กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที

กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-19
โดย:  เล่อเฉียนอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
23บท
75views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ในอดีตชาติ 'มู่เสวี่ย' เคยโง่เขลา หลงเชื่อคนผิดจนตระกูลมู่อันยิ่งใหญ่ต้องพังพินาศ และจบชีวิตลงอย่างอนาถ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาสี่ปีก่อนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง การกลับมาครั้งนี้ เธอมาพร้อมกับ 'พลังพิเศษ' เพียงแค่สบตา ความคิดในใจของคนคนนั้นจะปรากฏขึ้นตรงหน้าเป็นข้อความตัวอักษร! สิ่งที่เธอค้นพบไม่ใช่แค่ศัตรูที่มีแผนลึกล้ำมาตั้งแต่แรก คนข้างกายที่เธอเคยหนีห่างกลับไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายอย่างที่คิด ทั้งออกจะน่ารักจนทำให้อยากกลั่นแกล้งทุกเวลา ก็เห็นๆ อยู่ว่ารักกันขนาดนี้ แต่กลับปากไม่ตรงกับใจเป็นที่หนึ่ง ภารกิจของเธอในชีวิตใหม่นี้คือต้องแก้แค้น และหลอกล่อให้คนปากหนักบอกรักออกมาให้ได้!!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1

สายฝนยามค่ำคืนกระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่ง มู่เสวี่ย ในวัยยี่สิบสองปีใช้มืออันสั่นเทากำพวงมาลัยรถสปอร์ตแน่น ทั้งเหยียบคันเร่งสุดแรงนำพาตนเองฝ่าความมืดมิดออกไปบนท้องถนนอย่างไม่คิดชีวิต

บนเบาะที่นั่งข้างคนขับโทรศัพท์มือถือยังคงสว่างวาบฉายคลิปเสียง และข้อความหลักฐานที่เพิ่งกระชากหน้ากากของคนที่เธอไว้ใจออกมา

มันคือความจริงอันโหดร้ายที่ว่าตระกูลมู่อันยิ่งใหญ่ต้องพังพินาศลงด้วยน้ำมือของคนใกล้ชิด

น้องสาวต่างแม่ที่คอยชิงดีชิงเด่นกันมาตลอด ความจริงแล้วเป็นเพียงลูกติดท้องของแม่เลี้ยงที่ไม่มีแม้แต่สายเลือดของตระกูลมู่ เธอร่วมมือกับกลุ่มเพื่อนจอมปลอมทั้งสามคนของมู่เสวี่ยที่คอยแอบสูบเลือดสูบเนื้อมาโดยตลอด หลอกลวงและหักหลังจนครอบครัวต้องย่อยยับ

มู่เสวี่ยร้องไห้อย่างหนักจนทัศนวิสัยพร่ามัว หยาดน้ำตาแห่งความแค้นและความสำนึกผิดรินไหลอาบแก้ม เธอเพิ่งรู้ซึ้งว่าตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมาตนเองโง่เขลาเพียงใดที่หลงเชื่อคนผิด และผลักไสคนเพียงคนเดียวที่หวังดีต่อเธอมาตลอดออกไป

“นิ่งหลง ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ” เธอพึมพำปนเสียงสะอื้นพลางเอื้อมมือที่สั่นระริกไปหยิบโทรศัพท์มากดโทรออกหาชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่เธอนึกถึงในเวลานี้

รอเพียงไม่กี่วินาทีปลายสายก็กดรับอย่างรวดเร็วราวกับรอคอยอยู่แล้ว

“มู่เสวี่ย ตอนนี้อยู่ที่ไหน!” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะนิ่งขรึมและเย็นชาต่อคนทั้งโลก ตอนนี้กลับเจือไปด้วยความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด

“นิ่งหลง ฮึก… ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว พวกเขาทรยศฉัน ฉันทำลายสิ่งที่พ่อสร้างมา ทำลายทุกอย่าง ฮือ…” เธอพูดพลางร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไปเมื่อได้ยืนเสียงอันคุ้นเคย

