ามากกว่านี้อีกไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้ก็รักจนจุกอกแล้ว”“รักมากกว่านี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขออย่าให้รักน้อยลงก็พอ” หญิงสาวแย้งพร้อมรอยยิ้มแล้วดันตัวเขาออกห่าง “เมื่อเช้าข้าเข้าไปหาเห็ดในป่ามาได้ตั้ง
“เพราะข้ารู้สึกเสน่หาเจ้ายิ่งนัก” ตอนแรกที่มาพบนาง เขาตั้งใจมาเพื่อช่วยพี่สาวเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อได้มาเจอและได้มาคุยกับนางด้วยไม่กี่ประโยค เขาก็รู้สึกถูกใจในความตรงไปตรงมาพอ ๆ กับความงดงามแปลกตาแบบชาวต่างชาติของนาง“ท่านกำลังดูถูกศักดิ์ศรีข้าอยู่นะเจ้าคะ”“อย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้ให้เพราะหวังผลอย่างที่เจ้าคิดเลยนะ ข้าให้เพราะอยากให้ ให้ด้วยความเสน่หาอย่างบริสุทธิ์ใจ”“ในเมื่อท่านยืนยันหนักแน่นข้าก็จะรับเอาไว้” หญิงสาวยอมรับเงินจากอีกฝ่ายหยางหลงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่นางรับเงินตำลึงทองของตน เพราะคิดว่านางจะแตกต่างจากสตรีที่เคยพบเจอมา แต่สุดท้ายก็ไม่ต่างเลยสักนิด แค่ทำเป็นเล่นตัวให้เขาใจเต้นไปแค่นั้นเอง“พรุ่งนี้ข้ามาหาเจ้าอีกได้ไหม”มือที่กำลังสาละวนกับการเก็บร้านหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ควรกลับไปได้แล้ว“ได้สิเจ้าคะ ถ้าคุณชายจะมาซื้อซาลาเปาของข้าอีก”“ข้าให้เจ้าไปตั้งหนึ่งตำลึงทองแล้ว เจ้ายังจะขายซาลาเปาให้ข้าอีกหรือแม่นาง”“คุณชายจะเอาเงินคืนไปก็ได้นะเจ้าคะ”คิ้วเข้มพาดเฉียงย่นเข้าหากันเมื่อได้ยินคำพูดไร้เยื่อใย นางทำให้เขาสับสนทั้งความคิดและความรู้สึก“พรุ่งนี้เจ้าเลี
“น่าเสียดายนัก ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกข้าได้ทุกเมื่อนะ”“เจ้าค่ะฮูหยิน ขอให้เดินทางปลอดภัย” นางกล่าวอวยพรสตรีที่เดินจากไป แล้วส่งยิ้มรับลูกค้ารายใหม่ที่มายืนหน้าร้าน “คารวะคุณชาย ต้องการซาลาเปากี่ลูกดีเจ้าคะ”หยางหลงมองสตรีใบหน้าสวยหวานแปลกตานั้นอย่างพึงพอใจ เขาแอบมองนางอยู่สักพักแล้วก่อนจะเดินเข้ามา ความงามของนางสะดุดหัวใจเขาอย่างจัง โชคดีจริง ๆ ที่รับปากจะมากำจัดนางให้พี่สาว“ขายซาลาเปาอย่างเดียวหรือ”“เจ้าค่ะ ลูกละสามอีแปะ คุณชายต้องการรับกี่ลูกดี”“ลูกละสามอีแปะเชียว ไม่แพงไปหน่อยหรือ”“ถ้าท่านได้ชิมรับรองจะไม่พูดคำนี้ออกมาแน่ ๆ” หญิงสาวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เปิดฝาซึ้งหยิบซาลาเปามาแบ่งครึ่งส่งให้เขา “ลองชิมก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้เจ้าค่ะ”“ไม่จำเป็นหรอก ต่อให้ไม่อร่อยข้าก็จะซื้ออยู่ดี เพราะคนขายงามถูกใจข้ายิ่งนัก”รอยยิ้มบนใบหน้างามแข็งค้างก่อนจะค่อย ๆ จืดจางลง ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอลูกค้าประเภทนี้ แต่เขาคนนี้ทำให้นางรู้สึกไม่เหมือนคนอื่น ๆ คำพูดและแววตาของเขาดูจริงจังทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากัน“ถึงอย่างไรข้าก็อยากให้ท่านได้ชิมก่อนซื้อกลับไปอยู่ดี เพราะข้าขายซาลาเปาไม่ได้ขายหน้าตา”หยางหล
