LOGIN“คี..” (สา อยู่ไหน) ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เป็นห่วงกันแบบนี้เธอคงรู้สึกดีไปแล้ว อาจจะเข้าข้างตัวเองด้วยซ้ำ เขานั้นมีใจให้เธอ ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นแทน และอึดอัด ไม่อยากคุยด้วยสักเท่าไหร่ เนื่องจากคนที่เธอรักไม่ใช่คนที่เพื่อนๆเธอชอบ มันจึงดูเหมือนเข้ากันไม่ได้ ไม่พอเขาเพิ่งจะสังหารพ่อของเพื่อนสนิทของสองคนนั้นไป คงยากแล้วที่จะปรองดอง “อยู่โรงแรม” ที่โทรมา เพราะโทรศัพท์เธอมีสัญญาณแล้วแจ้งเตือนไปทางข้อความฝั่งนั้นสินะ? (โรงแรมที่ไหน) “คี ใจเย็นๆ” (ติดต่อไม่ได้สิบกว่าวันสา คุณป้าไปแจ้งความแล้ว ตอนนี้ตำรวจหากันให้วุ่น คีกลัวว่าถ้าตำรวจเจอตอนสาอยู่กับมันจะติดร่างแหไปด้วย มันไม่ใช่คนดีอะไรนี่) “คี! โทรมาแล้วก็หาเรื่องกันเลย?” (แยกแยะหน่อยสา คีรู้ว่าสารักมัน แต่กี่ครั้งแล้วที่สาเป็นแบบนี้ หายไปไหนไม่มีสาเหตุ หายไปแบบปิดสวิตซ์ จู่ๆนึกจะเอากลับมาก็โผล่มาเลย บอกตามตรงมันหยามคีกับเหนือเหมือนกันนะ รู้สึกปกป้องไม่ได้ เมื่อไหร่จะตาสว่างสักที ว่ามันคือคนอันตรายต่อสังคม)
ในที่สุดลลิสาก็ทนการอยู่นิ่งกับที่ไม่ไหว ความดื้อรั้นของเธอทำให้เหล่าคนดูแลต้องยอมแพ้ เนื่องจากว่าพวกหล่อนนั้นมีเหตุจำเป็นต้องขึ้นฝั่งเช่นกัน อีกอย่างสัญญาระหว่างการดูแลสิ้นสุดลงแล้ว แม้ค่าจ้างจะถูกจ่ายครบ ไม่ได้มีปัญหา แต่การไม่ติดต่อมาของผู้เป็นนาย ทำให้คนดูแลไม่กล้าตัดสินใจ พวกหล่อนไม่มีสิทธิ์และอำนาจพอที่จะต่อรองหรือห้ามนายหญิงได้ เพราะไม่รู้ว่าการทำเช่นนั้นจะมีผลเสียมากกว่าผลดีหรือเปล่า เรือลำขนาดกลางออกจากเกาะมุ่งหน้าสู่ฝั่งในเวลาใกล้เที่ยง หญิงสาวก้าวลงจากเรือด้วยการประคองหิ้วปีกของเหล่าคนใช้ ก่อนจะยิ้มบางๆส่งไปให้ “แยกกันตรงนี้เถอะนะ” “จะดีเหรอคะคุณสา” “ดีสิ นี่สัญญาณโทรศัพท์ก็ใช้ได้แล้ว สาจะหาทางกลับกรุงเทพเอง อีกอย่างไปไหนคนเดียวในตอนนี้มันปลอดภัยจะตาย ไม่ตกเป็นเป้าสายตาเหมือนเกาะกลุ่ม ไม่ต้องห่วงนะ สาดูแลตัวเองได้ พี่ๆกลับไปหาครอบครัวกันเถอะค่ะ” “จะเอาอย่างนั้นเหรอคะ” “จ้ะ ขอบคุณมากนะที่อยู่ดูแลสา ระยะเวลาสิบกว่าวันนี้ทุกคนทำงานดีมากนะ น่ารัก เป็นกันเองกับสามากๆ จะไม่ลืมทุกคนเลยนะ”
วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ ฟ้าหลังฝนที่ว่า... เนื่องจากสุดท้ายก็คือหินและเม็ดทรายก้อนเดิมที่ถูกฝนกระหน่ำกระทบใส่ก่อนจะโดนแดดแผดเผาตามมา บทสรุปของความหมายก็คือ สิ่งดีๆที่กำลังจะเข้ามา ไม่ใช่เพราะฟ้าโปร่งใส หรือพระอาทิตย์ส่องแสง ทั้งสองอย่างยังคงทำหน้าที่ของมันแบบเดิม มีเพียงสายฝนต่างหากที่พัดผ่านไป ไปตกอยู่ที่ไหนสักแห่งซึ่งเราไม่รู้ ความอดทนของก้อนหินและทรายต่างหาก...ที่เลือกมองมัน กว่าจะยอมรับว่าฟ้าหลังฝนก็สวยงามเหมือนกันนะ ...ก็หลังจากที่อดทนมาจนชินแล้ว ชีวิตของเธอก็เป็นแบบนั้น อยู่ได้เพราะความหวัง อยู่ได้เพราะมีใครคนหนึ่งที่สำคัญมากๆให้คำสัญญา อยู่รอคอยเขาเพราะเขาบอกว่าจะกลับมา แต่ทว่า... “ฝนจะตกอีกแล้วนะคะคุณสา” เธอลากสายตาจากท้องทะเลสีครามกลับมา ก่อนจะส่งยิ้มบ