“มู่เสวี่ย ฟังฉันนะ อย่าเพิ่งขับรถ จอดรถเดี๋ยวนี้! ฝนตกหนักมันอันตราย ส่งโลเคชันมา ฉันจะไปหาเธอเอง!” เสียงของนิ่งหลงผู้เป็นทั้งคู่หมั้นและเพื่อนเล่นในวัยเด็กของเธอตะโกนก้องผ่านสายโทรศัพท์ด้วยความร้อนรน

“ฉะ ฉันกำลังอยู่บนถนนเลียบคลองนอกเมือง ฉันขอโทษนะนิ่งหลง ฉันน่าจะเชื่อนายตั้งแต่แรก…”

“ฉันรู้ ๆ ตอนนี้เธอต้องหยุดร้องไห้แล้วจอดรถซะ! ฉันอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นพอดี รอฉันอยู่ตรงนั้น ห้ามไปไหนเด็ดขาด!” นิ่งหลงตัดบทสนทนาแล้วสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

มู่เสวี่ยชะลอความเร็วรถลงพลางปาดน้ำตา เธอจอดรถบริเวณที่ว่างใกล้ ๆ แล้วรอคอย ไม่นานนักเมื่อมองไปเบื้องหน้าก็เห็นแสงไฟหน้ารถของรถยนต์คันหรูที่คุ้นตาแล่นฝ่าสายฝนมาจอดเทียบอยู่ฝั่งตรงข้าม

ร่างสูงโปร่งของนิ่งหลงเปิดประตูก้าวลงมาจากรถ ทันทีที่เห็นรถของคนที่ตามหาจอดอยู่ก็เตรียมจะก้าวเข้าไปหาอย่างเร่งรีบ

มู่เสวี่ยย่อมเห็นอีกฝ่าย มุมปากจึงยกยิ้มน้อย ๆ อย่างยินดี แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงสว่างจ้าจากไฟหน้าของรถบรรทุกขนาดใหญ่ก็สาดตรงมาที่เธอ

ฝนตกถนนย่อมลื่น เมื่อเบรกไม่อยู่รถบรรทุกคันนั้นก็ลื่นไถลข้ามเลนพุ่งตรงเข้ามาชนรถของมู่เสวี่ยอย่างจัง

โครม!

“มู่เสวี่ย!!!” เสียงตะโกนเรียกอย่างตื่นตระหนกของชายหนุ่มถูกกลืนหายไปกับเสียงโลหะที่กำลังถูกบดขยี้

กระจกแตกกระจายเกลื่อน เศษโลหะบางส่วนกระเด็นลงไปในคูคลองด้านข้าง ตัวรถสปอร์ตถูกอัดเข้ากับที่กั้นถนนจนบี้แบน ตามมาด้วยเสียงเบรกของรถยนต์ที่อยู่บนท้องถนนที่ขับมาเจอเหตุการณ์ตรงหน้า

ร่างของมู่เสวี่ยนอนจมกองเลือดอยู่ภายในซากรถยนต์ที่พังยับเยิน เธอบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจขยับเคลื่อนไหว ความเจ็บปวดจากร่างกายท่อนล่างที่แทบไม่เหลือชิ้นดีทำให้ลมหายใจกระตุกและแผ่วเบาลงทุกขณะ ใบหน้างดงามที่ใคร ๆ ต่างชื่นชมตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานจากแผลข้างแก้มที่ถูกโลหะกรีดเฉือน

ภาพตรงหน้าของมู่เสวี่ยพร่ามัวลงไปพร้อม ๆ กับร่างกายที่อ่อนแรง แต่เธอกลับยังคงมองเห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทเต็มยศวิ่งโถมเข้ามาท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำได้อย่างเด่นชัด

นิ่งหลงที่เคยวางมาดเคร่งขรึมและน่าเกรงขามอยู่ตลอด ตอนนี้ในดวงตาสีดำสนิทกลับไหวระริกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน

เขาใช้มืออันสั่นเทายื่นออกไปหมายจะประคองร่างไร้เรี่ยวแรงของมู่เสวี่ยเอาไว้ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสภาพของเธอที่ค้างอยู่ในตัวรถ

