بيت / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 15 เอะอะก็ฆ่า

مشاركة

บทที่ 15 เอะอะก็ฆ่า

last update تاريخ النشر: 2026-03-13 19:29:24

       

            สมองของลลิสาทำงานหนัก ทั้งที่ปกติเธอมีมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่งานที่ทำไม่ค่อยได้สร้างรอยหยักให้สักเท่าไหร่ มีการป้อนงานให้ตลอด ไม่ได้ขวนขวายเองมาสักพักหนึ่งแล้ว ชีวิตจึงสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัย และการไม่จับผิดใคร ไม่เอะใจ คือการไม่สร้างงานเพิ่มขึ้นมา เอาจริงเธอเป็นคนที่หนีความประสาทแดกได้เก่งระดับหนึ่ง นั่นคือความสามารถเฉพาะตัว

พอคนตรงหน้าไขข้อกระจ่างให้แบบไม่ได้ร้องขอ ผลของการไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนหน้าถึงกับพาเธอวูบ สมองที่ว่ามีเพียงน้อยนิด คล้ายถูกไม้หน้าสามตีลงมาอย่างจัง

            สรุปคือคนที่เธอคิดว่าไว้ใจได้ คือคนที่หักหลังเธอมาตลอด

            เขาไม่ได้พูดพล่อยๆ แต่เขามีหลักฐาน

            มีอีกมากมายที่นางแบบสาวตามไม่ทัน และอยากจะตั้งคำถามกับเขารวดเดียวจบ ทว่าสีหน้าของเขาตอนนี้ไร้ซึ่งอารมณ์ ไม่มีส่วนร่วมกับเธอสักนิด

            เธอเป็นคนอยู่เป็น อาจเป็นเพราะวงการนี้จะต้องใช้เอเนอร์จี้ขั้นสูง บางอย่างที่ให้ความรู้สึกด้านลบจึงจำต้องถูกเก็บ สอนให้เธอเป็นคนที่ยิ้มง่ายต่อหน้าคนแปลกหน้าและที่สาธารณชน แน่นอนว่าตอนนี้เขาคือหนึ่งในนั้น

            เธอจึงเลือกที่จะเงียบ เป็นผู้ฟังที่ดี รอให้เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง แต่เหมือนว่าบทสนทนาเรื่องนี้จะสิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ เมื่อเขาหยิบบุหรี่ในกล่องขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก เตรียมจุดเพื่อสูบ กลับชะงักนิ่งจังหวะปรายตามายังเธอราวกับครุ่นคิดอะไร  

            “ตอนนี้ผมอนุญาตให้คุณอาบน้ำแล้วครับ

            คงหนีไม่พ้นเรื่องควันบุหรี่ เอาจริงถึงจะไม่ได้เป็นคนที่ดีมาก แต่การปล่อยให้สตรีต้องมาสูดดมควันมือสองจากเขาไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบมากนัก สำหรับเขามันไม่ได้ดูเท่เลย

           แต่เหมือนประโยคนี้เธอไม่ได้ฟัง เสียงในหัวต่างหากที่กำลังมีอิทธิพล ปั่นหูให้เธอหัวเสีย เป็นการหาทางเอาตัวรอดผ่านสัญชาตญาณการถกเถียงเพื่อสนองความอยากรู้ ที่มันมากเกินจนเธอเป็นฝ่ายแพ้ โพล่งออกมาในที่สุด

            “สาเข้าใจว่าคุณไม่เชื่อใจถ้าต้องปล่อยกัน แต่การที่ขังกันไว้แบบนี้มันก็ไม่แฟร์กับสาเหมือนกันอะ

            กลายเป็นว่าเขาต้องดึงบุหรี่ที่คาบอยู่ออกด้วยความหงุดหงิด โยนมันไปกลางโต๊ะอย่างไม่ไยดี พร้อมซิปโป้ทองเหลืองที่ไม่สนว่ามันจะแตกหักยังไง

            “ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้น

            ตอบกลับไปน้ำเสียงเย็นชา ก่อนพ่นลมหายใจออกมา

            “ไม่สนเลยเหรอ สักนิดนึงก็ไม่มีเหรอ

            “คุณจะมาเอาอะไรกับโจรอย่างผม ไม่ฆ่าตั้งแต่ตอนนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว

            “ไม่ฆ่า แต่ไม่ปล่อยกันมันต่างตรงไหนคะ

            “คุณพูดแบบนี้เหมือนกำลังเรียกร้องหาความตายเลย หรือว่าอยากตาย ตายไหม ตอนนี้จะได้จบๆ” 

            “ขู่กันอีกแล้ว งั้นก็ฆ่าเลยสิคะ เอาจริงๆนะ ถ้าใจคุณอยากทำแบบนั้นจริง ป่านนี้สาคงตายไปนานแล้ว

            ดวงตาคมกริบส่งกลับมาอย่างครั่นคร้าม เหมันต์เริ่มหัวเสียแต่เก็บอาการเอาอยู่ เมื่อเธอกำลังงัดประโยคที่ไม่พึงประสงค์ต่อสมองเขา ต้อนให้เขาจนมุม เขาไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงอะไร และไม่รู้ว่าเธอรู้ข้อนี้หรือเปล่า

            “เพราะคุณมีประโยชน์อยู่ไงลลิสา ผมถึงไม่คิดฆ่า แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดอาจจะไม่แน่

            ไม่พูดเปล่า แต่เดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆด้วย จนอีกฝ่ายต้องถอยหนี สีหน้าของเขาเอาจริง ดวงตานั้นไม่ต่างเปลวเพลิง ที่พร้อมแผดเผากันได้ทุกเมื่อ

            “มะ ไม่ใช่อย่างนั้น สาหมายความว่า..เสียงของลลิสาขาดห้วง ความประหม่าทำให้เธอต้องทิ้งช่วง เพื่อสูดลมหายใจและอธิบายเขา ทั้งที่เธอเองก็เข้าใจตรรกะเหล่านั้น และเธอก็ไม่ได้ใจเด็ดพอที่จะพร้อมตาย สาต้องใช้ชีวิตไง แบบว่าถ้าคุณคิดจะขังกันตลอดชีวิต สาจะใช้ชีวิตยังไง

            ดังนั้นเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด

            “ชีวิตของคุณตอนนี้เป็นของผม ยังไม่เข้าใจอีกหรือ

            “ไม่ ไม่ใช่.. ชีวิตเป็นของสา คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับกัน

            “จะสิทธิ์อะไรก็ช่าง ผมไม่จำเป็นต้องอธิบาย สำหรับผมคุณมีประโยชน์และผมต้องการผลประโยชน์จากคุณก็คือจบ จะมาหาคำตอบอะไรอีก

            “อินเวร์โน คุณมัน..ใจร้ายสุดๆไปเลย ก็แค่พลัดหลงมาเห็นสิ่งที่คุณทำ ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!

            เสียงตวาดจนแสบแก้วหู ทำให้เขาชะงักจนต้องหันหน้าหนี

            “ทำไมถึงเป็นอย่างนี้นะเหรอ..หึเกิดมาสามสิบห้าปี เขายังไม่เคยโดนใครใช้เสียงสูงกับเขาสักคน เธอเป็นใครกันเพราะผมต้องการให้มันเป็นไง! แล้วก็เลิกถามสักที รำคาญ” 

            ลลิสายืนอึ้ง ดวงตาที่ขึงโตเต็มไปด้วยน้ำล่อเลี้ยงราวกับลืมวิธีกะพริบ มองร่างสูงที่ยืนเท้าเอวสอบหันข้างให้เธอ เขาอยู่ในลักษณะแหงนหน้าขึ้นสุด เสมือนการตวาดเธอเป็นการสิ้นเปลืองพลัง ทว่าเธอไม่รู้ว่ามันมีมากกว่านั้น อารมณ์ของเขาในตอนนี้สามารถทำร้ายเธอได้เลย หากไม่เท้าเอวสอบยึดไว้แน่นจนขึ้นเส้นปูด ป่านนี้ร่างของเธอทั้งร่างอาจถูกเหวี่ยงไปไกลแล้ว คงได้ตายสมใจจริงๆ

