ANMELDEN《เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเอาคืน》 เสิ่นเยว่หลินเคยคิดว่าตนเองคือสตรีที่โชคดีที่สุด เพราะมีทั้งครอบครัวและคู่หมั้นที่รักกันมานาน แต่ความจริงกลับโหดร้ายกว่าที่คิด น้องสาวต่างมารดาอย่าง เสิ่นหว่านโหรว แอบทรยศและแย่งชิงคู่หมั้นของนาง ขณะที่ หลี่จื่อเหวิน บุรุษที่นางรักกลับนอกใจอย่างไม่ลังเล ส่วนบิดาก็เลือกปกป้องน้องสาวและชื่อเสียงของตระกูล ทอดทิ้งนางจนต้องออกจากจวนเพียงลำพัง ทว่าโชคชะตากลับมอบโอกาสให้นางได้ย้อนกลับมาในวันที่ทุกอย่างยังไม่เริ่มต้น นางจะถอนหมั้น ตัดขาดจากตระกูล เริ่มต้นชีวิตใหม่ และค่อย ๆ เปิดโปงคนที่เคยทำร้ายนาง แต่ระหว่างเส้นทางแห่งการแก้แค้น นางกลับได้พบกับ กู้เหยียนเฉิน บุรุษผู้เย็นชาและลึกลับ ผู้ไม่เคยสนใจเรื่องของผู้ใด แต่กลับยื่นมือเข้ามาช่วยนางครั้งแล้วครั้งเล่า จากคนแปลกหน้า กลายเป็นสหายร่วมทาง จากสหายร่วมทาง กลายเป็นคนที่นางไว้ใจ เมื่อความแค้นนำพาให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน ความรักที่ไม่เคยอยู่ในแผนของนางจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ชาติก่อน ข้าถูกพวกเจ้าทำร้ายจนไม่เหลืออะไร ชาตินี้...ข้าจะเอาทุกสิ่งที่พวกเจ้าพรากไปกลับคืนมา!
Mehr anzeigenเสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนดังไม่ขาดสาย ท่ามกลางคืนอันมืดมิด หญิงสาวในชุดสีขาวเปื้อนเลือดนั่งพิงกำแพงอย่างหมดแรง
เสิ่นเยว่หลิน ก้มมองเลือดที่ไหลจากบาดแผลบนร่างกาย ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ
เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“เหตุใด...พวกเจ้าถึงต้องทำกับข้าถึงเพียงนี้”
เบื้องหน้าของนางคือชายหญิงคู่หนึ่ง
ชายหนุ่มในชุดขุนนางยืนอยู่ข้างหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อน ทั้งสองคนกำลังมองนางด้วยสายตาเย็นชา
ชายผู้นั้นคือ "หลี่จื่อเหวิน" คู่หมั้นที่นางรักมานานหลายปี
ส่วนหญิงสาวข้างกายเขาคือ" เสิ่นหว่านโหรว" น้องสาวต่างมารดาของนางเอง
คนหนึ่งคือน้องสาวที่นางเคยปกป้อง อีกคนคือบุรุษที่นางเคยมอบหัวใจให้ แต่สุดท้าย...ทั้งสองกลับร่วมมือกันทำลายนาง
“พี่หญิง ท่านอย่าโทษข้าเลย”
เสิ่นหว่านโหรวเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาคลอเต็มดวงตา ทว่ามุมปากกลับเผยรอยยิ้มบาง ๆ
“ข้าเพียงรักพี่เขยเท่านั้น”
“รัก?”
เยว่หลินหัวเราะอย่างขมขื่น
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารักเขามากเพียงใด”
“รู้สิ”
ว่านโหรวตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เพราะรู้ ข้าจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้ท่านเจ็บปวดที่สุด”คำ
พูดนั้นเหมือนมีดที่แทงเข้ากลางหัวใจ
เยว่หลินหันไปมองหลี่จื่อเหวิน
“แล้วเจ้าเล่า?”
ชายหนุ่มหลบสายตาของนางเพียงครู่เดียว ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าไม่เคยรักเจ้า”
เพียงประโยคเดียว...หัวใจของเยว่หลินราวกับแตกสลาย
“ไม่เคยรัก?”
