FAZER LOGIN“เธอ” ตกลงยอมเป็น ของ (หวง) ของ “เขา” ด้วยความเต็มใจหวังเอาชนะใจ แต่… ตัวอย่าง : “ก็ง่ายเอง แล้วจะมาเรียกร้องอะไร” … “พะ...พี่เป็นใครคะ…ข้าวไม่รู้จัก”
Ver maisTrigger Warnings
Toxic relationship / Consent / Non-Consent / บังคับ / ตัวละครมีการกระทำที่ไม่เหมาะสม
มีฉากร่วมเพศ (บังคับ/ไม่สมยอม) NC20++
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
มีรูปฉากประกอบแบบปกติ
หากไม่ชอบแนวนี้ไม่แนะนำนะคะ
รบกวนอ่านคำเตือนจากนักเขียนและกดอ่านตัวอย่างเนื้อหาในเรื่องก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ
BAD KLEIN
ของหวง (วิศวะ)
“เธอ” ตกลงยอมเป็น ของ (หวง) ของ “เขา”
ด้วยความเต็มใจหวังเอาชนะใจ แต่…
(ไคลน์)
ชวินทร์ อัศวทานนท์
รุ่นพี่วิศวะปีสี่ สูง189
เจ้าของใบหน้าหล่อเรียบนิ่งที่ไม่คิดสนใจเรื่องความรัก
หล่อ นิ่ง ใจร้าย (ดุ) และ…ขี้หวง “ของ” มาก
(ใบข้าว)
กชพร ชัยรัตนา
รุ่นน้องบริหารปีหนึ่ง สูง155
เจ้าของใบหน้าเล็กดวงตากลมโตที่แอบรักรุ่นพี่วิศวะ (ใจร้าย) คนนั้น…
น่ารัก ขี้อาย ขี้เกรงใจ ไม่ค่อยกล้าพูด (ยิ้มง่าย) และ…ดื้อเงียบ
ตัวอย่าง :
“ก็ง่ายเอง แล้วจะมาเรียกร้องอะไร”
…
“พะ...พี่เป็นใครคะ…ข้าวไม่รู้จัก”
รุ่นลูกของ :
BAD DEPTH พันธะหมอมาเฟีย 20+
(คามิล x ไลลา)
รุ่นหลานของ :
BAD ENGINEER วิศวะ (เลว) หวงรัก
(ธาม x วาวา)
_______________________________________________
บทนำ
ตึกตัก ตึกตัก…
เสียงหัวใจของสาวร่างเล็กวัยสิบแปดย่างสิบเก้าเจ้าของความสูงร้อยห้าสิบห้าจ้องมองยังด้านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองด้วยความลุ้นระทึกไปกับข้อความที่กำลังจะขึ้นตรงหน้า และในที่สุด
“กะ…กชพร…ได้รับทุน…” ริมฝีปากสีหวานขยับเอ่ยออกมาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความดีใจขั้นสุดกับผลการสอบชิงทุนมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังที่มีชื่อของเธอติดอยู่หนึ่งในผู้ได้รับทุนนั้นจากคณะที่เธอเลือกไว้
“…ทำได้แล้ว” เจ้าของใบหน้าเรียวเล็กพึมพำอย่างรู้สึกดีใจกับตัวเองเป็นอย่างมาก รอยยิ้มหวานนั้นฉายขึ้นมาบนใบหน้าเนียนใสไม่หยุด ทั้งที่มีกรอบแว่นตาสำหรับคนสายตาสั้นกว่าห้าร้อยห้าสิบสวมใส่อยู่ จนเมื่อได้สติ สองเท้าเล็กของร่างบางก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองเพื่อลงไปยังด้านล่างหมายจะบอกถึงข่าวดีนี้ให้กับ นภัสสร แม่ของเธอที่กำลังทำอาหารเย็นให้กับ คมสัน พ่อเลี้ยงของเธอที่ทั้งสองแต่งงานกันมาได้สามปีกว่าแล้วหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อนที่เธออายุได้แค่แปดขวบ…และ ภาคิน พี่ชายที่เป็นลูกติดของพ่อเลี้ยง ทว่าขณะที่สองเท้าบางกำลังเดินลงบันไดอยู่นั้น
“สร”
“คะ? พี่คมสัน”
“รู้เรื่องที่เราต้องย้ายแล้วใช่ไหม เขาให้อาทิตย์นี้อาทิตย์สุดท้าย”