“เจ้ากำลังต่อรองข้าหรือ”“ข้าขอร้องท่านต่างหาก”“ข้าอยากจะต่อต้านเจ้านะ แต่ข้าจะไม่ทำเพราะข้ารักเจ้า อะไรที่ทำให้เจ้าสบายใจได้ข้าก็จะทำ แต่อย่าถึงขั้นห้ามไม่ให้ข้ามาพบเจ้าเลยนะ ข้าคงลงแดงตายเพราะคิดถึงเนื้อหอม ๆ ผิวนุ่ม ๆ ของเจ้า”นางค้อนใส่เขาที่พูดดีน่าฟังในตอนแรก แต่ลงท้ายได้เจ้าเล่ห์เหมือนเคย “แบบที่ท่านกำลังทำนี่ต่างหากที่เรียกว่าต่อรอง”“ข้ายอมรับ เจ้ายอมให้ข้าหน่อยนะ”“ก็ได้ แต่ห้ามมาทุกวันนะ มาแล้วก็รีบกลับด้วย”“จะให้ข้ามากกกอดเจ้าอย่างเดียวแล้วกลับเลยหรือไร จะไม่ให้ข้าอยู่กินข้าว คุยเล่นกับเจ้าบ้างเลยหรือ”มือบางตบบนริมฝีปากช่างพูดนั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนกระดากอาย “พูดจาน่าเกลียดนัก”“ข้าพูดเรื่องจริงน่าเกลียดตรงไหน”“ท่านนี่นะ” หญิงสาวถอนหายใจอย่างเอือมระอา “ทำไมถึงเอาแต่ใจนักนะ ให้ตายสิ”“ไม่รู้แหละ ข้าจะมาอย่างที่ใจข้าต้องการ แต่ข้าจะไม่ค้างคืนอย่างที่เจ้าขอร้องก็แล้วกัน คนละครึ่งทางแบบนี้ถือว่ายุติธรรมดี” เขาตัดบทแล้วลุกขึ้น โน้มตัวไปหาร่างบาง จูบปากอิ่มหนักหน่วง เนิ่นนานกว่าจะยอมปล่อย “ข้ากลับก่อนนะ พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วจะแวะมาหาใหม่ ปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนาล่ะ”“ข้าโตแล
คฤหาสน์ประมุขฉี “พี่ไป๋หลาน” “นั่งสิ” คุณหนูผู้บอบบางพูดกับน้องชายต่างมารดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เจ้าสบายดีเหรอหยางหลง” “ข้าสบายดี แล้วพี่ไป๋หลานสบายดีไหม” “ถ้าสบายดีข้าคงไม่เรียกให้เจ้ามาพบหรอก ข้าคงเป็นฝ่ายไปเยี่ยมเจ้าเองแล้ว” หญิงสาวกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ เรียกความเห็นใจจากน้องชายเพียงคนเดียว ที่แม้จะมีนิสัยเจ้าชู้เกเรแต่ก็อยู่ในโอวาทของนางมาตลอด บุรุษเครื่องหน้าคมคายวัยสิบเก้าปี มองใบหน้าอมทุกข์ของพี่สาว “พี่ไป๋หลานทุกข์ใจเรื่องใด ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่” “ถ้าช่วยได้เจ้าจะช่วยข้าใช่ไหม” “ข้าต้องช่วยท่านอยู่แล้ว บอกมาสิว่าจะให้ช่วยอย่างไร” ตอบอย่างไม่ลังเล “ข้ามีคนที่รักมากอยู่คนหนึ่ง แต่ใจของเขานั้นไม่ได้มีให้ข้าเพียงคนเดียวเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ข้าทุกข์ทรมานใจมากเหลือเกินหยางหลง” แล้วคุณหนูไป๋หลานจอมมารยาก็เริ่มกรีดน้ำตาเล่าเรื่องเท็จให้น้องชายต่างมารดาฟังหยางหลงสงสารพี่สาวจับใจเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลง เขาเองก็เป็นคนเจ้าชู้มากรัก ทำให้ผู้หญิงต้องเจ็บช้ำน้ำใจกับเขามานักต่อนัก แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องแบ
แก่นกายที่ชูชันรอการปลดปล่อย จ่อประชิดกลางรอยแยกที่ชุ่มฉ่ำ เสียดสีหยอกเย้าจนตัวเขาเองเสียวสะท้านไปทั้งร่างใหญ่ พร้อมที่จะจู่โจมสู้ศึกรักอย่างเต็มที่อีกครั้ง“ยอดรัก ข้าสัญญาว่าจะนุ่มนวลกับเจ้า แต่แม้จะพยายามแล้วข้าก็คงสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าอีกแน่ เจ้าอดทนหน่อยนะ ความเจ็บปวดนี้มันจะค่อยๆ จางหายไปหลังจากที่ข้ากับเจ้ารักกันอีกแค่ไม่กี่ครั้งหรอก” เขาอธิบายข้างหูนางอย่างอ่อนโยน สอดใส่อย่างใจเย็นเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้นางน้อยที่สุด“เจ้าค่ะ” มือบางโอบกอดแผ่นหลังหนา หลับตารับจูบแสนรัญจวนของเขาความคับแน่นและความไม่ประสาของนางทำให้เขาต้องอดทนอดกลั้นอย่างมาก ค่อย ๆ ดันสะโพกขณะที่เล้าโลมให้นางผ่อนคลายไปด้วย ไม่นานก็สามารถนำพาแก่นกายที่น่าเกรงขามมุดเข้าไปในร่างเล็กจนมิด“ยังเจ็บมากไหมทูนหัวของข้า”หญิงสาวส่ายศีรษะ เม้มปากแน่นอย่างเขินอาย รอบนี้นางรู้สึกเจ็บน้อยกว่าครั้งแรกจริง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความตื่นตระหนกหายไป หรือร่างกายของนางอาจจะเริ่มคุ้นชินกับร่างใหญ่มากขึ้น มันเลยผ่านไปได้อย่างราบรื่น ซาบซ่านไปกับการเล้าโลมของเขาจนลืมเจ็บ“ถ้าอย่างนั้นข้าขอรักเจ้าต่อเลยนะ” เขาจูบหน้าผากกลมกลึงแล้
“ไม่ได้หรอก” เขาส่ายหน้าช้า ๆ “ท่านใต้เท้าอย่าเอาเปรียบข้านักเลย เราต่างก็มีนายคนเดียวกัน ถือว่าช่วยเหลือกันด้วยน้ำใจไม่ดีกว่าหรือ ถ้าท่านทำไม่สำเร็จท่านก็ได้รับการคุกเข่าจากข้าเป็นรางวัลไปแล้ว จะเอาคำว่าบุญคุณมาอ้างคงไม่เหมาะ” ไม่ธรรมดา สาวน้อยท่าทางไร้เดียงสานางนี้ไม่ธรร
‘เรียนท่านอ๋อง วันนี้ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด สืบทราบแล้วจะรีบรายงาน’กุ้ยหย่งหมิงฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้งอย่างไม่ทุกข์ร้อน แล้วเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ตามเดิม “ลืมอะไรเจ้าคะ” กุ้ยถิงเห็นสามีเดินกลับเข้ามาในเรือนก็นึกสงสัย “เปล่า แต่ข้าเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว ทำอะไร” เขาตั้งคำถามเมื่อ
เห็นชายาสุดที่รักเงียบผิดปกติขณะเดินทางกลับคฤหาสน์ กุ้ยอ๋องก็อดสงสัยไม่ได้ว่านางกำลังกังวลเรื่องใด ระหว่างเรื่องลูกกับเรื่องรับอนุ“เมียรักของข้าคิดมากเรื่องอันใด บอกสามีได้หรือไม่” ภายในรถม้าที่มีเพียงเขาและนาง ไม่จำเป็นต้องเก็บงำความสงสัยไว้จนถึงบ้าน เขาดึงนางเข้ามาแนบชิด “ข้าไม่ชอบเห็นเจ้านิ่งเง
“เสียตรงไหนเจ้าคะ พวกนางเชื่อฟังท่านและยิปซีดีทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องแต่งงาน ตรงไหนที่พวกนางทำแล้วเรียกว่าเสียนิสัย สามีได้โปรดบอกชายาทีเถิด” สายตาหวานล้ำประดุจน้ำผึ้งสบตาสามีแล้วคลี่ยิ้มหวาน หวังให้เขาผ่อนคลายอารมณ์โกรธ“เจ้าประชดสามีหรือไร” เมื่อคืนนางไม่ยอมให้เขากกกอด เพียงเพราะเขาต้องการให้เส







