ลูกเขยฟ้าประทาน

ลูกเขยฟ้าประทาน

โดย:  เจว๋เหรินจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9.3
220 การให้คะแนน. 220 ความคิดเห็น
1455บท
326.0Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชื่ออื่น: ผมนี่แหละลูกเขยของคุณ, ที่รัก...ผมอยู่ตรงนี้ ผู้แสดงนำ : หาน ซานเฉียน, ซู หยิงเซี่ย)เขาแต่งงานเข้าตระกูลซูมาแล้วสามปี ทุกคนต่างคิดว่าจะกดหัวเขาได้ และเขาขอแค่เพียงเธอจับมือเขาเอาไว้ แม้แต่โลกทั้งใบเขาก็จะเอามันมาให้เธอ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

“นายน้อย คุณต้องกลับไปกับเรานะครับ ตอนนี้ตระกูลหานต้องการให้คุณกลับไปเป็นประธานครับ”

“คุณพ่อของคุณป่วยหนัก พี่ชายของคุณก็ติดคุกอยู่ ตอนนี้มีเพียงคุณเท่านั้นที่จะสามารถประคับประคองตระกูลหานต่อไปได้นะครับ”

“คุณย่าบอกให้พวกเราพาคุณกลับไปให้ได้ครับ”

ณ เมืองหยุนเฉิง ถนนจื่อถง ในมือของหานซานเฉียนถือกล่องของขวัญกล่องหนึ่งอยู่ เขาสวมเสื้อผ้าที่ซื้อจากแผงลอยริมถนน และมีสีหน้าเฉยเมย

“ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยพูดจาประจบสอพลอเอาอกเอาใจให้ท่านเอ็นดู ไม่เหมือนพี่ชายของฉันที่ไม่ว่าจะทำอะไรท่านก็ชอบ คุณย่ากลัวว่าฉันจะแย่งตำแหน่งทายาทมาจากพี่ ท่านเลยไล่ฉันออกจากตระกูลหานยังไงล่ะ”

“ฉันแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลซูสามปีแล้ว ตลอดเวลานั้นต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสู ตระกูลหานเคยใส่ใจถามไถ่ฉันบ้างไหม ท่านเป็นคนขับไล่ฉันออกจากตระกูลหานเอง ตอนอยากให้กลับ ก็สั่งให้ฉันกลับไป ท่านคิดว่าหานซานเฉียนเป็นสุนัขที่ต้องเชื่อฟังรึไง?”

“ตอนนี้ฉันอยากเป็นแค่คนเดินดินธรรมดา ๆ และอยู่อย่างสงบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่ามาวุ่นวายกับฉัน”

หานซานเฉียนเดินออกไปและทิ้งให้คนพวกนั้นมองหน้ากันเลิกลั่ก

ตระกูลซูเป็นตระกูลที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับสองในเมืองหยุนเฉิง เมื่อสามปีก่อน ตอนที่หานซานเฉียนพเนจรเหมือนสุนัขจรจัด คุณปู่ของตระกูลซูอ้างถึงสัญญาการแต่งงานระหว่างซูหยิงเซี่ยกับหานซานเฉียน ในเวลานั้น งานแต่งงานของเธอเป็นเรื่องฮือฮาในเมืองหยุนเฉิงมาก แต่เรื่องที่ทุกคนตกตะลึงคือ ซูหยิงเซี่ยแต่งงานกับคนกระจอกที่ไร้ชื่อเสียง และเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องตลกของหยุนเฉิง

ตัวตนที่แท้จริงของหานซานเฉียนมีเพียงคุณปู่ของตระกูลซูเท่านั้นที่รู้ แต่สองเดือนหลังจากงานแต่งงาน คุณปู่ก็เสียชีวิตด้วยอาการป่วย นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครรู้ตัวตนของหานซานเฉียน และเขาก็กลายเป็นลูกเขยที่ไร้ประโยชน์

ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา หานซานเฉียนถูกเหยียดหยามและได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชา แต่เมื่อเทียบกับการถูกไล่ออกจากตระกูลหานแล้ว เหตุการณ์นั้นเลวร้ายยิ่งกว่า

เขาเริ่มรู้สึกปล่อยวางจนมันกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตเขาไปแล้ว

วันนี้เป็นวันเกิดคุณย่าของตระกูลซู หานซานเฉียนตั้งใจเลือกของขวัญมาอย่างดี มันไม่ใช่สิ่งของราคาแพง เขาจึงเตรียมตัวที่จะถูกหัวเราะเยาะ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ภายในจิตใจของหานซานเฉียนนั้นสงบนิ่ง แม้เขาอยากจะหัวเราะออกมาบ้างก็ตาม

พี่ชายของเขาเป็นคนชอบพูดจาประจบสอพลอ แม้ว่าเขาจะชอบเอาอกเอาใจคุณย่า แต่เขาก็เย่อหยิ่งและชอบทำลายชีวิตของตัวเอง สักวันหนึ่งชีวิตของเขาต้องพังลงในไม่ช้าก็เร็ว

