Share

บทที่ 2

Penulis: ตูตูเป่า
คุณชายลู่ซื่อกรุ๊ปปรากฏตัวในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของ FY ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อให้สาวงามพึงพอใจ

หัวใจของเจียงหนิงกระตุกวูบ

คุณชายลู่ซื่อกรุ๊ป...มีลู่จวินเหยียนคนเดียวเท่านั้น

และงานเปิดตัวของแบรนด์หรูอย่าง FY ก็จัดขึ้นที่เมือง A ซึ่งเป็นเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่

ปลายนิ้วของเจียงหนิงสั่นระริก เพราะเธอรู้สึกหนาว

เมื่อกดเข้าไปดูข่าว รูปประกอบก็เผยให้เห็นร่างของลู่จวินเหยียนอย่างชัดเจน

ลู่จวินเหยียนเป็นคนหล่อเหลาและรูปร่างสูงอยู่แล้ว ขายาวทั้งสองข้างเหยียดตรงดูสง่างาม อยู่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูสูงศักดิ์ เป็นประเภทที่ถ่ายรูปออกมาแล้วไม่เคยไม่รอด

เมื่อก่อนทุกครั้งที่เห็นข่าวของลู่จวินเหยียน เจียงหนิงมักจะจ้องมองรูปภาพเหล่านั้นอยู่นานสองนาน

เพราะเขาดูดีมากจริง ๆ

แต่ครั้งนี้เธอกลับรีบปิดหน้าเว็บทิ้งอย่างรวดเร็ว

ราวกับมีภูตผีมาดลใจ เธอเปิดดูโมเมนต์วีแชตและบังเอิญเห็นหยวนเผยโพสต์สเตตัสใหม่พอดี

หยวนเผยเป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของลู่จวินเหยียน

สร้อยคอเพชรสีชมพูรุ่นคลาสสิกของ FY ที่มีเพียงสิบเส้นทั่วโลก พี่สะใภ้ของเราก็ได้ครอบครองแล้ว!

ในรูปถ่ายให้เห็นเพียงลำคอระหงขาวผ่องดุจหงส์ของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งสวมสร้อยคอเพชรสีชมพูเส้นงามที่ส่องประกายระยิบระยับบาดตา

ไม่ว่าพี่สะใภ้ที่หยวนเผยพูดถึงจะเป็นใคร แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่เจียงหนิง

เจียงหนิงเก็บใบผลตรวจอัลตราซาวนด์ แล้วเรียกรถกลับบ้าน ระหว่างทางเธอยังคงรู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่ท้องน้อยอยู่

พอกลับถึงบ้านถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้ไปจ่ายตลาด เธอจึงออกไปซื้อของชุดใหญ่ โดยเลือกซื้อแต่ของโปรดของลู่จวินเหยียน พอกลับมาถึงก็ง่วนอยู่กับการล้างผัก เด็ดผัก และทำอาหาร จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงค่ำ

ประมาณสามทุ่ม ลู่จวินเหยียนก็กลับมา

“ผมลืมบอกคุณไปว่าคืนนี้มีนัดสังสรรค์ ผมกินข้าวมาจากข้างนอกเรียบร้อยแล้ว”

น้ำเสียงของลู่จวินเหยียนฟังดูราบเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ตินั้นก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ

เจียงหนิงรับเสื้อสูทมาจากมือของลู่จวินเหยียน

ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลู่จวินเหยียนกลับมาจากงานสังสรรค์ในสภาพที่เจลแต่งผมหายไปจนหมดเกลี้ยง ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จมาหมาด ๆ

บนเสื้อสูทไม่มีกลิ่นเหล้า มีเพียงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และชุดสูทชุดนี้ก็ไม่ใช่ชุดเดียวกับที่เขาใส่ในรูปข่าว

เจียงหนิงไม่ได้เอ่ยถามอะไร เธอเดินเงียบ ๆ ไปหยิบชุดนอนมาให้ลู่จวินเหยียน แต่จู่ ๆ เขาก็สวมกอดเอวเธอจากทางด้านหลัง