“มู่เสวี่ย เสวี่ยเสวี่ย เธอจะไม่เป็นอะไร ฉันต้องช่วยเธอได้ แข็งใจเอาไว้นะ” เสียงของนิ่งหลงนั้นแผ่วเบาเหมือนกำลังปลอบใจคนที่นอนอยู่ ในน้ำเสียงนั้นสั่นเครืออย่างรุนแรง บนใบหน้าของเขานอกจากหยาดฝนกลับแฝงด้วยน้ำตาที่พร่างพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต มู่เสวี่ยเพิ่งได้ตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งว่า ชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้คือคนที่รักและห่วงใยเธออย่างแท้จริง และเพิ่งเข้าใจคำว่า ‘สายตาคนเรานั้นบอกได้ทุกสิ่ง’ ก็ตอนนี้นี่เอง

รัก เจ็บปวด เสียใจ … ทุกความรู้สึกฉายอยู่ในดวงตาสีดำสนิทตรงหน้า

ถ้าคนเราสามารถมองตาแล้วรู้ใจได้เลยแบบนี้ทุกคนก็ดีน่ะสิ ฉันจะได้ทำดีกับคนที่รักฉันให้มาก ๆ หน่อย มู่เสวี่ยคิด

แต่ก็ได้แค่คิด ตอนนี้ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว เธอไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดได้อีก ก้อนเลือดกลุ่มใหญ่ขย่อนมาถึงลำคอจนต้องสำลักแล้วไอโขลก สุดท้ายจึงทำได้เพียงเค้นแรงเฮือกสุดท้ายมองใบหน้าของนิ่งหลงให้เต็มที่ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดหายไป

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
23
ตอนที่ 1
สายฝนยามค่ำคืนกระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่ง มู่เสวี่ย ในวัยยี่สิบสองปีใช้มืออันสั่นเทากำพวงมาลัยรถสปอร์ตแน่น ทั้งเหยียบคันเร่งสุดแรงนำพาตนเองฝ่าความมืดมิดออกไปบนท้องถนนอย่างไม่คิดชีวิต บนเบาะที่นั่งข้างคนขับโทรศัพท์มือถือยังคงสว่างวาบฉายคลิปเสียง และข้อความหลักฐานที่เพิ่งกระชากหน้ากากของคนที่เธอไว้ใจออกมา มันคือความจริงอันโหดร้ายที่ว่าตระกูลมู่อันยิ่งใหญ่ต้องพังพินาศลงด้วยน้ำมือของคนใกล้ชิด น้องสาวต่างแม่ที่คอยชิงดีชิงเด่นกันมาตลอด ความจริงแล้วเป็นเพียงลูกติดท้องของแม่เลี้ยงที่ไม่มีแม้แต่สายเลือดของตระกูลมู่ เธอร่วมมือกับกลุ่มเพื่อนจอมปลอมทั้งสามคนของมู่เสวี่ยที่คอยแอบสูบเลือดสูบเนื้อมาโดยตลอด หลอกลวงและหักหลังจนครอบครัวต้องย่อยยับ มู่เสวี่ยร้องไห้อย่างหนักจนทัศนวิสัยพร่ามัว หยาดน้ำตาแห่งความแค้นและความสำนึกผิดรินไหลอาบแก้ม เธอเพิ่งรู้ซึ้งว่าตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมาตนเองโง่เขลาเพียงใดที่หลงเชื่อคนผิด และผลักไสคนเพียงคนเดียวที่หวังดีต่อเธอมาตลอดออกไป “นิ่งหลง ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ” เธอพึมพำปนเสียงสะอื้นพลางเอื้อมมือที่สั่นระริกไปหยิบโทรศัพท์มากดโทรออกหาชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่เธ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2
เฮือก! มู่เสวี่ยลืมตาขึ้นมาฉับพลัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกหลายครั้ง หัวใจเต้นตึกตักจนแทบหลุดออกจากอก ร่างกายที่เอนหลังกับเบาะผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง ดวงตาคมเฉี่ยวเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก เธอก้มลงมองตัวเอง แขนขายังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ความรู้สึกบาดเจ็บปวดปางตายเมื่อครู่ก็ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สองมือจึงคลำสะเปะสะปะไปตามร่างกายอย่างสับสน ที่นี่ไม่มีเลือดสีแดงฉาน ไม่มีกลิ่นน้ำมันเครื่องและเสียงแตรรถ มีเพียงเบาะหนังอันอ่อนนุ่มใต้ร่างและความเย็นสบายของเครื่องปรับอากาศ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมอโรม่าอันคุ้นเคย แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกรถเข้ามาทำให้มู่เสวี่ยต้องหรี่ตาลง ในใจยังคงสับสนไม่คลาย เมื่อเธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ต้องชะงักงัน ที่นี่คือภายในรถยนต์ส่วนตัวของนิ่งหลง และเมื่อหันไปมองเบาะข้าง ๆ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งเห็นเขาร่ำไห้อยู่กลางสายฝนกำลังนั่งพิงเบาะอ่านเอกสารด้วยท่าทางนิ่งขรึม เขาไม่ได้สวมชุดสูทเปียกปอน แต่กลับอยู่ในชุดนักศึกษา ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด “นิ่งหลง” มู่เสวี่ยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “นี่ฉันตายแล้วใช่ไหม นายก็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3