“ค่ะ…”
“…พี่หาบ้านใหม่ได้แล้วเหรอคะ”
“อืม แต่มันอยู่แถวชานเมืองเลย อาจจะเดินทางลำบากกว่าเดิมหน่อย สรโอเคหรือเปล่า”
“สรโอเคค่ะ สรเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ ค่าเช่าที่นี่แพงขึ้นมากเลย เราย้ายไปอยู่โซนชานเมือง น่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น แถมพี่เองก็ย้ายไปทำงานแถวนั้นด้วย จะได้ประหยัดเวลากับค่าน้ำมันไปด้วย” หญิงวัยกลางคนยิ้มบอกสามีของตัวเองด้วยความพร้อมเข้าใจกับสถานการณ์ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในตอนนี้กับการตั้งใจทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัวของคมสัน ที่ช่วงหลังมานี้เขาถูกโยกย้ายให้ไปประจำที่สาขาอื่น รวมถึงต้องทำโอทีมากขึ้นเพื่อที่จะเลี้ยงดูส่งเสียลูกชายของเขาที่กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย และลูกสาวของเธอที่เขาเองตั้งใจอยากส่งเรียนให้ด้วย โดยมีเธอที่คอยเป็นแม่บ้านดูแลทุกอย่างในบ้าน ฐานะพวกเขาจึงอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ได้ลำบาก แต่ก็ไม่ได้สุขสบายอะไรมากนัก
“…” ด้านใบข้าวที่ยืนฟังแม่กับพ่อเลี้ยงตัวเองพูดคุยกันก็ได้แต่ยืนเงียบเม้มปากแน่นไปกับการได้รับรู้ถึงสถานการณ์บ้านของตัวเองที่ไม่ค่อยจะดีในช่วงนี้ ทว่าขณะที่ร่างเล็กกำลังยืนคิดไม่ตกอยู่
“!!!” ดวงตากลมโตทั้งสองข้างของหญิงสาวก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบหันไปมองยังใครบางคนที่เดินเข้ามาสวมกอดร่างเธอไว้จากด้านหลัง
“ทำอะไรอยู่” เสียงทุ้มของภาคินที่เดินเข้ามาจงใจคุกคามร่างเล็กอย่างชัดเจนเอ่ยถาม ทำให้คนตัวเล็กที่ได้สติรีบผละออกด้วยความรวดเร็วและมีความตื่นตกใจพยายามระวังตัว ภาคินที่เห็นก็ยกยิ้มไปกับภาพตรงหน้า แววตาของชายหนุ่มจ้องมองยังน้องสาวต่างสายเลือดด้วยความรู้สึกชอบใจเป็นอย่างมากกับท่าทางดูตื่นกลัวพวกนั้น
“ลงไปกินข้าวกันเถอะ” แต่สุดท้ายเขาก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับสาวเท้าเดินนำร่างเล็กตรงไปยังนภัสสรกับคมสันที่ยืนอยู่ ใบข้าวที่เห็นก็จ้องมองตามแผ่นหลังกว้างของพี่ชายต่างสายเลือดไปด้วยความยังคงมีความตื่นกลัว แต่ก็พยายามที่จะตักเตือนตัวเองภายในใจให้ต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้นกว่านี้ เนื่องจากเธอเกือบลืมไปเลยว่า หากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ภาคินจะกลับมาจากหอพักนักศึกษาเพื่อมาอยู่บ้าน
“อ้าวใบข้าว มากินข้าวกันสิ” เสียงคมสันเอ่ยเรียกร่างเล็กที่เอาแต่ยืนนิ่งอยู่
“ค่ะ” หญิงสาวที่ได้ยินจึงรับคำพร้อมกับสาวเท้าเดินตรงเข้าไปนั่งยังด้านข้างที่นั่งแม่ตัวเอง ก่อนที่ทั้งสี่จะนั่งทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยมีสายตาของภาคินที่คอยลอบจ้องมองยังน้องสาวต่างสายเลือดของตัวเองอยู่ตลอด กระทั่ง…
