Share

บทที่ 3

Penulis: ตูตูเป่า
เจียงหนิงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนึ่งเดือนเต็ม และทุกคืนเธอมักจะฝัน

ในฝัน ลู่จวินเหยียนมาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล เฝ้าอยู่ข้างเตียงทั้งวันทั้งคืน ยิ้มแย้มขณะแนบหูฟังเสียงทารกน้อยในครรภ์ของเธอ

ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา เจียงหนิงน้ำตานองหน้า

ลูก...

ไม่อยู่แล้ว

และลู่จวินเหยียนก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง

ลู่จวินเหยียนอ้างว่าต้องไปดูงานที่ประเทศ M แต่ก็ส่งผู้ช่วยเสี่ยวจางให้นำดอกไม้มาเยี่ยมเธอสองครั้ง เป็นดอกกุหลาบสีชมพูทั้งสองครั้ง และจัดการเคลียร์ค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด

มีหลายครั้งที่เจียงหนิงอยากจะยกดอกไม้ให้พยาบาลไปซะ แต่พอจะเอ่ยปากก็ตัดใจไม่ลง ยอมทนจามทุกวันดีกว่า

เพิ่งตั้งครรภ์ได้เพียงสองเดือน การแท้งจึงไม่ได้มีความรู้สึกมากนัก แต่การเผลอยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองบ่อย ๆ กลายเป็นความเคยชินของเจียงหนิงไปเสียแล้ว

พอคิดว่าในท้องเคยมีชีวิตน้อย ๆ อาศัยอยู่ช่วงสั้น ๆ จมูกของเธอก็พลันแสบร้อนขึ้นมา

นี่เป็นลูกคนแรกของเธอนะ

เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอกับผู้ชายที่เธอรักมาตลอดสิบปีเต็ม

แล้วจู่ ๆ ก็จากไปแบบนี้...

เจียงหนิงนอนร้องไห้ทุกคืน ร่างกายจึงฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก แต่เธอก็ไม่สามารถนอนโรงพยาบาลตลอดไปได้ ทางโรงพยาบาลขอให้เธอคืนห้องพักเพื่อรับผู้ป่วยรายใหม่

ในห้องพักผู้ป่วยที่ว่างเปล่า ขณะที่เจียงหนิงกำลังเก็บของเตรียมออกจากโรงพยาบาล จู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเข้ามา

หญิงสาวคนนี้หน้าตาสะสวย แต่งหน้าประณีตงดงาม สวมชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปกำมะหยี่สีชมพูบาร์บี้ บนลำคอสวมสร้อยคอที่ส่องประกายเจิดจ้า—

เจียงหนิงจำสร้อยเส้นนั้นได้ มันคือสร้อยคอเพชรสีชมพูรุ่นลิมิเต็ดของแบรนด์หรู FY ที่หยวนเผยโพสต์อวดในโมเมนต์วีแชต

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฉู่ฉิงเสวี่ย เป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลายของลู่จวินเหยียนค่ะ”

อีกฝ่ายแนะนำตัวก่อน เจียงหนิงอดไม่ได้ที่จะพิจารณาชื่อนี้

ฉู่ฉิงเสวี่ย... ตัวอักษรตัวแรกของพินอินตรงกับ CQX พอดี

ไม่ผิดแน่

เมื่อเห็นฉู่ฉิงเสวี่ยยื่นมือมาให้ เจียงหนิงจึงยื่นมือไปจับตอบตามมารยาท

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง เป็นภรรยาของลู่จวินเหยียน คุณเรียกฉันว่าคุณนายลู่ก็ได้ค่ะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่ฉิงเสวี่ยแข็งค้างไปชั่วขณะ

แต่ดูออกว่าเธอเจนจัดในสังคมไม่เบา สีหน้าจึงกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว

“วันนี้ฉันตั้งใจมาขอโทษคุณค่ะ”

ฉู่ฉิงเสวี่ยหลุบตาลง สีหน้าน่าสงสารของเธอนั้นเรียกความเห็นใจจากผู้คนได้ดีทีเดียว

“ฉันไม่รู้ว่าวันที่คุณไปโรงพยาบาลเพราะคุณตั้งครรภ์ ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่ให้จวินเหยียนไปงานเปิดตัวของ FY เป็นเพื่อนฉันแน่ ๆ ...แล้วคืนนั้นฉันก็เมามาก โทษหยวนเผยเถอะค่ะที่จะโทรหาจวินเหยียนให้ได้ ฉันเองก็นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจวินเหยียนเขาจะมารับฉัน...จนทำให้คุณต้องแท้งลูก...ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง...”

