LOGIN
“ถ้าอย่างนั้นสาขอถามหน่อยได้ไหมคะ”
“ครับ”
“สาผิดอะไร”
ความเงียบเข้ามาปกคลุมเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ไม่นาน เขาแค่นหัวเราะ จ้องนิ่งเข้ามาในม่านตาเธอ ถึงขนาดสะท้อนหน้าของเธออยู่ในม่านตาเขา
“คุณไม่ได้ผิด แต่คุณพลาด” จ้องเขม็งมองมา ตาไม่กะพริบ “พลาดที่เลือกเชื่อใจคนผิด”
“คุณหมายถึงผู้จัดการสาเหรอ เรื่องนั้นยอมรับว่าช็อคอยู่เหมือนกัน แต่คิดอีกทีมันก็คือการกระทำของคนเลว สาไม่สามารถโกรธคนเลวได้ เพราะมันเสียเวลา อีกอย่างสาอยู่ที่นี่กับคุณ จะทำอะไรเขาได้”
“ผมยังไม่ได้จ่ายเงินคุณ”
หญิงสาวพยักหน้า
“ค่ะ สาทราบ จะต้องขอบคุณด้วยหรือเปล่า”
“ก็แล้วแต่สะดวกครับ”
จ้า!
“ว่าแต่จะมีโอกาสได้ใช้มันไหม”
“ได้ครับ ทำไมจะไม่ได้” เธอเกือบจะยิ้มอยู่แล้วเชียว ติดตรงที่ว่ามันยังมีต่อ “ถึงไม่ได้ใช้ที่นี่ก็ได้ใช้ที่อื่น เรายังต้องไปอีกหลายที่ อีกหลายประเทศ”
“สรุปว่า ฉันจะต้องตายไปพร้อมกับคุณสินะคะ”
“ไม่ครับ คุณอาจตายก่อน ถ้าเกิดตุกติก ขึ้นอยู่ที่คุณจะหาเรื่องใส่ตัวอีกไหม”
หญิงสาวคว่ำปาก เสมองไปทางอื่น เริ่มจะเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนี่ขึ้นมาจริงๆแล้ว
แต่พอฉุกใจคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องหันมาอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเขาเท้าเอวสอบมองอยู่ หญิงสาวจึงทำใจกล้าพร้อมสูดลมหายใจ
“มีเรื่องนึงที่จะถามอีกค่ะ ในเมื่อคุณสืบได้ว่าผู้จัดการสาจะหอบเงินหนี ทำไมคุณถึงไม่บอกสาก่อนคะ”
“ไม่ใช่เรื่องของผมนี่ครับ”
เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ต้องสะอึก คนคนนี้ขยันทำเธอหน้าแตกจริงๆ
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”
คราวนี้ถึงกับก้มหน้าลง ไม่กล้าถามอะไรอีก ทว่า..
“แต่ถ้าคุณจะเอาคืนละก็ ผมทำให้ได้นะ”
และคงไม่กล้าก้มแล้วด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่ก้มลงมองพื้น ก็มักจะมีประโยคที่เสี่ยงต่อหัวใจวายทุกทีเลย
“คุณจะฆ่าเธอเหรอ ไม่ได้นะ”
“ถ้างั้นคุณจะให้อภัย?”
“..........”
ดวงตาครั่นคร้ามยังคงทอดมองไม่วาง เพิ่มเติมมาด้วยหัวคิ้วเข้มขมวด เหมันต์มองผู้หญิงตรงหน้าในใจครุ่นคิด จะมีสักกี่คนที่โง่เหมือนเธอ แถมนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้จัดการของเธอคดโกง แต่มีหลายครั้งจากการเรียกค่าตัวและหักหัวคิว เขาจะไม่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพราะมันไม่ใช่ปัญหาของเขา เขาจะเลือกพูดเรื่องที่เกี่ยวกับเขาเท่านั้น
“เรื่องนี้ผู้จัดการของคุณเป็นคนติดต่อผมมา”
เมื่อเห็นว่าใบหน้าสะสวยเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ร่างสูงก็เดินเคลื่อนที่ย้ายจากจุดนั้นไปยังโต๊ะทำงาน และหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมา ก่อนถือแฟ้มหนึ่งมายื่นให้ ยืนมองลลิสารับไปอย่างงุนงงและเปิดดู จากนั้นขมวดของเธอก็ชนกันยุ่ง
เหมันต์ยกยิ้ม เดินไปเติมเหล้า และกลับมาทิ้งตัวบนโซฟาตรงหน้าเธอ ท่าทางการจิบของเขาดูสบายใจ ต่างกับเธอที่ทั้งมือสั่น ใจสั่นไปแล้วในตอนนี้
“หล่อนรู้จักคุณ?”
