เข้าสู่ระบบ‘กูก็แค่เอ็นดูเธอ กูไม่เอาเด็กที่อายุเกือบเท่าน้องชายตัวเองมาทำเมียหรอก’ เฮียฟาริคมาเฟียหนุ่ม ได้กล่าวไว้
ดูเพิ่มเติมตึกตึก
เสียงสองเท้าหนักของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังสาวเท้าเดินเข้ามาในกาสิโนสาขาหลักของตัวเองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง เขาสาวเท้าเดินไปยังห้องที่มีชื่อเรียกว่าห้องแบล็กรูมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่นัยน์ตาของเขากลับมีความน่ากลัวฉายออกมาอย่างน่าขนลุก
ด้วยใบหน้านิ่งขรึมและรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้ฟาริคมาเฟียหนุ่มอายุยี่สิบเก้าปีเป็นที่ร่ำลือกันในแวดวงมาเฟียและกาสิโน ผู้คนในวงการนี้ต่างรู้จักมาเฟียหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยคนนี้กันเป็นอย่างดี
"มันอยู่ไหน" น้ำเสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยถามลูอิสลูกน้องคนสนิทของตัวเอง ลูอิสที่กำลังสาวเท้าเดินตามเจ้านายอยู่เอ่ยตอบเจ้านายของเขาไปในทันที
"ตอนนี้มันอยู่ในห้องแบล็กรูมครับเฮีย แต่ว่ามันมีบางอย่างมาต่อรอง"
"มีบางอย่างมาต่อรอง?"
"ผมว่าเฮียไปดูเองจะดีกว่าครับ" ลูอิสเอ่ยพูดกับเจ้านายของตัวเอง ซึ่งสีหน้าไม่สู้ดีของลูกน้องคนสนิท
ทำให้เจ้านายอย่างฟาริคไม่รอช้าที่จะรีบสาวเท้าเดินไปยังห้องที่มีชื่อว่าแบล็กรูมห้องแบล็กรูมเป็นห้องที่มีไว้สำหรับใช้ลงโทษ
คนทรยศทั้งหลาย ทั้งพวกเบี้ยวเงินพนัน พวกที่ติดหนี้และไม่มีเงินมาคืน รวมไปถึงคู่ค้าทางธรุกิจที่คิดจะทรยศ โดยห้องแบล็กรูมจะมีที่กาสิโนสาขาหลักสองสาขา ที่แรกคือกาสิโนแรกที่ได้ก่อตั้งขึ้นซึ่งมันคือที่ที่ฟาริคยืนอยู่ในตอนนี้ และที่ที่สองคือกาสิโนสาขาที่ตอนนี้ฟาริคได้ ส่งมอบให้กับฟิลิกซ์น้องชายของเขารับผิดชอบดูแลต่อ"ฮึก…ปล่อยหนูไปนะ อย่าทำแบบนี้กับหนู" ทันทีที่สองเท้าหนักเดินมาถึงหน้าห้องแบล็กรูมเสียงขอร้อง
อ้อนวอนสลับกับเสียงสะอื้นของหญิงสาวก็ดังเข้ามากระทบหูของฟาริค ทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยเสียงผู้หญิงมาจากไหน เพราะคนที่เขาตั้งใจจะมาจัดการในวันนี้มันคือไอ้เสี่ยโลภมากที่ติดหนี้ของเขาถึงเจ็ดหลักมานานกว่าแปดเดือน
"เลย์ลาขอร้อง…ฮึก พ่ออย่าขายเลย์ลาเลยนะ
อย่าทำแบบนี้กับเลย์ลาเลย" เสียงเล็กของเลย์ลากำลังเอ่ยขอร้องอ้อนวอนชายผู้เป็นพ่อหมายจะให้หยุดการกระทำในตอนนี้เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเธอเองกำลังจะถูกขายให้กับใครบางคนเพื่อเป็นการใช้หนี้ให้กับพ่อของตัวเอง
"หุบปากสักทีสิวะ แกเกิดมาทั้งทีจะทำตัวไร้ประโยชน์ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบนี้ได้ยังไง แกต้องตอบแทนบุญคุณฉันที่ทำให้แกได้เกิดมาสินังลูกเนรคุณ"
"ฮึก…เลย์ลาขอเกิดมาหรือยังไง ตอบแทนบุญคุณอะไรในเมื่อเลย์ลาหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็กจนโต พ่อไม่เคยจะมาสนใจไยดีชีวิตเลย์ลาเลยด้วยซ้ำ"
"อีลูกเลว กล้าต่อปากต่อคำ กูเป็นพ่อมึงนะ!"
ปึ้ง!