บางทีฟ้าอาจต้องการให้ตระกูลหานพังพินาศ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ฉันเป็นแค่ลูกเขยที่ตระกูลซูไม่ยอมรับเท่านั้น

เขากลับมาที่คฤหาสน์ของตระกูลซู และพบเข้ากับสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ที่ประตูด้วยท่าทางวิตกกังวล

ซูหยิงเซี่ยเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เธอก็คือภรรยาของหานซานเฉียน และเนื่องจากเธอเป็นคนที่เพียบพร้อม ดังนั้นงานแต่งงานของพวกเขาเมื่อสามปีที่แล้วจึงกลายเป็นเรื่องตลก

หานซานเฉียนเดินเข้ามาหาซูหยิงเซี่ยและถามว่า “หยิงเซี่ย คุณรอใครอยู่เหรอ?”

ซูหยิงเซี่ยเหลือบมองหานซานเฉียนด้วยท่าทีเบื่อหน่ายและพูดว่า “คุณเตรียมของขวัญให้คุณย่าแล้วหรือยัง?”

หานซานเฉียนยกกล่องของขวัญในมือขึ้นแล้วพูดว่า "เรียบร้อยแล้วล่ะ ผมตั้งใจเลือกอยู่นานเลยนะ"

ซูหยิงเซี่ยไม่แม้แต่จะชายตามอง สามปีก่อนไม่รู้ว่าคุณปู่คิดอะไรอยู่ ถึงได้บังคับให้เธอแต่งงานกับหานซานเฉียนเสียให้ได้

สิ่งที่ทำให้ซูหยิงเซี่ยไม่เข้าใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ก่อนที่คุณปู่จะเสียชีวิต ท่านจับมือเธอ และย้ำเตือนเธอว่าอย่าได้ดูถูกหานซานเฉียน

สามปีแล้ว ซูหยิงเซี่ยยังคงไม่เข้าใจว่าคนต่ำต้อยคนนี้มีดีที่ตรงไหน ทำไมคุณปู่ถึงได้เห็นดีเห็นงามด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าชื่อเสียงของตระกูลซูจะเสื่อมเสีย เธอคงหย่ากับหานซานฉียนไปนานแล้ว

“วันนี้ญาติทั้งหมดจะมา คุณห้ามพูดอะไรไร้สาระ และถึงแม้ว่าจะถูกพวกเขาเยาะเย้ยหรือเหยียดหยาม คุณก็ต้องต้องอดทนเอาไว้ เพราะฉันไม่อยากเสียหน้าเพราะคุณ” ซูหยิงเซี่ยพูดเตือนเขา

หานซานเฉียนยิ้มรับและพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อเห็นท่าทางของหานซานเฉียน ซูหยิงเซี่ยก็แทบอยากจะฆ่าเขา เขาไม่มีทักษะและความสามารถอะไรเลย สามปีมานี้นอกจากกวาดพื้น ซักเสื้อผ้า และทำอาหาร เขาก็ทำอะไรไม่เป็นแล้ว

หานซานเฉียนไม่เคยไม่พอใจกับท่าทีของซูหยิงเซี่ยที่มีต่อตน เพราะทั้งสองแต่งงานกันโดยปราศจากความรัก แถมยังต้องมาแต่งงานกับผู้ชายไร้ประโยชน์อย่างเขา ซึ่งมันไม่ยุติธรรมกับเธอเลย เขาจึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของซูหยิงเซี่ย

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ญาติของตระกูลซูก็อยู่ที่นั่นกันเกือบทั้งหมดแล้ว ทำให้วันนี้บรรยากาศในบ้านดูครึกครื้นเป็นพิเศษ

“หยิงเซี่ย มานี่เร็วเข้า”

“วันนี้วันเกิดคุณย่า ทำไมมาช้าจังล่ะ”

“หรือว่ามัวแต่เตรียมเซอร์ไพรส์อะไรให้คุณย่าอยู่ล่ะสิ”

บรรดาญาติ ๆ ทักทายซูหยิงเซี่ยอย่างอบอุ่น โดยไม่สนใจการมีตัวตนของหานซานเฉียนเลย

หานซานเฉียนชินกับการถูกเมิน ไม่ต้องมาสนใจเขาน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะอีก

ถึงอย่างไรก็มีคนที่ไม่พอใจเขาอีกอยู่ดี ซูไห่เฉาลูกพี่ลูกน้องของซูหยิงเซี่ย ทุกครั้งที่พบกัน เขาชอบหาเรื่องให้หานซานเฉียนลำบาก และทำให้หานซานเฉียนเสื่อมเสียจนดูไร้ค่า แม้แต่ฉายาลูกเขยที่ไร้ประโยชน์ของหานซานเฉียนในเมืองหยุนเฉิงก็มาจากซูไห่เฉา เพราะเขามักจะเอาชื่อของหานซานเฉียนไปพูดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดี

“หานซานเฉียน อย่าบอกนะว่าของที่นายถืออยู่เป็นของขวัญของคุณย่าน่ะ?” ซูไห่เฉามองหานซานเฉียนด้วยสายตาอย่างดูถูก ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ถูกห่อด้วยกระดาษของขวัญแบบนี้ ดูอย่างไรก็เป็นของราคาถูก

“ใช่” หานซานเฉียนตอบอย่างมั่นใจ

ซูไห่เฉาหัวเราะเยาะและพูดว่า “นี่มันอะไร ซื้อมาจากร้านข้างถนนเหรอ?”

หานซานเฉียนส่ายหัวและพูดว่า “ฉันซื้อมาจากร้านขายของขวัญ”

แม้ว่าเขาจะพูดอย่างจริงใจ แต่คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเขา สีหน้าของซูหยิงเซี่ยแข็งทื่อ คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงได้ไม่นานเธอก็ต้องอับอายขายขี้หน้าเพราะหานซานเฉียน

แต่ปกติแล้วซูหยิงเซี่ยจะไม่พูดอะไร เธอไม่คิดว่าตัวเองและหานซานเฉียนเป็นครอบครัวเดียวกัน เธอไม่สนใจว่าหานซานเฉียนจะรู้สึกอับอายแค่ไหน ตราบใดที่เธอไม่ถูกพูดถึงไปด้วย

“นายมาเพื่อเล่นตลกเหรอ? วันนี้เป็นวันฉลองครบรอบแปดสิบปีของคุณย่านะ นายไม่ตั้งใจเลือกของขวัญเลยอย่างงั้นเหรอ?” ซูไห่เฉาเดินไปที่โต๊ะน้ำชาในห้องนั่งเล่น ซึ่งเต็มไปด้วยของขวัญราคาแพงมากมาย ของขวัญเหล่านั้นดูมีค่าจนของขวัญของหานซานเฉียนนั้นเทียบไม่ติด

“ดูของที่ฉันให้คุณย่าสิ ชาผู่เอ่อร์ นายรู้ไหมว่าชากระปุกนี้ราคาเท่าไหร่? แปดแสนแปดหมื่นหยวนเชียวนะ” ซูไห่เฉาพูดอย่างภาคภูมิใจ

“ว้าว เยี่ยมไปเลย” หานซานเฉียนเหลือบมองซูหยิงเซี่ย เธอเคยเตือนให้เขาพูดน้อย ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่โต้ตอบอะไรมาก

ซูไห่เฉาต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าของขวัญของเขานั้นดูเหนือกว่าของขวัญของหานซานเฉียน จึงพูดต่อว่า “แม้แต่เศษชาก็ยังมีค่ากว่าของขวัญของนายอีก นายไม่คิดอย่างนั้นเหรอ ไอ้คนกระจอก”

หานซานเฉียนยิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร และทั้งห้องนั่งเล่นก็เต็มไปเสียงหัวเราะเยาะ

แม้ว่าซูหยิงเซี่ยจะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของหานซานเฉียน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นสามีของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงจะไม่เหมือนเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ และเธอก็ไม่เคยให้หานซานเฉียนสัมผัสตัวเธอเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่หานซานเฉียนต้องมาเสียหน้าต่อหน้าญาติพี่น้องของเธอ ซึ่งเธอไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้

“ซูไห่เฉาพอได้แล้ว นายจะมีเงินมากมายแค่ไหนมันก็เป็นเรื่องของนาย การให้ของขวัญราคาแพงมันไม่ได้เกี่ยวกับเรา นายไม่จำเป็นต้องโอ้อวด” ซูหยิงเซี่ยเอ่ยอย่างไม่พอใจ

หานซานเฉียนมองไปที่ซูหยิงเซี่ยด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ซูหยิงเซี่ยพูดแทนเขา

“อวดเหรอ? หยิงเซี่ย เธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันจำเป็นต้องอวดต่อหน้าเจ้าคนต่ำต้อยนี่ด้วยเหรอ? ฉันแค่คิดว่าเขาไม่ให้ความสำคัญกับวันเกิดของคุณย่าก็เท่านั้น ส่วนเธอก็นะรู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคนฉลาดน้อย และไม่มีเงินซื้อของขวัญ แต่เธอก็ไม่คิดจะให้ควักเงินให้เขาเพิ่มหน่อยเหรอ? หรือว่าเธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดของคุณย่า?” ซูไห่เฉาพูดพลางยิ้มอย่างเยาะเย้ย

“นาย…” ใบหน้าของซูหยิงเซี่ยแดงก่ำ ครอบครัวของเธอมีฐานะต้อยต่ำที่สุดในตระกูลซู และสภาพความเป็นอยู่ก็แย่ที่สุด เธอไม่สามารถให้ของขวัญที่มีราคาสูงได้จริง ๆ

ทันใดนั้น หานซานเฉียนก็ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปข้าง ๆ ซูไห่เฉา และดมชาผู่เอ๋อร์

“นายจะทำอะไร นี่คือของขวัญของคุณย่าเชียวนะ คนต่ำต้อยอย่างนายกล้าดียังไงมาดมเนี่ย?”

