Share

บทที่ 13

Penulis: เจว๋เหริน
ซูไห่เฉาที่ถูกวางสายใส่รู้สึกหงุดหงิดมาก เขาขว้างโทรศัพท์ลงบนพื้นจนมันแตกเป็นเสี่ยง ๆ

“ไอ้คนต่ำต้อย กล้าดียังไงมาวางสายใส่ฉัน!” ซูไห่เฉาพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

ซูกั๋วหลินรู้สึกเป็นกังวล ถ้าซูหยิงเซี่ยไม่ออกมารับหน้าแทน พวกเขาจบเห่แน่

“ไห่เฉาเกิดอะไรขึ้น ซูหยิงเซี่ยไม่ยอมช่วยเหรอ?” ซูกั๋วหลินถาม

ซูไห่เฉายิ้มเยาะและพูดขึ้นว่า “หานซานเฉียนรับสายแทน มันบอกว่าซูหยิงเซี่ยป่วย”

“ป่วยอย่างนั้นเหรอ?” ซูกั๋วหลินถ่มน้ำลายลงพื้นและพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “ฉันว่าเธอคงแกล้งป่วยน่ะสิและจงใจไม่ช่วยมากกว่า”

ถึงซูกั๋วหลินจะรู้สึกโกรธจัด แต่เขาก็ยังควบคุมอารมณ์ได้ ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องขอให้ซูหยิงเซี่ยออกมารับหน้าแทนให้ได้ การร่วมมือกับเธอคือเรื่องเล็ก แต่การถูกไล่ออกจากตระกูลซูนั้นคือเรื่องใหญ่

“ไห่เฉาไปกันเถอะ พ่อจะพาแกไปเอง” ซูกั๋วหลินกล่าว

ตั้งแต่ที่ซูไห่เฉาถูกหานซานเฉียนวางสายใส่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา เขาโกรธมากและแน่นอนว่าต้องไปจัดการกับหานซานเฉียน

เมื่อพวกเขามาถึงชุมชนที่ครอบครัวของซูหยิงเซี่ยอาศัยอยู่ ซูกั๋วหลินก็แสดงท่าทางรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ครอบครัวซูต่ำต้อยที่สุดในตระกูลซูจริง ๆ อาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้ยังไงกัน”

“พ่อ พวกมันมีบ้านแบบสุนัขอยู่ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว เงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่นหยวนจะให้พวกมันอาศัยอยู่ในคฤหาสน์เขาหยุนติงหรือไงกัน?” ซูไห่เฉาพูดพลางหัวเราะเยาะเย้ยไปด้วย

การจะอาศัยอยู่ในโครงการคฤหาสน์เขาหยุนติงจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจ และความปรารถนาสูงสุดของหญิงชราก็คือการที่ครอบครัวของตระกูลซูจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์บนภูเขาหยุนติง เพราะการอาศัยอยู่ที่นั่นเท่านั้นที่จะสามารถถือว่าได้ว่าเป็นพื้นฐานแรกของตระกูล

เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น หานซานเฉียนก็บอกให้ซูหยิงเซี่ยกลับเข้าไปในห้อง ในเมื่อจะแกล้งป่วย ก็ต้องแสดงให้แนบเนียน

เมื่อประตูถูกเปิดออก ซูไห่เฉามองไปที่หานซานเฉียนอย่างโกรธแค้น

“หานซานเฉียน เมื่อกี้แกกล้าวางสายใส่ฉันเหรอ?” ซูไห่เฉาพูด

“ใช่”

ซูไห่เฉายกกำปั้นขึ้นและเหวี่ยงไปที่ใบหน้าของหานซานเฉียนอย่างสุดกำลัง

“คนต่ำต้อยอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาวางสายใส่ฉัน”

ปั๊ก!

