Masuk[มิติ + นางเอกเก่ง + หมอเทวดา + อ่านแล้วสะใจ + สร้างเนื้อสร้างตัว + เนรเทศลี้ภัย + ขวัญใจทุกคน] มู่หนิง ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่กำลังจะตายไปพร้อมกับลูกในท้องของโม่จิ่นยวน ขุนพลผู้เกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์ เพิ่งจะรักษาชีวิตน้อย ๆ ไว้ได้ไม่ทันไร ก็ดันมาเจอเรื่องอีก เพราะตระกูลโม่มีคุณงามความดีสูงส่งจนเกินหน้าเกินตา จึงถูกฮ่องเต้หวาดระแวงและใส่ร้ายป้ายสี จนต้องถูกยึดทรัพย์และเนรเทศ มู่หนิงจึงตัดสินใจเปิดใช้มิติ ขนคลังสมบัติของศัตรูจนเกลี้ยง ระหว่างทางเนรเทศ นางก็ใช้ชีวิตอย่างอิสระและสุขสบาย แถมยังถือโอกาสช่วยรักษาโรคระบาด บรรเทาภัยพิบัติ ขจัดเภทภัยต่าง ๆ ที่เกิดจากมนุษย์ และยังให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงสุดน่ารักคู่หนึ่ง ขณะเดียวกันนางก็ยังค้นพบว่า เพียงแค่ได้แนบชิดกับสามี มิติก็จะสามารถอัปเกรดได้ไม่จำกัด เฮ้~ ระหว่างทางเนรเทศ นางบังเอิญช่วยคนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุใดจึงกลายเป็นรัชทายาทของแคว้นเพื่อนบ้าน แถมยังถูกตามตื๊อไม่เลิกอีก แค่ให้ซาลาเปา ทว่าคนที่นางช่วยให้อิ่มท้องนั้นคือตัวร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลสุดท้ายเขาดันกลับตัวกลับใจ กลายมาเป็นแฟนบอยของนางในทันที ส่วนชายคนที่ถูกนางใช้ดาบแทงจนเกือบตาย ก็ดันกลายเป็นราชาพิษหน้าปีศาจอีก เมื่อไปถึงดินแดนที่ถูกเนรเทศ มู่หนิงก็ทำการค้าสารพัด จนชีวิตเจริญรุ่งเรือง อยู่มาวันหนึ่ง เหล่าแฟนบอยก็พากันมาท้าทายใครบางคน “ตาเฒ่า ถ้าข้าชนะท่าน ข้าก็จะได้แต่งงานกับพี่สาวใช่หรือไม่” พี่สะใภ้ทั้งหกคนก็ชักดาบออกมา “ใครกล้าคิดไม่ซื่อกับน้องสะใภ้เจ็ด ผ่านด่านพวกเราไปให้ได้ก่อน” แม่สามีหันไปมองใครบางคน “กล้ามาแย่งลูกสะใภ้ข้า ถ้าไม่ซัดพวกเขาให้หมอบ ก็อย่าพูดว่าเป็นสายเลือดของตระกูลโม่” หลายปีต่อมา กองทัพกบฏบุกเข้าเมือง ฮ่องเต้ชั่วเห็นว่าชีวิตของตนกำลังจะไม่รอดแล้ว จึงส่งราชโองการสิบเอ็ดฉบับติดต่อกัน เพื่ออ้อนวอนให้แม่ทัพเจิ้นกั๋วกลับเมืองหลวงเข้าควบคุมสถานการณ์ โม่จิ่นยวนฉีกราชโองการทิ้ง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “น้องหญิงบอกว่า ลูกชายข้ามีดวงชะตาเป็นถึงฮ่องเต้ ขอโทษด้วย ข้ากลับเมืองหลวงคราวนี้ เพื่อมาก่อกบฏต่างหาก”
Lihat lebih banyak“ฉันท้อง” เพชรหอมกลั้นใจบอกชายหนุ่มตรงหน้า บุรุษที่หล่อนรักสุดหัวใจ ยอมมอบกายมอบใจให้ทั้งที่ยังไม่แต่งงาน คนได้ยินเลิกคิ้วสูง สีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนเหยียดยิ้ม
“แน่ใจเหรอว่าเป็นลูกฉัน” ราซิเอลโล่ตวัดผ้าห่มออกจากตัว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะคว้าชุดคลุมที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับเรือนกายเปล่าเปลือย “ฉันจำได้ว่า ฉันป้องกันทุกครั้งไม่มีพลาดแน่นอน”
เจ็บ!