“อืม กินกันอิ่มแล้วใช่ไหม พอดีพ่อมีอะไรจะบอก” เสียงคมสันพูดขึ้น ซึ่งทุกคนที่นั่งกันอยู่ก็ต่างหันมองอย่างตั้งใจฟังกับคำพูดของชายวัยกลางคน
“พอดีเราจำเป็นที่จะต้องย้ายบ้าน เลยอาจจะต้องไปอยู่แถวชานเมืองที่ไกลจากตัวเมืองนี้พอประมาณ…”
“…คิน แกไม่ต้องกลับบ้านแล้วก็ได้ มันค่อนข้างไกลจากมหา’ลัยของแก ส่วนใบข้าว หนูคิดไว้หรือยังว่าจะเข้ามหา’ลัยอะไร”
“เอ่อ…” ร่างเล็กที่ถูกถามอึกอักไม่กล้าตอบ เพราะมหาวิทยาลัยที่เธอสอบได้นั้น มันอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้ หากต้องย้ายบ้าน…
“พูดออกมาเถอะ ลุงกับแม่จะได้ช่วยกันวางแผน” ทันทีที่เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยจบ
“ที่จริง…ข้าวสอบได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัยควินตัน คณะบริหารธุรกิจค่ะ…”
“ว่าไงนะ…พูดจริงเหรอ” นภัสสรมองหน้าถามลูกสาวตัวเองด้วยความรู้สึกดีใจและภูมิใจกับสิ่งที่ได้ยิน ขณะที่คมสันที่รักใบข้าวเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองก็รู้สึกไม่ต่าง
“ประกาศผลแล้วเหรอ” ชายวัยกลางคนถาม
“ค่ะ ข้าวเพิ่งดูรายชื่อเมื่อกี้”
“แบบนี้ก็ดีเลยสิ ควินตัน ไม่ใช่ว่าใครจะเข้ากันได้ง่าย ๆ นะ” คมสันที่รู้ถึงชื่อเสียงความโด่งดังของมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำเอ่ยด้วยความยอมรับในมาตรฐานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทว่าภาคินที่ได้ยิน
“มาเรียนที่เดียวกับพี่ดีกว่า คณะบริหารก็มีชื่อดังอยู่” ใบข้าวที่ได้ยินก็นิ่ง ขณะที่คมสันนั้นไม่เห็นด้วยกับลูกชายตัวเอง
“น้องสอบได้ควินตันแล้ว จะให้ไปมหา’ลัยแกอีกทำไม”
“แต่ถ้าย้ายบ้าน แล้วจะเดินทางไปยังไง” สิ้นเสียงภาคินเอ่ย ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบงันใช้ความคิด และในที่สุด
“ให้ใบข้าวอยู่หอได้ไหมคะพี่ หักเงินเดือนของสรไปก็ได้” นภัสสรพูดขึ้น ทำให้คมสันที่ได้ยินตอบกลับ
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก พี่พอส่งไหว แต่ว่า…เราจะอยู่ได้หรือเปล่า อยู่คนเดียว” คมสันเอ่ยถามอย่างรู้สึกห่วงใยเด็กสาว เจ้าของใบหน้าเรียวใสที่ได้ยินก็เงียบไปชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นสายตาของพี่ชายต่างสายเลือดที่มองมายังตัวเอง
“ได้ค่ะ ข้าวอยู่ได้ค่ะ” เธอเองก็ไม่อยากที่จะต้องทนพบเจอกับสายตาและท่าทางคุกคามพวกนั้น
“จะดีเหรอพ่อ น้องยังเด็กอยู่” เสียงภาคินพูดอย่างไม่เห็นด้วย ทว่า…
“ข้าวอยู่ได้ค่ะ ข้าวอายุสิบแปดแล้ว” เรียวปากสีหวานตัดสินใจพูดสวนกลับไปตามความคิดของตัวเองรวมถึงสายตาที่ฉายออกมาถึงความเด็ดเดี่ยวตัดสินใจที่มี โดยนภัสสรกับคมสันที่เห็นก็รับรู้ได้ถึงความต้องการเรียนที่นี่ของลูกสาว ทำให้ทั้งสองเลือกที่จะพยักหน้ารับรู้เชิงอนุญาต และเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อใบข้าวหากได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ขณะที่ภาคินเองก็ได้แต่นั่งนิ่งมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่หลังจากนี้ เขาจะไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงท่าทีคุกคามใส่น้องสาวต่างสายเลือดตัวเล็กอีก…