หานซานเฉียนเตะเข้าที่ท้องของซูไห่เฉาอย่างแรง

กำปั้นของซูไห่เฉายังไม่ทันโดนใบหน้าของหานซานเฉียน ตัวของเขาก็ลอยไปกระแทกกำแพงอย่างแรง

ซูไห่เฉารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ท้องอย่างรุนแรง ทำให้เขาตัวงอหมอบลงกับพื้น

“หานซานเฉียน แกกล้าทำร้ายลูกชายฉันเหรอ” ซูกั๋วหลินรู้สึกโกรธมากเมื่อเขาเห็นฉากนี้

หานซานเฉียนจ้องไปที่ซูกั๋วหลินด้วยสายตาเย็นชาและพูดว่า “ถ้าคุณพูดไร้สาระอะไรอีก คุณก็จะโดนด้วยเหมือนกัน”

ซูกั๋วหลินรู้สึกตกตะลึงกับสายตาของหานซานเฉียน จู่ ๆ สายตาของเจ้าคนไร้ค่านี่ก็ทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมา

เขาเป็นคนอ่อนแอที่ถูกรังแกมาตลอดไม่ใช่เหรอ? ทำไมวันนี้เขาถึงได้แข็งข้อขึ้นมาแบบนี้

“หานซานเฉียน แกกล้าทำร้ายฉันเหรอ” ซูไห่เฉากัดฟันพูดด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น

“ในเมื่อมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ ก็แสดงท่าทีให้เหมือนมาขอร้องคนหน่อย คุณย่าไม่ได้บอกจุดจบของพวกคุณให้รู้เหรอ หากพลาดโอกาสการเป็นหุ้นส่วนในครั้งนี้?” หานซานเฉียนกล่าว

ประโยคนี้ทำให้ความรู้สึกโกรธจัดของซูกั๋วหลินและซูไห่เฉาลดลงแทบทันที หากพวกเขาไม่สามารถแก้ไขปัญหาครั้งนี้ได้ พวกเขาจะต้องถูกไล่ออกจากตระกูลซู

“หานซานเฉียน เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับแกด้วย? ให้ซูหยิงเซี่ยออกมาเดี๋ยวนี้” ซูกั๋วหลินกล่าว

“มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมอย่างงั้นเหรอ ซูหยิงเซี่ยเป็นภรรยาของผม และตอนนี้เธอก็ไม่สบาย ดังนั้นผมมีหน้าที่ดูแลกิจการครอบครัวแทนเธอชั่วคราว” หานซานเฉียนพูดตอบ

“ภรรยาเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของหานซานเฉียน ซูกั๋วหลินและซูไห่เฉาก็หัวเราะเยาะขึ้นพร้อมกัน

“หานซานเฉียน แกยังมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายอยู่ไหม แกมันไร้ประโยชน์ เอาแต่เกาะผู้หญิงกิน แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้งั้นเหรอ?” ซูกั๋วหลินพูด

“ซูหยิงเซี่ยเห็นด้วยกับสิ่งที่แกพูดรึเปล่า? แกคงไม่รู้ว่าซูหยิงเซี่ยกำลังสวมเขาให้แกสินะ แกคิดว่าเธอไปขอเจรจาการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทลั่วเฉวได้ยังไงล่ะ?” ซูไห่เฉามองหานซานเฉียนอย่างเย้ยหยัน

หานซานเฉียนขมวดคิ้ว ซูหยิงเซี่ยขอเจรจาการเป็นหุ้นส่วนได้อย่างไร เขารู้อย่างแน่นอน และเขารู้สึกว่าซูไห่เฉากำลังพูดจาดูถูกซูหยิงเซี่ย

หานซานเฉียนเดินเข้าไปหาซูไห่เฉาด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงเจตนาที่อยากจะฆ่าเขาให้ตาย

ซูไห่เฉาเอียงคอหลบด้วยความหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก เขาพูดอย่างตะกุกตะกักว่า “แก...แกจะทำอะไร”

“ถ้าแกกล้าพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับเธออีกล่ะก็ ฉันจะฆ่าแกแน่”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1455