ชัยชนะที่ได้มาอย่างไม่คาดฝัน เหมันต์ไม่ได้ภูมิใจกับสิ่งนี้ การฆ่าคนจากความแค้นอย่างไรก็ย่อมสะใจกว่า แต่การฆ่าแบบจำเป็นต้องฆ่า กลับต้องมาคิดทีหลัง เมื่อเขาคนนั้นที่ตายไปยังมีความดีติดตัวอยู่บ้าง นี่ไม่ใช่เรื่องที่สบายใจ หลังจากนี้สิ่งที่ต้องจัดการประการถัดมา คือการกำราบทายาทคนที่ตายให้อยู่หมัด แน่นอนแหละว่าหล่อนต้องโกรธ ใครบ้างจะไม่เคียดแค้นคนที่ฆ่าพ่อ ยิ่งเป็นคนที่รักมาก และไว้วางใจ หลังจากมอบหมายให้ลูกน้องใหม่ที่เคยเป็นลูกน้องของผู้ตาย อดีตหัวหน้าแก๊งเคนซากิ เรียว ซึ่งตำแหน่งนี้เขาเองไม่ได้ยอมรับมันเท่าไหร่นัก ทว่าผลพ่วงมาจากขนบธรรมเนียมที่เลี่ยงไม่ได้ ตามมายังห้องโถงใหม่ที่สะอาด ปราศจากกลิ่นคาวเลือด เพื่อรอเจรจากับเคนซากิ ฮานะ ลูกสาวคนเดียวของผู้ตาย และเขาไม่ได้ต้องการชีวิตของเธอ ทันทีที่เธอมาถึงสิ่งแรกที่เขาได้ยินคือการเดินที่โขกสับ กระแทกส้นเท้า แรงเกินกว่าจะเป็นกิริยาของหญิงสาวชาวญี่ปุ่นได้ รู้ทันทีหญิงสาวกำลังโกรธ เนื่องจากวินาทีที่กำลังสะสางเธอได้ยินมันทั้งหมด รวมถึงเสียงดาบตอนฟาดฟันกับพ่อเธอ พลั่ก!
ดวงตาสีนิลของชายในวัยใกล้ชราฉายวาวพิโรธ มาถึงตรงนี้จนแล้วจนรอดลูกบุญธรรมก็จะฆ่าเขาให้ได้ เขาผิดเอง..ที่ประเมินคนตรงหน้าต่ำไป ทั้งอันที่จริงแผนการเหล่านั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เขาต่างหากที่ชะล่าใจ น่าจะคิดให้ทัน“ถ้าฉันแพ้ จะล้มเลิกการฆ่าเด็กนั่น แหละยุติสัจจะที่มีไว้ทั้งหมด ตามที่แกต้องการเลย”“ต่างคนต่างอยู่สินะครับ”เพราะเขารู้มันทำได้ยาก ถึงได้ยิ้มเย้ยหยันแบบนั้น ที่มาวันนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้มีเงื่อนไขนี้ หากแต่อะไรก็ได้แค่ขอให้คนตรงหน้าตาย หรือล้มเลิกในสิ่งที่ทำอยู่ทุกอย่างก็จบ เรื่องฮานะรักเขา จะต้องเจ็บปวดเจียนตายแค่ไหน จะไม่สน ตอนนี้สนแค่ว่าลลิสาจะต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไป...“...ตามนั้น”“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมเห็นด้วย”“เปลี่ยนคำสั่งกับลูกน้องแกด้วย”“ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างที่ท่านพูด ลูกสาวท่านก็ได้ยิน ป่านนี้คงซึ้งใจท่านอยู่ มาเริ่มกันเลยไหมครับ”ดาบซามูไรถูกจับด้ามไว้แน่น ดวงตาคมกริบลากไปยังกล่องซามูไรอีกเล่มที่วางอยู่บนหิ้งเหนือหัวเจ้าของ ทันทีที่มันถูกดึงลงมาเพื่อใช้สู้กับเขา ถึงกับยกยิ้ม เนื่องจากอยู่ที่นี่มาหลายปี พอจะรู้จากคำบอกเล่าของลูกน้องเก่
