Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-03-02 16:31:03

ร่างเล็กนั่งขมวดคิ้วหลับตาอยู่หน้ากระจกในห้องนอนของลาเบลล์ ขนลุกแปลก ๆ ยามปลายนิ้วหนาเกลี่ยไล้ไปตามผิวหน้า จนเผลอเอียงคอหนีอยู่หลายครั้ง

“นั่งนิ่ง ๆ สิ!” เสียงทุ้มติดออกสาวบ่นออกมาเป็นครั้งที่สี่ พลางเท้าเอวมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด

“เหน็บจะกินอยู่แล้ว! ยังไม่เสร็จอีกหรือไง!”

“เหน็บกินบ้าบออะไร แค่ให้นั่งเฉย ๆ เอ้า! ลงรองพื้นเสร็จแล้ว ลองดู!”

หัวคิ้วบางแทบจะขมวดกันเป็นปม เหลือบมองภาพเงาสะท้อนตัวเองผ่านกระจก แอบใจเต้นเล็กน้อยกับภาพใบหน้าน่ารักชวนมองกำลังจ้องเขาผ่านเงาสะท้อน

“เป็นไง ~ หน้าเนียนกริบประหนึ่งสาวเกาหลี ~” ลาเบลล์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อดภาคภูมิใจในฝีมือตัวเองไม่ได้

“ก็เหมือนเดิม...นี่ให้ฉันนั่งง่อย ๆ เกือบครึ่งชั่วโมงทำไมกันเนี่ย” ชินกระแอมแก้เก้อ ตอบกลับเสียงเรียบ

คำตอบแสนหยาบกระด้างสร้างความขุ่นเคืองให้คนฟังไม่น้อย ทั้งที่เธอพยายามเบามือ กว่าจะลงเครื่องสำอางแต่ละชั้นได้สวยเนียนเช่นนี้ ไอ้ผู้ชายปากหมากลับไม่เห็นค่า

“นายตาถั่วหรือไง! ดูคิ้วก็เป็นทรงขึ้น ผิวหน้าก็ฉ่ำวาว ฉันลงเฉดดิ้ง ไฮไลต์เพิ่มแสงเงาตกกระทบ ทำให้หน้ามีมิติขึ้นตั้งเยอะ!”

สาวร่างกำยำเท้าเอวร่ายยาวในขณะที่คนฟังกลอกสายตาระอา ไม่เข้าใจสักนิดว่าเธอพูดอะไรออกมา

“นี่! อย่ามาทำหน้าเบื่อโลกใส่ฉันนะ! จำได้ไหมที่บอก ก่อนแต่งหน้าลงครีมบำรุงก่อน ตัวนี้ ตัวนี้ แล้วก็กระปุกสีแดง ตามด้วยหลอดนี้เป็นไพรเมอร์ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนขึ้น ไม่ลอกระหว่างวัน หลังจากนั้นก็...”

“พอ ๆ ๆ ๆ! ฉันไม่เสียเวลามานั่งทาไอ้พวกครีมเหนียว ๆ บนหน้านี่ร่วมชั่วโมงแน่”

“ไม่ได้ย่ะ! ฉันไม่มีทางปล่อยให้นายพาตัวฉันออกไปเผชิญโลกภายนอกทั้งที่หน้าสดแน่นอน!” ลาเบลล์แว้ดกลับเสียงสูง

“ไร้สาระ! กะอีแค่ออกไปเรียน ทำไมต้องมาเสียเวลาชีวิตขนาดนั้น”

“ก็เพราะพวกผู้ชายแบบพวกนายชอบตัดสินผู้หญิงจากภายนอกไม่ใช่เหรอ! เห็นคนสวย น่ารักหน่อยก็มองตาเยิ้ม ใครอ้วน หน้าโทรมแต่งตัวไม่ดีก็ชอบบุลลี ล้อเลียน มันเลยทำให้ผู้หญิงก็แข่งกันแต่งตัว ให้ตัวเองออกมาดูดีที่สุดยังไงล่ะ!”