ก่อนที่มือหนาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อจะฟาดลงที่ใบหน้าเรียวของหญิงสาว โชคดีที่มีเสียงถีบของประตู
ดังลั่นขึ้นมาซะก่อน ทำให้คนที่กำลังจะง้างมือชะงัก"นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยขึ้นพร้อมกับสองเท้าหนักของเขาสาวเท้าเข้ามา ทันใดนั้นเองดวงตากลมของเลย์ลาก็ตวัดไปมองใบหน้าของ
ผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่และมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงตาคมของฟาริคจ้องมองไปที่ใบหน้าเรียวของเลย์ลาตอนนั้นเองเขาจึงได้เห็นหญิงสาวผู้น่าสงสารที่แม้จะมีน้ำตาเอ่อล้นอยู่เต็มดวงตากลมแต่เธอยังคงสะสวยจนสะดุดตา
ซึ่งตอนนั้นเองที่เขาและเธอได้สบตากันเป็น
ครั้งแรก เลย์ลาจ้องมองไปที่ดวงตาคมของฟาริคอย่าง ไม่หลบสายตา เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเขาคือคนที่เธอกำลังจะโดนขายให้ในวันนี้"คะ คุณฟาริค สวัสดีครับ" บัณฑิตพ่อของเลย์ลารีบยกมือไหว้ฟาริคด้วยท่าทีนอบน้อม
"ฉันถามว่านี่มันเรื่องอะไร"
"ผะ ผมมีอะไรบางอย่างอยากมาเสนอคุณฟาริค ยัยเด็กคนนี้เป็นเด็กสาวใบหน้าสะสวยครับ…"
“…ผมอยากขอใช้หนี้คุณด้วยการขายเด็กคนนี้ให้คุณ มันคุ้มแน่นอนครับคุณฟาริค เด็กคนนี้ไม่เคยผ่านมือใคร…"
"ฉันทำธุรกิจ ไม่ได้ทำการกุศล เอาเด็กคนนี้มาแลกกับเงิน ฉันได้อะไร? สิ่งที่ฉันต้องการคือเงินห้าล้านที่ต้องได้คืน" ฟาริคสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกอย่างไม่รอให้ชายแก่ได้พูดจบประโยค
"มีมั้ย เงินห้าล้าน ถ้าไม่มีรู้ใช่มั้ยว่ามึงจะโดนอะไร" น้ำเสียงชวนขนลุกเอ่ยขึ้นจากชายใบหน้าหล่อพร้อมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทำเอาบัณฑิตพ่อของเลย์ลาถึงกับหลบสายตาเขาและเริ่มตัวสั่นกลัว
ผิดกับเลย์ลาที่จ้องมองไปที่ดวงตาคมของฟาริค
อย่างไม่ละสายตา ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่ของเธอจ้องมองเขาไปด้วยความหวังบางอย่างที่เกิดขึ้นฟาริคที่รับรู้ได้ว่าเลย์ลากำลังมองมาที่ตัวเองก็ตวัดสายตาไปมองหญิงสาวตัวเล็กคนนั้นเช่นกัน
"ผะ ผมขอเวลาคุณฟาริคสองชั่วโมง แล้วผมจะกลับมาพร้อมกับเงินห้าล้านครับคุณฟาริค" เสียงบัณฑิตเอ่ยพูดขึ้นทำให้ฟาริคดึงสายตาของตัวเองออกมาจากเลย์ลา
"ผะ ผมจะรีบกลับมาภายในสองชั่วโมง ผมไม่เบี้ยวแน่นอน คุณฟาริคสามารถตามตัวผมได้อยู่แล้ว ผมรู้"
"ผมสัญญาครับ ผมจะรีบกลับมาพร้อมกับเงินจำนวนห้าล้าน" ฟาริคไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่เลือกที่จะจ้องมองไปที่ร่างเล็กของหญิงสาวที่เริ่มแสดงสีหน้าหวาดหวั่นขึ้นมาอีกครั้ง
"มานี่ ไปหาไอ้เสี่ยชัยยศกับฉัน"
"ปะ ปล่อยหนูนะ หนูไม่อยากไปกับพ่อ ฮึก! พ่อปล่อยหนู!" เลย์ลาพยายามสะบัดข้อมือและจังหวะที่เธอกำลังถูกผู้เป็นพ่อลากตัวผ่านฟาริคไป
ดวงตากลมของเธอก็หันไปมองเขาอีกครั้ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความขอร้องอ้อนวอน
เธอรู้ว่าฟาริคเป็นคนทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามแต่เธอกลับรู้สึกว่าฟาริคอาจจะเป็นคนที่ช่วยเธอจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ได้ เธออยากให้เขาช่วยเธอ
ได้โปรดเธอไม่อยากถูกขายให้กับเสี่ยชัยยศ เสี่ยโรคจิตวัยห้าสิบปีที่ชอบหลับนอนกับเด็กสาวรุ่นลูก เธอยังอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้หรือหากจะต้องยอมโดนขายให้ใครจริง ๆ เธอยอมให้มันเป็นเขา คนตรงหน้าเธอตอนนี้ดีกว่า
