INICIAR SESIÓNด้วยความเหนื่อยล้าหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลู่เหยียนซินนอนหลับไปตื่นหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นกลับพบว่าตนมาอยู่ในยุคโบราณ เสื้อผ้าหน้าผมเหมือนหญิงสาวในซีรีส์จีนย้อนยุคไม่มีผิดอย่างไงอย่างงั้น นี่มันอะไรกันเนี่ยยย!! ใครกันที่ทำแบบนี้ ส่งนางมาทำอะไรที่นี่กัน!!! ..... สตรีผู้ร้ายกาจที่ไม่มีอะไรดีเลยนอกจากความงามที่ล่มเมืองนี้กำลังจ้องมองสวามีผู้ที่ไม่เคยรักใคร่นางเลยสักนิด "ท่านอ๋อง ข้าจะหย่ากับท่าน!!" "สมรสพระราชทานเจ้าคิดจะหย่าก็หย่าง่ายๆ เช่นนั้นหรือ!" "แล้วท่านจะเอาอย่างไร! ทำเป็นรังเกียจที่ข้าเข้าใกล้ให้หย่าก็ไม่หย่า!!" "เช่นนั้นท่านก็คอยดูเถอะว่าข้าจะทำเช่นไร ข้าจะคอยตามรังควาน เอ้ย! ตอแย ไม่ใช่อีกล่ะ... ข้าจะตามติดท่านไม่ให้ห่างเลย ดูสิว่าท่านยังจะลีลาที่จะหย่ากับข้าอยู่อีกหรือไม่!" - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Ver más-เรือนซินหยาง จวนอ๋องฉิน-
"พระชายาเพคะ พระชายา"
เสียงเรียกจากสตรีนางหนึ่งลอยเข้ามาในโสตประสาทการรับฟังใกล้เสียจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน เปลือกตาบางค่อยๆ แย้มกระพริบขึ้น
นางหายใจเข้าเฮือกใหญ่ร่างเพรียวบางพยายามยันตัวลุกขึ้นโดยมีสาวใช้คนสนิทประคองตัวช่วยอีกแรง
เมื่อเด็กสาวข้างกายประคองตัวนางให้เอนกายไปกับพนักพิงตรงหัวเตียงนอนแล้วลู่เหยียนซินก็หันมองไปรอบๆ ห้อง นางเริ่มรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง
ดวงตาเล็กเรียวทอดมองมายังหญิงสาวตรงหน้าใบหน้าเล็กไร้เดียงสานั้นยังคงมีหยาดน้ำตานองเต็มดวงตา และกำลังนั่งจ้องมองนางด้วยความดีใจอย่างเป็นที่สุด
"เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าพระชายากระนั้นหรือ"
"ก็ใช่น่ะสิเพคะพระชายา อาการป่วยของท่านคงไม่ได้ทำให้เลอะเลือนจนจำอะไรไม่ได้หรอกนะเพคะ"
สาวใช้คนสนิทของเจ้าของร่างนี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำคล้ายผ่านการร้องไห้มานานนับหลายวันและมีทีท่าจะร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งหลังได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นนายสาวเอ่ยถามขึ้นเมื่อครู่นี้
ลู่เหยียนซินพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ก่อนที่นางจะตื่นขึ้นมานั้นในช่วงเวลาหนึ่งที่คล้ายกับอยู่ในห้วงแห่งความฝันลู่เหยียนซินเห็นตนเองอยู่ในห้องผ่าตัด นางกำลังผ่าตัดช่วยชีวิตหญิงท้องแก่ที่ประสบอุบัติเหตุอย่างร้ายแรงและส่งผลต่อเด็กในครรภ์โดยตรง การผ่าตัดใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆนางไม่คิดแม้แต่จะพักเลยสักนิดเพราะทุกวินาทีนั้นมีค่าหากพลาดแม้แต่นิดเดียวเท่ากับพรากชีวิตผู้เป็นแม่และเด็กน้อยไปตลอดกาล