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…ตึกตึก เสียงสองเท้าของเด็กแฝดทั้งสองที่ถูกพี่เลี้ยงสาวคนสนิทสองคนคอยประกบดูแลอยู่ดังขึ้น ก่อนที่ดวงตากลมเล็กของเด็กน้อยจะเบิกกว้างยกยิ้มออกมา“ทาเล๊~” เด็กน้อยทั้งสองเอ่ยพลางชี้ไปยังทะเลสีครามสวยที่อยู่ตรงหน้า ใบข้าวที่รับรู้ได้ถึงความอยากไปเล่นน้ำของเด็กทั้งสองที่เคยมาโรงแรมที่พักสุดหรูนี้มาแล้วก็ยิ้มบาง ๆ บอก“เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดกันก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวมิ้พามาให้เล่นทะเลกัน” สิ้นเสียงหวานบอก เด็กน้อยที่ได้ยินก็พยักหน้ารับคำอย่างไม่มีความงอแงแต่อย่างใด ทั้งสองถูกพี่เลี้ยงคนสนิทพาเดินเข้าไปยังภายในบ้านพักส่วนตัวของโรงแรมราคาแพงที่ทางบ้านของไคลน์มีหุ้นส่วน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ร่างเล็กของเด็กแฝดที่เปลี่ยนชุดพร้อมเล่นแล้วก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ฮ่า ๆ ดูสิคะ แฮปปี้กันใหญ่เลย พอรู้ว่าจะได้เล่นน้ำ” เสียงใบข้าวหันไปเอ่ยพูดกับสามีตัวสูงของตัวเองที่ยืนอยู่ ไคลน์เองก็จ้องมองยังภาพเด็ก ๆ ที่ดูมีความสุขร่าเริงกันด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนที่ร่างของใบข้าวจะเดินตรงเข้าไป“พร้อมไปเล่นน้ำทะเลกันแล้วหรือยังคะ”“พร้อมค้าบ/พร้อมค่า” เด็กทั้งสองตอบกลับ พร้อมกับมือเล็กของใบข้าวที่เอื้อมเ
หกเดือนต่อมา…“อุแว๊!~” เสียงเด็กน้อยที่กำลังถูกคนเป็นพ่ออุ้มอยู่นั้นร้องโวยวายงอแงด้วยความเอาแต่ใจชัดเจน โดยไคลน์ก็ยืนอุ้มลูกชายของตัวเองพาเดินวนอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่ที่เขาตัดสินใจซื้อเป็นของขวัญวันคลอดให้กับภรรยาตัวเล็กของตัวเอง“อุแว๊…”“ไคเลอร์ เป็นอะไรไป” ไคลน์เอ่ยถามยังลูกชายที่เพิ่งคลอดออกมาได้ไม่นานขึ้น พร้อมกับอุ้มพาเดินไปมาอยู่อย่างนั้น ขณะที่ใบข้าวเองก็ค่อย ๆ ผละออกจากลูกสาวคนเล็กของตัวเอง“คีริน หลับแล้วค่ะ เอาไคเลอร์มาค่ะ เดี๋ยวข้าวดูลูกเอง พี่ไปพักเถอะ” คุณแม่ยังสาวเอ่ยบอกยังสามีตัวสูงที่เป็นพ่อของเด็กแฝดชายหญิง ลูกของเขาและเธอ ทว่าไคลน์กลับส่ายหน้าตอบกลับไม่ยอมให้เด็กทารก“เดี๋ยวพี่ช่วยดู”“ดูอะไรคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไคลน์ต้องไปทำงานแต่เช้านะ ไปนอนได้แล้ว ข้าวดูลูกได้ค่ะ”“พี่ลาแล้ว”“คะ?”“พี่จะทำงานที่บ้านเอา พี่คุยกับตาแล้ว” คนตัวสูงบอกพร้อมกับอุ้มลูกชาย มืออีกข้างก็ยกขึ้นลูบเข้าที่ใบหน้าเรียวใสของเมีย“เหนื่อยมากเลยใช่ไหม ได้ที ได้สองคนเลย”“ฮ่า ๆ ก็เหนื่อยบ้างค่ะ แต่พี่แหวนมาช่วยอยู่ อีกอย่าง…ก็สนุกดีค่ะ อย่างน้อยก็ไม่เหงาแล้ว ขอหนึ่งได้ถึงสองเลย~” ใบข้าวยังคงยิ้มหว