เป็นความรู้สึกแรกของเพชรหอมหลังจากได้ยินประโยคอันแสนเจ็บปวด ตามมาด้วยความเสียใจ เสียความรู้สึก และอีกหลากหลายอารมณ์ที่ประดังเข้ามา หล่อนไม่เคยคิดว่า จะได้ยินคำพูดไร้ความรับผิดชอบ และไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้จากผู้ชายที่ตนรัก ไม่เพียงแค่เขาไม่รับผิดชอบ วาจาของเขาหมายถึง หล่อนเป็นผู้หญิงร่าน คบหาผู้ชายหลายคน มั่วไม่เลือกหน้า ทั้งที่ในความเป็นจริงเพชรหอมมีราซิเอลโล่คนเดียว
“ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่คิดรับผิดชอบเธอนะ แต่ฉันมั่นใจว่าฉันป้องกันตัวเองดีมาก ดูอย่างเมื่อคืนสิ ฉันเมาฉันยังใส่ถุงยางเลย ลูกในท้องเธอ ไม่ใช่ลูกฉัน ฉันมั่นใจ”
คำพูดมั่นอกมั่นใจของราซิเอลโล่ เสมือนคมมีดนับร้อยนับพัน ทิ่มแทงหัวใจหล่อนพร้อมกัน มันเป็นความเจ็บปวดร้าวระบมอย่างสุดแสน มากที่สุดในชีวิต น้ำตาจึงหลั่งรินตามความรู้สึกของเจ้าตัว หล่อนมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวด ดูเหมือนว่า ความรู้สึกนั้นจะทวีคูณ เมื่อเขาโยนธนบัตรสกุลเงินยูโรปึกหนึ่งลงบนเตียง
“ถือว่าเป็นค่าตัวเธอก็แล้วกัน ถ้าไม่พอจะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา”
ราซิเอลโล่รู้สึกเสียดายสาวร่างเล็กที่นั่งร้องไห้บนเตียงไม่น้อย หล่อนทำให้เขามีความสุขทุกครั้งขณะร่วมกิจกรรมบนเตียง ความอ่อนหวานและการเอาใจใส่ของเพชรหอมที่ปฏิบัติต่อตนก็ดีเยี่ยม หล่อนจึงเป็นคู่นอนของเขานานที่สุด แต่น่าเสียดายที่หล่อนเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ซึ่งเขามั่นใจหนักหนาว่า ไม่ใช่ลูกของตนล้านเปอร์เซ็นต์ เพชรหอมคงมีความสัมพันธ์กับชายอื่น แล้วเกิดพลาดพลั้งท้อง ซึ่งเขาไม่มีวันยอมรับทารกที่ไม่ใช่สายเลือดของตนแน่นอน
“เธอไม่พูด ไม่ร้องขอเพิ่ม ฉันถือว่าเธอพอใจกับเงินจำนวนนี้” ราซิเอลโล่สรุปเอง “ตามข้อตกลงของเรา ฉันถือว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะอยู่ที่นี่ พอฉันออกมาจากห้องน้ำ ฉันต้องไม่เห็นเธอนะ”
จบคำพูด ราซิเอลโล่หมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำทันที โดยไม่คิดหันมองเพชรหอม พนักงานในบริษัทที่ตนถูกใจตั้งแต่แรกเห็น เขาใช้ความหล่อ ความมีเสน่ห์ ใช้ประโยชน์จากการอ่อนต่อโลกของหล่อน ขุดหลุมทำให้เพชรหอมมานอนอยู่บนเตียงของเขา และตอนนี้เขาก็ไม่ต้องการหล่อนแล้ว
ไม่มีคำใดเอ่ยออกจากปากเพชรหอม นอกจากเสียงสะอื้นที่ถึงแม้ว่าหล่อนจะกลั้นมากเพียงใด ก็ไม่สามารถบังคับไม่ให้เสียงนั้นลอดออกมา เช่นเดียวกับน้ำตาที่ไหลแล้วไหลอีก ไหลออกจากดวงตาดุจสายน้ำ เพชรหอมมองเงินจำนวนนั้นด้วยความร้าวรานใจ หล่อนลุกขึ้นยืน ก้มหยิบเสื้อผ้าบนพื้นมาสวมใส่ ให้ปลายเท้านำพาร่างที่สั่นสะท้านจากแรงสะอื้นออกจากห้องของชายอันเป็นที่รัก
เพชรหอมสาบานกับตัวเองว่าจะรักษาลูกในท้องไว้ จะดูแลเขาด้วยสองมือของตน และจะไม่กลับมากรุงโรมอีก หล่อนจะตัดขาดจากผู้ชายชื่อ ราซิเอลโล่ เดอมาชีตลอดกาล
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ราซิเอลโล่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงาน เขามองออกไปทางนอกฝาผนังที่ทำด้วยกระจก ทอดสายตามองไปไกลราวกับว่า กำลังอยากเห็นใครบางคนตอนนี้ เสียงเคาะประตูห้องเรียกเขาให้ออกจาภวังค์ ชายหนุ่มเจ้าของห้องเบนสายตาไปมองบานประตูห้องที่เปิดออก ลิเดียทำงานในตำแหน่งเลขาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกาแฟ
“กาแฟค่ะคุณเอลโล่”
“ขอบใจ” เขากล่าวเสียงเบา ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ แล้ววางลงบนจานรอง
“ฉันชงกาแฟไม่ถูกใจหรือคะ หลายวันมานี้คุณเอลโล่ดื่มกาแฟไม่หมดสักวัน บางวันแทบไม่ได้ดื่มด้วยซ้ำ”
ลิเดียถามด้วยความสงสัย ปกติราซิเอลโล่เป็นคนติดกาแฟ หากวันไหนไม่ได้ดื่มจะรู้สึกหงุดหงิด สมองไม่แล่น ทว่าระยะไม่กี่วันมานี้ กาแฟที่หล่อนนำมาให้เจ้านาย ไม่เคยหมดเลย
“ไม่รู้สิ มันไม่อยากดื่มไปดื้อๆ” เขาตอบตามจริง
“ถ้าเพ้นท์อยู่ก็คงดีนะคะ เพราะปกติเพ้นท์จะเป็นคนชงกาแฟให้คุณเอลโล่” ลิเดียนึกถึงเด็กฝึกงานที่เข้ามาทำงานได้สามเดือน เพชรหอมเป็นคนทำงานดีและเก่ง แต่อยู่ๆ ก็หายหน้าหายตาไปโดยไม่มีใครรู้ ติดต่อทางมือถือก็ไม่ได้ ส่งเมล์ก็ไม่มีการตอบรับ รวมทั้งช่องทางการสื่อสารอื่นต่างไม่มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน
และเมื่อลิเดียพูดถึงเพชรหอม สีหน้าราซิเอลโล่เครียดลงโดยที่เขาไม่รู้ตัว และพานให้นึกถึงสาวไทยที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงได้ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวบนเรือนร่างหล่อน ทำให้เขารู้สึกและรู้ซึ้งถึงความสุขทางกายมากกว่าหญิงอื่น จนเขาอยากเก็บหล่อนไว้ประดับเตียงไปเรื่อยๆ หากไม่มีเหตุการณ์วันนั้น ป่านนี้เขาคงไม่เหงาใจเช่นนี้
เหงาใจ...
คนอย่างราซิเอลโล่ เดอมาชีเหงาใจเป็นด้วยหรือ เป็นไปไม่ได้ เขาไม่ได้เหงาใจ รอบกายเขามีสตรีสวยงามเพริดพริ้งให้เลือกหลับนอนด้วยทุกวัน ชีวิตเขาไม่มีคำว่าเหงา ใช่...ไม่มี
“คุณออกไปก่อน ผมจะโทรศัพท์”
เขาอ้างไปเช่นนั้น ตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียว อยู่กับความคิดอันแสนสับสนหัวใจ ที่ตีกันยุ่งกับคำถามและคำตอบ
เพชรหอมท้องจริงหรือไม่
ทว่าคำตอบเขาคิดได้ทางเดียวคือ เพชรหอมไม่ได้ท้อง เขามั่นใจว่าตนเองป้องกันตัวเองอย่างดี ไม่มีทางที่ตนจะปล่อยสเปิร์มเข้าไปในรังไข่เพชรหอมแน่นอน หล่อนจ้องจับเขาจึงได้อ้างเช่นนั้น เมื่อมีคำตอบในใจ ราซิเอลโล่ตัดความคิดอันสับสนออกจากหัว เปิดเอกสารที่กองเป็นตั้งๆ บนโต๊ะ นั่งทำงานที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านยูโรดีกว่าคิดเรื่องเพชรหอม
...ผู้หญิงที่มีค่าเวลาอยู่บนเตียงเขาเท่านั้น
“รางวัลอันใดหรือ?”ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันกรูเข้ามา ล้อมหน้าล้อมหลังมู่หนิงเอาไว้จนไม่มีช่องว่างเย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ และซวนหยวนเฉินทั้งสามคน ประคองเอวและขาที่ปวดร้าว เบียดเสียดเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน“ท่านแม่ พวกข้าก็อยากฟังเจ้าค่ะ”บุตรสาวคนโตโม่ซีเหยียน และบุตรสาวคนรองโม่ซีเหยา ก็ชะโงกหน้าเข้ามา จ้องมองมู่หนิงตาเป็นประกายสีหน้าของโม่ซีเย่ยังคงราบเรียบเย็นชาเช่นเคย แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันมู่หนิงมองทุกคน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิติเปิดประตูเชื่อมกาลเวลาสู่บ้านเกิดของข้าในอนาคตได้แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ข้าสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ อีกทั้งมิติในตอนนี้ ข้าสามารถพาคนเข้าไปพร้อมกันได้ถึงยี่สิบคน