ทางด้านเลขาหน้ารถที่แอบมองผ่านกระจกมองหลังก็ถึงกับตาโตและเบิ่งค้างด้วยความตกตะลึง ตลอดเวลาการทำงานกับนายน้อยตระกูลนิ่งมาสามปี เขาไม่เคยเห็นเจ้านายผู้เคร่งขรึมจริงจังเสียอาการขนาดนี้มาก่อน นิ่งหลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ เพราะที่มากกว่าความเขินอายนั้นคือความเป็นห่วงอีกฝ่าย แต่ด้วยนิสัยปากที่ไม่ค่อยตรงกับใจเท่าไหร่นักของตัวเอง เขาจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างที่ฟังดูชวนให้เข้าใจผิดอยู่หน่อย ๆ เช่นเคย “สมองกระทบกระเทือนหรือไงถึงได้พรวดพราดมากอดฉันแบบนี้น่ะ” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำทั้ง ๆ ที่เนื้อเสียงสั่นเทา “หรือว่าไปทำเรื่องโง่ ๆ อะไรมาอีกถึงได้มาร้องไห้กับฉันแบบนี้ ถ้าโดนใครรังแกมาก็หัดปากไวให้ได้สักครึ่งของตอนที่ต่อล้อต่อเถียงฉันบ้างสิ” เขาบ่นตามหลัง แต่ก็แอบเสียใจที่พูดออกไปแบบนั้น น้ำเสียงจึงค่อนข้างแผ่วเบาลงในช่วงท้าย นี่เป็นครั้งแรกที่มู่เสวี่ยรู้สึกว่าคำบ่นของอีกฝ่ายช่างน่าฟัง แม้คำพูดจะดูเย็นชาและค่อนข้างหาเรื่องไปบ้าง แต่ท่อนแขนแข็งแรงของเขากลับค่อย ๆ ยกขึ้นมาประคองแผ่นหลังของเธอไว้อย่างแผ่วเบาก่อนจะลูบขึ้นลงเหมือนปลอบใจ และเป็นอีกครั้งที่เธอเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4
ในที่สุดมู่เสวี่ยก็ตระหนักและเข้าใจเงื่อนไขพลังของตนเองอย่างถ่องแท้ เพียงแค่จ้องตาต่อเนื่องครบสามวินาที ความคิดของคนคนนั้นจะถูกแปลออกมาเป็นตัวอักษรให้เธอได้เห็น เมื่อคุณหนูใหญ่มู่ค้นพบว่าภายใต้ใบหน้านิ่งขรึมของคู่หมั้นนั้นแท้จริงแล้วน่ารักจับใจ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ดังนั้นแทนที่จะถอยห่างอีกฝ่ายเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เธอกลับยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ดวงตาคมของเขามากขึ้น พร้อมเอ่ยหยอกล้อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ถ้าถามว่าจะทำอะไร อืม… ก็แค่อยากมองหน้าหล่อ ๆ ของคู่หมั้นนาน ๆ ไม่ได้เหรอคะ” น้ำเสียงของเธอหวานหยด ชายหนุ่มที่โดนรุกใส่ตรง ๆ ถึงกับสติหลุดลอยทันที นิ่งหลงนั่งเกร็ง มือที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่กำแน่นจนกระดาษยับย่นโดยไม่รู้ตัว ลูกกระเดือกบนลำคอขยับขึ้นลงจากการกลืนน้ำลาย ใบหน้าคมเข้มที่ปกติสงบนิ่งกลับร้อนผ่าวอย่างต่อเนื่องไปหลายระลอกจนแก้มแทบจะระเบิดได้แล้ว เลขาหน้ารถที่ลอบมองสถานการณ์ผ่านกระจกมองหลังถึงกับต้องเอามือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเอาไว้สุดชีวิต เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อคุณหนูใหญ่มู่คนนั้นสามารถทำลายกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะคุณชายของเขาลงได้อย่างสิ้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5
มู่เสวี่ยนำของทุกอย่างยัดใส่กระเป๋าแบรนด์เนมใบเล็ก เธอหยิบออกมาเพียงโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ ทั้งยังนำเอกสารประกอบการรายงานตัวออกจากกระเป๋าหนังแท้ใบใหญ่ หลังจากนั้นจึงได้หันกลับมามองคนที่แอบมองเธออยู่ตลอด พอสบตากันปุ๊บเขาก็รีบเบือนสายตาหนี การกระทำที่ไม่แนบเนียนขนาดนี้ ทำไมฉันถึงไม่เคยสังเกตเลยนะ มู่เสวี่ยคิดพลางส่ายหน้า ตอนนี้เธอไม่อยากไปจากเขาสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่ต้องทำก็ต้องไปทำอยู่ดี ภาพเหตุการณ์ในอดีตประเดประดังเข้ามาไม่ขาดสาย แน่นอนว่าเธอจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก หากการขุดคำรักออกจากปากของนิ่งหลงเป็นภารกิจที่หนึ่ง เช่นนั้นการแก้แค้นเหล่าบุคคลซึ่งพรากทุกอย่างไปจากเธอก็คือภารกิจที่สอง ในความทรงจำของมู่เสวี่ย ร่างกายเย็นชืดของพ่อยังคงติดตรึงตรา ธุรกิจที่พังคลื่นยังเป็นภาพที่ไม่อาจลบล้างในใจ ดังนั้นเมื่อมีความแค้นก็ต้องชำระ! เหตุการณ์ยังไม่เกิดในชาตินี้แล้วอย่างไร สำหรับคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องใส่ใจ อีกทั้งพลังที่ได้มาใหม่ดูเหมือนจะมีประโยชน์ไม่ใช่น้อยเลย จนทำเอาอดใจไม่ไหวที่จะนำไปทดลองใช้กับคนอื่นดูสักหน่อย “จะทำอะไรอีก” หลังจากรถยนต์จอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6
ภายในห้องโดยสารเงียบสงบลง หลังจากมู่เสวี่ยจากไปนิ่งหลงก็กลับมาอยู่ในโหมดคุณชายผู้เคร่งขรึมจริงจังอีกครั้ง หรือจะกล่าวให้ถูกก็คือ นี่เป็นนิสัยที่แท้จริงของเขา มีเพียงอยู่กับคู่หมั้นคนนั้นเขาถึงจะแสดงอารมณ์ในด้านอื่นออกมาบ้างชายหนุ่มกำลังเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนเลื่องชื่อ เป็นสถานที่สำหรับนักศึกษาที่มีสถานะเดียวกัน ความจริงการเรียนที่นั่นอาจเป็นการหาคอนเนคชั่นมากกว่าหาความรู้ ที่นี่ขอแค่มีเงินมากพอก็สามารถเข้าเรียนได้นิ่งหลงย่อมไม่ใช่นักศึกษาธรรมดา เขาคือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลนิ่ง ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ เขาใช้ชีวิตอยู่กับคุณปู่เพียงลำพังหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินส่วนตัวตก ความสูญเสียหล่อหลอมให้เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับบุคลิกที่นิ่งขรึม สิ่งที่แบกอยู่คือภาระหน้าที่ในฐานะทายาทที่ต้องสืบทอดกิจการ จึงบ่มเพาะนิสัยที่ชอบตั้งตนเป็นใหญ่ขึ้นมาจะอย่างไรเขาก็อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี ยังไม่เคยพบเจอสังคมการทำงานอันเข้มงวด ทำให้อาจขาดความเด็ดขาดไปบ้าง หากกลับมีความเอาแต่ใจอยู่เต็มเปี่ยมนิ่งหลงจ้องมองเงาร่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7
ไม่ว่าหญิงสาวเดินผ่านไปทางไหนก็มีคนเหลียวมองเธอไปตลอดทาง คุณหนูใหญ่มู่กลับคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ เพราะส่วนใหญ่เวลาออกไปดูงานกับผู้เป็นพ่อเธอก็เป็นเป้าสายตาเช่นนี้เสมอย้อนอดีตกลับมาครั้งหนึ่ง สิ่งที่มู่เสวี่ยไม่เคยรู้เช่นจิตใจอันโสมมของมนุษย์เธอก็ได้รับรู้มากขึ้น แต่เรื่องทางโลกบางอย่างก็ยังคงไม่รู้เช่นเดิม เหมือนตอนนี้ที่เธอไม่เข้าใจว่าการที่นักศึกษาคนอื่นมองตามกับการที่พนักงานในโรงแรมที่ครอบครัวเธอเป็นเจ้าของมองตามนั้นไม่เหมือนกันความอยากรู้อยากเห็นกับความเคารพนั้นต่างกันสุดกู่หากนี่กลับเป็นความน่ารักและเสน่ห์ที่ทำให้ชายหนุ่มผู้เป็นคู่หมั้นตกหลุมจนถอนตัวไม่ขึ้น เป็นความใสซื่อที่ทำให้คนผู้นั้นยอมสยบมู่เสวี่ยเดินไปที่ป้ายประกาศประจำคณะเพื่อเช็กห้องและอาคารที่ต้องไปรายงานตัวอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า แต่อาคารหลังเดียวทำให้หญิงสาวต้องเดินวนเวียนไปมานับชั่วโมงตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยไปไหนเองคนเดียว นอกจากเส้นทางที่ใช้ประจำเธอแทบจำเส้นทางอื่นไม่ได้ ครั้งก่อนที่มารายงานตัวก็เป็นนิ่งหลงที่เข้ามาส่ง แต่ดูเหมือนครั้งนี้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8