ฉู่ฉิงเสวี่ยทำท่าทางสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง แล้วยื่นกระเช้าผลไม้ในมือให้เจียงหนิง

“นี่เป็นของขวัญขอโทษจากฉันค่ะ...คุณต้องรับไว้นะคะ ไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดแย่”

เจียงหนิงเห็นฉู่ฉิงเสวี่ยแสดงละครได้สมจริงขนาดนี้ก็อดขำไม่ได้ “กระเช้าผลไม้ราคาห้าร้อยหยวนทำไมฉันจะรับไม่ได้ล่ะคะ คุณไม่ได้จะถอดสร้อยคอที่คอมาให้ฉันเป็นการไถ่โทษสักหน่อย”

ฉู่ฉิงเสวี่ยมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เธอกระแอมเล็กน้อย “ฉันได้ยินว่าวันนี้คุณจะออกจากโรงพยาบาลเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ”

“แต่ฉันขอแนะนำว่าคุณน่าจะพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอีกสักพักนะคะ...เพราะถ้าจวินเหยียนเห็นหน้าคุณ เขาคงจะนึกถึงลูกที่เสียไป แล้วก็จะเศร้าเสียใจ ช่วงที่คุณอยู่โรงพยาบาลเขาอารมณ์ไม่ดีเลย ฉันต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนพาเขาไปเที่ยวแก้เครียดตลอด เราไปเที่ยวต่างประเทศกัน นั่งเรือยอชต์ออกไปตกปลา ดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก...”

เห็นฉู่ฉิงเสวี่ยทำท่าเคลิบเคลิ้มมีความสุข เจียงหนิงก็คร้านจะสนใจว่าเรื่องที่เล่ามาจริงเท็จแค่ไหน

“นั่นสิคะ สามีฉันเป็นคนดี รักเพื่อนฝูง เขาดูแลเพื่อนสมัยเรียนดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พาเพื่อน ๆ นั่งเรือยอชต์ออกทะเลทุกสัปดาห์ เมื่อก่อนเขาก็เคยซื้อสร้อยเพชรราคาห้าสิบล้านให้เพื่อนสนิทฉันเหมือนกันค่ะ!”

ถึงเจียงหนิงจะไม่ชอบโกหก แต่ถ้าการโกหกทำให้มือที่สามจอมมารยาหน้าชาได้ เธอก็ไม่รังเกียจที่จะพูดเพิ่มอีกสักหน่อย

ฉู่ฉิงเสวี่ยกำหมัดแน่น “ในเมื่อคุณใจกว้างขนาดนี้ฉันก็วางใจค่ะ...”

พูดจบ เธอก็หันหลังจะเดินจากไป แต่พอถึงหน้าประตูห้องพักก็หันกลับมาพูดอีกประโยคว่า “จริงสิ จวินเหยียนคงมารับคุณออกจากโรงพยาบาลไม่ได้นะคะ เพราะเขาเหนื่อยมาก ตอนนี้กำลังงีบหลับอยู่ที่บ้านฉันค่ะ”

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ในที่สุดฉู่ฉิงเสวี่ยก็หายลับไปจากสายตาของเจียงหนิง

เจียงหนิงเหมือนลูกบอลที่แฟบลง ท่าทีของเธอในตอนนี้ไม่มีความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความสับสนมึนงง

เธอถามเสี่ยวจางแล้ว รู้ว่าตอนนี้ลู่จวินเหยียนอยู่ที่บริษัท

นั่นหมายความว่าฉู่ฉิงเสวี่ยโกหก

เจียงหนิงไม่เชื่อคำพูดข้างเดียวของมือที่สามจอมมารยา เธออยากจะไปถามลู่จวินเหยียนให้รู้เรื่อง

ก่อนออกจากโรงพยาบาล เธอแวะไปแผนกแพทย์แผนจีนเพื่อรับยาจีนมาด้วย

ลู่จวินเหยียนเป็นโรคกระเพาะ และแม่สามีของเธอก็ไม่นิยมแพทย์แผนตะวันตก ดังนั้นจึงให้หมอจัดยาจีนมาให้ตลอด โดยเจียงหนิงจะเป็นคนต้มให้เองกับมือ ปริมาณสัดส่วนของสมุนไพรแต่ละชนิดและความแรงของไฟที่ใช้ต้ม เจียงหนิงจำได้ขึ้นใจ