ในที่สุดผลของความพยายามและแรงกดดันที่มีก็สิ้นสุดลงการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี นางกลับไปยังห้องพักแพทย์ด้วยความเหนื่อยล้าแล้วโน้มตัวลงพักได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองมาอยู่ที่นี่เสียแล้วและมาอยู่ในร่างของลู่เหยียนซินคนที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับตนเองอีก
ขณะที่ลู่เหยียนซินนั่งคิดเงียบๆ เพียงลำพังความทรงจำบางอย่างในที่ที่ไม่ได้เป็นของนางก็ค่อยๆ ไหลทะลักเข้ามาอย่างช้าๆ
ลู่เหยียนซินเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เกิดจากฮูหยินเอกของอัครมหาเสนาบดีลู่ขุนนางฝ่ายบุ๊นของราชสำนัก นางมีจิตพิศมัยรักใคร่อ๋องฉินตั้งแต่ยังเยาว์วัยเหตุเพราะเขาเคยช่วยนางออกจากป่าทำให้นางประทับใจและหลงรักเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เมื่อเติบโตขึ้นจนถึงวัยปิ่นปักก็ได้บังคับให้บิดาขอพระราชทานสมรสให้นางแต่งเป็นพระชายาเอกของอ๋องฉิน เยว่เหวินหมิง
ลู่เหยียนซินแต่งงานเข้ามาในจวนแห่งนี้จนเวลาล่วงเลยมาครึ่งปีแล้วแต่อ๋องฉินกลับไม่เคยแตะต้องตัวนางเลยสักครั้ง เหตุเพราะบุรุษผู้นี้มีใจรักใคร่ต่อ หยางซูฉิน บุตรสาวคนเล็กของตระกูลแม่ทัพหยางและความตั้งใจเดิมของเขาคือแต่งหยางซูฉินมาเป็นชายาเอกแต่กลับได้ลู่เหยียนซินมาแทน
ตั้งแต่นางแต่งเข้ามาในจวนอ๋องก็เอาแต่ทะเลาะตบตีบ่าวไพร่ไม่เว้นวันเป็นเหตุให้อ๋องฉินเกลียดชังนางมากขึ้นกว่าเดิม แต่ลู่เหยียนซินกลับคิดว่าเป็นเพราะหยางซูฉินยังมีชีวิตอยู่อ๋องฉินจึงไม่รักนาง ถึงกลับกล้าวางแผนส่งคนไปลอบทำร้ายหยางซูฉินระหว่างที่นางเดินทางมาที่จวนอ๋องแห่งนี้
หยางซูฉินได้รับความช่วยเหลือจากอ๋องฉินไว้ได้ทันเวลาและเมื่อเขาส่งคนไปสืบสาวราวเรื่องแล้วพบว่าเป็นลู่เหยียนซินที่เป็นคนบงการจึงสั่งโบยนางไปห้าสิบไม้ และกักขังนางเอาไว้ในเรือนซินหยางทั้งยังสั่งไม่ให้นางย่างกรายออกมาจากเรือนนั้นอีกจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากเขานั่นเอง
ขณะนั้นลู่เหยียนซินตระหนักแล้วว่าอ๋องฉินนั้นเกลียดชังนางมากเพียงใด นางยิ้มอย่างขมขื่นกับโชคชะตาที่นางเลือกพร้อมกับหลับตาลง 'ข้าจะตายแล้วสินะ...' นางปิดตาลงพร้อมกับความเสียใจอย่างสุดแสนจะบรรยายออกมา
ลู่เหยียนซินค่อยๆ หลับตาลง หูของนางได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือพลันสติของนางก็ค่อยๆ ดับวูบไปทีละนิด
‘อาจจะเพราะเหตุการณ์นี้หรือไม่ที่ทำให้นางได้เข้ามาอยู่ในร่างของเจ้าของร่างเดิมผู้นี้’
‘เฮ้อ...ข้ามมิติมาทั้งทีเหตุใดไม่ให้ไปอยู่ในร่างของชาวบ้านธรรมดากันเล่า ทำไมต้องมาอยู่ในร่างของสตรีผู้ที่สร้างปัญหาใหญ่โตเอาไว้ให้นางตามแก้ไขกัน!'
“นี่เจ้า! ข้าส่งเจ้าขึ้นรถม้าไปกับตาแล้วเหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ตรงนี้ได้อีกเล่า”นางไม่สนใจที่เยว่เหวินหลงเอ่ยถามออกเดินสำรวจสถานที่ตรงหน้าอย่างสนใจสิ่งใด เดินตรงเข้าไปในศาลาหลังงามโอ่อ่าหลังนั้น‘แค่ศาลายังตกแต่งงดงามเพียงนี้แล้วภายในจวนจะงามถึงเพียงไหนกันนะ’“ข้าถามเจ้าเหตุใดไม่ตอบ”“โถ่ท่านพี่ ข้าเพียงแค่เหงากลับจวนไปข้าก็ต้องอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อนเล่นจึงแอบตามท่านมาก็เท่านั้นเองท่านจะดุข้าไปทำไมกันเล่า”นางนั่งลงทำหน้าเหมือนจะสำนึกผิดแต่ไม่ใช่ในสายตาของผู้เป็นพี่ชายอย่างเยว่เหวินหลง ใบหน้าเรียวเล็กนั้นกำลังทำสีหน้าเศร้าอย่างที่สุดฮั่วเฟิงอวี้เห็นดังนั้นถึงกับอดยิ้มไม่ได้“คุณหนูหากว่าท่านอยากมาด้วยก็น่าจะบอกพวกข้าดีๆ ไม่เห็นต้องแอบตามมาเลย ว่าแต่ท่านไปอยู่ส่วนไหนของรถม้ากันเหตุใดแม้แต่ข้าและคุณชายถึงไม่รู้ตัวเลยเล่า”"พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าเก่งกาจวิชาตัวเบาแค่ไหนก็เพราะมัวแต่แอบไปหาขนมกินตอนดึกแล้วโดนท่านแม่จับได้บ่อยๆ นั่นแหละ ข้าถึงได้ตั้งอกตั้งใจฝึกฝนวิชานี้จนช่ำชองอย่างไรเล่า"“เฮ้อ...” เยว่เหวินหลงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย‘ในหัวของนางคงมีแต่เรื่องกินอย่างเดียวสินะ’“คุ
ยามสิ้นแสงตะวันทั่วทั้งเมืองคล้ายถูกฉาบไว้ด้วยผืนแพรสีทอง ควันจากการปรุงอาหารลอยละลิ่วหายไปในหมู่เมฆ ฉินอ๋องยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่างจ้องมองไปยังลู่เหยียนซินด้วยแววตาครุ่นคิด ประหนึ่งมีคำถามนับพันที่ยังไม่คลี่คลาย“เมื่อครู่เจ้าพูดถึงใครนะ”“ข้าพูดไปหลายรอบแล้วนะนี่ท่านไม่ได้ฟังเลยอย่างนั้นหรือ”“มิใช่เช่นนั้นข้าก็แค่อยากให้แน่ใจว่าเขาคือคนผู้นั้นจริงๆ”“ก็คือเขานั่นล่ะท่านผู้เฒ่าที่อยู่หุบเขาลึกลับผู้นั้น”"อะไรทำให้เจ้ามั่นใจเพียงนั้น? หากเป็นพวกนักต้มตุ๋นที่หวังล่อลวงลูกสาวเราไปมิแย่หรอกหรือ""ล่อลวงลูกสาว..."ฉินอ๋องพยักหน้าสีหน้าของเขาเคร่งขรึมจริงจังเสียจนลู่เหยียนซินต้องยอมลดทอนความโกรธเคืองในใจลง‘อย่างหลิงเอ๋อน่ะนะจะมีคนกล้าแตะต้อง? ใครที่คิดจะจับตัวนางไปคงต้องเรียกว่ารนหาที่ตายหรือสิ้นคิดจนถึงที่สุดแล้วกระมัง’“ท่านเชื่อข้าเถอะเขาคือท่านผู้เฒ่าคนนั้นจริงๆ”“เช่นนั้นก็แสดงว่าตาแก่นั่นตามพวกเรามาจนกระทั่งลูกๆ เติบโตมาจนถึงตอนนี้เลยหรือนี่”“ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลที่สำคัญไม่ใช่ว่าเพราะการมีอยู่ของเขาที่ทำให้เราสองคนรอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอกหรือ ข้าเคยได้ยินมาว่าหากเข้า
-เมืองจี้โจว-เป็นเวลากว่าสามเดือนมาแล้วที่ลู่เหยียนซินปักหลักอยู่ที่เมืองจี้โจวและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเมืองหลวงแต่อย่างใด คนทั้งคู่มีความเห็นตรงกันเรื่องที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่ในอีกไม่ช้านี้เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่เยว่เหวินหลิงรบเร้าให้ผู้เป็นพี่ชายพาออกจากจวนเพื่อมาเที่ยวเล่นในเมือง แต่วันนี้ไม่มีชิงอีกับเฟยหยาคอยดูแลเหมือนเช่นทุกวันจนทำให้เขาพลาดพลัดหลงกับเยว่เหวินหลิงเข้าจนได้แม้ว่าเยว่เหวินหลิงจะพลัดหลงกับพี่ชายของนางแต่เด็กหญิงกลับไม่มีความตื่นตระหนกใดๆ เลยสักนิด นางเอาแต่เดินเล่นไปจนทั่วทั้งเมืองในมือน้อยๆ ก็ถือพุทราเชื่อมเอาไว้แน่นทันใดนั้นสายตาของเด็กหญิงก็สะดุดเข้ากับร่างตะคุ่มของใครบางคนที่นั่งคู้ตัวอยู่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ นางค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปเพ่งมองด้วยความสงสัย“ท่านตาไม่สบายหรือเจ้าคะ”
แม้ว่าเรื่องราวเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะจบลงไปแล้วแต่อ๋องฉินกลับไม่คิดเช่นนั้น ความโลภของคนเราไม่มีทางจะหมดไปง่ายๆ สิ่งที่จะช่วยให้ครอบครัวของเขาหลุดพ้นไปได้จริงๆ ไม่ใช่การครอบครองตำแหน่งที่สูงแต่เป็นการอยู่อย่างสงบห่างจากคนโลภพวกนี้เสียมากกว่าวันเวลาผ่านล่วงเลยปีแล้วปีเล่าในที่สุดบุตรสาวและบุตรชายของเขาก็อายุได้สี่ปีแล้วเด็กทั้งสองคนเติบโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูของทุกคน ฟังไม่ผิดแล้ว! ทุกคนช่วยกันเลี้ยงดูเด็กๆ แทนผู้เป็นพ่อแม่จริงๆพักนี้ท่านหญิงน้อยดูจะตัวอวบอ้วนขึ้นมามากเพราะไม่ว่าผู้ใดที่แวะมาเยี่ยมนางที่จวนล้วนหยิบเอาขนมหวานและของกินต่างๆ ติดมือมาให้นางด้วยทั้งนั้นคนในวังยิ่งแล้วใหญ่ขนมหวานมากมายตระการตาถูกประเคนใส่ปากนางไม่ยั้ง ฮองเฮาเองดูจะมีความสุขมากที่เห็นปากน้อยๆ ของนางเคี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อยองค์รัชทายาทก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันทรงเสด็จไปต่างเมืองเมื่อกลับมาก็






reseñas