กลิ่นมิ้นต์หอมสดชื่นจากเส้นผมของเขาโชยเข้าจมูก ผ่านชั้นผ้าไหมบางลื่นของชุดนอน เจียงหนิงรู้สึกได้ว่ามือของลู่จวินเหยียนเริ่มซุกซนไม่อยู่นิ่ง

ในฐานะแม่บ้าน เจียงหนิงแทบไม่เคยออกงานสังคม นาน ๆ ทีที่ลู่จวินเหยียนจำต้องพาเธอกลับไปร่วมงานเลี้ยงครอบครัวตระกูลลู่ เขาก็มักจะแสดงท่าทีเย็นชากับเธอต่อหน้าผู้คนเสมอ

ทว่าเมื่ออยู่บนเตียงกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ลู่จวินเหยียนมีความต้องการทางเพศสูงมาก ทั้งพละกำลังและลีลาก็ยอดเยี่ยมจนไร้ที่ติ บวกกับใบหน้าอันเปี่ยมเสน่ห์ โดยเฉพาะริมฝีปากที่ยกยิ้มได้รูปนั้น ยิ่งทำให้คนหลงใหลจนหัวปักหัวปำ

หากเป็นเวลาปกติ เจียงหนิงคงไม่มีอะไรจะติหรือขัดใจ และคงจะยอมตามใจลู่จวินเหยียนทุกอย่าง

แต่สองวันมานี้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ประกอบกับเธอกำลังตั้งครรภ์ จึงไม่อยากทำเรื่องอย่างว่าจริง ๆ

“ที่รักคะ ฉันไม่ค่อยสบายท้อง คืนนี้ยังไม่ทำ...”

เจียงหนิงยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกลู่จวินเหยียนแบกขึ้นบ่าแล้วโยนลงบนเตียงกว้างในห้องนอน

“ฉันทะ...”

คำว่า ‘ท้อง’ ยังไม่ทันหลุดออกจากปาก ร่างกายอันหนักอึ้งของลู่จวินเหยียนก็ทาบทับลงมา จูบที่รุนแรงปิดผนึกริมฝีปากของเธอไว้ทันที

เขาจูบเจียงหนิงไปพลาง ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตและเข็มขัดไปพลาง ดวงตาคมกริบที่มองลงมาจ้องเจียงหนิงนั้นลุกโชนไปด้วยไฟราคะ

เมื่อสัมผัสได้ว่าเจียงหนิงที่ปกติมักจะว่าง่ายและยอมตามใจเขากลับขัดขืน ลู่จวินเหยียนยิ้มมุมปากด้วยความแปลกใจ ก่อนจะใช้เข็มขัดมัดข้อมือเรียวบางของเธอไว้

“คุณแค่ทำหน้าที่ภรรยาให้ดีก็พอ”

จูบอันเร่าร้อนโถมกระหน่ำลงมาอีกระลอก กลืนกินถ้อยคำที่เจียงหนิงอยากจะเอ่ยบอกลู่จวินเหยียนจนหมดสิ้น

เจียงหนิงไม่เข้าใจเลยว่าคืนนี้ลู่จวินเหยียนเกิดบ้าคลั่งอะไรขึ้นมา ถึงได้ร่วมรักกับเธออย่างหนักหน่วงจนเธอสลบไป

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภายในห้องมืดสนิท เจียงหนิงรู้สึกไม่สบายท้องและช่วงล่าง จึงอยากไปล้างตัวในห้องน้ำ แต่กลับได้ยินเสียงลู่จวินเหยียนคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขก

“พี่ลู่ พี่สะใภ้เมาแล้ว พี่รีบมาเถอะ!”

ในสถานการณ์แบบนี้ เจียงหนิงต้องขอบคุณที่หยวนเผยเป็นคนเสียงดัง

ในห้องรับแขก ร่างสูงโปร่งของลู่จวินเหยียนยืนตระหง่านดุจสายฟ้า แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าคมคายจนเห็นเค้าโครงชัดเจน นัยน์ตาสีดำสนิทดูลึกล้ำราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน

เจียงหนิงประหลาดใจเมื่อเห็นว่าในมืออีกข้างของลู่จวินเหยียนคีบบุหรี่อยู่

ในความทรงจำของเธอ ลู่จวินเหยียนไม่สูบบุหรี่ อย่างน้อยก็ไม่สูบในบ้าน

“ผมไม่อยากจะว่าพี่นะ แต่พี่กับพี่สะใภ้จะทะเลาะกันไปถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้เธอก็กลับมาแล้ว น่าจะคืนดีกันได้แล้วมั้ง”