"ฮึก! ช่วยหนูด้วย"
ฟาริคจ้องมองไปที่ดวงตากลมที่มีน้ำสีใสหลั่งไหลออกมาไม่หยุด สีหน้าของเขาเรียบนิ่งจนเหมือนในหัวไม่ได้แยแสใด ๆ กับท่าทีอ้อนวอนของเลย์ลา
ท่าทีเรียบเฉยนั้นทำให้เลย์ลารู้สึกหวาดหวั่น
แต่ทว่าในแววตาเรียบนิ่งของเขานั้นเธอกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง และนั่นยิ่งทำให้เธอไม่คิดจะหยุดส่งสายตาอ้อนวอนให้กับเขา"ช่วยหนูด้วย ฮึก! ช่วยหนูด้วยเถอะนะคะ"
"เงียบปากสักที เช็ดคราบน้ำตาออก เลิกร้องไห้แล้วก็เดินตามมา" เสียงผู้เป็นพ่อของเธอดังขึ้นก่อนจะกระชากร่างของลูกสาวที่ตัวเองเกลียดชังให้เดินตามตัวเองออกมา
เมื่อร่างของเธอถูกกระชากมาจนเกือบถึงประตู
เลย์ลาจึงได้แต่ร้องไห้ออกมาและยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง เพราะคิดว่าการขอร้องอ้อนวอนพ่อของตัวเองหรือว่าเขาคนนั้นคงไม่เป็นผลแต่ทว่า…
"หยุด!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของฟาริคก็เอ่ยดังขึ้นทำให้ทุกคนที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก
ตึกตึก
ตามมาด้วยเสียงสองเท้าหนักของฟาริคสาวเท้าเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าคนตัวเล็ก เขาหลุบมองไปที่เลย์ลา ซึ่งเลย์ลาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเช่นกัน
"ถ้าอยากขายมาก เธอคนนี้…ฉันซื้อเอง"
หลังจากแยกกับกวิน เลย์ลาก็เดินเข้ามาด้านในกาสิโน เธอใช้มือล้วงไปในกระเป๋าสะพายและหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาสแกนประตูด้านหน้าเพื่อจะไปที่ห้องพักของตัวเอง"อ๊ะ! ตะ ตกใจหมดเลย"แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกเลย์ลาก็ต้องสะดุ้งเฮือกออกมาด้วยความตกใจเมื่อเจอฟาริคยืนพิงกำแพงและกอดอกมองเธออยู่"ใครล่ะคนที่มาส่ง" ฟาริคเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแบบที่เขาชอบทำเป็นประจำ"คุณฟาริคเห็นด้วยเหรอคะ""ทำไม ฉันเห็นไม่ได้หรือไม่ควรเห็นอย่างนั้นเหรอ?" คำถามของฟาริคทำเอาเลย์ลารีบส่ายหัวออกมารัว ๆ"เลย์ลาแค่สงสัยเฉย ๆ ค่ะ ตอนนั้นเลย์ลาไม่เห็นคุณฟาริคก็เลยไม่นึกว่าคุณฟาริคอยู่ตรงนั้นด้วย""จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องอะไรที่ฉันต้องมาสนใจหรอก แต่ฉันบอกเธอเพราะว่าฉันหวังดี…เลย์ลา เธอไม่สมควรมีแฟนเวลานี้หรอกนะ เธอยังต้องตั้งใจเรียนแถมยังต้องตั้งใจทำงานไม่ใช่เหรอ""แต่ว่า…" เลย์ลาที่ได้ยินคำพูดของฟาริคก็แสดงสีหน้างุนงงออกมา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ"ฉันไม่ได้อะไรกับชีวิตรักของเธอหรอก ที่ฉันบอกฉันก็แค่หวังดี""เลย์ลารู้ค่ะว่าคุณฟาริคหวังดีกับเลย์ลา แต่พี่คนนั้น…""คบกันไปตอนนี้เดี๋ยวในอนาคตก็เลิกกัน ฉันไม่ได้แช่ง
ฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่ริมฝีปากของเลย์ลาครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้าไปหาเธอเลย์ลาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตัวแข็งทื่อมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนบ่าเขากำลังกำเสื้อคลุมที่เขากำลังสวมใส่แน่นก๊อก! ก๊อก!แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องพักหรูก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักแกร่งรีบดีดตัวลุกพรวดออกจากตักของฟาริค"อะ เอ่อ ละ เลย์ลาขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวเลย์ลาต้องมีไปทำธุระข้างนอกต่อค่ะ"เลย์ลาเอ่ยพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เธอก้มหัวให้ฟาริคเล็กน้อยก่อนจะรีบหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วเธอก็พบเข้ากับลูอิสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดีเลย์ลาก้มหัวให้ลูอิสเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ทำเอาลูอิสถึงกับมองตามแผ่นหลังของเลย์ลาไปด้วยสายตางุนงง"มึงมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาลูอิสที่สาวเท้าเข้ามาแสดงสีหน้างุนงงไปยิ่งกว่าเดิม"เฮียเรียกผมให้เอาเอกสารมาให้ไงครับ""กูเรียกไปตั้งนานทำไมเพิ่งเอามาตอนนี้""ก็เฮียบอกผมว่าอีกยี่สิบนาทีค่อยเข้ามา เฮียจะอาบน้ำก่อนผมก็เลยรอยี่สิบนาทีแล้
วันถัดมาวันนี้เราออกมามหาลัยตั้งแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เรามีเรียน ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีที่สอง เราเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหนึ่งปีเราเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะเราชอบวาดรูปแล้วเราก็มีความฝันอยากเป็นนักวาดชื่อดังที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นหมื่นเป็นแสนต่อเดือนการได้เป็นนักวาดชื่อดังคืออาชีพในฝันของเราเลยเรานั่งเรียนจนถึงประมาณสิบโมงครึ่งก็เลิกเรียนแล้ว เวลาเลิกตามตารางเรียนจริง ๆ คือสิบเอ็ดโมงแต่วันนี้เนื้อหาที่อาจารย์สอนค่อนข้างรวบรัดและไม่ได้ลงลึกมากเท่าไหร่จึงทำให้คลาสวันนี้เสร็จสิ้นไปอย่างรวดเร็วในตอนนั้นเราจึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองและเดินทางกลับหอพักเพื่อไปเอาของใช้ส่วนตัวที่เราได้เตรียมไว้บางส่วนไปเก็บที่กาสิโนใช้เวลาไม่นานเราก็ขนของใช้ของตัวเองและเดินทางไปที่กาสิโน เราแจ้งเรื่องย้ายออกกับทางหอพักแล้ว ซึ่งมันเป็นช่วงสิ้นเดือนพอดีทำให้เราต้องย้ายออกภายในสามวันนี้ แต่โชคดีที่ของใช้ของเราไม่มีอะไรมากมายเราสาวเท้าเข้ามาในกาสิโนของคุณฟาริคและเดินไปยังโซนที่แสนจะส่วนตัว เป็นโซนที่คุณฟาริคพาเราไปเมื่อวาน เราหยิบคีย์การ์ดที่
ถึงแม้สายตาของฟาริคที่จ้องมองเธออยู่นั้นราวกับว่าเขากำลังต้องการจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว แต่เลย์ลาเองไม่ทันได้สังเกตแววตานั้นเพราะสีหน้าราบเรียบของฟาริคปกปิดไว้ทั้งหมดและเธอกำลังตกใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา"เลย์ลาไม่ได้ตั้งใจ คุณฟาริคกำลังได้พักผ่อนแท้ ๆ เลย์ลาทำให้คุณฟาริคตื่นเลย""ไม่เป็นไร" ฟาริคเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หลับอย่างที่เธอคิดก็ตาม แต่เลย์ลาที่ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยังคงทำหน้างอกล่าวโทษตัวเองในใจ"ฉันบอกว่าไม่เป็นอะไรไง" ฟาริคเอ่ยย้ำอีกครั้งเพราะเห็นสีหน้าของเลย์ลาที่กำลังทำหน้างออยู่ ในตอนนั้นเลย์ลาจึงค่อย ๆ พยักหน้าให้เขาและแปรเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นปกติ"งั้นคุณฟาริคสะดวกคุยมั้ยคะ เลย์ลาจะถามว่าคุณฟาริคเรียกเลย์ลาให้มาหา มีอะไรรึเปล่าคะ""เธออยากย้ายมาอยู่ที่นี่มั้ย" ฟาริคเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนหลังจากเห็นว่าหอพักที่เธออยู่ค่อนข้างอันตราย มันเป็นที่เปลี่ยวห่างไกลจากถนนหลักพอสมควร แถมเมื่อคืนเขายังสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นท่าทีไม่เป็นมิตรจับกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย"ที่นี่หมายถึงที่ไหนเหรอคะ"