ซูไห่เฉาพูดด้วยความฉุนเฉียว

หานซานเฉียนขมวดคิ้วและพูดว่า “ชาผู่เอ๋อร์ยิ่งแก่ยิ่งหอม เพราะอย่างนั้นชาผู่เอ๋อร์ยิ่งแก่เท่าไหร่ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น พ่อค้าหลายคนจึงจงใจใช้เหตุผลนี้ในการขึ้นราคา”

“ชาผู่เอ๋อร์ยังแบ่งออกเป็นชาดิบและชาสุก ชาของนายส่วนใหญ่เป็นสีเขียว และสีเขียวเข้มถือได้ว่าเป็นชาดิบ ชาดิบมีกลิ่นและรสชาติที่ไม่เหมือนกับชาสุก แต่ชาดิบที่ผลิตใหม่จะมีคาเฟอีนสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ และบ่มเป็นเวลานาน ยิ่งอายุชามาก ปริมาณคาเฟอีนก็จะยิ่งน้อยลง”

“แต่กระปุกชาในมือนาย ดูเหมือนว่าจะถูกเร่งให้แก่ เวลาที่บ่มยังไม่เพียงพอ หากดื่มเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้”

“ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่คนต่ำต้อย แต่นายก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก ทั้งยังเป็นภัยต่อสุขภาพคุณย่าด้วย นายมันแย่ยิ่งกว่าฉันเสียอีก”

หานซานเฉียนพูดเสียงดังและชี้ไปที่ซูไห่เฉา นั่นจึงทำให้ทุกคนในบ้านเงียบกริบ!
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

รีวิวหนังสือ

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

คะแนน

10
88%(193)
9
1%(2)
8
1%(3)
7
1%(3)
6
1%(3)
5
0%(1)
4
0%(1)
3
1%(2)
2
3%(6)
1
3%(6)
9.3 / 10.0
220 การให้คะแนน · 220 ความคิดเห็น
เขียนรีวิว