ดังนั้นพวกท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมโลกที่ข้าเคยใช้ชีวิตมาก่อนได้เช่นกัน”ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ มู่หนิงยังคงปรารถนาที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโลกในอีกพันปีข้างหน้าวันนี้ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราออกเดินทาง ไปดูโลกเดิมของพี่หญิงมู่กัน”“ข้าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นนักว่าโลกอนาคตที่น้องเจ็ดเคยใช้ชีวิตอยู่นั้น จะเจริญรุ่งเรืองน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด”“
เย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ ซวนหยวนเฉิน จากเด็กน้อยไร้เดียงสาในวันวาน หลังจากผ่านไปสิบปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสง่างามเพียงแต่ยามเผชิญหน้ากับโม่จิ่นยวน ความกล้าหาญที่มีกลับกลายเป็นท่าทางของเด็กน้อยในชั่วพริบตาทว่ากระบี่ที่ชักออกมาจากฝักแล้ว ไหนเลยจะเก็บคืนได้ง่าย ๆ ?ทุกคน “...???”“พรูด~”มู่หนิงกำลังดื่มน้ำผลไม้ พอได้ยินประโยคนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา“เจ้าว่าอะไรนะ?”โม่จิ่นยวนหรี่ดวงตาสีดำอันเฉียบคมลงเล็กน้อย มองไปที่ซวนหยวนเฉินและเจ๋ออวี่ทั้งสองคน พลางคาดคั้นว่า “พวกเจ้าเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเขาหรือ?”เย่อู๋เฉินและเจ๋ออวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอนึกถึงคำพูดของซวนหยวนเฉินก่อนหน้านี้ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ตลอดหลายปีมานี้ พวกเราชอบพี่หญิงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงอยากแต่งกับนาง นี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดจนป่านนี้แล้วถึงยังไม่แต่งงานมีลูกเสียที”“...”มู่หนิงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเจ้าเด็กบ้าพวกนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่กล้าพูดวาจาเช่นนี้ต่อหน้าโม่จิ่นยวน ไม่กลัวโดนซัดจนปางตายหรืออย่างไรพี่สะใภ้ทั้งหกได้ยิ
แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นในวังหลวง หรือจวนแม่ทัพ ย่อมมีห้องส่วนตัวสำหรับทั้งสองเสมอเดิมทีโม่ซีเย่คิดจะส่งคนมาช่วยจัดแจง แต่เนื่องจากมู่หนิงมีข้าวของจากยุคปัจจุบันมากมาย ไม่สะดวกให้ผู้คนรับรู้ จึงต้องรอให้พวกเขากลับมาจัดการกันเองมู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปี ดังนั้นห้องของตนจึงไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมาก ทั้งสองจึงไปช่วยจัดห้องให้คนอื่น ๆมู่หนิงไปเยือนห้องของใคร ก็จะนำเครื่องปรับอากาศ โคมไฟ ที่นอน ผ้านวมขนเป็ด ผ้าห่ม และเครื่องปั่นไฟพวกนี้ออกมาโชคดีที่ทุกคนคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้เป็นอย่างดี จึงจัดแจงได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่ทันหมดช่วงบ่ายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว“พี่หญิงมู่! ข้าพักที่ไหนหรือ?”ซวนหยวนเฉินเห็นมู่หนิงวิ่งวุ่นไปห้องของคนโน้นทีคนนี้ที แต่กลับไม่เห็นมาห้องของตน จึงได้แต่เดินเข้าไปหาด้วยความน้อยใจ มู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “วางใจเถิด ไม่ลืมเจ้าหรอก เพียงแต่เจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของในมิติของข้ามากนัก ข้าจึงรอให้จัดห้องของทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปช่วยเจ้าจัดห้องทีเดียว เช่นนี้จะรวดเร็วกว่ามาก”“ขอบคุณพี่หญิงมู่!”ซวนหยวนเฉินซาบซึ้งใจจนอยากจะเข้าไปก