“ก็น่าจะใช่..” ร่างสูงเงียบไปอึดใจหนึ่งราวกับใช้ความคิด พลางเหลือบตาขึ้นมามองนิ่ง “หรือไม่ก็รู้จักกับคนที่ดีลงานนี้กับผม เพราะผมไม่รู้จักเธอ”
“หมายความว่าคุณประกาศหาคนทำเรื่องนี้เหรอคะ”
“อ่า ผ่านตลาดมืด”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องการ์ดดำนั่น”
“ผู้จัดการคุณรู้เงื่อนไขของมันอยู่แล้ว แค่ทำเป็นมึน”
ลลิสาเกือบหมดแรง ถึงเธอจะอยังงุนงง ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้เธอเสียใจมากแล้ว
“สานึกว่าคุณ..”
“ผมก็แค่บอกสิ่งที่ผมต้องการ ลักษณะที่คล้ายกันกับเหยื่อ ให้บุคคลเหล่านั้นฟัง แลกกับเงินสิบล้าน”
ดวงตากลมโตวูบไหว แกว่งไปมาขณะหรี่แคบ มือบางคู่บีบเข้าหากันจนขึ้นเส้นสัน ท่าทางนั้นของเธออยู่ภายใต้การมองอยู่ของเขา แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไร อีกทั้งทำเสียง เหอะ! ก่อนหันไปทางอื่น
“ขะ ขอถามอีกได้ไหมคะ”
“อืม”
“คุณให้เงินพวกเขาไปแล้ว ทำไมถึงยังจะให้สาอีกคะ แถมให้เสนอไปเองด้วย”
คราวนี้เขาเปลี่ยนบริบท สายตาคู่เย็นชานั้นกลายเป็นหรี่แคบ ภายในคล้ายหุบเหวเขามืดมิดที่หาก้นบึ้งไม่เจอ ตวัดกลับมาจ้องมองเธอ พลางริมฝีปากหยักถูกยก
“ก็จะได้ตาสว่าง”
“.........”
“แต่บังเอิญว่าผิดแผนไปหน่อย เรือมารับคุณช้าเพราะเกิดอุบัติเหตุ ส่วนคุณก็โผล่มาเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น”
แน่นอนว่าเมื่อได้รับคำตอบ คนที่กลายเป็นหุ่นไม่ใช่คนที่นั่ง แต่เป็นคนที่ยืน ลลิสาตัวชาวาบไปทั้งตัว กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งต่อหน้าเขา
“ถ้าอย่างนั้นสาขอถามหน่อยได้ไหมคะ”“ครับ”“สาผิดอะไร”ความเงียบเข้ามาปกคลุมเหมือนทุกที แต่ครั้งนี้ไม่นาน เขาแค่นหัวเราะ จ้องนิ่งเข้ามาในม่านตาเธอ ถึงขนาดสะท้อนหน้าของเธออยู่ในม่านตาเขา “คุณไม่ได้ผิด แต่คุณพลาด” จ้องเขม็งมองมา ตาไม่กะพริบ “พลาดที่เลือกเชื่อใจคนผิด”“คุณหมายถึงผู้จัดการสาเหรอ เรื่องนั้นยอมรับว่าช็อคอยู่เหมือนกัน แต่คิดอีกทีมันก็คือการกระทำของคนเลว สาไม่สามารถโกรธคนเลวได้ เพราะมันเสียเวลา อีกอย่างสาอยู่ที่นี่กับคุณ จะทำอะไรเขาได้”“ผมยังไม่ได้จ่ายเงินคุณ”หญิงสาวพยักหน้า“ค่ะ สาทราบ จะต้องขอบคุณด้วยหรือเปล่า”“ก็แล้วแต่สะดวกครับ”จ้า!“ว่าแต่จะมีโอกาสได้ใช้มันไหม”“ได้ครับ ทำไมจะไม่ได้” เธอเกือบจะยิ้มอยู่แล้วเชียว ติดตรงที่ว่ามันยังมีต่อ “ถึงไม่ได้ใช้ที่นี่ก็ได้ใช้ที่อื่น เรายังต้องไปอีกหลายที่ อีกหลายประเทศ”“สรุปว่า ฉันจะต้องตายไปพร้อมกับคุณสินะคะ”“ไม่ครับ คุณอาจตายก่อน ถ้าเกิดตุกติก ขึ้นอยู่ที่คุณจะหาเรื่องใส่ตัวอีกไหม”หญิงสาวคว่ำปาก เสมองไปทางอื่น เริ่มจะเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนี่ขึ้นมาจริงๆแล้วแต่พอฉุกใจคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงจำเป็นต้องหันมาอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเ
ลลิสานิ่วหน้า สำหรับเธอนี่ไม่ใช่เรื่องตลก คนตรงหน้าดูเคร่งขรึมจนเธอประหม่า“คือ..”เธอจะตอบได้ยังไงในเมื่อใจของเธอตอนนี้อยากขอให้เขาปล่อยเพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง เขาก็เลยขมวดคิ้ว หากแต่ยืนมองนิ่งไม่ถามไถ่ แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้เธออึดอัดสายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวมากๆ“ถ้าอยากจะให้ปล่อยกันไป คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ”ไม่รู้เป็นเพราะสีหน้าของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน หรือว่าเขากันแน่ที่ฉลาดหลักแหลมถึงได้อ่านใจออก หากเป็นอย่างหลังก็สมแล้วที่เขาเป็นมาเฟีย ถือว่าเก่งกาจในเรื่องของการมองคน ทว่าการพูดออกมาตรงๆด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแบบนั้น ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อน ทั้งที่กำลังทำเรื่องไร้มนุษยธรรม กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ และทำเธอเสี่ยงหัวใจวายตายฟังแล้วหดหู่ฉิบหายเขาเอาจริงดิ?“แบบนี้ก็ใจร้ายกันเกินไปนะ”“หรือว่าจะตาย ผมว่ามันก็ง่ายดี”ง่ายกับผีน่ะสิร่างเล็กชะงัก นึกไม่ถึงขนาดพึมพำเสียงเบา ต้องการให้ได้ยินแค่ตัวเอง เขายังได้ยิน ทำเอาเธอหน้าร้อนวูบวาบ ไปไม่ถูกเลยทีนี้แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว เธอออยากลอง“คุณ..ฉันจะไม่บอกใครจริงๆนะ”ทว่า กลายเป็นการสร้างแรงประหม่าเพิ่ม เมื่อความเงียบเข้า
สองชั่วโมงผ่านไปไวมาก เธอในสภาพเหลือแต่ดวงตาเพราะใส่แมส นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง คานโลสั่งให้เธอหลับแต่ใครมันจะหลับลง ตอนเข้ามาแล้วเปิดไฟสีขาวที่สว่างไปทั้งห้อง มันคงจะดีมากและห้องคงน่าอยู่มากหากมันสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่เธอที่กำลังนั่งสบตากับแมงมุมอยู่แบบนี้ แถมความว่างปนเหงาเพราะไม่มีโทรศัพท์การนั่งจ้องมองสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเธอในปัจจุบัน จนเห็นวิวัฒนาการของมันทั้งหมดจนจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่รอมร่อ จนกระทั่ง.. ก็อก ก๊อก ก๊อก บานประตูห้องของเธอถูกเคาะ เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่ใครอื่นแน่ เธอจึงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้วไปเปิดอย่างว่าง่าย ภาพที่เห็นคือคานโลเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ไปแล้ว ส่วนเธอยังคงสวมชุดเดิม แถมมอมแมม “เขาให้มาตามแล้วเหรอ” “ครับ ตามผมมา” ลลิสาพยักหน้าเดินตามแผ่นหลังกว้างนั่นแต่โดยดี ระหว่างเธอแวะชมบรรยากาศข้างทางไปด้วย ตอนนี้รอบนอกคือหิมะเบาบาง และมีโปรยลงมาเล็กน้อย โชคดีที่ชุดของเธอเนื้อผ้าหนา จึงไม่รู้สึกว่าหนาวเท่าไหร่ หากจะรู้สึกก็คงเป็นใจขอ
ลลิสาไม่มีเวลาให้อึ้งนาน ตอนนี้ชีวิตของเธออยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนที่จะเกิดได้ทุกเมื่อ ตามผู้นำของเธอ คือคานโลซึ่งรับคำสั่งมาจากนายเขาอีกทีมาถึงตอนนี้เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำเขานั้นเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร รู้แค่เป็นคนที่ลึกลับและมีอิทธิพลมาก ไม่อย่างนั้นการเดินทางของพวกเขาคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้หลังจากทานมื้อเที่ยง และรอจนมืดค่ำ เธอก็ถูกเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากราชวังเก่าเป็นเรือเร็วที่ทำจากไม้ฮอกกานีขัดเงาวับและกันกระสุนทั้งเรือ แล่นออกจากประตูลับมุ่งหน้าสู่เรือส่วนตัวที่อยู่นอกเขตตรวจการณ์ของตำรวจน้ำ แน่นอนว่าเธอถูกซ่อน ไม่มีโอกาสได้คิดหาวิธีหนีรอดต่อมาคือการเดินทางไกล รู้เพียงว่าเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังที่ไหนสั่งแห่งที่เธอยิ่งไม่รู้จัก อีกทั้งเป็นช่วงกลางดึกซึ่งเธอมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากไฟดวงเล็กจากบ้านพลเรือนและตึกสูงหลายชั้นทว่าที่เธอนั่งอยู่นั้นสูงกว่าใช้เวลานานพอสมควรก็ถึงจุดจอด คือบนภูเขาลานลับในเขตที่ดินส่วนตัว ซึ่งอาณาเขตตรงจุดยืนคาบเกี่ยวอยู่สองประเทศ โดยหากต้องการจะข้ามพรมแดนนี้ไปอีกพรมแดนใช้การเดินรถเพียงไม่กี่อึดใจและตอนนี้เธออยู่ในรถกับใครคนหนึ่งที
