로그인ชาติก่อนนางวิ่งตามเขาแทบตายเขากลับไม่เคยเหลียวแล ในชาตินี้นางสาบานว่า "จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนสารเลวผู้นั้นอีก"
더 보기ตอนที่ 1 สตรีไร้ยางอาย
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! "อื้อออ... อ๊า... ท่านอ๋อง... เบา... เบาลงหน่อยเพคะ..." เสียงครางกระเส่าด้วยแรงอารมณ์ปรารถนากับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่สอดประสานกันเป็นจังหวะระรัวดิบเถื่อน ดังสะท้อนก้องภายในห้องบรรทมอันโอ่อ่า กลิ่นหอมกำยานอวลโชยเจือกลิ่นอายคาวราคะคละคลุ้งไปทั่ว บนเตียงกว้างหลังใหญ่บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพย่อยยับไม่ต่างจากสมรภูมิรบ ม่านมุ้งผ้าโปร่งบางสีขาวถูกกระชากจนขาดวิ่นลงมาพาดกองอยู่กับพื้นเตียง ผืนผ้าห่มปักดิ้นทองผืนหนาหลุดลุ่ยไปกองอยู่ที่มุมหนึ่งอย่างไม่ไยดี หมอนอิงใบโตกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทุกตารางนิ้วบนเตียงกว้างเต็มไปด้วยร่องรอยของความป่าเถื่อนและความเร่าร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ เยี่ยลู่ซือคุณหนูใหญ่ของตระกูลอัครเสนาบดี ผู้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมราวกับไข่มุกในมือ บัดนี้กำลังสั่นสะท้านดั่งลูกนกต้องพายุ ชุดสาวใช้เนื้อหยาบสีตุ่นที่นางตั้งใจสวมเพื่อพรางตัวลอบเข้ามา ถูกมือหนาฉีกกระชากจนขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องดั่งหิมะที่กำลังบิดเร้าอยู่ภายใต้ร่างกำยำของตี้ฉิงเทียน หรืออ๋องเก้าผู้ได้รับฉายาว่า ‘มัจจุราชหน้าหยก’ "อ๊ะ... ฮึก..." ริมฝีปากบางสั่นระริก ดวงตาของนางพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตา แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความยินดีแกมหวาดหวั่นเมื่อความปรารถนาของตนสำเร็จ ‘ในที่สุด... ท่านก็เป็นของข้า’ นางลุ่มหลงในตัวเขาจนหน้ามืดตามัว ถึงขั้นวางแผนลักลอบเข้ามาวางยาปลุกกำหนัดในจวนของเขา หวังใช้ร่างกายผูกมัดให้เขาต้องรับผิดชอบแต่งนางเข้าจวน ทว่าความหฤหรรษ์ที่นางวาดฝันไว้กลับมิได้สวยงามอย่างที่คิด "อื้อออ!...อ๊าาา!!" เยี่ยลู่ซือส่ายหน้าไปมาบนหมอนอย่างทรมาน จังหวะกระแทกกระทั้นรุนแรงจนทำให้นางทั้งเจ็บทั้งจุก ร่างแทบจะแตกสลาย ผิวขาวผ่องบัดนี้เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงและรอยกัดที่เขาทิ้งไว้ราวกับจะประทับตราจองจำ สองมือเล็กจึงจิกข่วนแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เพื่อระบายความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ตนได้รับ ถึงจะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแต่นางกลับมีความอิ่มเอมใจ ต่อให้บทรักของเขาจะไร้ซึ่งความปรานี นางก็พร้อมจะอ้าแขนรับมันด้วยความเต็มใจ และนางก็ไม่มีวันเสียใจที่ตัดสินใจทำแบบนี้! ทว่าความคิดนั้นกลับค่อย ๆ เลือนหายไป เมื่อพายุอารมณ์ของมัจจุราชหน้าหยก เริ่มทวีความบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ พิษยาปลุกกำหนัดที่นางเป็นคนปรุงขึ้นเองกับมือ บัดนี้กำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวนางอย่างโหดเหี้ยม ตี้ฉิงเทียนบดเบียดความป่าเถื่อนเข้าใส่ร่างบางอย่างไม่คิดออมแรง คลื่นความเร่าร้อนอันไร้ขีดจำกัดที่เขาโถมเข้าใส่นั้นรุนแรงเสียจนนางเริ่มหวาดกลัว แรงบีบที่เอวบางคอดกิ่วแน่นราวกับคีมเหล็ก ลมหายใจของนางติดขัด เสียงครางกระเส่าแผ่วเบาลงจนเหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ ร่างกายของนางบอบช้ำเกินกว่าจะรองรับโทสะอันเกรี้ยวกราดนี้ได้อีกต่อไป "ทะ... ท่านอ๋อง... พอแล้ว... ได้โปรด..." นางพยายามจะดันแผงอกแกร่งออกห่าง ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดกลับมิอาจสั่นคลอนร่างกำยำได้เลยแม้แต่น้อย ตี้ฉิงเทียนไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอของนาง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักจากหยกน้ำแข็งแดงซ่านด้วยพิษยาและเพลิงแค้น ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบกลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกสตรีที่ตนรังเกียจวางยาปลุกปล้ำถึงในเรือนนอนได้ "เจ้ากล้าดีอย่างไร!..." เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องชิดใบหูเล็ก พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ตะปบเข้าที่ทรวงอกอวบ บีบเค้นและบดขยี้อย่างรุนแรงราวกับจะให้มันแหลกคามือ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด จังหวะรักของเขายิ่งดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ หยาดเหงื่อของเขาสลับกับคราบน้ำตาของนางจนเปียกชุ่มไปทั่วแท่นบรรทม เยี่ยลู่ซือได้รู้ซึ้งแล้วว่า ความสุขสมที่นางเคยถวิลหาบัดนี้กลายเป็นความทุกข์ทรมานที่แสนสาหัสจนแทบขาดใจ นางพยายามดิ้นรนหนี แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรง ตี้ฉิงเทียนจ้องมองสตรีใต้ร่างด้วยดวงตาที่คุกรุ่น เขารู้ตัวตั้งแต่แรกว่าถูกวางยา และรู้ดีว่าสตรีหน้าไม่อายที่ปลอมตัวเป็นสาวใช้ผู้นี้คือใคร "เจ้าอยากเป็นพระชายาจนตัวสั่น ถึงขั้นปลอมตัวเป็นสาวใช้มาปีนเตียงข้าเชียวหรือ?" มือแกร่งที่บีบเค้นเต้างาม เลื่อนขึ้นมาบีบที่ลำคอระหงของนาง แรงบีบนั้นเพิ่มขึ้นตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งสูงสอดคล้องกับการสอดใส่ที่รุนแรงจนนางหายใจไม่ออก ใบหน้าของเยี่ยลู่ซือเริ่มกลายเป็นสีคล้ำ “ในเมื่อเจ้าอยากได้ข้านัก... ก็ต้องทนให้ได้!" “อื้อออ... ท่านอ๋อง... ฮึก... ได้โปรด... ปล่อย... ปล่อยข้า...” นางพยายามเค้นเสียงร้องขอชีวิต สองมือทุบแผงอกของเขาเบาๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง เยี่ยลู่ซือเบิกตากว้างจ้องมองใบหน้าคมคายของชายที่นางรักเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งที่นางเห็นในแววตาของเขามีแต่ความเกลียดชังและรังเกียจ แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง พร้อมกับร่างกายของนางที่กระตุกเกร็งก่อนจะนิ่งสนิทไปในอ้อมกอดของชายที่นางรัก...ตอนที่ 63 ครอบครัวอบอุ่นเช้าวันต่อมา...แสงอรุณรุ่งของวันใหม่ทอประกายสีทองอบอุ่นลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้ฉลุลายมงคลเข้ามาภายในห้องนอนเรือนไผ่เขียว กลิ่นอายราคะจากบทรักที่ดำเนินเคี่ยวกรำยาวนานตลอดทั้งค่ำคืนยังคงหลงเหลือจาง ๆ ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมสะอาด เยี่ยลู่ซือค่อยๆ ขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นช้า ๆ ทันทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคือความปวดเมื่อยล้าไปทั้งตัว โดยเฉพาะกึ่งกลางลำตัวทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ขยับกายไปมากกว่านั้น สัมผัสอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งที่พาดอยู่บนเอวคอดกิ่วก็กระชับแน่นขึ้น พร้อมกับแรงดึงรั้งแผ่วเบาที่พาร่างเปลือยเปล่าของนางให้ขยับเข้าไปชิดติดกับแผงอกที่ร้อนผ่าว“เจ้าเพิ่งจะได้นอน นอนพักผ่อนต่ออีกหน่อยเถิด”เยี่ยลู่ซือมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูแช่มชื่นและเปล่งปลั่ง สวนทางกับสภาพของนางราวฟ้ากับเหว“ปล่อยหม่อมฉัน... ยามนี้สายมากแล้ว หม่อมฉันต้องกลับไปหาซวนเอ๋อร์”นางพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าความเจ็บระบมที่ช่วงล่างกลับทำให้นางต้องทรุดฮวบลงไปนอนราบตามเดิมตี้ฉิงเทียนหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มรั้งร่าง