            “ฮึก..สารเลว

            นางแบบสาวมองภาพนั้นตาละห้อย เจ้าของใบหน้าที่เห็นเพียงเสี้ยวด้านข้างยังหล่อ แต่จิตใจดำอำมหิต คำพูดคำจาสามารถฆ่าคนได้ไม่ใช่เพียงการเหวี่ยงดาบ จากนั้นจึงเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อไล่น้ำตาที่สาระแนพากันกลิ้งลงทั้งที่ยังไม่ได้อนุญาต ไม่อยากนิ่วหน้าสะอื้นไห้ให้เขาเห็น

            แต่เธอไม่รู้ หลังเขาปรายตามามองแล้วเห็นว่าหัวไหล่ของเธอสั่น กำลังร้องไห้ตัวโยนถึงกับเงียบไป ทิ้งตัวลงบนโซฟา ยกขาแกร่งพาดบนโต๊ะเตี้ยฝั่งตรงข้าม เขาหงุดหงิด ไม่ชอบเลยกับน้ำตาผู้หญิง

            นั่งมองอยู่พัก พอเห็นว่าเธอยังคงสะอื้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ด้วยความอึดอัดที่พรั่งพรู ผลจากการไม่ได้อัดสารนิโคตินเข้าไป ตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เลือกที่จะไปที่อื่น แทนที่จะไล่เธอกลับ

            “ห้องน้ำผมคุณใช้ได้

            เขาย้ำ เผื่อว่าเธออยากล้างหน้าล้างตา แต่คำตอบที่ได้มา กลับทำคนฟังยิ่งฉุน

            “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากอาบแล้ว ปล่อยให้เหงื่อโซกแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

            “อ่า..จะไม่อาบ? ถ้าอย่างนั้นก็เก็บกวาดห้องผมหน่อย เห็นแล้วโคตรสกปรก” 

            นางแบบสาวหันขวับก่อนคว่ำปาก ประโยคหลังไม่ได้หลอกด่ากันใช่ไหม

แต่ถึงไม่แน่ใจ ความอ่อนไหวที่มีในตอนนี้ ก็ยิ่งทำเธอร้องไห้ น้ำตาไหลลงมาไม่หยุดอยู่ดี

            เหมันต์แยกตัวออกมานอกบ้าน ตรงมายังโกดังที่สั่งให้คานโลมาดูก่อนแล้ว

            “เป็นไงบ้าง มีปัญหาตรงไหนไหม

            อีกหนึ่งอาทิตย์เขาจะทำสงครามขนาดย่อม เพื่อไปฆ่าใครคนหนึ่งที่เคยฝังความแค้นให้กัน แต่เพราะมันเป็นคนที่มีอิทธิพลไม่ต่างกันกับเขาจึงจำเป็นจะต้องสิ้นเปลืองทรัพยากร

            “ไม่ครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดี

            ลูกน้องคนสนิทไว้ใจได้มีอยู่ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือคานโลที่เป็นทั้งลูกน้อง เพื่อน และครอบครัว หลังจากพ่อของคานโลเป็นลูกน้องเก่าแก่ของตระกูล และเสียชีวิตจากการโดนสังหารหมู่พร้อมกับกับพ่อแม่เขา จนเหลือแค่พวกเขาสองคน ต่อมาด้วยอุดมการณ์เดียวกัน ต้องการล้างแค้น การร่วมเป็นร่วมตายจึงเกิดขึ้น ถึงขนาดดื่มเลือดสาบานกันเลยทีเดียวเชียว

            “ดี เตรียมตัวให้พร้อม งานนี้เราต้องไม่พลาด

            “ครับ

            คานโลก้มหัวรายงานผู้เป็นนาย ยืนรอคำสั่งหลังมีการตรวจเช็คเรียบร้อยแล้ว

            “หาคนเฝ้าผลัดกันเช้าเย็น ที่เหลือหาเวลาพัก เก็บแรงไว้

            ผ่านการสั่งงานที่จริงจัง ปกติผู้เป็นนายจะเดินกลับเลย ไม่เสียเวลาอยู่นาน เพราะงานเขาค่อนข้างเยอะ ทว่าครั้งนี้ยังคงยืนอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะไปไหน ไม่พอยังล้วงซิการ์ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาสูบอีก เขาที่รู้หน้าที่จะต้องยื่นซิปโป้เข้าไปจุดให้ผู้เป็นนาย จึงใช้โอกาสนั้นถามไถ่สิ่งที่คาใจ