เพราะเอาแต่ตะโกนทั้งที่ลำคอแห้งผาก ลลิสาจึงเกิดอาการไอจนตัวงอ เธอหมดแรงส่งเสียงตั้งแต่ครั้งที่สาม เพราะร่างกายอ่อนแรงเกินจะไหว ก่อนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ในเวลาต่อมา แอด..ผ่านไปครึ่งค่อนวัน ประตูห้องนั้นถูกเปิดออก ปล่อยลำแสงภายนอกเข้ามาเจิดจ้ากระทบผิวเนียนถัดไปทางขาวซีดลลิสาผงกศีรษะขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นคานโลจึงหายจากอาการงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง “คุณคานโล..”เสียงแหบพร่าผลจากการขาดน้ำมานานเกินไปเรียกชื่อ ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้ตอบสนอง ทว่าคลี่ยิ้มบางๆ ประหนึ่งมาพบเจอใครคนหนึ่งที่นัดหมายกันเอาไว้ ไม่ใช่ถูกมัดหลังติดเก้าอี้อยู่แบบนี้ ท่าทางนั้นเลือดเย็นซะจนน่ากลัว“นายส่งผมมาเจรจา”ไม่พอเสียงพูดก็เย็นชาอีกด้วย “นายของคุณคือคนที่ถือดาบคนนั้นใช่ไหม”แต่แล้ว..เพียงแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ราวกับว่าแสงที่เจิดจ้าบ่งบอกช่วงเวลาเที่ยงวันดับวูบหายไป สายตาตวัดมองมา ไม่เหมือนเขาคนเมื่อวาน“ปกติคุณเป็นคนปากพล่อยแบบนี้เหรอครับ”เมื่อรู้ว่าพลาดไปแล้ว เธอไม่ควรถามเขาตรงๆจึงเม้มปากแน่น และรู้ทันทีว่านี่คือสาเหตุทำให้เธอถูกมัดแบบนี้“มะ ไม่ ปกติไม่ปากพล่อย ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องชาวบ้าน และถ้ามีคนสั่งว่าไม่ให้พู
เปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทมาทั้งคืนผลจากความเหนื่อยล้า ค่อยๆเปิดขึ้นในช่วงเช้าของอีกวัน หากเป็นความฝันที่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน ก็ควรจะจบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา แต่นี่..กึก!จากตาปรือที่งัวเงียจะต้องสู้รบกับแสงแดดสาดส่องผ่านช่องลมประตูเข้ามา คือค่อยๆเปิดตาขึ้นก่อนจึงจะถูก บัดนี้ข้ามขั้นตอนนั้นเป็นเบิกกว้างชนวนเหตุเพราะเสียงไม่เป็นมิตร และความอึดอัดจากการถูกพันธนาการแทน ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มโดดเด่นความแพรวพราวจากน้ำหล่อเลี้ยงคล้ายตาแมวที่ใครต่างเห็นเป็นต้องตกภวังค์ ยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก หลังเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นหลังกวาดมองไปรอบ แล้วก้มลงมองตัวเอง ชุดราตรีกำมะหยี่ที่ยับเยินไม่ต่างจากผิวหน้า เครื่องตกแต่งประทินโฉมเมื่อคืนหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไหลมากองรวมกัน โดยเฉพาะที่เขียนตา มาสคาร่า และอายไลเนอร์ ทำเธอเป็นผีบ้าดีๆนี่เอง และเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ทำให้ใจหายวาบเท่ากับโซ่ตรวน ใช่ เธอถูกมัด!ในห้องที่เคยหรูหรา ทว่าปัจจุบันเก่ากึก ลำคอระหงของเธอแห้งผาก ขยับเขยื้อนเป็นระยะเนื่องจากการกลืนของก้อนเจ็บ เธอรู้สึกกระหายน้ำขั้นรุนแรง ไอ้ที่หิวข้าวก่อนหน้านี้ไม่ม



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