“ใช่”
“แต่เจ้าบอกข้าว่าจะอยู่กับข้าตลอดชีวิต”
“คำพูดในอดีต...จะนับอะไรได้”
เยว่หลินกำหมัดแน่น น้ำตาไหลลงบนใบหน้า นางเคยเชื่อเขา เชื่อแม้กระทั่งตอนที่คนในจวนบอกว่าเขาเปลี่ยนไป นางยังคงปกป้องเขา แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการทรยศ
ทันใดนั้น เสียงประตูเรือนก็เปิดออก
ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางก้าวเข้ามา
"เสิ่นจงเหวิน" บิดาของนาง
เยว่หลินมองเขาด้วยความหวังสุดท้าย
“ท่านพ่อ...” นางพยายามลุกขึ้น
“ช่วยข้าด้วย”
เสิ่นจงเหวินมองบุตรสาวเพียงครู่เดียว ก่อนถอนหายใจ
“เยว่หลิน เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังจะสร้างความวุ่นวายอีกหรือ?”
“ข้าสร้างความวุ่นวาย?” เยว่หลินมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ท่านพ่อ...ข้าคือลูกสาวของท่านนะ”
“หว่านโหรวก็เป็นลูกสาวของข้าเช่นกัน”
“แต่ข้าคือบุตรสาวคนโต!”
“แล้วอย่างไร?”
คำถามนั้นทำให้นางพูดไม่ออก
ตั้งแต่เล็กจนโต นางพยายามทำทุกอย่างให้บิดาภูมิใจ
เรียนรู้กฎระเบียบของตระกูล วางตัวอย่างเหมาะสม
ไม่เคยสร้างปัญหา เพราะหวังว่าสักวันหนึ่งบิดาจะมองเห็นคุณค่าของนาง
แต่วันนี้นางถึงได้รู้...
ไม่ว่านางจะพยายามมากเพียงใด ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลย
“ในเมื่อเจ้าไม่สามารถรักษาการหมั้นหมายไว้ได้ เช่นนั้นก็ออกจากจวนไปเสีย”
เยว่หลินชะงัก
“ท่านพ่อ...ท่านพูดว่าอะไร?”
“ข้าบอกให้เจ้าออกจากจวน”
“เพียงเพราะพวกเขาทรยศข้า?”
“เรื่องนี้จะส่งผลต่อชื่อเสียงของตระกูล”
เสิ่นจงเหวินกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายอนาคตของหว่านโหรว”
เยว่หลินมองบิดาของตนอยู่นาน สุดท้ายหยดน้ำตาก็ร่วงลงมา
แต่ครั้งนี้นางไม่ได้ร้องไห้ นางเพียงยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทั้งเจ็บปวดและหมดสิ้นความหวัง
“ดี”
“ในเมื่อจวนแห่งนี้ไม่เคยมีที่สำหรับข้า...ข้าก็จะไป”
นางลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนเดินผ่านทุกคนออกไป
ไม่มีผู้ใดรั้งนางไว้ ไม่มีแม้แต่คำว่า “กลับมาเถอะ”
คืนนั้น เสิ่นเยว่หลินเดินออกจากจวนเพียงลำพัง
ฝนยังคงตกหนัก
นางเดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ก่อนร่างกายจะหมดแรงล้มลงข้างกำแพงเก่า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือท้องฟ้ามืดครึ้ม
“หากมีโอกาสอีกครั้ง...”นางพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา
“ข้าจะไม่รักพวกเจ้าอีกแล้ว”
“และจะไม่ยอมให้ผู้ใดเหยียบย่ำข้าอีก...”เปลือกตาของนางค่อย ๆ ปิดลง
ทุกอย่างดับวูบ
“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ!”
เสียงเรียกดังขึ้น
"เยว่หลิน" ขมวดคิ้ว นางค่อย ๆ ลืมตา สิ่งแรกที่เห็นคือม่านเตียงสีแดงอ่อน และห้องนอนที่คุ้นเคยอย่างประหลาด
“ที่นี่...ที่ไหน?” หญิงสาวรีบลุกขึ้นนั่ง มือของนางยกขึ้นสัมผัสใบหน้าตัวเอง
ไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือด ไม่มีความเจ็บปวด
นางหันไปมองกระจกทองเหลือง ใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในนั้นยังคงเป็นใบหน้าของหญิงสาววัยยี่สิบปี
"เยว่หลิน" นิ่งงัน
“เป็นไปไม่ได้...”
สาวใช้คนสนิทรีบเข้ามาหา
“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”
เยว่หลินคว้ามือของสาวใช้ไว้
“ชิงหลัว วันนี้วันที่เท่าไร?”
ชิงหลัวทำหน้างุนงง
“วันนี้วันที่สิบห้า เดือนสามเจ้าค่ะ”
เยว่หลินตัวแข็ง วันที่สิบห้า เดือนสาม...
สามปีก่อนวันที่นางถูกขับออกจากจวน
สามปีก่อนที่นางจะพบจุดจบอันน่าอนาถ
นาง...ย้อนกลับมาแล้วจริง ๆ
เสียงหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
ในตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะอ่อนหวานของหญิงสาวดังมาจากด้านนอก
“พี่หญิง ข้าเอาขนมมาให้ท่าน”
เยว่หลินหันไปมองประตู ใบหน้าที่นางไม่มีวันลืมกำลังเดินเข้ามา
เสิ่นหว่านโหรว น้องสาวต่างมารดาผู้แสนอ่อนโยนในสายตาทุกคน แต่เป็นคนที่ทำลายนางในชาติก่อน
เยว่หลินมองนางอยู่นาน ก่อนมุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้น
หว่านโหรว หยุดชะงัก เพราะรอยยิ้มของพี่สาวในวันนี้...ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“พี่หญิง เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้นเจ้าคะ?”
เยว่หลินยื่นมือรับถาดขนม
“ไม่มีอะไร”
นางมองน้องสาวด้วยสายตาสงบนิ่ง
“ข้าเพียงคิดว่า...ไม่ได้พบเจ้ามานานเหลือเกิน”
หว่านโหรวหัวเราะเบา ๆ
“เราพบกันทุกวันนะเจ้าคะ”
“ใช่” เยว่หลินยิ้ม
“แต่จากวันนี้ไป...ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว”
ชาติก่อน นางเคยโง่เขลา
ชาติก่อน นางเคยมอบหัวใจให้คนผิด
ชาติก่อน นางยอมให้คนในครอบครัวเหยียบย่ำ
แต่ชาตินี้...นางจะไม่ยอมอีกแล้ว
"เสิ่นเยว่หลินกลับมาแล้ว"
และครั้งนี้...คนที่เคยทำร้ายนางทุกคน
จะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาเคยทำ!
รถม้าของเสิ่นเยว่หลินแล่นเข้าสู่เมืองอวิ๋นโจวในช่วงบ่ายหลังจากการถูกลอบโจมตีระหว่างทาง นางไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดคือหญิงชราที่เคยเป็นสาวใช้ของมารดาหากหญิงชราคนนั้นยังมีชีวิตอยู่...นางอาจเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนมารดาของนางเสียชีวิต“คุณหนู”ชิงหลัวเปิดม่านรถม้า“ข้างหน้าคือหมู่บ้านหลิวเจ้าค่ะ”เยว่หลินพยักหน้า“ไปต่อ”กู้เหยียนเฉินที่ขี่ม้าอยู่ด้านข้างหันมามอง“หมู่บ้านนี้มีคนไม่มาก แต่ข้าให้คนไปตรวจสอบแล้ว”“พบอะไรหรือไม่?”“พบหญิงชราคนหนึ่งชื่อหลิวอี๋”เยว่หลินชะงัก“นางใช่สาวใช้ของท่านแม่หรือ?”“ยังยืนยันไม่ได้”กู้เหยียนเฉินตอบ“แต่ชาวบ้านบอกว่านางเคยทำงานอยู่ในเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน”เยว่หลินกำมือแน่น“เช่นนั้นต้องเป็นนาง”---เมื่อรถม้าหยุดลงหน้าบ้านไม้หลังเล็ก เยว่หลินลงจากรถทันทีบ้านหลังนั้นเก่าและทรุดโทรมมีเพียงสวนเล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าหญิงชราคนหนึ่งกำลังนั่งตากสมุนไพรอยู่ใต้ชายคาเมื่อเห็นคนแปลกหน้ามาเยือน นางก็เงยหน้าขึ้น“พวกเจ้ามาหาใคร?”เยว่หลินก้าวเข้าไปใกล้“ท่านยายหลิวอี๋หรือ?”หญิงชราชะงัก“ข้าเอง”เยว่หลินสูดลมหาย
