Mag-log inเขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ลุกขึ้นไปหาเรื่อง สกายเพียงแค่ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ รวบหนังสือเรียนและกระเป๋าของตัวเอง เลื่อนเก้าอี้ให้ขยับเข้าไปชิดกับเก้าอี้ของไอรินจนพนักพิงแทบจะเกยกัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งใหม่การขยับเข้ามาใกล้กะทันหันทำให้ไหล่ซ้ายของไอรินเบียดชนกับต้นแขนแกร่งของเขาทันที“สกาย ขยับออกไปหน่อย มันเบียด” ไอรินกระซิบดุ หันไปถลึงตาใส่สกายไม่สนใจคำทักท้วง เขาจ้องเขม็งไปยังโต๊ะของรุ่นพี่คนนั้น แววตาคมกริบชั้นเดียวที่ปกติจะเรียบตึง บัดนี้ฉายประกายเยือกเย็นและดุด
เครื่องปรับอากาศภายในหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยทำงานเต็มประสิทธิภาพจนอุณหภูมิเย็นเฉียบบรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงกระซิบกระซาบพูดคุยเรื่องเรียนดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ โต๊ะอ่านหนังสือตัวยาวฝั่งโซนหนังสือศิลปะและสถาปัตยกรรมถูกจับจองโดยกลุ่มนักศึกษาปีสามที่กำลังสุมหัวติวเข้มสำหรับควิซย่อยในบ่ายวันนี้ไอรินนั่งกอดอก มือข้างหนึ่งถือปากกาไฮไลต์สีเหลืองขีดเน้นข้อความในชีทเรียน แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ตัวหนังสือเลยสักนิด“ริน”
"คุณอาจจะเมา..." สกายกดเสียงต่ำ เปลี่ยนสรรพนามอย่างจงใจเพื่อเย้าแหย่กำแพงที่เธอพยายามสร้างขึ้น "แต่ผมไม่ได้เมา""สะ... สกาย ถอยออกไป" เธอใช้มือดันแผงอกเปลือยเปล่าของเขา แต่กล้ามเนื้อตรงหน้าแข็งเกร็งจนแทบไม่ขยับ"ผมมีสติครบถ้วนทุกวินาที ไอริน" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "และผมก็จำได้ทุกอย่าง... รวมทั้งการที่เธอตอบสนองฉันทุกสัมผัสด้วย"คำพูดของเขาเหมือนค้อนที่ทุบทำลายหน้ากากความเย่อหยิ่งของเธอจนแตกละเอียด ไอรินเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดง
ไอรินไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน เธอหลับตาลง ซุกหน้าเข้าหาแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมเมื่อครู่บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้สติของเธอค่อยๆ ดับวูบลงอย่างรวดเร็วสกายก้มลงมองใบหน้ายามหลับของคนที่ซุกอยู่ในอก เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมของเธออย่างทะนุถนอม ริมฝีปากหยักประทับจูบลงบนกระหม่อมบางเนิ่นนาน“เธอเป็นของฉันคนเดียว ไอริน...”เสียงทุ้มกระซิบฝากไว้ในความมืด เป็นคำประกาศสิทธิ์ที่ดุดันและเอาแต่ใจที่สุด ก่อนที่เขาจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นและหลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับคนที่เขารักและหวงแหนที่สุดในชีวิตความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปตามกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนทันทีที่ไอรินขยับตัวดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน สิ่งแรกที่ประสาทสัมผัสรับรู้คือความว่างเปล่าของพื้นที่ข้างลำตัว อุณหภูมิบนฟูกฝั่งนั้นเย็นชืดไปแล้ว บ่งบอกว่าเจ้าของพื้นที่ลุกออกไปนานพอสมควรไอรินยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ความรู้สึกเสียดตึงบริเวณช่วงล่างทำให้เธอต้อ
เขาผุดลุกขึ้นนั่ง จัดการถอดเสื้อยืดและกางเกงวอร์มของตัวเองออกอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและหยาดเหงื่อ ไอรินมองภาพความสมบูรณ์แบบตรงหน้าด้วยสายตาที่พร่ามัว กลิ่นอายความเป็นชายที่ผสมผสานกับกลิ่นฝนของเขากระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นตัวสกายเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง หยิบซองฟอยล์สีเงินออกมาฉีกด้วยปากอย่างรีบร้อน จัดการสวมใส่มันเพื่อป้องกันอย่างรอบคอบ แม้สติจะกระเจิงแค่ไหน แต่เขาก็ยังรักษาความปลอดภัยให้เธอเสมอเขาคว้าขวดเจลหล่อลื่นที่เตรียมไว้ (ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้) บีบลงบนฝ่ามือแล้วชโลมไปที่แก่นกายขนาดใหญ่ของตัวเอง ก่อนจะขยับตัวเข้ามาทาบทับร่างบางอีกครั้ง
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือขออนุญาต แต่มันคือการลงทัณฑ์และการครอบครอง เขากดริมฝีปากบดขยี้ลงมาอย่างหนักหน่วง รุนแรงจนไอรินได้รสฝาดของเลือดที่มุมปาก เธอพยายามจะเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธการคุกคาม แต่สกายก็ใช้มือข้างที่ว่างบีบปลายคางของเธอ บังคับให้เรียวปากเปิดออกอย่างเอาแต่ใจทันทีที่ได้ช่องทาง ลิ้นร้อนชื้นก็แทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในอย่างตะกละตะกลาม เขาดุดัน จาบจ้วง และตักตวงทุกอย่างราวกับคนหิวกระหาย รสชาติของวอดก้าที่ติดอยู่ปลายลิ้นของเธอผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา สร้างความมึนเมาที่รุนแรงกว่าแอลกอฮอล์แก้วไหนๆ“อื้อ... อ่อย” ไอรินประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนี แต่เขากลับตามมาประกบจูบซ