ความคิดเห็นเพิ่มเติม

อภิรักษ์ วรรณโกเมศ
อภิรักษ์ วรรณโกเมศ
สรุปจะมีให้อ่านต่อไหมรอมาจะ2เดือนล่ะ
2025-09-18 19:42:47
0
0
Love Korp
Love Korp
ระบบแจ้งว่าจบ แต่เนื้อเรื่องไม่จบอีกแล้ว เสียดายเงิน เสียดายเวลา เสียความรู้สึก
2024-12-30 19:34:33
3
1
สรรพสิทธิ์ พุทธิยาวัฒน์
สรรพสิทธิ์ พุทธิยาวัฒน์
ผู้เขียนป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าเลิกเขียนแล้ว
2024-06-03 12:43:29
0
0
Nuttawuth Nakngam
Nuttawuth Nakngam
ไม่มาอัพเลย สองเดือนแระ.. รออ่าน
2024-06-01 15:30:28
0
0
สินธพ อ่อนสุวรรณ
สินธพ อ่อนสุวรรณ
เกิดอะไรขึ้นไม่อัพมาเดือนนึง​ อย่าหาหนังสือแบบนี้มาให้ติดตามนะ​ คนอ่านคือเสียอารมณ์​ .........
2024-04-10 11:58:50
2
0
1455
บทที่ 1
“นายน้อย คุณต้องกลับไปกับเรานะครับ ตอนนี้ตระกูลหานต้องการให้คุณกลับไปเป็นประธานครับ”“คุณพ่อของคุณป่วยหนัก พี่ชายของคุณก็ติดคุกอยู่ ตอนนี้มีเพียงคุณเท่านั้นที่จะสามารถประคับประคองตระกูลหานต่อไปได้นะครับ”“คุณย่าบอกให้พวกเราพาคุณกลับไปให้ได้ครับ”ณ เมืองหยุนเฉิง ถนนจื่อถง ในมือของหานซานเฉียนถือกล่องของขวัญกล่องหนึ่งอยู่ เขาสวมเสื้อผ้าที่ซื้อจากแผงลอยริมถนน และมีสีหน้าเฉยเมย“ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยพูดจาประจบสอพลอเอาอกเอาใจให้ท่านเอ็นดู ไม่เหมือนพี่ชายของฉันที่ไม่ว่าจะทำอะไรท่านก็ชอบ คุณย่ากลัวว่าฉันจะแย่งตำแหน่งทายาทมาจากพี่ ท่านเลยไล่ฉันออกจากตระกูลหานยังไงล่ะ”“ฉันแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลซูสามปีแล้ว ตลอดเวลานั้นต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสู ตระกูลหานเคยใส่ใจถามไถ่ฉันบ้างไหม ท่านเป็นคนขับไล่ฉันออกจากตระกูลหานเอง ตอนอยากให้กลับ ก็สั่งให้ฉันกลับไป ท่านคิดว่าหานซานเฉียนเป็นสุนัขที่ต้องเชื่อฟังรึไง?”“ตอนนี้ฉันอยากเป็นแค่คนเดินดินธรรมดา ๆ และอยู่อย่างสงบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่ามาวุ่นวายกับฉัน”หานซานเฉียนเดินออกไปและทิ้งให้คนพวกนั้นมองหน้ากันเลิกลั่กตระกูลซูเป็นตระกูลที่เก่าแก่และม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
“แกใส่ร้ายฉัน คุณย่าไม่ได้ดื่มชามาสองปีแล้ว ฉันจะประสงค์ร้ายกับท่านได้ยังไง” ซูไห่เฉากล่าวด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก ท่าทีรีบร้อนหาข้อแก้ตัว ยิ่งทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกว่าเขากำลังกินปูนร้อนท้อง“อ่อ เป็นแบบนี้เองเหรอ” หานซานเฉียนพยักหน้ารับ และพูดด้วยความเข้าใจในทันทีว่า “นายรู้ว่าคุณย่าไม่ได้ดื่มชา จึงใช้โอกาสนี้ย้อมแมวท่าน โดยโกหกว่าชาผู่เอ๋อร์นี้ราคาแปดแสนแปดหมื่นหยวนสินะ”แววตาของซูไห่เฉาสั่นไหวผิดปกติ เพราะหานซานเฉียนพูดถูกต้องทุกอย่าง แท้จริงแล้วเขาย้อมแมว และอยากให้เป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัวของเขา ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คุณย่าไม่ได้ดื่มชาแล้ว ดังนั้นท่านจึงไม่น่าที่จะดูออกซูไห่เฉาไม่คิดเลยว่าการที่ตัวเองโอ้อวดต่อหน้าหานซานเฉียนเพื่อให้ญาติ ๆ หัวเราะเยาะเขา แต่กลับถูกหานซานเฉียนเปิดโปงคำโกหกของเขา!“สิ่งที่นายพูดมันไร้สาระ มันเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา คนอย่างนายรู้จักชาชั้นดีด้วยเหรอ?” ซูไห่เฉาพูดอย่างใจเย็นเมื่อบรรดาญาติ ๆ ที่สงสัยซูไห่เฉาได้ยินประโยคนี้ ก็คิดว่าเกือบถูกหานซานเฉียนหลอกเข้าให้แล้วคนกระจอกอย่างเขาจะรู้จักสินค้าระดับสูงเหล่านี้ได้อย่างไร?“หานซานเฉียน ถ้านายไม่รู
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