“...” ชายหนุ่มเม้มปากบางเถียงต่อไม่ออก เขาเองก็เป็นหนึ่งคนที่ชอบมองผู้หญิงสวย ๆ น่ารัก มันดูแล้วเพลินตา เพิ่งมารับรู้ว่าเบื้องหลังความสวยที่เห็นนั้นต้องเสียเวลามากแค่ไหน

“เลิกบ่น! อะนี่! ลองทาเองดู” บาเบลล์ยู่ปากยังไม่หายหงุดหงิด แต่ก็คว้าแท่งลิปสติกสีแดงอ่อน ๆ ให้คนตรงหน้า

“ต้องทาอีกเหรอ แค่ที่เธอแต่งให้ก็น่าจะพอแล้ว” เขาถามต่อ เหยหน้ามองลิปสีสดอย่างกระอักกระอ่วน

“ต้องทาสิยะ! ปากซีดเป็นผีขนาดนั้น! เอ้าเร็ว ๆ นี่ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้วนี่!”

“เฮ้ออออออออออ”

ชินระบายลมหายใจยาว จ้องมองลิปสติกในมือสลับกับใบหน้าสวยในกระจก แม้อยากจะบอกว่าปากเธอก็ดูแดง น่ารัก น่าจูบอยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งเติมเพิ่มก็ได้ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ดึงฝาออก แล้วค่อย ๆ ลองแต้มสีแท่งลิปสติกบนริมฝีปากอย่างตั้งใจ

มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความประหม่า จำต้องโน้มหน้าไปใกล้กระจกเพื่อที่จะได้มองเห็นริมฝีปากเล็ก ๆ ให้ชัดขึ้น

หัวใจกลางอกซ้ายเต้นแรงขึ้นและแรงขึ้น เมื่อลาเบลล์โน้มหน้าเข้ามาใกล้แทบจะเกยไหล่เขา เพ่งมองอย่างตั้งใจ เธออาจจะไม่รู้ว่าไอร้อนจากร่างกายมันแผ่ซ่านออกมาจนเขาสัมผัสได้

แถมลมหายใจอุ่นก็เฉียดผิวแก้มเขาไปเล็กน้อย สร้างความปั่นป่วนให้ร่างกายเล็กจิ๋วนี่เหลือเกิน

ใบหน้าสวยหันมองคนด้านหลัง ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองแคบลงมาอีก

สองสายตาล้ำลึกสอดประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายเขาสูบฉีดเลือดลมขึ้นมาเลี้ยงพวงแก้มมากกว่าเดิม

ดวงตาคมกริบสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย แค่นั้นก็ทำให้ชินเผลอลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงคอ ใจเต้นแปลก ๆ กับสายตาคู่สวยที่ไล่มองทั่วใบหน้าเขาอย่างค้นหา

ลมหายใจหอมสะอาดจ่อรดปลายจมูก ความใกล้ชิดทำให้ชินได้กลิ่นหอม ๆ จากสบู่และแชมพูกลิ่นประจำตัวลอยฟุ้งออกมาจากร่างตรงหน้า แทนที่ควรจะรู้สึกคุ้นเคย สงบใจ มือที่ถือลิปสติกกลับอ่อนแรงลงอย่างน่าประหลาด

เสียงหัวใจเขาเต้น ตุบ ตุบ จนรู้สึกได้ หัวสมองขาวโล่งไปชั่วขณะจดจ่ออยู่กับเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่ควรเป็นของเขาเท่านั้น แล้วสายตากลมสวยก็หลุบมองกลีบปากหนา พลันความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว

‘หากริมฝีปากเขาทาบทับกลีบปากเล็กของเธอมันจะรู้สึกยังไงกันนะ’

แต่แล้ว

หมับ

“โอ๊ย!” ชินเบ้เหน้า หลังโดนสาวร่างใหญ่ดึงแก้มซ้ายขวาอย่างแรง

“เหม่อบ้าบออะไรของนาย! เห็นไหมลิปสติกเลอะมาถึงแก้มแล้ว! นี่แน่ะ! ฉันอุตส่าห์เสียเวลาแต่งหน้าให้ตั้งนาน แบบนี้ต้องมานั่งเช็ดใหม่เลย”

“อ่อยอะ อัยอ้า” (ปล่อยนะ ยัยบ้า)

“อุ๊ย! ลืม!”