ยิ่งดึกสงัดเท่าไหร่ เสียงของหยวนเผยจากปลายสายก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

เจียงหนิงได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน จนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

“หยวนเผย...” สีหน้าของลู่จวินเหยียนเคร่งขรึม สายตาคมกริบดุจอินทรี

“ฉันแต่งงานแล้ว”

ราวกับฉีดยากระตุ้นหัวใจ เจียงหนิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“แต่งงานแล้วไง หย่าไม่ได้เหรอ ถ้ายัยป้านั่นเลิกกับพี่ไปก็เลี้ยงตัวเองไม่รอดหรอก เทียบกับพี่สะใภ้ไม่ติดเลยสักนิด”

“แต่ฉันไม่อยากหย่า”

“ทำไม”

“เพราะฉันตัดใจไม่ลง”

ขอบตาของเจียงหนิงร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอเกือบจะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่

ประโยคนี้ของลู่จวินเหยียนทำให้เธอซาบซึ้งใจยิ่งกว่าของขวัญราคาแพงชิ้นไหน ๆ ที่เขาเคยให้มา

สามปีที่แต่งงานกัน ต่อให้หัวใจจะเย็นชาแค่ไหนก็ยังอุ่นขึ้นได้ นับประสาอะไรกับเจียงหนิงที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองทำหน้าที่บกพร่องตรงไหน

ซักผ้า ทำอาหาร ดูแลบ้านช่อง เธอไม่เคยละเลย

เรื่องบนเตียงเธอก็ปรนนิบัติลู่จวินเหยียนจนพอใจเสมอมา

เจียงหนิงรู้สึกว่าความทุ่มเทของเธอไม่สูญเปล่า ความรู้สึกที่ลู่จวินเหยียนมีต่อเธอนั้นลึกซึ้งกว่าที่เธอคิด บทสนทนาในคืนนี้คือเครื่องพิสูจน์

หัวใจที่เต้นรัวด้วยความกังวลค่อย ๆ สงบลง เจียงหนิงหันหลังเตรียมจะกลับเข้าห้อง การแอบฟังไม่ใช่เรื่องดี และก็ไม่มีความจำเป็นต้องแอบฟังอีกต่อไปแล้ว

เธอรักลู่จวินเหยียน

ลู่จวินเหยียนก็รักเธอ

“มีแม่บ้านที่คอยก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่บ่นสักคำ ฉันก็ต้องตัดใจไม่ลงอยู่แล้วสิ!”

เท้าของเจียงหนิงที่ก้าวออกไปชะงักค้าง ราวกับถูกตอกหมุดตรึงไว้กับพื้น

“ถึงฉันจะไม่ขาดแคลนเงินทอง แต่ความรู้สึกระหว่างคนใส่ใจกับไม่ใส่ใจมันต่างกันนะ”

“อีกอย่างเจียงหนิงกับฉิงเสวี่ยไม่เหมือนกัน เธอไม่มีความสามารถอะไร การศึกษาก็ไม่มี งานการก็ไม่มี เป็นแค่แม่บ้าน วัน ๆ วนเวียนอยู่แต่กับหม้อไหจานชาม ปู่ฉันชอบเธอ แม่ฉันก็เห็นว่าเธอหัวอ่อนควบคุมง่าย คนที่บ้านฉันพอใจเธอหมด แล้วทำไมฉันต้องหย่าด้วย...”

“ผู้หญิงแบบนี้เหมาะจะเก็บไว้เป็นเมียเฝ้าบ้าน ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก แค่หยอดคำหวานให้บ้างนิดหน่อยก็เชื่อฟังแล้ว”

หยวนเผยที่อยู่ปลายสายเข้าใจทันที “อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว แต่พี่สะใภ้เธอ...”