            “ผู้หญิงคนนั้นละครับ นายจะเอายังไง จะเลี้ยงไว้หรือครับ

            ดวงตาคมกริบบางทีก็เหมือนราชาหมาป่า บัดนี้ไม่ต่างจากเสือที่กระหายเลือด ปรายตามองลูกน้องเพียงแวบก่อนจะลากกลับ ทอดมองไปยังสวนป่า ตรงจุดนั้นที่มีต้นไม้รองรับหิมะโปรยลงมา หากแต่เขาไม่ได้สนใจมัน ทั้งที่ใช้จุดนั้นเป็นจุดโฟกัส

            “ถามทำไม

            “ผมกลัวว่าเธอจะมาเป็นภาระมากกว่านะครับ ทำไมไม่ฆ่าซะให้จบๆ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ล่ามเมีย    บทที่ 183 ตอนพิเศษ 5

    เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 182 ตอนพิเศษ 4

    ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 181 ตอนพิเศษ 3

    ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็

  • ล่ามเมีย    บทที่ 180 ตอนพิเศษ 2

    “เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 179 ตอนพิเศษ 1

    บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท

  • ล่ามเมีย    บทที่ 178 สมหวัง

    “มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น

  • ล่ามเมีย    บทที่ 81 กินมาม่านั่งคุยกับเพื่อน

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชายหญิงสองคนเพื่อนสนิทกำลังนั่งจ้องหม้อต้ม ที่ข้างในมีเส้นมาม่า และควันโขมงลอยฟุ้งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อย หากแต่พวกเขาต้องรอให้อุ่น เพราะไม่ถนัดกับการกินของร้อนสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเส้นที่จะต้องซู้ดเข้าปากเท่านั้นถึงจะอร่อย ส่วนใหญ่จะถนัดก็แต่บรั่นดี ไม่ก็ไวน์ชั

  • ล่ามเมีย    บทที่ 80 ติดตาม

    หลังกลับมาจากบ้านของอาคีราและพะแพง ลลิสาก็เลือกที่จะอยู่เพนท์เฮาส์แทนที่จะกลับบ้านของตัวเอง เนื่องจากยังไม่อยากเจอหน้าพ่อ แม้ว่าจะคิดถึงแม่มากๆ “จะเอาไงต่อ” ตอนนี้เธอมีเหนือเมฆอยู่เป็นเพื่อน นั่นเพราะเขาสนิทกับเธอมากที่สุด เรื่องบางเรื่องบางอย่างก็ละเอียดอ่อนเกิน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 31 อุ่นเตียง

    เสียงน้ำไหลจากฝักบัวรดผ่านศีรษะชำระล้างคราบเลือดออกไปด้วย กลายเป็นว่าบนพื้นเจือจางไปด้วยน้ำสีแดง ดวงตาคมกริบไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งนั้นแต่อย่างใด สาเหตุเพราะชินแล้ว ภาพการตายของศัตรูต่างหากที่ทำให้เขาสนใจ กระสุนนับสิบกระแทกร่าง และอีกหนึ่งนัดทะลุหัว ไม่พอทั้งตัวยังเหวอะหวะไปด้

  • ล่ามเมีย    บทที่ 30 เปื้อนเลือด

    “ได้ออกมาข้างนอกแบบนี้ คุณควรจะดีใจไม่ใช่เหรอไง” เจ้าของใบหน้าที่ไม่ได้แต่งแต้มใดๆ ทว่ากลับสวยอย่างไร้ที่ติ และถ้าหัวคิ้วไม่ขมวดเข้าหากันยุ่ง คงจะสวยขึ้นอีกหลายเท่า ละสายตาจากนอกหน้าต่างหันกลับมามองเจ้าของเสียง “ออกไปจดทะเบียนสมรสกับฆาตกรมันควรดีใจใช่ไหมคะ” เธอถ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status