ยาจีนที่บ้านใกล้หมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงนี้มีเรื่องวุ่นวายมากมาย เจียงหนิงคงมาเอายาไปเติมตั้งนานแล้ว

เจียงหนิงหิ้วถุงยาจีนใบใหญ่มาถึงลู่ซื่อกรุ๊ป

พนักงานต้อนรับจำเธอได้ เพราะเธอเคยเอาข้าวมาส่งให้ลู่จวินเหยียน แต่ครั้งนั้นพนักงานเข้าใจว่าเธอเป็นแม่บ้าน

“คุณเจียงคะ ประธานลู่กำลังรับแขกอยู่ค่ะ คุณฝากยาไว้ที่ผู้ช่วยจางได้นะคะ เขาอยู่ที่ห้องทำงานผู้ช่วยค่ะ”

“ได้ค่ะ”

ตอนนี้เจียงหนิงไม่อยากจะเสียเวลามานั่งอธิบายกับพนักงานต้อนรับว่าเธอไม่ใช่ ‘คุณเจียง’ แต่เป็น ‘คุณนายลู่’

เธอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด แน่นอนว่าเจียงหนิงไม่ได้ไปหาเสี่ยวจาง แต่ตรงดิ่งไปที่หน้าประตูห้องทำงานผู้จัดการ

ประตูกระจกฝ้าปิดไม่สนิท เจียงหนิงมองผ่านช่องประตูเห็นลู่จวินเหยียนยืนอยู่ในห้องทำงาน และยังมีหยวนเผยด้วย

“พี่ลู่ พี่ยังจะบอกอีกว่าไม่ใช่เพราะตัดใจจากพี่สะใภ้ไม่ลง แต่พี่ถึงกับใจดำทำลายลูกตัวเองได้ลงคอ...”

เจียงหนิงที่กำลังจะเคาะประตูชะงักแข็งค้างอยู่ที่หน้าประตู

“ไม่เกี่ยวกับฉิงเสวี่ย...”

“ต่อให้เธอกลับมาหรือไม่กลับมา ฉันก็ไม่มีทางมีลูกกับเจียงหนิง”

“ทำไม”

“พลังงานคนเรามีจำกัด ถ้ามีลูก เธอก็จะเปลี่ยนไป อีกอย่าง ตอนนี้แค่ปู่ให้ความสำคัญ แม่ยอมรับเธอ แต่ถ้ามีลูกขึ้นมา มันจะไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ” ลู่จวินเหยียนสูบบุหรี่อย่างใจเย็น ริมฝีปากได้รูปที่เคยดูน่าหลงใหล กลับกลายเป็นภาพที่บาดตาเจียงหนิงเป็นครั้งแรก

“แถม...ฉันรู้ว่าเธอท้อง เลยจงใจทำรุนแรง ให้มดลูกเธอเสียหาย หมอบอกว่าต่อจากนี้เธอจะมีลูกไม่ได้อีกแล้ว”

น้ำเสียงที่ราบเรียบจนเรียกได้ว่าเลือดเย็น ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง

อีกฟากหนึ่งของประตู ร่างกายของเจียงหนิงเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ

“พี่ลู่ พี่ทำกับยัยป้านั่นขนาดนี้ แล้วต่อไปใครจะสืบสกุลให้ตระกูลลู่ ก็ต้องเป็นพี่สะใภ้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ!”

สำหรับข้อสันนิษฐานของหยวนเผย ลู่จวินเหยียนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

พอบุหรี่หมดมวน เขากับหยวนเผยก็คุยกันจบพอดี ตอนเดินออกจากห้องทำงาน สิ่งที่หยวนเผยไม่ทันสังเกตเห็น แต่ลู่จวินเหยียนกลับมองเห็นในทันที

นั่นคือถุงยาจีนถุงนั้น

ณ บ้านพักคนชราฉือเสียง

เจียงหนิงแทบจะวิ่งหนีตายมาที่นี่

เธอทนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของลู่จวินเหยียน ทนอยู่ในบริษัทของลู่จวินเหยียนไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เธออยากอ้วก

ทุกคำที่ออกจากปากลู่จวินเหยียนทำให้เธอขยะแขยงจนอยากอาเจียน

ที่แท้ นี่เหรอคือผู้ชายที่เธอรักมาตลอดสิบปี

ตอนนั้นที่เขาจีบเธอ แต่งงานกับเธอ ก็เพื่อแก้แค้นผู้หญิงอื่น

ตอนนี้เขาลงมือฆ่าลูกของตัวเองกับมือ ก็เพื่อผู้หญิงอื่น

ความรักสิบปี ชีวิตคู่สามปี เป็นเรื่องตลกสิ้นดี!