เสียงตวาดลั่นไม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อสะทกสะท้าน และดาบในมือนั่นไม่ได้สั่นเทาจนเสี่ยงปล่อยให้มันหลุดมือ ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่จุดเดิม และแน่นอนว่าชื่อนั้นสะท้อนอะไรหลายๆอย่าง อาทิเช่นที่มาของมัน“ยอมรับแล้วสิ..หลักฐานที่ซาโตรุส่งมาแกเป็นคนทำ”“ครับ”“และแกก็ฆ่ามันแล้วด้วย”“ครับ”“เมียแกยังมีชีวิตอยู่?”“ครับ”“สองสามวันมานี้ แกก็แค่ถ่วงเวลาฉัน”“...ใช่ครับ”“เพื่อผู้หญิงคนเดียว...หึ อินเวร์โน แกนี่โง่จริงๆ” เหมันต์ยกยิ้ม ไม่เคยรู้สึกพะอืดพะอมกับชื่อนี้มาก่อน ครั้งนี้ครั้งแรก เมื่อมันย้อนกลับมาทำลายตัวเอง เจ้าของชื่อนั้นครั้งหนึ่งเคยฆ่ามนุษย์เหมือนผักเหมือนปลา ที่นำมาประกอบอาหารแบบไม่ได้รู้สึกผิด ต่างกับวันนี้ที่ถึงขั้นสมเพชตัวเอง สมแล้วที่เรียกปฏิบัติการนี้ว่า โกงความตาย นั่นเพราะจู่ๆเขาก็เห็นแก่ตัวอยากจะมีชีวิตขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้าวางแผนไว้แล้วว่าจะตายทันทีที่ความต้องการสำเร็จ ถูกต้องว่าปัจจุบันร่างของเขาควรจะจมอยู่ใต้ธรณีไปแล้ว อาจกำลังเป็นอาหารของหนอนด้วยซ้ำ ใครจะไปรู้กะอีแค่ตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง กลับทำให้เปลี่ยนใจได้ และบ้าดีเดือดขนาดนี้ เอาแต่ใจไหมล่ะทว่า..ถึงอย่างไร
"อา.." เริ่มเรียกเสียงครางของคนใต้ร่างออกมาบ้างแล้ว เจ้าของหัวใจที่เต้นราวกับกลองศึก สมองขาวโพลนราวกับไม่มีอะไรอยู่ภายในนั้น กายสาวกระตุกตามสัมผัสอันหนักหน่วงของเขา ไม่ว่าจะโดนจุดไหน เป็นว่าจุดนั้นจะต้องร้อนรุ่มประหนึ่งถูกไฟแผดเผา เธอมัวเมาในรสสวาท ลืมไปแล้วเขานั้นจัด
ทันทีที่เขาพูดจบริมฝีปากของเธอก็สั่นระริก ไม่ทันได้เอ่ยคำทักท้วงก็ถูกฉกฉวยไปด้วยความร้อนฉ่าจากอวัยวะเดียวกัน กลายเป็นความจำเป็นที่จะต้องกลืนสิ่งนั้นกลับไปด้วยความจำใจ เขาทาบริมฝีปากลงมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นจนกลายเป็นความเร่าร้อน ปลายลิ้นร้ายชุ่มชื้นหยอกเย้
“พร้อมแล้วบอกนะครับ” เขาจุมพิตซับน้ำตาให้ ความอ่อนโยนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากคนอย่างเขา มาเฟียขึ้นชื่อว่าป่าเถื่อน ฆ่าคนเหมือนผักเหมือนปลา และสิ่งนั้นก็เหมือนจะช่วยปลอบประโลมให้ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ของเธอมลายหายไป ลำคอของเธอแห้งผากจังหวะกลืนก้อนเจ็บ มือที่กำฟ
หลังร่วมโต๊ะอาหารในมื้อเช้าด้วยกันแล้ว เขาก็สั่งให้เธอเก็บของ แต่มีของอะไรที่จะให้เธอเก็บล่ะ นอกจากเสื้อผ้าที่เขาให้คานโลไปหามาให้ แน่นอนว่าจับตัวไหนมาคู่กัน ก็เหมือนจะเป็นศัตรูกันมากกว่ามิตรไมตรี สุดท้ายได้ชุดเสื้อกล้ามสีขาว และกางเกงลินินสีน้ำตาลอ่อน คลุมด้วยเสื้อโค้ทแขนยาวส







