Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-01-08 01:40:32

หลังจากไปส่งหม่อมหลวงศศิธรที่วังหฤทัย ขจรศักดิ์ก็ขับรถไปหาเพื่อนที่อยู่ย่านพระรามสอง ดอกไม้หลากหลายสีสันที่ชูช่ออวดความสวยงามอยู่ตามสองข้างทางทำให้อารมณ์อันขุ่นมัวของหม่อมราชวงศ์หนุ่มดีขึ้นมาบ้าง ขณะที่รถวิ่งไปตามถนนสายรองเพื่อเข้าไปในซอย สายตาคู่คมก็ไปสะดุดกับร่างแน่งน้อยซึ่งกำลังหาบเร่เดินอยู่บนฟุตบาท เมื่อรถวิ่งเข้าไปใกล้จนเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวดปีกกว้างก็หักพวงมาลัยเข้าไปจอดข้างทางทันที อารมณ์กรุ่นโกรธเริ่มตีปะทะขึ้นอีกครั้ง

“ยัยเด็กเหลือขอ...” ขจรศักดิ์เปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินลิ่วๆ ไปหาแสงดาว ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรนั้นบึ้งตึงขึงเครียดตึงราวกับถูกปีศาจเข้าสิงยังไงยังงั้น

“อีตาคุณชายหลงโรง” รัศมีของความน่ากลัวพุ่งตรงเข้ามาปะทะตัว จนแสงดาวต้องถอยหลังแล้วรีบเดินกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว

“จะหนีไปไหนยัยตัวแสบ” ร่างสูงเอื้อมมือไปจับไม้คานเอาไว้ แต่แสงดาวก็ยังพยายามเดินไปข้างหน้าต่อ ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจทัดทานพลังอันมหาศาลแห่งบุรุษได้ ท้ายที่สุดแล้วเด็กสาวจึงตัดสินใจวางหาบลงกับพื้นและหันหน้ามาประจัญบานในแบบ...ตาต่อตา...ฟันต่อฟัน!

“คุณชายบ้า จะเอาเรื่องฉันให้ได้ใช่ไหม” ใบหน้านวลแฉล้มเชิดขึ้นพร้อมทั้งยื้อยุดดึงไม้คานกลับมา ขจรศักดิ์ลดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“กราบขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ แล้วฉันจะไม่ตอแยหล่อนอีกเลย”

เมื่อรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่าย แสงดาวก็มีอารมณ์กรุ่นขึ้นไปอีก บ้าจริง! พวกผู้ดีนี้ผิดไม่เป็นหรือยังไงนะ ที่ผ่านมาเขาเป็นคนผิดแท้ๆ แล้วทำไมต้องให้เธอขอโทษด้วย

“ทำไมดิฉันต้องขอโทษคุณด้วย ในเมื่อทุกครั้งคุณก็เป็นฝ่ายผิด หรือพวกผู้ดีตีนแดงกล่าวคำขอโทษไม่เป็น”

ได้ยินแบบนั้น ขจรศักดิ์ถึงกับขบกรามแน่นด้วยความโมโห ดูเจ้าหล่อนสิลอยหน้าลอยตาพูดไม่เกรงกลัวเขาเลยสักนิด เห็นแล้วหมั่นไส้จริงๆ ถ้าหักคอจิ้มน้ำพริกได้เขาคงลงมือทำไปตั้งนานแล้ว ฮึ!

“ยัยเด็กบ้า พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง ถึงปากเก่งเถียงคําไม่ตกฟากกับผู้ใหญ่แบบนี้” เมื่อชายหนุ่มด่าถึงบุพการี มีหรือที่แสงดาวจะทนได้

“อย่าลามปามถึงพ่อแม่ดิฉันนะ ตัวเองนะสิเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก เกิดในชาติตระกูลดีเสียเปล่า นิสัยแย่เอามากๆ” แสงดาวไม่ยอมถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียว แต่นั่นเท่ากับไปเติมเชื้อไฟของหม่อมราชวงศ์หนุ่มให้ร้อนระอุขึ้นเป็นเท่าทวี จนต้องถลาไปคว้ามือเล็กเอาไว้แล้วตีก้นเธอแรงๆ สองทีเพื่อสั่งสอน

“เด็กบ้า นี่แน่ะ นี่แน่ะ”

“โอ้ย...ปล่อยนะ ปล่อย ช่วยด้วยค่ะ ผู้ชายคนนี้เป็นคนโรคจิต รังแกเด็กค่ะ ช่วยด้วย” แสงดาวร้องโวยวายแล้ววิ่งวนไปรอบๆ ตัวเขา

“ไม่มีใครช่วยเด็กดื้ออย่างหล่อนได้หรอก” ขจรศักดิ์จะตีก้นเธออีกครั้ง แต่เด็กสาวพลิกตัวไปกระโดดขี่หลังเขาแล้วกอดคอแน่น หม่อมราชวงศ์หนุ่มพยายามสะบัดแรงๆ แต่ก็ไม่หลุด

“ลงมาจากหลังฉันเดี๋ยวนี้!”

