เข้าสู่ระบบชาติก่อนนางวิ่งตามเขาแทบตายเขากลับไม่เคยเหลียวแล ในชาตินี้นางสาบานว่า "จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนสารเลวผู้นั้นอีก"
ดูเพิ่มเติมตอนที่ 13 แผนการในอนาคตหลายวันต่อมา แสงแดดยามอรุณรุ่งสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อบางเข้ากระทบใบหน้างดงามของเยี่ยลู่ซือที่นอนอุตุอยู่บนเตียงกว้าง นกน้อยส่งเสียงร้องขับขานอยู่นอกหน้าต่าง ทว่ากลับมิอาจทำลายห้วงนิทราอันแสนหวานของนางได้เลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งยามซื่อ (09:00-10:59น.) อาเป่าจึงได้ยกอ่างน้ำล้างหน้าเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเบิกบาน“คุณหนูตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ! ยามนี้ข้างนอกเขาลือกันให้แซดแล้วเจ้าค่ะ!”เยี่ยลู่ซือครางอืออาในลำคอ พลิกกายหลบแสงแดดอย่างเกียจคร้าน “อืม... ข่าวลืออันใดของเจ้า เอาไว้ก่อนขอข้านอนต่ออีกหน่อยเถิด” อาเป่ารีบวางอ่างน้ำแล้วเดินเข้ามาดึงผ้าม่านเปิดออกกว้าง “ก็ข่าวลือเรื่องงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อนอย่างไรเล่าเจ้าคะ ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ยแท้จริงแล้วฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก ที่ผ่านมาเพียงแสร้งทำตัวโง่งมเพื่อตลบหลังและดัดนิสัยพวกคุณหนูตระกูลหลิน ยามนี้มีแต่คนชื่นชมคุณหนูนะเจ้าคะ”คำว่าข่าวลือทำเอาดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันที เยี่ยลู่ซือผุดลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พลางลอบถอนหายใจยาวเหยียด‘ชื่อเสียงเปลี่ยนไปในทางที่ดีงั้นหรือ?
ตอนที่ 12 ความสุขของครอบครัวรถม้าตระกูลเยี่ยเคลื่อนตัวออกจากประตูวังหลวงอย่างเชื่องช้า ยามนี้บรรยากาศภายในรถม้าเต็มไปด้วยความสุขและความปลาบปลื้มใจเยี่ยฟางโฉวยิ้มกว้างจนตาหยี มือแกร่งลูบคางของตนเองเบา ๆ พลางทอดสายตามองบุตรสาวคนโตที่นั่งอยู่ข้างมารดาด้วยความเอ็นดู"ซือเอ๋อร์วันนี้เจ้าทำให้พ่อภูมิใจมาก บรรดาขุนนางเฒ่าพวกนั้นต่างพากันเดินเข้ามาชื่นชมสติปัญญาของเจ้าไม่ขาดปาก""ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพี่" เยี่ยซือฉีรีบเอ่ยสมทบ นางคว้ามือเรียวบางของลูกสาวมากุมไว้แน่น แววตาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความตื้นตัน "ปกติคนพวกนั้นชอบคุยโวว่าบุตรสาวตนเองเก่งกาจศาสตร์ทั้งสี่นักหนา สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่บทกวีเพียงไม่กี่วรรคของซือเอ๋อร์ของข้า"เยี่ยลู่ซือทำได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ ดวงตากลมโตลอบมองไปทางซ้ายทีขวาที นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกยกยอให้เป็นเซียนผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน ทั้งที่ความจริงแล้วบทกลอนมงคลน้ำเน่าพวกนั้น นางเพียงแค่ขุดเอาคลังความรู้ที่เคยฝืนทนจนสมองแทบแตกเพื่อประจบตี้ฉิงเทียนในชาติก่อนออกมาใช้เพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น‘ท่านพ่อ ท่านแม่... พวกท่านอวยข้าเกินไปแล้ว’ นางคร่ำครวญในใจด้วยความรู้สึกกระดาก