รุ่งเม้าสองคันออกจากเมืองหลวงอย่างเงียบ ๆเสิ่นเยว่หลินนั่งอยู่ภายในรถม้าคันหน้า ข้างกายมีชิงหลัว ส่วนรถม้าด้านหลังเป็นคนของกู้เหยียนเฉินที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเดินทางการเดินทางครั้งนี้ไม่มีการประกาศให้ใครรู้เพราะเยว่หลินรู้ดีว่า หากเสิ่นหว่านโหรวรู้ว่านางกำลังไปอวิ๋นโจว นางจะต้องหาทางขัดขวางอย่างแน่นอน“คุณหนู”ชิงหลัวเปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อย ก่อนมองเส้นทางด้านหน้า“อีกประมาณสองวันก็จะถึงอวิ๋นโจวแล้วเจ้าค่ะ”“เร็วกว่าเดิมได้หรือไม่?”“หากเดินทางทั้งวันทั้งคืน น่าจะเร็วกว่านั้นหนึ่งวัน”เยว่หลินส่ายหน้า“ไม่ต้องเร่งเกินไป”“เหตุใดหรือเจ้าคะ?”“เพราะคนที่ต้องการขัดขวางเรา ย่อมรู้ว่าเรากำลังรีบ”นางมองออกไปนอกหน้าต่าง“ข้าอยากรู้มากกว่าว่าพวกมันจะลงมือเมื่อใด”ชิงหลัวเข้าใจทันทีคุณหนูของนางกำลังรอให้ศัตรูเปิดเผยตัวเอง---ช่วงเที่ยง รถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ริมทางกู้เหยียนเฉินเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเยว่หลิน“ข้ามีข่าว”“เรื่องพ่อบ้านใหญ่หรือ?”“ใช่”เขาวางกระดาษลงบนโต๊ะ“เมื่อคืนมีคนเห็นเขาเข้าไปในเมืองอวิ๋นโจวแล้ว”เยว่หลินหยิบกระดาษขึ้นอ่าน“เขาไปพบใคร?”“ยังไม่รู้”“แต่เขาต้องมี
“คุณหนูรองเป็นคนสั่งให้ข้าจัดการเรื่องทั้งหมด”คำสารภาพของพ่อบ้านใหญ่ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเสิ่นเยว่หลินนั่งนิ่ง ดวงตาไม่ได้มีความแปลกใจแม้แต่น้อย“ทั้งหมด?”“ขอรับ”พ่อบ้านใหญ่ก้มหน้า“ทั้งเรื่องถอนเงินจากร้านค้า เรื่องส่งคนไปเฝ้าดูท่าน และเรื่องคนชุดดำที่ศาลเจ้า...ล้วนเป็นคำสั่งของคุณหนูรอง”ชิงหลัวกำหมัดแน่น“นางคิดจะฆ่าคุณหนูจริง ๆ”เยว่หลินไม่ได้ตอบนางเพียงถามต่อ“แล้วเหตุใดนางถึงต้องการเงินจำนวนมาก?”พ่อบ้านใหญ่เงียบไปสีหน้าของเขาดูหวาดกลัวมากกว่าก่อนหน้านี้“พูดมา”“ข้า...”“หากเจ้าพูดความจริง ข้าจะรับประกันว่าชีวิตเจ้าจะปลอดภัย”พ่อบ้านใหญ่เงยหน้าขึ้น“เงินเหล่านั้นไม่ได้ถูกใช้เพื่อคุณหนูรองเพียงคนเดียว”เยว่หลินขมวดคิ้ว“หมายความว่าอย่างไร?”“เงินส่วนหนึ่งถูกส่งไปยังเมืองทางใต้”“ส่งให้ใคร?”“ข้าไม่รู้ชื่อขอรับ แต่ทุกครั้งที่ส่งเงิน จะมีคำสั่งจากนายท่านเสิ่นโดย
ภายในห้องของเสิ่นหว่านโหรว บรรยากาศเงียบงันผิดปกติ หญิงสาวนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ขณะที่หลี่จื่อเหวินยืนอยู่ตรงหน้า “หว่านโหรว” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าต้องการถามเจ้าเรื่องหนึ่ง” “เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?” “เรื่องพ่อบ้านใหญ่” มือของหว่านโหรวชะงัก แต่เพียงครู่เดียว นางก็รีบเก็บอาการ “พ่อบ้านใหญ่ทำไมหรือเจ้าคะ?” “เขาหายตัวไป” “ข้าไม่รู้เรื่อง” “จริงหรือ?” หลี่จื่อเหวินมองนางไม่วางตา “เมื่อคืนข้ายังเห็นเขาอยู่ในจวน แต่วันนี้กลับไม่มีใครพบตัว” หว่านโหรวหลบสายตา “เขาอาจจะออกไปทำธุระ” “โดยไม่บอกนายท่าน?” “ข้าไม่รู้จริง ๆ” หลี่จื่อเหวินเงียบไป ก่อนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา “แล้วนี่คืออะไร?” หว่านโหรวมองกระดาษ ส