ลาเบลล์ตาโตรีบปล่อยมือออกจากแก้มนิ่ม หลังเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอประทุษร้ายร่างกายบอบบางของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

ใบหน้าสวยมุ่ยยู่ มองค้อนลาเบลล์ไปอีกที ก่อนจะตวัดสายตากลับมาทางบานประจก แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อไม่แน่ใจว่าจากแรงบีบหรือเพราะเลือดลมสูบฉีดกันแน่

ดวงตากลมสวยหรี่ลงอย่างเหนื่อยอ่อน กับรอยลิปสติกที่เลอะยาวไปถึงข้างแก้ม เปลี่ยนใบหน้าสวยให้ดูน่าขัน

เขาคงหัวเราะกับสภาพเช่นนี้ไปแล้ว หากไม่ใช่ตัวเองกำลังอยู่ในร่างเธอ กำลังเตรียมใช้หลังมือปาดเช็ดรอยเลอะ ก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้ก่อน

“ทำอะไรยะ! แบบนั้นมันก็ยิ่งเปื้อนน่ะสิ!”

“วุ่นวายจริง ๆ!”

กว่าทั้งสองจะตระเตรียมตัวเองเสร็จก็เกือบถึงเวลาเข้าคลาส ลาเบลล์จำต้องรีบแยกกลับคอนโดฯ ของชินก่อน เพื่อแต่งตัวใหม่ ทำให้ชายหนุ่มต้องมายืนลำบากใจกับชุดนักศึกษาตัวจิ๋วที่หญิงสาววางรอไว้ให้

ยิ่งพอได้สวมมันจริง ๆ แล้ว เขาก็ถึงกับหน้าแดงซ่าน หวิววูบท้องน้อยไปหมดกับความโล่งโจ้งด้านล่าง

“พวกผู้หญิงใส่ไอ้ของที่ปิดก้นไม่มิดแบบนี้ได้ยังไงกัน”

เขาบ่นอุบเบา ๆ แค่จินตนาการว่ามีพวกหน้าหม้อแอบส่องเรียวขาบาง แล้วคิดเรื่องลามกในหัว คลื่นความหงุดหงิดก็แผ่ซ่าน รีบถอดกระโปรงตัวสั้นทิ้ง แล้วรื้อหาชุดที่มันดูเรียบร้อยกว่านี้

“ยัยนี่มันจะไม่มีชุดแบบคนปกติบ้างเลยหรือไง”

มือเล็กควานรื้อในตู้ ในที่สุดก็พบกระโปรงตัวยาวแสนเรียบร้อยอย่างที่มักเห็นนักศึกษาสวมช่วงสอบ ไม่รอช้ารีบคว้ามันมาสวมใส่ทันที

เขากลับไปยืนหน้ากระจกเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง ภาพร่างเย้ายวนยืนหมุนซ้ายขวาสะท้อนออกจากกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มจนชวนสะกดใจ

ความรู้สึกแปลก ๆ ปรากฏวูบที่กลางใจ อธิบายไม่ถูกว่ามันหมายความว่าอะไร

มันทั้งหงุดหงิด เขินอาย และไม่สบอารมณ์ที่เห็นว่าร่างเล็กนี่น่ามองขนาดนี้

ดวงตากลมหรี่ลงจ้องขนาดอกใหญ่ที่เหมือนจะเด่นทะลุชุดนักศึกษาออกมา คิ้วบางนิ่วเข้าหากันอีกครั้งไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการก้อนนุ่มนิ่มตรงหน้ายังไงดี

เขาเหลือบมองทางประตูห้องอีกครั้ง ก่อนจะแอบใช้มือเล็กลูบไล้ไปตามความนุ่มหยุ่นมือน่าลิ้มลอง

“กินอะไรเข้าไปวะ ถึงใหญ่ขนาดนี้ อ่าาาาาส์ นุ่มฉิบ” ฝ่ามือบีบกำอกสวยแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว พร้อมความวูบหวามปั่นป่วนก่อตัวยังท้องน้อย

ในหัวเผลอจินตนาการถึงความเย้ายวนใต้เสื้อชุดนักศึกษา ไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะที่กลางกาย

ชินหน้าแดงซ่าน รีบสะบัดหัวขับไล่ภาพลามกให้ออกจากหัว พร้อมปล่อยมือออกจากความนุ่มนิ่มราวกับมันเป็นของร้อน ถึงเขาจะได้เชยชมร่างกายนี้เต็มตามาแล้ว แต่ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่นึกถึง

แถมหากเจ้าของร่างแท้จริงรู้เข้า มีหวังเขาโดนเธอเขย่าหัวหลุดแน่!