“ส่งโลเคชันมา เดี๋ยวฉันไป”

หลังจากวางสาย ลู่จวินเหยียนก็รีบร้อนออกจากบ้านไป

กระทั่งได้ยินเสียงประตูปิดลง เจียงหนิงที่ยืนอยู่หลังกำแพงถึงได้กล้าส่งเสียงออกมา

เธอกำลังร้องไห้

น้ำตาไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก ภาพตรงหน้าพร่ามัว ความรู้สึกขยะแขยงทำให้เธอคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน อาการปวดท้องรุนแรงราวกับมีมีดมาบิดท้อง

เธอกุมท้องตัวเองแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ด้วยความทรมาน ปวดจนเหงื่อไหลท่วม ของเหลวอุ่น ๆ ไหลรินลงมาตามขาอ่อนหยดลงพื้น

เลือด

ภาพตรงหน้ามืดดับลง...

ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เจียงหนิงก็มานอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว

ในห้องพักฟื้นไม่มีใครอื่นนอกจากพยาบาลคนหนึ่ง

“ขอโทษนะคะ คือว่าฉัน...” ทันทีที่เจียงหนิงเอ่ยปาก เสียงของเธอก็แหบพร่า

“คุณเจียงคะ คุณแท้งลูกแล้วค่ะ”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 30

    “นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 29

    เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 27

    เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 26

    “ดูฉิงเสวี่ยของเราสิ ใช้คะแนนประเมินจากผลงานออกแบบชุดเปียโนจนได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ FY เป็นสาวออฟฟิศบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละหลายล้าน แล้วดูใครบางคนสิ จากแม่บ้านตกอับกลายมาเป็นคนทำความสะอาด...เอาเถอะ ถือว่าชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มั้ง” ซ่งลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ“เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปเทียบกับพี่สะใภ้ มันดูถูกพี่สะใภ้เกินไปหน่อยมั้ง!” สายตาที่หยวนเผยมองเจียงหนิงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดิมทีเจียงหนิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนเผย แต่หลังจากฉู่ฉิงเสวี่ยกลับประเทศมา บทสนทนาสองครั้งระหว่างหยวนเผยกับลู่จวินเหยียนทำให้ความรู้สึกเฉย ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นความเกลียดขี้หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ“ทำไม ไม่พอใจเหรอ!” หยวนเผยเห็นสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงหนิงก็กรอกตามองบนเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายกับลู่จวินเหยียน สนิทกันมาก และรู้ดีว่าเมื่อก่อนลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกแค่ไหนความรักอันร้อนแรงของทั้งคู่เรียกได้ว่าเขาก็เป็นพยานรู้เห็นมาครึ่งทาง แต่สุดท้ายคนที่ลู่จวินเหยียนแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นเจียงหนิงหยวนเผยคิดว่าเจียงหนิงแค่โชคดีถ้าตอนนั้นลู่จวินเหยีย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 25

    คืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อฉลองให้เธอ เธอจึงจงใจแต่งตัวอย่างวิจิตรบรรจง เครื่องประดับเพชรตั้งแต่ที่คาดผมจรดสร้อยข้อเท้าล้วนเป็นของที่ลู่จวินเหยียนมอบให้ เป็นชุดเพชรสีชมพูสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่วจิ่งเจียงตี้หัวเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมือง A คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ล้วนเป็นระดับเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพล แต่ถึงกระนั้น ฉู่ฉิงเสวี่ยที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมายฉู่ฉิงเสวี่ยควงแขนลู่จวินเหยียน เชิดหน้ายืดอกราวกับหงส์ที่สูงส่งและภาคภูมิใจเธอรู้ดีว่าลู่จวินเหยียนชอบผู้หญิงเก่ง และมีเพียงผู้หญิงที่เก่งกาจและเพียบพร้อมเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติยืนเคียงข้างลู่จวินเหยียนได้เธอจึงไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับการแต่งตัวให้ตัวเองลู่จวินเหยียนเดินเคียงคู่กับฉู่ฉิงเสวี่ย เส้นสายบนใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและคมกริบถูกฉาบไว้ด้วยแสงอุ่นนวลราวกับถูกหลอมละลายในห้วงแห่งความรัก ริมฝีปากที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มคู่นั้นดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ว่าจะมองจากมุมไหนเขาชอบพาฉู่ฉิงเสวี่ยออกงานสังคมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกมีหน้ามีตา“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีแกรนด์เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status