    เมื่อเผชิญกับทัศนคติเช่นนี้ของเฟยหลิงเอ๋อร์ หานซานเฉียนก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับนางอย่างไรขอทานตัวน้อยคนนี้จงใจปกปิดตัวตน การเก็บนางไว้จะเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันนะ?แต่นางรู้ข่าวเกี่ยวของเจียงหยิงหยิงและรู้ตัวตนของไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ด้วย ดังนั้นหานซานเฉียนจึงไม่สามารถขับไล่นางไปได้แต่ถ้าอยากรู้ตัวตนของนาง นางก็พูดเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าต้องเก็บนางเอาไว้ถึงจะรู้ได้ว่านางเป็นใคร“เจ้ามาหาข้าเพราะเหตุใด” หานซานเฉียนถาม และหลังจากถามคำถามนี้ เขาก็เตือนอีกว่า “ข้าจำเป็นต้องรู้ หากเจ้าไม่เต็มใจที่จะตอบข้าอย่างตรงไปตรงมา ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าอยู่ด้วย”“ข้าคิดว่าท่านมีพลังมาก เหตุผลนี้เพียงพอหรือไม่” เฟยหลิงเอ๋อร์กล่าวนี่...หานซานเฉียนพูดไม่ออก และทันใดนั้นก็รู้สึกว่าคำถามของเขาไม่จำเป็นเลย และเขาก็ไม่สามารถได้รับคำตอบที่ลึกกว่านี้ได้แต่สิ่งหนึ่งที่หานซานเฉียนแน่ใจก็คือ เฟยหลิงเอ๋อร์ต้องซ่อนความลับบางอย่างไว้ สำหรับสิ่งที่นางต้องการนั้น บางทีอาจต้องรู้จักกันสักพักถึงจะสามารถรู้ได้“ท่านคงไม่คิดที่จะเก็บนางไว้จริง ๆ หรอกใช่หรือไม่?” ไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์มองหานซานเฉียนด้วยท่าทางเป็นกังวล นาง

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1454

    “เจ้าเป็นใครกันแน่ ข้าไม่คิดว่าเจ้าเป็นขอทาน” หานซานเฉียนถามเฟยหลิงเอ๋อร์อย่างตรงไปตรงมาเฟยหลิงเอ๋อร์ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ถ้าอยากรู้ว่าข้าเป็นใคร ก็เก็บข้าไว้ แล้วท่านจะได้รู้ในภายหลัง"หานซานเฉียนขมวดคิ้วเล็กน้อย สิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยพูดมันชัดเจนมาก นางยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่ขอทาน แต่ถ้าหานซานเฉียนอยากรู้ เขาก็ต้องเก็บนางไว้ข้างกาย“นี่เป็นข้อตกลงอย่างนั้นหรือ?” หานซานเฉียนถามพลางขมวดคิ้วเฟยหลิงเอ๋อร์ยิ้มและพยักหน้า“หากข้าไม่สงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเจ้า ข้าก็ไล่เจ้าไปได้ใช่หรือไม่?” หานซานเฉียนกล่าวต่อราวกับว่านางไม่คิดว่าหานซานเฉียนจะพูดแบบนั้น เฟยหลิงเอ๋อร์ย่นจมูกและดูครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างเพื่อตอบโต้หานซานเฉียน“เราไม่อยากรู้เกี่ยวกับเจ้า รีบออกไปซะ” ไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น“ไม่ ท่านต้องสงสัยเกี่ยวกับตัวข้าแน่” เฟยหลิงเอ๋อร์กล่าวหานซานเฉียนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าสาวน้อยคนนี้จะผยองเช่นนี้ แต่เขาได้รับไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์เอาไว้แล้วหนึ่งคน และตัวตนของนางก็พิเศษมากด้วย เขาจะยอมให้เฟยหลิงเอ๋อร์อยู่ด้วยได้อย่างไร?หานซานเฉีย

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1453

    เมื่อหานซานเฉียนกลับมาที่ลานบ้าน ไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่บนบันไดศาลาลานด้วยความงุนงงราวกับว่านางเสียสติไปแล้ว“เป็นอะไรไป?” หานซานเฉียนเดินเข้ามาก่อนจะถามขึ้นไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ชี้ไปข้างหน้าและไม่พูดอะไรเมื่อมองไปทางนิ้วของไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ หานซานเฉียนก็พบแผ่นหลังของหญิงสาวผมหางม้า นางดูตัวเล็กมาก แต่เมื่อมองจากด้านหลังก็เดาได้ว่านางเป็นคนที่สวยงาม“นางเป็นใคร?” หานซานเฉียนถามอย่างสงสัยไป๋หลิงหว่านเอ๋อร์ได้สติ นางเงยหน้าขึ้นมองหานซานเฉียนแล้วพูดว่า “นางคือขอทานตัวน้อยคนนั้นไงเจ้าคะ”ขอทานตัวน้อย!หานซานเฉียนก้าวไปข้างหน้าและตะโกนเรียกขอทานตัวน้อย “หันกลับมาให้ข้าดูหน่อยสิ”ขอทานตัวน้อยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับมาอย่างเขินอาย ใบหน้าของนางแดงราวกับแอปเปิลประณีต ไร้ที่ติ นี่เป็นคำจำกัดความที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่หานซานเฉียนนึกถึงได้เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนกับตุ๊กตา ไม่เพียงแต่ผิวพันของนางจะเนียนสวยไร้ที่ติเท่านั้น แต่หน้าตาของนางก็ปราณีตมาก ในชีวิตของหานซานเฉียน ไม่มีใครเทียบความงามของฉี๋อีหยุนได้ แต่ด้วยการปรากฏตัวของขอทานตัวน้อยคนนี้ ดูเห

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1452

    เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฮวงเซียวหย่งก็รู้สึกเป็นกังวล ท่านอาจารย์มาหาเขาที่จวนของเจ้าเมืองเป็นครั้งแรก แต่ถูกขัดขวางโดยคนโง่เหล่านี้!“เจ้าพวกโง่ กล้าดียังไงมาขวางอาจารย์ของข้า!” ฮวงเซียวหย่งตะโกนยามดูเสียใจและพูดว่า “คุณชายฮวง พวกเราแค่กลัวว่าเขาจะโกหกน่ะขอรับ”ฮวงเซียวหย่งตบหัวยามคนนั้นแล้วพูดว่า “เจ้านี่ช่างโง่เขลาจริง ๆ ใครจะกล้ามาแสร้งทำเป็นอาจารย์ของข้าที่จวนเจ้าเมืองอีก เว้นเสียแต่ต้องการตาย”เมื่อยามได้ยินสิ่งนี้ เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันสมเหตุสมผลฮวงเซียวหย่งคือใคร เขาเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองเชียวนะ!จะมีใครกล้ามาแกล้งทำเป็นอาจารย์ของเขาได้อย่างไร?ซึ่งหมายความว่าชายหนุ่มที่อยู่นอกประตูนั้นเป็นปรมาจารย์สามอันดับหลังจริง ๆ ทันใดนั้นเหงื่อเย็นก็ไหลลงมาที่หลังของยาม เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งพูดกับหานซานเฉียนไปเมื่อครู่ เป็นไปได้ไหมว่าเขาได้ผ่านประตูนรกไปแล้ว!ถ้าหานซานเฉียนมีนิสัยดุร้าย เกรงว่าพวกเขาคงตายไปนานแล้วฮวงเซียวหย่งวิ่งไปจนสุดทางของจวนเจ้าเมือง ไม่กล้าแม้แต่จะพักหายใจ เมื่อเขาเห็นหานซานเฉียนถูกพวกโง่เขลาขวางไว้ เขาก็โกรธมาก“พวกเจ้ากำลังทำอะไร กล้าดียังไงมา

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1451

    “เจ้ากำลังทำอะไร รู้หรือไม่ว่านี่คือที่ไหน นี่คือจวนของเจ้าเมือง เจ้าไม่สามารถเข้าไปได้!”จวนของเจ้าเมืองหานซานเฉียนถูกยามขวางเอาไว้ยามในชุดเกราะหลายคนดูมีพลังราวกับสายรุ้ง โดยมีออร่าที่แม้แต่ราชาแห่งสวรรค์ก็ไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้หานซานเฉียนรู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้มาก และทันใดนั้นเขาก็อดหัวเราะไม่ได้นี่มันเหมือนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูของคลับระดับไฮเอนด์ หรือโรงแรมบนโลกปัจจุบันที่พยายามขวางเขาไม่ให้เข้าประตูเลยไม่ใช่เหรอเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าหานซานเฉียนเคยพบกับสิ่งต่าง ๆ มากมายบนโลกมาก่อนแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าสถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับเขาในโลกเชวียนหยวนด้วย ดูเหมือนว่าธรรมชาติของมนุษย์จะเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าโลกไหน ๆ ก็มักจะมีคนที่ดูถูกคนอื่นอยู่เสมอ“ข้ามาหาฮวงเซียวหย่ง ไปบอกเขา แล้วเขาจะมาพบข้าเอง” หานซานเฉียนกล่าวพวกยามดูไม่พอใจ ตอนนี้ฮวงเซียวหย่งคือความภาคภูมิใจของจวนเจ้าเมือง ฮวงเซียวหย่งมีความแข็งแกร่งระดับโคมห้า แม้แต่ยามเหล่านี้ก็ดูเหมือนด้พึ่งบารมีของเขาไปด้วยเมื่อเอ่ยถึงและผู้ชายที่อยู่ข้างหน้ากลับพูดอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการพบฮวงเซียวหย

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 1450

    ตระกูลเฉินเคยรุ่งโรจน์อย่างยิ่งในเมืองหลงหยุน และเฉินเถี่ยซินซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเฉินก็มีสถานะที่ไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากจุดจบเช่นนี้ แม้ว่ามันจะเป็นความผิดของเขาเอง แต่ก็ยังทำให้หลายคนถอนหายใจด้วยความเสียดาย“แค่มีเงินก็เปล่าประโยชน์ โลกเชวียนหยวนความแข็งแกร่งคือการรับประกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”“เฉินเถี่ยซิน โอ้อวดมากเกินไป ถึงกับบอกว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ราชสำนักได้อย่างแน่นอน แต่กลับต้องมาเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิดตั้งแต่ยังเยาว์วัย”“เขาเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งเพื่อตามหาอาจารย์ แต่อาจารย์ที่แท้จริงก็อยู่ข้าง ๆ เขา แต่เขากลับทำลายโอกาสนี้เสียเอง ไม่มีที่สำหรับความเห็นอกเห็นใจจริง ๆ”“ใครจะคิดว่าคนไร้ค่าที่ถูกตระกูลเฉินขับไล่ออกไปจะเป็นคนที่มีอำนาจได้ขนาดนี้ ฮวงเซียวหย่งเลื่อนขึ้นสู่ระดับโคมห้าในช่วงเวลาสั้น ๆ ความแข็งแกร่งของเขาจะต้องอยู่ในสามลำดับหลังอย่างแน่นอน”ประโยคนี้ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ คน ไม่มีใครคาดคิดถึงความแข็งแกร่งของหานซานเฉียนจริง ๆ เพราะการแสดงของเขาในตระกูลเฉินนั้นดูไร้ค่าโดยไม่มีความเชี่ยวชาญใด ๆ เลยแต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 390

    ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดของโรงแรมจงหวาง จานอาหารบนโต๊ะนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงแมนจูฮั่นแบบครบวงจร เมื่อซูหยิงเซี่ยเห็นถังจงคอยรับใช้หานซานเฉียนอย่างระมัดระวัง เธอก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะยิ่งเธอได้รู้จักหานซานเฉียนมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองกับหานซานเฉียนมีระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 439

    “ไอ้ลูกไม่รักดี นี่แกกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ รีบขอโทษคุณชายหานเดี๋ยวนี้” หนิงซิ่งเผิงกล่าวด้วยความโมโห“ไม่ ไม่มีทาง ผมไม่มีทางขอโทษไอ้ขยะนี่หรอก พ่อครับ พ่อเริ่มกลัวลู่หงกวางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” หนิงอวี่พูดอย่างดูถูก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดว่าที่พ่อของเขามีท่าทีแบบนี้เป็นเพราะลู่หงกวางแต่ในควา

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 405

    “พี่หานครับ เรื่องที่ขอให้ผมทำ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะครับ” พี่หลงพูดกับหานซานเฉียน พลางโขกหัวตัวเองเพื่อเป็นการลงโทษ“หานซานเฉียน นี่เป็นกับดักของแกงั้นเหรอ?!” หลิวฮวาที่ได้ยินคำพูดของพี่หลง ในที่สุดก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ความจริงแล้วพี่หลงไม่ได้พาพวกเธอมาเพื่อดูจุดจบของซูหย

  • ลูกเขยฟ้าประทาน   บทที่ 388

    คำพูดของถังจงทำให้คนในตระกูลเจี่ยงรู้สึกแปลก ๆ ก่อนหน้านี้หานซานเฉียนบอกว่าต้องต้อนรับแขกคนสำคัญ แต่ตอนนี้กลายมาเป็นว่าถังจงต้อนรับแขกคนสำคัญแทน?หรือว่าหานซานเฉียนจะคุยโม้?เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของคนในตระกูลเจี่ยง รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน เห็นได้ชัดว่าหานซานเฉียนถูกเปิดโปงเรื่องที่โอ้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status