ชายหนุ่มโยนเรื่องไร้สาระออกจากหัว จัดการหาเสื้อนักศึกษาที่หลวมกว่ามาสวม พร้อมคว้าเสื้อทับสีขาวอีกชิ้นมาใส่ไว้ด้านในป้องกันพวกวิตถารแอบส่องเสื้อในลายลูกไม้

ทั้งที่ไม่ใช่ร่างกายตัวเองแท้ ๆ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกหวง ไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนมอง

หนุ่มวิศวะได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเพราะตอนนี้เขาอาศัยร่างเธออยู่ จึงไม่อยากถูกสายตาแทะโลมจากผู้ชายหน้าไหน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยชายหนุ่มก็คว้ากระเป๋าพร้อมข้าวของส่วนตัวติดกาย เขาเมินบรรดาส้นสูงราคาแพงบนชั้นวางรองเท้า เลือกหยิบผ้าใบใหม่เอี่ยมราวไม่เคยถูกแตะต้องมาสวมแทน

เปลี่ยนลุคสาวเปรี้ยวประจำคณะมนุษยศาสตร์ให้ดูเท่ขึ้นหลายเท่าตัว

มหาวิทยาลัยอินทรธนาลัย

ชินก้าวย่างอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เผลอหันมองด้านหลังบ่อยครั้ง หวิวช่วงล่างแปลก ๆ เวลาขยับขาเดินทั้งที่สวมกระโปรงยาวเลยเข่าแล้วก็ตาม

เขาหันมองซ้ายขวาเพื่อหารถสีเงินของตัวเองในลานจอดคณะวิศวะท่ามกลางรถเกือบร้อยคันที่จอดแน่นลาน ขณะกำลังล้วงโทรศัพท์เพื่อต่อสายหาลาเบลล์ เสียงเป่าปากแซวก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังเสียก่อน

“วี้ดวิ้ว ~ คณะเรามีสาวน่ารักแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย” น้ำเสียงเจ้าชู้หยอกล้อสร้างความหงุดหงิดให้คนฟัง

ชายหนุ่มในร่างกะทัดรัดตวัดมองตามเสียงก็พบรุ่นน้องปีสองคณะวิศวะกำลังฉีกยิ้มกว้างเดินมาทางนี้พอดี

“เอ๋ ~ ไม่เห็นคุ้นหน้าเลย เด็กปีหนึ่งเหรอครับน้อง”

“น้องพ่อง! ไสหัวไปให้พ้น!”

“เอ่อ...คือ...”

“มึงจะยืนทำหน้าโง่อีกนานไหม!” สาวตัวเล็กถลกแขนเสื้อเตรียมมีเรื่องเต็มที่

ทั้งที่ปกติเขาเป็นคนใจเย็นมาก แต่ไม่รู้ทำไมพอถูกหยอดถูกแซวถึงได้เดือดดาลขนาดนี้

เด็กหนุ่มขี้หลีอ้าปากค้าง หน้าเหวอกับท่าทางเกรี้ยวกราดดุดันผิดกับหน้าตาสวยจัดสิ้นเชิง กำลังยืนมึนว่าควรจะทำยังไงต่อดี ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มห้าวดังขัดจังหวะเสียก่อน

“นาย! เอ้ย! ละ...ลาเบลล์!” ลาเบลล์รีบแก้ไขคำพูดตนเองใหม่พร้อมก้าวมาหาสาวตัวเล็กที่อยู่ในอารมณ์ฉุนจัด

“อะ...อ้าว คะ...คนนี้เด็กพี่ชินเหรอครับ”

“ฮะ?” ชินตัวปลอมทำหน้าเหวอ ตอบคำถามไม่ถูก แถมเธอยังไม่รู้ว่าหนุ่มตรงหน้านี้คือใครอีกต่างหาก

“หุบปาก มึงมาทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้นเลย!”

“เอ้ย! ดะ...เดี๋ยวสิ นะ...นาย เอ้ย เบลล์พูดอะไรแบบนั้น!” เธอรีบหันไปกระตุกแขนชิน ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นัก

แต่เด็กหนุ่มโชคร้ายก็ไม่คิดจะอธิบายใด ๆ เห็นสายตาน่าขนลุกนั้นเขาก็รีบหมุนตัววิ่งหนีหายไปทันที

“ทำอะไรของนาย! จู่ ๆ ไปด่าคนอื่นทำไม!”