ตอนที่ 62 ชดเชยเวลาที่หายไปเมื่อก้าวข้ามผ่านธรณีประตูห้องนอน ตี้ฉิงเทียนใช้เท้าดันบานประตูไม้ฉลุให้ปิดลงเบื้องหลัง เขาวางร่างบอบบางลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะขยับกายตามขึ้นมาทาบทับกักขังร่างของนางไว้ใต้ร่างของเขาทันที“ท่านอ๋อง...” เยี่ยลู่ซือเอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือ เมื่อสบสายตากับดวงตาคู่คมที่ยามนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนอย่างน่ากลัว ชายหนุ่มมิได้ตอบคำ ทว่าฝ่ามือหนากลับขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จัดการถอดอาภรณ์ที่เกะกะออกจากร่างของนางและของเขา ในพริบตาเดียวเรือนร่างงดงามขาวผ่องก็เปลือยเปล่าตี้ฉิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก แผงอกกว้างกระเพื่อมไหวรุนแรง ลำคอแกร่งแห้งผากยามที่จดจ้องภาพความงดงามและเย้ายวนตรงหน้า ที่เขาไม่ได้เห็นมานานนับสองปี“ซือเอ๋อร์... ข้าคิดถึงเจ้า... ข้าทรมานเหลือเกิน” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า สูดดมกลิ่นหอมจากตัวนางอย่างมัวเมาฝ่ามือหนาลูบไล้ผ่านส่วนโค้งส่วนเว้า ขยับสูงขึ้นบีบเคล้นทรวงอกนุ่มหยุ่นอย่างหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ดิบที่พลุ่งพล่าน ความอัดอั้นและโหยหาทวีความรุนแรงจนแทบจะระเบิด ยามนี้เมื่อนางยอมเปิดใจแล้ว มีหรือที่สัตว์ร้ายหิวโหยตัวนี้จะยอมยั้งมือตี้ฉิงเท
ตอนที่ 61 อย่าไปจากข้าเสียงฝีเท้าของตี้ฉิงเทียนเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ เยี่ยลู่ซือขบเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด หยาดน้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย แรงอารมณ์ทั้งหมดพลุ่งพล่านจนเกินกว่าจะสะกดกลั้น หญิงสาวมิอาจทนต่อความรู้สึกเช่นนี้ได้อีกต่อไป นางสลัดทิฐิที่มีทั้งหมดทิ้งไปในทันที ร่างบางหมุนกายขวับแล้วออกตัววิ่งฉับ ๆ ไปข้างหน้าทันที อาภรณ์ผ้าไหมสีขาวนวลพริ้วไหวตามแรงลมราตรีตี้ฉิงเทียนที่กำลังก้าวเดินด้วยจิตใจที่แหลกสลาย พลันยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่ดังมาจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มยังมิทันได้เอี้ยวหน้ากลับไปมอง ร่างบอบบางของเยี่ยลู่ซือก็พุ่งเข้าประชิดตัวของเขา สองแขนเรียวบางโอบกระชับกอดรอบเอวหนาของเขาจากทางด้านหลังแน่น ใบหน้างดงามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาซบลงกับแผ่นหลังกว้างอย่างแรงร่างสูงใหญ่ของตี้ฉิงเทียนพลันแข็งทื่อ สองเท้าหยุดชะงักนิ่งอยู่กับที่ สัมผัสอบอุ่นจากอ้อมกอดของสตรีที่เขาถวิลหา และความเปียกชื้นจากหยาดน้ำตาของนางที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะกับแผ่นหลัง ทำให้สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ“ซือเอ๋อร์... เจ้า...” ชายหนุ่มพึมพำเสียงสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมเยี่ยลู่ซือกระชับอ้อมกอดรอบเอวของเขา
ตอนที่ 60 ถอดใจหลังจากมารดาเดินทางกลับจวนตระกูลเยี่ยไปแล้ว บรรยากาศภายในจวนอ๋องเก้าก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครา ทว่าคำตักเตือนของมารดายังคงดังก้องอยู่ในหัวของเยี่ยลู่ซือตลอดทั้งบ่ายไม่นานเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอันเป็นเอกลักษณ์ของหมิงซวนน้อยจากทางด้านหน้าจวนก็ดังใกล้เข้ามา“ท่านแม่! ซวนเอ๋อร์กลับมาแล้ว!” เจ้าตัวน้อยดิ้นดุ๊กดิ๊กในอ้อมแขนของบิดา ยื่นมือป้อมทั้งสองข้างไปหาผู้เป็นมารดาทันทีเยี่ยลู่ซือก้าวเข้าไปหา ขยับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอันเป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง มิใช่ฉากบังหน้าที่ฝืนแสดงต่อหน้าคนภายนอก นางยื่นมือเรียวบางไปอุ้มลูกชายเข้ามาแนบอก “เหงื่อท่วมตัวเชียวลูก ไปเที่ยวเล่นกับท่านพ่อ สนุกมากหรือไม่?”“สนุก! วันหลัง...ท่านแม่ไปด้วยกันนะ!” เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่มน สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของมารดาด้วยความออดอ้อนตี้หมิงเทียนทอดสายตามองภาพสองแม่ลูกที่กอดกันอย่างอบอุ่น ก่อนจะสะกดกลั้นความโหยหาไว้ในอกแล้วหันหลังเดินกลับเรือนไผ่เขียวไปเยี่ยลู่ซือมองตามแผ่นหลังหนาที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ แววตาของนางสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนนางจะพาลูกชายไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าราตรีกาลคืบคลานเข้ามาปกคลุมจวนอ๋องอ












리뷰