เจียงหนิงรีบปาดน้ำตาที่หางตาแล้วเดินเข้าไปในบ้านพักคนชรา

หลังจากแต่งงานกับลู่จวินเหยียน แม่ของเธอก็ย้ายจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่นี่

แม่ของเธอสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว ต่อมาเกิดโรคระบาดไปทั่วโลก ทำให้แม่ของเธอป่วยเป็นอัลไซเมอร์

ถึงแม้ท่านจะจำเธอไม่ได้แล้ว แต่มีบางเรื่องที่เธออยากจะบอกแม่

เมื่อก่อน ความปรารถนาสูงสุดของแม่คือขอให้เธอมีชีวิตคู่ที่มีความสุข

ดังนั้นเจียงหนิงจึงอยากบอกแม่ว่า—

เธอเป็นลูกอกตัญญู

ช่วงพลบค่ำ เจียงหนิงออกจากบ้านพักคนชรา และแวะไปที่สำนักงานกฎหมายที่อยู่ใกล้ ๆ

ฟ้าเริ่มมืด เมือง A เริ่มประดับประดาด้วยแสงไฟ รถราวิ่งขวักไขว่

เมื่อลู่จวินเหยียนกลับถึงบ้าน เขาพบว่าในบ้านไม่ได้เปิดไฟ

เขาเปิดไฟ แสงไฟสาดส่องกระทบถุงยาจีนและช่อกุหลาบสีชมพูในมือเขา

ในบ้านหลังใหญ่ที่ว่างเปล่า ไม่มีกับข้าวร้อน ๆ หอมกรุ่น

และไม่มีเจียงหนิง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 30

    “นี่เพื่อนร่วมงานใหม่ของแผนกเรา ต่อไปจะมาร่วมรับผิดชอบไลน์สินค้า PO กับเรา ทุกคนช่วยดูแลกันด้วยนะ” เมิ่งฮุ่ยกล่าวเปิดตัว แล้วให้พนักงานใหม่แนะนำตัว“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเจียงหนิง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”คนอื่น ๆ ปรบมือต้อนรับเจียงหนิง มีเพียงฉู่ฉิงเสวี่ยที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง“ฉิงเสวี่ย เธอรู้จักเขาเหรอ” จวงเชี่ยนสังเกตเห็นอาการผิดปกติของฉู่ฉิงเสวี่ยฉู่ฉิงเสวี่ยแสร้งยิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอคิดไม่ถึงเลยว่าพนักงานใหม่ของแผนกจะเป็นเจียงหนิงฉู่ฉิงเสวี่ยรู้ว่าเจียงหนิงเรียนเอกออกแบบเครื่องประดับ แต่เจียงหนิงเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญา บริษัท FY จะรับคนแบบนี้เข้าทำงานได้ยังไงขนาดคนจบมหาลัยดัง ๆ อย่างเธอยังต้องสอบข้อเขียนสองรอบ สัมภาษณ์อีกสามรอบกว่าจะได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่เจียงหนิงกลับ...ฉู่ฉิงเสวี่ยกำปากกาในมือแน่นจนแทบหักทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองของ FY ครั้งก่อนขึ้นมา แผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวเนื่องจากเจียงหนิงกลับไปทำงานที่สถานพินิจเยาวชนไม่ได้แล้ว เธอจึงตอบรับคำเชิญของปีเตอร์FY ต้องการสร้างไลน์สินค้าใหม่ เดิมทีปีเตอร์ตั้งใจจะให้เจียงหนิงมาเป็นผู้จัดกา

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 29

    เจียงหนิงเติบโตมาภายใต้การกล่อมเกลาของเสียงดนตรีตั้งแต่เด็ก เธอมีพรสวรรค์ทางดนตรีและรักมันมากเธอแค่เห็นรอยเปื้อนบนอิเล็กโทนจึงหยิบทิชชูเปียกไปเช็ด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกของลู่จวินเหยียนเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำความสะอาดเจียงหนิงไม่ได้แตะลิ่มนิ้วมาหลายปีแล้ว ในใจลึก ๆ ก็หวั่นอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อบรรเลงจบเพลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราว แม้แต่นักเปียโนเพื่อนเจ้าของโรงแรมคนนั้นก็ยังเดินเข้ามาชมเธอด้วยตัวเอง และขอให้เธอช่วยเล่นอีกสักสองสามเพลงเจียงหนิงเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่ายก็คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงเล่นได้ไม่เลว อย่างน้อยก็ช่วยกู้หน้าให้กู้หลานหลานได้แล้วด้านนอกโถงล็อบบี้ ลู่จวินเหยียนยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงทางเดินอยู่นานเดิมทีเขากำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาธุรกิจ แต่หูที่ถูกแนบด้วยโทรศัพท์กลับได้ยินเสียงเปียโนที่ดังแว่วเข้ามาอย่างน่าประหลาดลู่จวินเหยียนรู้ดีว่าในโถงล็อบบี้ไม่มีเปียโน มีแต่อิเล็กโทนปกติเขาไม่ได้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เสียงดนตรีที่ลอยมาแผ่ว ๆ นั้นกลับเหมือนหยาดฝนที่หยดลงกลางใจ สะกิดความทรงจำอันเนิ่นนานบางอย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 28

    “สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานจากร้าน ZM ผู้จัดการร้านของเราฝากของสิ่งนี้มาให้คุณค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงหนิงถึงเข้าใจ ที่แท้พี่จ้าวก็ส่งคนเอาชุดมาให้เธอนี่เองพี่จ้าวเป็นผู้จัดการร้าน ZM และถือเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของเธอ“แต่คุณไม่รู้จักฉันยังเดาถูกว่าเป็นคุณเจียง เก่งใช้ได้เลยนะเนี่ย” เจียงหนิงเอ่ยชมพนักงานไปตามมารยาทพนักงานยิ้มตอบ “เพราะผู้จัดการบอกไว้น่ะค่ะว่าให้ฉันเอาของไปส่งอย่างเดียว ไม่รู้จักหน้าตาคุณเจียงก็ไม่เป็นไร แค่เข้าไปในโรงแรมแล้วมองหาคนที่สวยที่สุดก็พอ คนคนนั้นต้องเป็นคุณเจียงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”คำเยินยอนั้นทำเอาเจียงหนิงเขินจนทำตัวไม่ถูก ส่วนฉู่ฉิงเสวี่ยและพรรคพวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าดำหน้าแดงด้วยความไม่พอใจเจียงหนิงไม่สนใจพวกเขา เธอกอดชุดแล้วหันหลังเดินไปหาห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จังหวะนั้นป้าแม่บ้านก็วิ่งเข้ามานำทางพร้อมกับขอโทษขอโพย“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เมื่อกี้ทำชุดคุณเปื้อนหมดเลย ผู้จัดการให้พาคุณไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวชั้นสองค่ะ”แล้วเจียงหนิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฉู่ฉิงเสวี่ย หยวนเผย ซ่งลี่ลี่และหวังหยางยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจียงหนิงปรากฏตัวอีกครั้ง คนทั

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 27

    เจียงหนิงไม่สนใจหยวนเผย ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ลู่จวินเหยียน ซึ่งฝ่ายนั้นก็จ้องตอบกลับมาเช่นกันสายตาที่หยิ่งผยองและถือดีแบบนี้ เหมือนกับตอนที่อยู่ในสถานพินิจเยาวชนไม่มีผิดเจียงหนิงในวัยแรกแย้มไม่เคยต้านทานสายตาแบบนี้ได้เลย ความรู้สึกใจเต้นแรงในตอนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงวันนี้แต่ว่าตอนนี้...เจียงหนิงถอนหายใจ “ถ้ารู้สึกขายหน้ามากนักก็เซ็นใบหย่าซะสิ พอหย่ากันแล้ว ต่อให้ฉันจะไปขอทานหรือเก็บขวดขายข้างถนน มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไป”พอได้ยินเจียงหนิงพูดแบบนั้น หยวนเผยที่กอดอกอยู่ข้าง ๆ ก็กรอกตามองบน “โธ่เอ๊ย เธอช่วยทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม จะไปขอทานเก็บขวดขายเนี่ยนะ...พูดออกมาเองไม่สะอิดสะเอียน แต่พี่ลู่เขาฟังแล้วจะอ้วกตายอยู่แล้ว”ลู่จวินเหยียนรำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของหยวนเผย จึงผลักอีกฝ่ายออกไปให้ไปอยู่รวมกลุ่มกับพวกฉู่ฉิงเสวี่ยเขาก้าวเท้าเข้ามาหาเจียงหนิง ร่างสูงใหญ่ของลู่จวินเหยียนแทบจะบดบังร่างของเธอจนมิดเจียงหนิงกำมือที่ไพล่หลังอยู่แน่นถ้าเป็นปกติ เธอคงถอยหลังหนีไปแล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกโมโหนิด ๆ โมโหเรื่องอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเอาเป็นว่าเธ

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 26

    “ดูฉิงเสวี่ยของเราสิ ใช้คะแนนประเมินจากผลงานออกแบบชุดเปียโนจนได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของ FY เป็นสาวออฟฟิศบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละหลายล้าน แล้วดูใครบางคนสิ จากแม่บ้านตกอับกลายมาเป็นคนทำความสะอาด...เอาเถอะ ถือว่าชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มั้ง” ซ่งลี่ลี่หัวเราะจนตัวงอ“เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปเทียบกับพี่สะใภ้ มันดูถูกพี่สะใภ้เกินไปหน่อยมั้ง!” สายตาที่หยวนเผยมองเจียงหนิงเต็มไปด้วยความรังเกียจเดิมทีเจียงหนิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับหยวนเผย แต่หลังจากฉู่ฉิงเสวี่ยกลับประเทศมา บทสนทนาสองครั้งระหว่างหยวนเผยกับลู่จวินเหยียนทำให้ความรู้สึกเฉย ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นความเกลียดขี้หน้าอย่างสมบูรณ์แบบ“ทำไม ไม่พอใจเหรอ!” หยวนเผยเห็นสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงหนิงก็กรอกตามองบนเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายกับลู่จวินเหยียน สนิทกันมาก และรู้ดีว่าเมื่อก่อนลู่จวินเหยียนกับฉู่ฉิงเสวี่ยนั้นเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกแค่ไหนความรักอันร้อนแรงของทั้งคู่เรียกได้ว่าเขาก็เป็นพยานรู้เห็นมาครึ่งทาง แต่สุดท้ายคนที่ลู่จวินเหยียนแต่งงานด้วยอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นเจียงหนิงหยวนเผยคิดว่าเจียงหนิงแค่โชคดีถ้าตอนนั้นลู่จวินเหยีย

  • วันที่ฉันแท้ง เขาอยู่กับรักแรก   บทที่ 25

    คืนนี้ทุกคนมาที่นี่เพื่อฉลองให้เธอ เธอจึงจงใจแต่งตัวอย่างวิจิตรบรรจง เครื่องประดับเพชรตั้งแต่ที่คาดผมจรดสร้อยข้อเท้าล้วนเป็นของที่ลู่จวินเหยียนมอบให้ เป็นชุดเพชรสีชมพูสุดหรูที่มีราคาแพงลิบลิ่วจิ่งเจียงตี้หัวเป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมือง A คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้ล้วนเป็นระดับเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพล แต่ถึงกระนั้น ฉู่ฉิงเสวี่ยที่เดินอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมายฉู่ฉิงเสวี่ยควงแขนลู่จวินเหยียน เชิดหน้ายืดอกราวกับหงส์ที่สูงส่งและภาคภูมิใจเธอรู้ดีว่าลู่จวินเหยียนชอบผู้หญิงเก่ง และมีเพียงผู้หญิงที่เก่งกาจและเพียบพร้อมเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติยืนเคียงข้างลู่จวินเหยียนได้เธอจึงไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับการแต่งตัวให้ตัวเองลู่จวินเหยียนเดินเคียงคู่กับฉู่ฉิงเสวี่ย เส้นสายบนใบหน้าที่มักจะดูเย็นชาและคมกริบถูกฉาบไว้ด้วยแสงอุ่นนวลราวกับถูกหลอมละลายในห้วงแห่งความรัก ริมฝีปากที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มคู่นั้นดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติไม่ว่าจะมองจากมุมไหนเขาชอบพาฉู่ฉิงเสวี่ยออกงานสังคมแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกมีหน้ามีตา“เอ๊ะ ฉันจำได้ว่าตรงนี้เคยมีแกรนด์เป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status