เมื่ออยู่กันตามลำพังลาเบลล์ก็เลิกเก็บท่าทีแอ๊บแมน เท้าเอวถามทันที

“ก็ไอ้เด็กเวรนั่นมันมาเต๊าะฉัน!”

“เขาเต๊าะนายยังไงยะ”

“มันผิวปากใส่ แล้วถามว่าเรียนปีหนึ่งเหรอ”

“แล้วมันถึงขนาดต้องไปด่าเลยเหรอไง! นายก็แค่ตอบไปดี ๆ ว่าไม่ใช่อะไรก็ว่าไปเส้!”

“ก็แล้วทำไมฉันจะด่ามันไม่ได้?”

“เฮ้ออออออออ! จะบ้าตาย! ฉันขี้เกียจเถียงกับนายแล้ว แต่ช่วยรักษาภาพพจน์ฉันหน่อยเถอะ ว่าแต่...”

ลาเบลล์ชะงักไปก่อนจะไล่สายตามองการแต่งกายสุดแมนของคนตรงหน้า ความดันก็แทบขึ้น

“นี่มันไม่ใช่ชุดที่ฉันเตรียมไว้นี่! แถมกระโปรงตัวนี้มันเป็นกระโปรงไว้สอบไม่ใช่เหรอ! นายกล้าหยิบมาใส่ได้ยังไง น่าเกลียดมาก!”

“ฉันไม่มีทางใส่ไอ้กระโปรงที่ปิดก้นไม่มิดนั่นมาเรียนแน่ ๆ ขนาดตัวนี้แม่งยังหวิวท้องเลย”

หญิงสาวยกมือกุมหน้าผาก ทั้งที่ตกลงกันดิบดีว่าจะช่วยแสดงละครเป็นอีกคนเต็มที่ แต่แค่เธอแยกกลับห้องชินก็ทำเธอปวดหัวเสียแล้ว

“ช่างเรื่องไร้สาระเถอะ เอาของมาด้วยหรือเปล่า”

ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง ถามเสียงร้อนรน ทำให้ลาเบลล์ได้แต่สะกดข่มความหงุดหงิดไว้ในใจแล้วยื่นกระเป๋าอุปกรณ์สีดำใบเล็กให้อีกฝ่าย

ชินรับมัน รูดซิปแล้วรื้อของด้านในเล็กน้อย ไม่นานเขาก็ล้วงเอ็กซ์เทอร์นอลสีเงินรูปทรงสี่เหลี่ยมให้

“ในนี้มีโปรเจกต์งานกลุ่มที่ทำค้างอยู่ เธอต้องใช้มันในคลาสวันนี้!”

“แค่เอาไปให้เพื่อนนายที่ชื่อ...เอ่อ...” หญิงสาวขมวดคิ้วพยายามนึกชื่อที่ชินเพิ่งบอกตอนเช้า แต่อีกฝ่ายก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน

“ฟลุค!”

“อ่าใช่ ๆ คนที่สวมแว่น”

“อืม คนนั้นแหละ ที่เหลือก็แค่เออออตามน้ำไป บอกไปว่าเมื่อวานฉันป่วย ไม่ต้องพูดคุยอะไรกับพวกมันมาก เดี๋ยวโป๊ะแตก โอเค้?” ชินเลิกคิ้วถามเสียงสูงน่าหมั่นไส้ ทำคนฟังมุ่ยหน้าขุ่นเคือง หากหมอนี่ไม่ได้อยู่ในร่างเธอ เธอคงหยุมหัวมันไปสักทีแล้ว

“เออรู้แล้ว! นายก็อย่าไปเที่ยวหาเรื่องใครในร่างฉันอีก! ฉันไม่อยากถูกรุมกระทืบ!”

“เออน่า!”