สามเดือนต่อมา…พรึบเสียงมือบางค่อย ๆ หยิบที่ตรวจครรภ์ตรงหน้าเข้ามามองดูด้วยความรู้สึกลุ้นเป็นอย่างมาก และเมื่อสายตาเห็นถึงด้านหน้าที่ขึ้นสองขีด“มะ…มาแล้ว…” ใบข้าวเอ่ยด้วยโทนเสียงเต็มไปด้วยความดีใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองยังสามีตัวสูงที่ยืนอยู่ ไคลน์ที่ได้ยินจึงยกมือขึ้นลูบเข้าที่หัวเล็กของคนรัก“หึ ก็บอกแล้ว” เขาส่งยิ้มบาง ๆ ตอบกลับอย่างรู้สึกมั่นใจในผลงานของตัวเอง ที่หลังจากที่เมียตัวน้อยนั้นอยากได้ลูก ไคลน์ก็ตั้งใจทำให้สุด ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เขาทำแทบจะวันเว้นวัน มีวันที่ให้เมียได้พัก แล้วก็จัดต่อ ไข่ตกไม่ตก เขาซัดเรียบหมด แตกในอย่างชุ่มฉ่ำ ไหนจะอาการของใบข้าวที่เริ่มออก รวมถึงประจำเดือนที่ขาดเขาคอยสังเกตภรรยาของตัวเองอยู่ตลอด จนวันนี้ตัดสินใจซื้อที่ตรวจครรภ์ให้ลอง“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปฝากครรภ์กัน” คนตัวสูงเอ่ยพลางยังคงลูบอยู่ที่หัวเล็กของเมียตัวเองด้วยแววตามีความสุขมากไม่ต่าง ไหนจะสายตาที่เอาแต่จ้องมองใบข้าวด้วยความคลั่งรักที่มี ในที่สุดอีกไม่นาน เขาก็จะได้เป็นพ่อของคนแล้ว พ่อของลูก…ที่มาจากความรัก และความตั้งใจของเขาและภรรยาตัวเล็ก“ค่ะ” ใบข้าวยิ้มหวานตาหยีตอบกลับยังร่างสูงวิศวะในทันที ก
ทันทีที่แก่นกายหนาหลุดออกจากรูร่องสีหวาน น้ำสีขาวขุ่นก็ไหลทะลักออกมากว่าเดิม ส่งมันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนยังที่นอนหรูไปหมด ใบข้าวที่รู้สึกเหนื่อยหอบจากการร่วมรักอยู่ก็ชะงักก้มลงมองพลางทำท่าจะพยุงร่างลุกขึ้น แต่แล้ว…หมับก็ต้องถูกมือหนาของคนที่นอนอยู่ใต้ร่างคว้าไว้“จะไปไหน” เสียงทุ้มถาม“ข้าวจะไปอาบน้ำค่ะ”“เดี๋ยวก่อนสิ”“หือ?”“ยังไม่พอ” “อะไรยังไม่พอคะ นี่ก็…เยอะมากแล้วนะ” ใบข้าวบอกพลางพูดถึงน้ำกามสีขาวขุ่นที่อยู่ภายในรูร่องของเธอจนไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ทว่า…ไคลน์ก็ไม่คิดสนใจ“ต้องทำ…จนกว่าจะแน่ใจ” สิ้นเสียงทุ้มบอก คนตัวสูงก็ไม่รอช้าที่จะจับร่างเล็กให้ล้มลงนอนหงายเหมือนเดิม โดยมีร่างหนาของเขาขึ้นคร่อมไว้“…” ใบข้าวก็เงยหน้ามองยังสามีตัวสูงของตัวเอง“ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้น”“ก็มันเข้าทางพี่ไคลน์เลยนี่คะ”“เข้าทาง?”“ทางหื่น…”“หึ” คนตัวสูงหัวเราะยิ้มออกมากับคำพูดของเมียตัวเล็กพลางก้มลงมอง“แล้วยอมไหม” ริมฝีปากหนาเอ่ยถาม ทำเอาใบข้าวที่ได้ยินจ้องมองยังคนตรงหน้า“ค่ะ…ยอม” ร่างบางที่ตั้งใจอยากมีลูกน้อยยิ้มหวานตอบ ไคลน์ที่เห็นจึงยิ่งรู้สึกเข้าทางและหลงใหลไปกับความน่ารักของคนใต้ร่าง เ