“เฮ้ แนะนำฉันด้วยสิ ส่วนพี่ชื่อ หมิงเจ๋อ อยู่ปีสองเหมือนกัน เป็นเหรัญญิกอยู่ในสโมสรด้วย มีเรื่องอะไรในมหาวิทยาลัยก็มาถามพี่ใหญ่เจ๋อคนนี้ได้เลย” หมิงเจ๋อออกมาแนะนำตัวบ้าง ถ้าเทียบกับหวังเจี้ยนที่นิ่งกว่า เขาค่อนข้างพูดเก่ง คราวแรกมู่เสวี่ยไม่ได้สนใจพวกเขา ตัวเธอเองก็ไม่ใช่คนดีขนาดที่จะไปปกป้องคนอื่นที่ไม่รู้จัก แต่กลับไม่คิดว่าเป้าหมายของสองคนนี้กลับเป็นตัวเธอ ทั้ง ๆ ที่ชีวิตก่อนไม่เคยเกิดขึ้น แต่มาคิดอีกทีนี่อาจเป็นเพราะสถานะที่เปลี่ยนไป หากเธอเปิดตัวว่าเป็นผู้มีฐานะ นั่นหมายความว่าพื้นหลังครอบครัวต้องดีในระดับหนึ่ง พวกเขาจึงมีความหวั่นเกรงอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้เธอเป็นเพียงนักศึกษาที่ดูจะไม่มีเงินสักเท่าไหร่จึงตกเป็นเป้าหมายขึ้นมา มู่เสวี่ยตัดสินใจเล่นละครตามน้ำไปก่อน การตัดบททันทีรังแต่จะนำมาซึ่งปัญหาไม่รู้จบ อีกทั้งบางทีคนทั้งสองอาจช่วยเธอในบางเรื่องได้ในอนาคต พอคิดเช่นนั้น สายตานิ่งเฉยจึงปรับเปลี่ยนเป็นไร้เดียงสาขึ้นมาทันที เธอช้อนสายตามองหวังเจี้ยนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างสุภาพเรียบร้อย คำว่ามารยาหญิงนั้นติดตัวสตรีทุกคนมาทุกยุ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-12
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9
มู่เสวี่ยบันทึกชื่อของทั้งสองคนลงในรายชื่อเพื่อนเสร็จก็ทิ้งโทรศัพท์ส่ง ๆ ลงในถุงผ้าอย่างไม่ใส่ใจ โดยไม่รู้เลยว่าโทรศัพท์เครื่องนี้สนนราคาที่สูงถึงแปดหลัก มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง การโทรไม่ได้ใช้คลื่นสัญญาณปกติแต่โทรผ่านดาวเทียมโดยตรง หากดาวเทียมครึ่งโลกไม่ตกพร้อมกัน โทรศัพท์เครื่องนี้จะสามารถใช้งานได้อย่างไร้ข้อจำกัดในทุกกรณีไม่ว่าที่ไหนก็ตาม แน่นอนว่านิ่งหลงไม่หวังให้เธอใช้ประโยชน์เช่นนั้นจากมัน เขาแค่ต้องการพิกัดของเครื่องเพื่อติดตามหญิงสาวคู่หมั้นเท่านั้น “ฉันต้องไปรายงานตัวแล้วค่ะ” มู่เสวี่ยชี้นิ้วไปทางห้องที่ผู้คนเริ่มเบาบางลง “เดี๋ยวยังไงตอนกลางวันพวกพี่ติดต่อไปนะ” หวังเจี้ยนส่งยิ้ม ก่อนจะมองตามร่างบางที่เดินจากไป “ไปเร็ว เดี๋ยวเด็กนั่นวีนอีก” หมิงเจ๋อดึงตัวเพื่อนไปอีกทาง เพราะเมื่อดูนาฬิกา พวกเขาเสียเวลาไปมากแล้ว ความจริงพวกเขามาหาน้องสาวของหวังเจี้ยนเพื่อส่งเอกสารที่อีกสาขาหนึ่ง *** เวลา 11.00 น. มู่เสวี่ยมาที่หอพักนักศึกษา สภาพหอพักแห่งนี้แม้จะดูเก่าไปบ้างตามกาลเวลาแต่ภายนอกก็ยังคงความสะอาดเรียบร้อย บ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-12
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10
มหาวิทยาลัยให้เวลารายงานตัวจนถึงเย็น มู่เสวี่ยจำได้ว่าเพื่อนร่วมห้องจะขนของเข้ามาช่วงบ่าย ตอนนี้เธอจึงได้แค่อ่านหนังสือฆ่าเวลารอ เที่ยงตรง เสียงแจ้งเตือนจากแอปบีทก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของมู่เสวี่ย บนหน้าจอปรากฏชื่อของหวังเจี้ยน “ค่ะพี่เจี้ยน” มู่เสวี่ยรับสายแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แสร้งเป็นสนิทสนม “น้องมู่เสวี่ย พวกพี่อยู่ข้างล่างหอพักแล้วนะครับ ลงมาได้เลย” หวังเจี้ยนที่ปลายสายตอบกลับ “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พอวางสายมู่เสวี่ยก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพวกเขาถึงรู้ที่อยู่ของหอพักเธอ หอพักหญิงของมหาวิทยาลัยมีอยู่สิบตึก ที่มากขนาดนี้ย่อมเป็นเพราะที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่พวกเขากลับรู้ว่าเธออยู่อาคารไหนโดยไม่ต้องสอบถาม พอนึกถึงหมิงเจ๋อที่เป็นคนในสโมสรนักศึกษาจึงได้ตระหนักรู้ขึ้นมา “แอบดูประวัตินักศึกษาคนอื่นแล้วเอามาทำแบบนี้งั้นเหรอเนี่ย ก็ว่าทำไมชีวิตก่อนถึงเห็นพวกเขาติดตามผู้หญิงคนอื่นง่ายขนาดนั้น” มู่เสวี่ยพึมพำ ทางมหาวิทยาลัยต้องเก็บประวัตินักศึกษาเพื่อความปลอดภัย ทุกห้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-13
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status