เมื่ออธิบายหน้าที่ของกันและกันเสร็จ สองหนุ่มสาวในร่างของอีกคนก็แยกย้ายกันไปเข้าคลาสเรียนซึ่งมันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่พวกเขาคิดเลยสักนิด
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สลับร่างป่วนหัวใจ   บทที่ 97

    “ซี้ดดดดดดดดด แน่นมาก อ่าส์...เบลล์ ทำไมรัดชินขนาดนี้ครับ”“อื้อออออ บะ...เบลล์จุก อ๊ะ อ๊า ทรมานจังเลย”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวชินช่วยให้หายอยากเอง”สิ้นเสียง แขนแข็งแรงทั้งสองก็สอดเข้าใต้ข้อพับขาอย่างแม่นยำ ก่อนจะจับปลายขาเล็กแยกอ้าออกเป็นรูปตัวเอ็ม เพื่อกำลังเปิดทางให้ไฟราคะลุกลามได้เต็มที่มือเขาวางล

  • สลับร่างป่วนหัวใจ   บทที่ 96

    บราเซียร์ชิ้นน้อยถูกถลกขึ้นไปกองเหนือเนินอก ส่งผลให้ก้อนนุ่มทะลักล้นออกมาเต็มตา มันกระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจปั่นป่วนของเธอลำคอเขาแห้งผาก ต้องแลบเลียริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื่น พลางช้อนมองกลีบปากเย้ายวนเลอะคราบลิปสติกสีพีชสลับกับความนุ่มนิ่มน่าลิ้มลองใบหน้าหล่อโน้มลงต่ำ และเพียงแค่ปลายลิ้นสา

  • สลับร่างป่วนหัวใจ   บทที่ 95

    เตชินทร์ทำได้เพียงพ่นลมหายใจยาวและสูดเข้าไปใหม่ ทำเช่นนั้นซ้ำ ๆ พร้อมบอกตัวเองให้อดทน รอตักตวงค่าจ้างหลังจบเรื่อง และเขาจะบีบบังคับให้เธอจ่ายทั้งต้นทั้งดอกจนกว่าจะพอใจ!ใบหน้าหล่อที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเสียสวยเช้งบูดบึ้งเห็นได้ชัด ในขณะที่แฟนสาวตัวแสบในชุดสุดเท่กระวีกระวาดช่วยหยิบส้นสูงมาลองเ

  • สลับร่างป่วนหัวใจ   บทที่ 94

    UniSpace Condoสาวร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตแมน ๆ พร้อมเนกไทเท่ ๆ คล้องรอบคอนั่งรอบนเตียงด้วยใจระทึกใบหน้าสวยไม่อาจเก็บกลั้นความตื่นเต้นได้ แต่รอแล้วรอเล่าคนในห้องน้ำก็ไม่มีวี่แววจะออกมา“ชิน! เสร็จหรือยังเนี่ย นายเข้าไปนานแล้วนะ!” เธอตะโกนร้องถามกดดัน ไม่นานเสียงขุ่นจากคนในห้องน้ำก็เอ่ยตอบกลับ“สัญญาเ

  • สลับร่างป่วนหัวใจ   บทที่ 93

    เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอเมื่อย้อนคิดถึงวีรกรรมสุดแสบจากการหัวร้อนล้วน ๆ ได้ยินหนุ่มข้างกายส่ายหัวเหนื่อยหน่าย หลุบมองสีหน้าจริงจังของเธอด้วยความเอ็นดู“ถ้าเราต้องสลับร่างอีก ชินก็ยังเลือกเบลล์เหมือนเดิมนะ” คนตัวสูงกระซิบบอก แต่แทนที่แฟนสาวจะเขินอาย กลับรีบหยิกต้นแขนเขาหนัก ๆ จนใบหน้าหล่อเหยเก“พูดอะไร

  • สลับร่างป่วนหัวใจ   บทที่ 92

    หนึ่งปีต่อมาสองหนุ่มสาวในชุดนักศึกษาเดินจูงมือ หัวเราะ อมยิ้มไปกับเรื่องตลกที่ลาเบลล์ขยันสรรหาขึ้นมาเล่าไม่จบไม่สิ้น ขณะเดินลัดเลาะไปตามทางเท้ามุ่งออกไปเดินเล่นตลาดนัดข้างมหา’ลัยตอนนี้ลาเบลล์เรียนอยู่ชั้นปีสามแล้ว ส่วนชินก็กำลังเรียนปีสุดท้ายในรั้วมหา’ลัย ทั้งคู่ถือเป็นคู่รักที่ใครต่อใครต่างก็ต้อง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status