ตอนที่ 11 บุรุษปากสุนัขขณะที่เยี่ยลู่ซือและจางซูหลันกำลังสนทนากันอยู่นั้น พวกนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากทางเดินหินอ่อนทอดยาวด้านหน้าศาลา“ลู่ซือ... ดูโน่นสิ...” จางซูหลันกระตุกชายเสื้อสหายรักเบา ๆ แววตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเยี่ยลู่ซือหันขวับไปมองตามสายตาของสหาย และทันใดนั้น หัวใจของนางก็แทบจะหยุดเต้นท่ามกลางแสงจันทร์สลัวและเงาไม้ทอดยาว ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทขลิบทอง ปักลายมังกรสี่เล็บสีเงินกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นจดจ้องตรงมาที่นางอย่างนิ่งสงบ จนไม่อาจคาดเดาความรู้สึกได้'ตี้ฉิงเทียน! เขาเดินมาถึงที่นี่ได้อย่างไรกัน!'“หม่อมฉันจางซูหลัน ถวายพระพรท่านอ๋องเก้าเพคะ” จางซูหลันรีบย่อกายถวายความเคารพอย่างลนลานเยี่ยลู่ซือรีบสลัดความเกียจคร้านทิ้งไปทันที นางทรงตัวลุกขึ้นยืนตรงอย่างรวดเร็ว ในหัวของนางยามนี้มีแต่คำว่า ‘หนี!’ นางต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ความกลัวในส่วนลึกของจิตใจเริ่มส่งผลให้ปลายนิ้วของนางเย็นเฉียบ“หม่อมฉันเยี่ยลู่ซือ ถวายพระพรท่านอ๋องเก้าเพคะ” นางย่อกายลงอย่างรวดเร็ว ก้มหน้าต่ำจนชิดอก “หม่อมฉันทูลลาเพคะ...”นางไม่
ตอนที่ 10 ตกรางวัลสิ้นเสียงหวานอันราบเรียบทว่ากังวานจับใจ ความเงียบงันปกคลุมท้องพระโรงอยู่ชั่วครู่ บทกลอนที่เยี่ยลู่ซือร่ายออกมานั้น มิได้ใช้คำที่มีความหมายลึกซึ้งจนยากแก่การเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้โอ้อวดภูมิปัญญาเกินไปจนน่าหมั่นไส้ ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยคำมงคลที่เข้าใจง่าย และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการยกย่องบารมีขององค์เหนือหัวและแม่ของแผ่นดินได้อย่างแนบเนียนและไร้ที่ติฮ่องเต้ตี้หมิงเทียนทรงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสำราญพระทัย“ฮ่าๆๆๆ ดี! ดีมาก! เป็นบทกลอนที่ไพเราะและเป็นมงคลยิ่งนัก!” ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลก่อนจะหันไปตรัสกับฮองเฮาที่นั่งเคียงข้าง “ฮองเฮา ดูท่าที่ว่าคุณหนูใหญ่เยี่ยร่างกายป่วยไข้จนสติปัญญาเลอะเลือนนั้น จะเป็นเพียงความถ่อมตัวของนางเท่านั้นกระมัง บทกลอนสั้นๆ ทว่าความหมายลึกซึ้งเช่นนี้ สมกับเป็นบุตรสาวของท่านอัครเสนาบดีเยี่ยจริงๆ!”ฮองเฮาทรงคลี่ยิ้มงดงาม สายพระเนตรที่มองลงมายังเยี่ยลู่ซือเต็มไปด้วยความเอ็นดูและพอพระทัย “ฉลาดหลักแหลมและรู้ความยิ่งนัก ร่างกายเพิ่งหายป่วยแต่น้ำเสียงยังกังวานชัดเจน ข้าชอบบทกลอนของเจ้า คุณหนูใหญ่เยี่ย”“ขอบพระทัยฝ่าบาทและฮองเฮาที่ทรงเมตตาเพคะ หม่อ

