“เจ้าน่ะ ก็เอาแต่ตามใจนางอยู่นั่นแหละ ใครใช้ให้นางซุ่มซ่ามเดินไม่ดูทาง บ่นวันละแปดร้อยรอบก็ไม่จำ”มู่หนิงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยดุนางอย่างไม่สบอารมณ์บุตรสาวคนเล็กนี่ช่างแก่นแก้วเสียจริง ปีนต้นไม้ ล้วงรังนก ลงนาจับปลาไหล จับปลาช่อน แถมยังยิงหนังสติ๊กได้เก่งกาจสุด ๆบางครั้งก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า นางเป็นเด็กผู้ชายหรือไม่ประเด็นคือ นางฝีมือก็ไม่เอาไหนแต่ยังชอบเล่นนักเป็นประเภทที่ซื่อบื้อไม่รู้จักจำ เคยพลาดท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เจ้าพร่ำบอกนางกี่ครั้ง นางก็ยังทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่ดียกตัวอย่างเรื่องเล่นซน ปกติให้นางวิ่ง ก็ต้องระวังรอบข้าง ต้องระวังตัวให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นจะหกล้มหรือไม่ก็ชนข้าวของนี่อย่างไรเล่า ชนพี่ชายของนางเสียแล้ว“ท่านแม่~”โม่ซีเหยาเอ่ยเรียกมู่หนิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาจนแทบจะแขวนเนื้อหมูได้สองชั่งอยู่แล้ว“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”โม่ซีเย่วางโม่ซีเหยาลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งสองคน“เย่เอ๋อร์~”วินาทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่ซีเย่ ก็ชะงักไปนาน ก่อนจะเข้า
“ท่านแม่อยากให้ข้าเป็นหรือ?”โม่ซีเย่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมู่หนิงแล้วถามกลับไปตอนเด็ก ท่านอาซวนหยวนเคยเอ่ยปากให้เขาเป็นฮ่องเต้ ตอนนั้นทุกคนในครอบครัวต่างปฏิเสธและท่านแม่ก็เป็นคนแรกที่เอ่ยปากปฏิเสธ อีกทั้งยังมีอารมณ์รุนแรงมากที่สุดแม้ว่าตอนนั้นเขาจะยังเด็ก แต่ก็จดจำได้อย่างชัดเ
ภายใต้ตำรับโอสถที่เย่อู๋เฉินคิดค้น โรคระบาดร้ายแรงครั้งนี้จากระดับควบคุมกลายเป็นลดน้อยลง และลดลงจนสุดท้ายก็หายไปโดยสิ้นเชิงแม้ในช่วงนั้นชาวบ้านหลายคนจะเฉียดหัวไหล่กับเทพแห่งความตาย และมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ต้องสูญเสียญาติพี่น้อง บิดา มารดา บุตรชาย บุตรสาวไปในชั่วข้ามคืน แต่เมื่อโรคระบาดหายไป ราษฎรทั
“หลี่เชียนเชียน?”โม่จิ่นยวนเห็นนางเอ่ยถึงหลี่เชียนเชียน หว่างคิ้วและดวงตาก็เต็มไปด้วยความรังเกียจใครเล่าจะคาดคิดว่า เขาจะมีช่วงเวลาที่หวนระลึกถึงความทรงจำในชาติก่อนได้เช่นกันมู่หนิงพยักหน้า แล้วกล่าวต่อ “ใช่แล้ว ตอนที่ข้าพาเด็ก ๆ ออกเดินทางจากเมืองไถโจว นางกำลังทยอยขายทรัพย์สมบัติ ข้าไม่เชื่อว
ในขณะนี้ ผู้บัญชาการเฉินได้นำคนถือคบเพลิงบุกเข้ามาแล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาก็เริ่มทำการตรวจค้นไปทั่วอย่างรวดเร็ว“รายงานท่านผู้บัญชาการ ที่นี่ไม่มีขอรับ”“ข้าน้อยก็ไม่พบหัวขโมยเช่นกันขอรับ”คนสิบกว่าคน ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีสั้น ๆ ก็แทบจะรื้อค้นตำหนักเย็นแห่งนี้จนทั่วแล้วทว่าผู้บัญชาการเฉินกลับไ












Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak