LOGINด้วยความเหนื่อยล้าหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลู่เหยียนซินนอนหลับไปตื่นหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นกลับพบว่าตนมาอยู่ในยุคโบราณ เสื้อผ้าหน้าผมเหมือนหญิงสาวในซีรีส์จีนย้อนยุคไม่มีผิดอย่างไงอย่างงั้น นี่มันอะไรกันเนี่ยยย!! ใครกันที่ทำแบบนี้ ส่งนางมาทำอะไรที่นี่กัน!!! ..... สตรีผู้ร้ายกาจที่ไม่มีอะไรดีเลยนอกจากความงามที่ล่มเมืองนี้กำลังจ้องมองสวามีผู้ที่ไม่เคยรักใคร่นางเลยสักนิด "ท่านอ๋อง ข้าจะหย่ากับท่าน!!" "สมรสพระราชทานเจ้าคิดจะหย่าก็หย่าง่ายๆ เช่นนั้นหรือ!" "แล้วท่านจะเอาอย่างไร! ทำเป็นรังเกียจที่ข้าเข้าใกล้ให้หย่าก็ไม่หย่า!!" "เช่นนั้นท่านก็คอยดูเถอะว่าข้าจะทำเช่นไร ข้าจะคอยตามรังควาน เอ้ย! ตอแย ไม่ใช่อีกล่ะ... ข้าจะตามติดท่านไม่ให้ห่างเลย ดูสิว่าท่านยังจะลีลาที่จะหย่ากับข้าอยู่อีกหรือไม่!" - - - - - - - - - - - - - - - - - -
View Moreเรือนไม้เชิงเขาชายแดนเหนือ (ห่างออกไปราวสองลี้[1])ภายในเรือนไม้หลังน้อยที่โอบล้อมไปด้วยต้นเหมยแดง กลิ่นหอมฟุ้งของยาสมุนไพรผสานกลิ่นดอกไม้ป่ากรุ่นอบอวลไปทั่วห้องร่างของสตรีในชุดชาวบ้านธรรมดาเนื้อนุ่มกำลังขยับแพขนตาขึ้นช้า ๆ แววตาที่เคยฉายประกายความเจ็บปวดและตรอมใจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง ดวงตาคู่สวยมองลอดหน้าต่างออกไปเห็นทิวทัศน์หิมะอันกว้างใหญ่ ไร้ซึ่งกำแพงสีชาดและหลังคากระเบื้องเคลือบของวังหลวงที่เคยจองจำนางไว้"ฟื้นแล้วหรือเพคะ..."น้ำเสียงสดใสและนุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง เด็กสาวแปลกหน้าทว่ากลับแจ่มชัดในความทรงจำ... เด็กสาวที่เคยรับใช้นางในตำหนักบูรพา ผู้ที่นางเคยช่วยชีวิตไว้จากโรงซักล้าง เวลานี้นางมาทำหน้าที่รับใช้อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง"เจ้า..."เด็กสาวเปรยยิ้มบาง ๆ น้ำตาที่อดกลั้นไว้พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจหยุดได้ นางก้าวเข้ามาหาพร้อมถ้วยชาโสมร้อนในมือ"พระชายา ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที... ไม่สิ ยามนี้ต้องเรียกว่าคุณหนูซ่งแทนแล้วกระมังเพคะ"อดีตพระชายารัชทายาทขมวดคิ้วเบา ๆ พลางยกมือขึ้นกุมอก"ข้า...ข้ายังไม่ตายหรือ? แล้วยาพิษนั่น...""ท่านสิ้นใจไปแล้วในสายตาของคนทั้งแผ่นดิน
- ห้าปีผ่านไป -สายลมทะเลพัดผ่านผืนผ้าใบหนาหนักของเรือสำเภาลำเขื่อง ธงผืนใหญ่สะบัดพลิ้วตามแรงลมผสานเสียงคลื่นกระทบกราบเรือเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เรือสินค้าขนาดใหญ่ของตระกูลฮั่วกำลังมุ่งหน้าสู่แคว้นทางใต้ การเดินทางรอนแรมบนผืนน้ำสีครามเข้มดำเนินมาจนเข้าสู่วันที่สิบห้าที่ดาดฟ้าเรือชั้นบน ฉินอ๋องยืนเอามือไพล่หลังสายตาทอดมองเส้นขอบฟ้าที่พร่าเลือนไปด้วยไอแดด เสื้อคลุมสีเข้มปลิวไสวใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายอันกว้างใหญ่ของท้องทะเล"ป่านนี้ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะทรงเลิกบ่นท่านหรือยัง ทอดทิ้งงานราชกิจที่แน่นขนัดมาเช่นนี้"น้ำเสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง ลู่เหยียนซินก้าวเดินอย่างระมัดระวังบนพื้นไม้กระดานที่โคลงเคลงเล็กน้อยในมือประคองถ้วยชาอุ่นร้อนเอาไว้ฉินอ๋องหันกลับมาทันที เขาสาวเท้าเข้าไปหาพร้อมยื่นมือหนาประคองเอวบางของนางไว้หลวม ๆ กันพลาดพลั้ง"เจ้าจะไปห่วงตาแก่ที่วัน ๆ เอาแต่จมอยู่กับกองฎีกาคนนั้นทำไมกัน ห้าปีมานี้ข้าช่วยเคี่ยวกรำทำงานในฐานะผู้สำเร็จราชการให้จนแทบไม่ได้พัก คราวนี้พาครอบครัวออกมาพักผ่อนทั้งที เลิกพูดถึงพระองค์ได้แล้วน่า…”
-เช้าวันถัดไป-ภายในอุทยานหลวง ไท่ซ่างหวงประทับยืนเอามือไพล่หลังทอดพระเนตรมองฉินอ๋องที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาหาพระองค์ก่อนจะตรัสขึ้นมาว่า“ข้าประกาศราชโองการแต่งตั้งเหลนชายคนนี้เป็นหวงไท่ซุนไปแล้ว ทว่าพวกขุนนางเฒ่ากลับเริ่มถวายฎีกา คัดค้านอ้างธรรมเนียมเดิมว่ารัชทายาทน้อยต้องย้ายเข้าตำหนักบูรพาเพื่อศึกษาร่ำเรียน... ช่างน่าแปลกเสียนี่กระไร” ไท่ซ่างหวงตรัสเสียงเรียบ ทว่าสายพระเนตรกลับแฝงรอยขำขันอยู่ประปราย“แปลกอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”ไท่ซ่างหวงหันมามองหลานชายก่อนจะประทับลงบนเก้าอี้หิน แล้วตรัสต่อว่า“อันที่จริงฎีกาเหล่านั้นควรจะคัดค้านเรื่องแต่งตั้งทารกเป็นรัชทายาทมิใช่หรือ เหตุใดจึงกลายเป็นพร้อมใจกันสนับสนุน แล้วเร่งรัดให้พวกเจ้าย้ายเข้าตำหนักบูรพาไปเสียได้... แล้วเจ้าเล่า คิดจะย้ายจวนตามความเห็นของขุนนางเหล่านั้นหรือไม่”ฉินอ๋องเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรด้วยสายตามุ่งมั่น“เสด็จปู่เวลานี้ตำหนักบูรพาเพิ่งจะแปดเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและกิเลสอันโสมม หลานไม่ต้องการให้ลูกชายเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคำประจบสอพลอของเหล่าขันที หรือวังวนเล่ห์เหลี่ยมของขุนนางเฒ่าพวกนั้นจนต้องกลายเป็นคนขลาดเขลาและโหดเหี้ยมเหม
“และเสด็จปู่ทรงมีราชโองการแต่งตั้งรัชทายาทคนใหม่แล้ว”“อย่างนั้นหรือเพคะ แล้วท่านต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่ตำหนักบูรพาหรือไม่” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหรือกังวลใจแม้แต่น้อยชายหนุ่มพลิกกายของนางให้หันกลับมาสบตากัน แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่ มีเพียงความอบอุ่นและรักมั่นเพียงผู้เดียวที่มอบให้นาง มือหนาเอื้อมไปลูบแก้มเนียนเบาๆ“ข้าปฏิเสธตำแหน่งนั้นไปแล้ว...ข้าบอกเสด็จปู่ว่าข้าต้องการเพียงจวนหลังเล็กๆ ที่มีเจ้า มีลูก และข้าจะไม่มีวันรับสตรีใดเข้ามาให้เจ้าต้องเป็นทุกข์เด็ดขาด”คำสารภาพอันหนักแน่นทำให้ลู่เหยียนซินแย้มยิ้มหวาน แววตาสั่นคลอนด้วยความตื้นตันในความรักของเขา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้ฉินอ๋องต้องเลิกคิ้วขึ้นชายหนุ่มลอบยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงละมุนแกมเอ็นดูหมายจะเห็นสีหน้าประหลาดใจของนาง“แต่ข้าถูกเสด็จปู่ดัดหลัง...พระองค์ไม่บังคับข้า ไม่ส่งสตรีนางใดมาให้เรายุ่งเหยิงทว่าพระองค์ทรงแต่งตั้งเยว่เหวินหลงลูกชายของเราขึ้นเป็นหวงไท่ซุนโดยตรง ส่วนข้าต้องดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คอยแบกฎีกากองโตและปกป้องบัลลังก์ใ






reviews