“เมื่อหงส์เหินถวิลหา หวีทองคำด้ามหนึ่ง"“หงส์เหินถึง ปิ่นทองคำหนึ่งด้าม"“ประคำหยกมงคลสุขให้โชคหนึ่งเส้น"“กำไรทองคล้องคู่มังกรหงส์หนึ่งคู่"“ถ้วยชามตะเกียบคู่ชุดหนึ่ง คะนึงถึงสัมพันธ์คู่รักเอย" ...เมื่อฟังรายการของขวัญ ผู้คนในตระกูลซูต่างมองหน้ากัน มันจะเป็นของขวัญสำหรับหญิงชราของตระกูลซูได้อย่างไร นี่มันของขวัญสำหรับเจ้าสาวชัด ๆ!“ของขวัญเงินสดมูลค่า แปดร้อยแปดสิบแปดล้านหยวน”ทุกคนในตระกูลซูต่างตกตะลึงเมื่อธนบัตรร้อยหยวนสีแดงสดถูกนำมาวางไว้อยู่ตรงหน้าพวกเขา คนในตระกูลซูทั้งห้องอาหารต่างก็พากันเงียบกริบ ได้ยินเพียงแค่เสียงลมหายใจแผ่วเบา แปดร้อยแปดสิบแปดล้านหยวนสำหรับตระกูลอันดับสองอย่างตระกูลซู ของขวัญเช่นนี้มีมูลค่ามหาศาลนักหญิงชราของตระกูลซูลุกขึ้นยืน โดยใช้ไม้ค้ำพร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้ที่มาส่งของขวัญ และถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า “ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็นใครกัน แล้วคุณชอบลูกสาวคนไหนของตระกูลซู”เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่าสาวโสดในตระกูลซูที่ยังไม่แต่งงาน ต่างพากันตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใคร แต่ในเมื่อเขาสามารถมอบสินสอดทองหมั้นที่น่าต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ณ โรงแรมเพนนินซูล่า ห้องของประธานาธิบดีที่นั่งฝั่งตรงข้ามของหานซานเฉียนคือหญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งหน้าอย่างวิจิตรงดงาม สวมชุดที่มีสีทองสลับเงิน และมีท่วงท่าที่สง่างาม“ซานเฉียน ในที่สุดลูกก็มาหาแม่สักที แม่มีความสุขมากเหลือเกิน” ผู้หญิงคนนี้ชื่อฉือจิง เธอเป็นแม่ของหานซานเฉียนเมื่อเผชิญหน้ากับมารดาผู้ให้กำเนิด ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาสามปี หานซานเฉียนกลับไม่รู้สึกหวั่นไหวอะไร และเขาแทบจะไม่ได้มองเธอด้วยซ้ำไป“ใครจะไปคิดว่าลูกชายคนสุดท้องของตระกูลหานที่ถูกทอดทิ้งอย่างผม วันนึงเกิดมีประโยชน์ขึ้นมา? ผมไม่เคยคิดมาก่อน คุณเองก็คงจะคิดเหมือนกัน” หานซานเฉียนยกมุมปากขึ้นเบา ๆ“ซานเฉียน แม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้วมันไม่ยุติธรรมกับลูก แต่มันเป็นการตัดสินใจของคุณย่า และแม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย” ฉือจิงกล่าวขึ้นอย่างไม่สบายใจหานซานเฉียนส่ายหัวและพูดว่า “สามปี? ในสายตาของคุณ ความอยุติธรรมเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้วเองงั้นเหรอ?”“สิบสามปีที่แล้ว เขาอายุสิบสองขวบ มีเพียงแค่ชื่อเขาอยู่บนเค้กวันเกิดเท่านั้น ทุกคนคงคิดว่าเขามีความสุข แต่ทุกคนคงลืมไปว่าผมอายุน้อยกว่าเขาแค่ห้านาทีเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
“เถ้าแก่ ขอบุหรี่หน่อยครับ”“นายนี่ตรงเวลาทุกวันเลยนะ”ณ ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามของบริษัทซู เจ้าของร้านมองไปที่หานซานเฉียนพร้อมกับถอนหายใจวันหนึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว ชายหนุ่มผู้นี้จะมาที่นี่อย่างตรงต่อเวลาเสมอ นี่ก็เป็นเวลาสามปีแล้ว ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก ตอนแรกเถ้าแก่ก็รู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็ค่อย ๆ สังเกตได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ซูหยิงเซี่ยออกมาจากบริษัท ชายหนุ่มคนนี้ก็จะตามออกมาด้วยสําหรับตัวตนของหานซานเชียน เถ้าแก่พอจะเดาได้คร่าว ๆ แต่ก็ไม่ได้บอกแน่ชัดว่าตระกูลมีปมที่ยากจะอ่านออกได้ ลูกเขยของตระกูลซูคนนี้ได้รับการปฏิบัติราวกับขยะจากคนทั้งหยุนเฉิง บางทีเขาอาจไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ได้“ผมไม่มีอะไรทำอยู่แล้วครับ” หานซานเฉียนกล่าวด้วยรอยยิ้มเถ้าแก่เป็นชายวัยกลางคน เขาชื่นชมความพากเพียรของหานซานเฉียนมาก เวลาผ่านมาสามปีแล้วที่เขามาที่นี่ในเวลาสี่โมงครึ่งตรงเวลาทุกวัน และคอยปกป้องซูหยิงเซี่ยอยู่อย่างเงียบ ๆ เสมอ“เมื่อไหร่นายถึงจะไปรับเธอหลังเลิกงานล่ะ? เอาแต่มองแบบนี้ทุกวัน มันไม่มีประโยชน์หรอกนะ” ในร้านไม่มีลูกค้า เถ้าแก่จึงได้พูดกับหานซานเฉียนหานซานเฉียนมองไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
วันรุ่งขึ้น ซูไห่เฉานั่งอยู่ในสำนักงาน ทันทีที่รับสาย ๆ หนึ่ง เขาก็หัวเราะจนน้ำตาไหลเพื่อนร่วมงานในตระกูลซูอีกสองสามคนมองดูซูไห่เฉาที่กำลังหัวเราะอย่างงุนงง“ไห่เฉาเกิดอะไรขึ้น นายตลกอะไรนักหนา?”“หยุดหัวเราะ แล้วบอกเราเร็ว ๆ สิ” “คงไม่ใช่เพราะซูหยิงเซี่ยหนีไปแล้วใช่ไหม?”ซูไห่เฉาจับท้องของเขาและพูดว่า “ฉันหัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้ว ซูหยิงเซี่ยนี่โง่จริง ๆ”“เกิดอะไรขึ้น รีบบอกมาเร็วเข้า” ญาติของตระกูลซูหลายคนกระวนกระวายราวกับมดที่อยู่บนหม้อไฟ“ผู้หญิงบ้าคนนี้ให้หานซานเฉียนขับรถยนต์ไฟฟ้าพาเธอไปยังบริษัทลั่วเฉวน่ะสิ เธอเสียสติไปแล้วสินะ” ซูไห่เฉาพูดเมื่อได้ยินประโยคนี้ เสียงหัวเราะมากมายก็ดังขึ้นในสำนักงาน ไม่มีใครหยุดหัวเราะได้เลย ทุกคนต่างหัวเราะกันดังลั่น“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เธอจะไปเจรจาเรื่องความร่วมมือในสภาพแบบนี้ บริษัทลั่วเฉวคงจะยอมเจรจากับเธออยู่หรอกนะ?”“ฉันว่าเธอคงยอมแพ้แล้วล่ะ แต่ก็นะ พวกเรายังขอเจรจาไม่ได้เลย แล้วเธอจะทำได้ยังไง”“ไห่เฉา วิธีนี้ของนายใช้ได้เลยนะ ครั้งนี้ซูหยิงเซี่ยไม่รอดแน่ เธอจะถูกไล่ออกจากตระกูลซู เมื่อถึงเวลาแบ่งทรัพย์สมบัติ เธอก็จะไม่ได้อะไรเลย”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เมื่อการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ซูหยิงเซี่ยเดินออกมาจากบริษัทลั่วเฉวราวกับว่าวิญญาณออกจากเธอไปแล้ว ชายที่สอดแนมในระยะไกลเห็นฉากนี้จึงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรรายงานกับซูไห่เฉาทันทีหลังจากที่ซูไห่เฉาได้รับข่าว เขาก็รู้สึกมีความสุขมาก เขาวางแผนจัดประชุมภายในขึ้นทันที และในระหว่างนั้นเขาจะไล่ซูหยิงเซี่ยออกจากตระกูลซู"เป็นไงบ้าง?" หานซานเฉียนเดินดิ่งเข้าไปหาซูหยิงเซี่ย เมื่อเห็นท่าทางที่สิ้นหวังของเธอ ในใจจึงคิดว่าจงเหลียงให้การต้อนรับบกพร่องหรือ? “เซ็นสัญญาแล้ว” ซูหยิงเซี่ยมองไปที่หานซานเฉียน และกล่าวด้วยน้ำเสียงทึมทื่อหานซานเฉียนยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อได้เซ็นสัญญาแล้ว ทำไมคุณถึงดูสิ้นหวังแบบนี้ล่ะ”ซูหยิงเซี่ยไม่ได้รู้สึกสิ้นหวัง แต่เธอรู้สึกเหมือนเธอฝันไปขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของซูหยิงเซี่ยก็ดังขึ้น และหลังจากเห็นชื่อซูไห่เฉา เธอพูดขึ้นอย่างหมดคำจะพูดว่า“ซูไห่เฉานี่รอไม่ไหวเลยเหรอ”“แต่คราวนี้เขาต้องผิดหวังแน่” หานซานเฉียนกล่าว“ทั้งหมดนี้คือคุณงามความดีของคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ บ้านของเราต้องจบเห่แน่” ซูหยิงเซี่ยมองไปที่หานซานเฉียนอย่างซาบซึ้งใจ“อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้นอกจากคุณนะ”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ในที่สุดหญิงชราก็มองมาที่ซูหยิงเซี่ย และขอให้ผู้ช่วยนำแว่นของเธอมาให้เพื่ออ่านสัญญาทั้งหมดญาติ ๆ ต่างพากันยืดคอเพื่อต้องการอ่านเนื้อหาของสัญญา เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าซูหยิงเซี่ยจะสามารถเจรจาขอเป็นหุ้นส่วนได้จริง เพราะพวกเขาทุกคนไม่เคยเห็นแม้แต่เจ้าของบริษัทลั่วเฉว แล้วทำไมซูหยิงเซี่ยถึงทำได้?เธอมีฐานะที่ต่ำต้อยที่สุดในตระกูลซู และไม่เคยเป็นที่น่าพอใจเลย ไม่มีใครปฏิบัติกับซูหยิงเซี่ยเหมือนเป็นญาติพี่น้อง แต่ถ้าครั้งนี้เธอขอเจรจาเป็นหุ้นส่วนได้สำเร็จ แล้วถ้าหญิงชราเห็นคุณค่าของเธอขึ้นมาจะทำอย่างไร?ในบรรดาญาติ ๆ ของพวกเขา ซูไห่เฉาเป็นคนที่ไม่อยากจะเชื่อมากที่สุด เพราะถ้าหากซูหยิงเซี่ยขอเจรจาเป็นหุ้นส่วนได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าในอนาคตเขาจะต้องยกน้ำชาให้แก่ซูหยิงเซี่ย และเขาต้องเรียกเธอว่าพี่เซี่ย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก“ซูหยิงเซี่ย เธออาจจะร่างสัญญาขึ้นมาเองก็ได้ ใครจะไปเชื่อเธอ ฉันคิดว่าเธอคงจะไม่เคยเจอเจ้าของบริษัทลั่วเฉวด้วยซ้ำ” ซูไห่เฉาพูดอย่างประชดประชัน“ใช่ ฉันไม่ได้เจอเจ้าของบริษัทลั่วเฉวจริง ๆ นั่นแหละ” เพราะคุณจงเหลียง ผู้ดูแลโครงการเฉิงซีบอกเธอว่าเจ้าของบริษัทยุ่ง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
บรรดาญาติ ๆ ของตระกูลซูหลายคนลุกขึ้นยืนพูดแทนซูไห่เฉา เมื่อเห็นคนเหล่านั้นเข้าข้างและปกป้องเขา ซูหยิงเซี่ยก็รู้สึกหงุดหงิดในใจ พวกเขาช่างไร้ยางอายจริง ๆ ซูไห่เฉาเป็นคนให้สัญญาเองแท้ ๆ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความผิดของเธอซะงั้นหากเจรจาขอเป็นหุ้นส่วนไม่สำเร็จ หากซูไห่เฉาจะไล่เธอออกจากตระกูลซู แล้วคนเหล่านี้จะลุกขึ้นมาโต้แย้งช่วยเธอไหม?“ในเมื่อกล้าเดิมพันก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ให้ได้” หญิงชราพูดเมื่อบรรดาญาติ ๆ ที่ต่อสู้เพื่อความอยุติธรรมของซูไห่เฉา เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็รู้สึกเหมือนมะเขือที่ถูกทุบ พวกเขาไม่กล้าพูดไร้สาระอะไรอีกซูไห่เฉาแสดงสีหน้าบูดบึ้งราวกับว่าเขากินอุจจาระเข้าไป แม้ว่าในใจของเขาจะรู้สึกไม่พอใจเป็นหมื่นพันเท่า แต่ในเมื่อคุณย่าพูดออกมาแบบนั้นแล้ว เขาจะไม่ยอมได้อย่างไรซูไห่เฉายกถ้วยน้ำชามาให้ซูหยิงเซี่ยดื่ม และตะโกนอย่างไม่เต็มใจว่า “พี่เซี่ย”เมื่อเขาก้มหัวลง ดวงตาของซูไห่เฉาก็ฉายแววน่ากลัว และคิดในใจว่า ครั้งนี้เธอคงรู้สึกภูมิใจในตัวเอง แต่อย่าคิดว่าจะมีชีวิตที่ดีในอนาคตได้ ฉันเป็นคนที่มีอำนาจที่สุดในบริษัท ถ้าฉันอยากจะฆ่าเธอให้ตาย มันยังมีอีกหลายวิธีที่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
“คุณย่าครับ คุณย่าจะให้ซูหยิงเซี่ยรับผิดชอบเรื่องนี้จริงเหรอครับ?” ซูไห่เฉาพูดกับคุณย่าของเขาในห้องนั่งเล่นที่บ้านพักของตระกูลซูหญิงชรายิ้มรับและตอบว่า “สัญญานี้หยิงเซี่ยเป็นคนเจรจามาได้ ฉันมอบหมายให้เธอเป็นคนรับผิดชอบแล้วมันผิดตรงไหน?”“แม่ครับ แม่ลองคิดเรื่องนี้ให้รอบคอบนะครับ ซูหยิงเซี่ยเป็นผู้หญิง ถ้าเธอสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทเราได้ คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักสำหรับซูไห่เฉานะครับ” ซูกั๋วหลินกล่าวหญิงชราของตระกูลซูมองทั้งสองอย่างไม่พอใจและกล่าวว่า “ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมา อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน”“คุณย่าครับ ถึงแม้ว่าหานซานเฉียนจะเข้ามาเป็นภาระในตระกูลเรา แต่เขาก็เป็นคนละนามสกุลกับเรา ตลอดสามปีที่ผ่านมา เจ้าคนต่ำต้อยนี่ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าบริษัทต้องไปอยู่ในความดูแลของซูหยิงเซี่ย คุณย่าไม่กลัวว่าทรัพย์สินของตระกูลซูของเราจะตกไปอยู่ในมือของคนนามสกุลคนอื่นเหรอครับ” ซูไห่เฉากล่าว“หยิงเซี่ยกับเจ้าคนต่ำต้อยนี้ไม่มีความรู้สึกผูกพันธ์อะไรกัน ถ้าไม่ใช่เพราะภาพลักษณ์ของตระกูลซู ฉันคงจะให้พวกเขาหย่ากันไปนานแล้ว เหตุการณ์ที่พวกแกกังวลไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น” หญิงชรากล่าวซูไห่เฉากัดฟันและพูดต่
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status