เวลานั้นแสงดาวไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว เธอใช้ความได้เปรียบด้วยการโยกขย่มเป็นจ๊อกกี้ที่กำลังควบอาชาไนย จนไม่รู้ว่าอะไรต่อมิอะไรถูไถไปกับแผ่นหลังหนา

“ไม่ปล่อย คุณต้องเป็นม้าให้ฉันขี่เพื่อเป็นการไถ่โทษ กั๊บๆๆๆ…สนุกจริงๆ เลยได้ขี่ม้าคุณชายหลงโรงด้วย ฮี้...ฮี้” แสงดาวเลียนเสียงเหมือนม้าอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ขจรศักดิ์หน้าเขียวปัดเพราะไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อน จึงตัดสินใจแบกเธอเดินอาดๆ ลงไปยังถนน ทำเอาตำรวจที่ขับรถผ่านมาพอดีต้องรีบหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้ามาดูเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว

“ว้าย…คุณจะทำอะไร” แสงดาวกอดลำคอเขาแน่น แก้มนุ่มๆ แนบกับแก้มสากระคายโดยไม่ตั้งใจ ขจรศักดิ์หัวใจกระตุกวูบไหวไปชั่วขณะ

“ทำในสิ่งที่หล่อนกลัวนะสิ ยัยเด็กแสบ” ขจรศักดิ์ยืนแบกร่างแน่งน้อยอยู่กลางถนน รถตำรวจวิ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ แสงดาวม่านตาเบิกขยายด้วยกลัวว่าตนเองและเขาจะถูกรถชนเอาได้

เอี๊ยด!!!...ปี๊นนน!!!

เสียงเบรกและเสียงแตรดังก้องสะท้านขึ้นพร้อมๆ กัน ก่อนที่รถของตำรวจจะลากล้อจนควันฟุ้งตลบมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนทั้งสองห่างไม่ถึงคืบ แสงดาวหลับตาปี๋ลำแขนกอดคอเขาแน่น ใบหน้าเรียวรูปไข่ซุกเข้ากับซอกคอหนา จนกลิ่นกายสาวหอมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกขจรศักดิ์ แถมสัมผัสนุ่มนิ่มที่บริเวณแผ่นหลังแม้นไม่ใหญ่โตแต่ก็ทำเอาหัวใจแกร่งรู้สึกแปลกๆ ชอบกล ตำรวจที่อยู่ในรถรีบเปิดประตูลงมาทันที

“อ้าว...ชายขจรเองหรอกรึ”

พันตำรวจตรี ‘หม่อมราชวงศ์อยุทธ์ ป้อมปราการ’ ถึงกับส่ายหัวไปมา เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่กลางนั้นเป็นเพื่อนสนิทของตน

“อยุทธ์ จับเด็กคนนี้เร็ว โทษฐานทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาทฉัน” ขจรศักดิ์รีบบอกหลังจากที่เห็นว่าตำรวจนายนั้นก็คือเพื่อนของเขานั่นเอง พร้อมกับเหวี่ยงตัวไปมาเพื่อสะบัดคนบนหลังให้หลุด ส่วนแสงดาวพอเห็นบุคคลที่สามเข้ามาช่วยก็ใจชื้นขึ้น จึงทำทีทิ้งตัวจากหลังกว้างลงไปนอนกองกับพื้น และร้องโอดโอยราวกับเจ็บนักหนา

“โอ้ย…คุณตำรวจ ช่วยด้วยค่ะ ผู้ชายคนนี้ทำร้ายร่างกายดิฉัน” แขนเรียวพยายามยันกายลุกขึ้นจากพื้นในลักษณะจะล้มแหล่ ไม่ล้มแหล่ จนขจรศักดิ์รู้สึกขัดตาเหลือทน จึงขยับกายเข้าไปกระชากร่างแสนพยศให้ลุกขึ้น ซึ่งนั่นก็ยิ่งเข้าทางของเด็กสาว อยุทธ์เข้าใจว่าเพื่อนรักจะทำร้ายผู้หญิงก็เลยรีบเข้าไปขวางทางเอาไว้

“ขจร...ใจเย็นๆ เพื่อน” สารวัตรหนุ่มที่มีศักดิ์เป็นถึงหม่อมราชวงศ์เหมือนกันค่อยๆ ประคองร่างของแสงดาวลุกให้ขึ้น “คุณเป็นยังไงบ้างครับ ต้องไปหาหมอหรือเปล่า” อยุทธ์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะให้แสงดาวยืนด้วยตัวเอง แต่ก็ยังคอยดูอยู่ใกล้ๆ กลัวว่าเธอจะล้มลงไปอีก ขจรศักดิ์เห็นท่าทีเจ้ามารยาของเธอก็รู้สึกหมั่นไส้แทบอยากกระโจนเข้าไปบีบคอขาวๆ นั่นเสีย!

“ฉันขอแจ้งความ ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายและหมิ่นประมาทฉัน จับไปโรงพักเดี๋ยวนี้เลย” หม่อมราชวงศ์หนุ่มแห่งวังตะวันฉายสั่งตามความเคยชิน แล้วจับข้อมือน้อยๆ อันฤทธิ์เยอะลากตรงไปยังรถตำรวจโดยไม่รอการสอบสวนของเพื่อนรักแต่อย่างใด

“โอ้ย...ฉันเป็นฝ่ายเสียหายนะ ปล่อยสิ ปล่อย” แสงดาวพยายามดิ้นหนีแต่ถูกเขาช้อนอุ้มแล้วโยนร่างขึ้นไปท้ายกระบะรถอย่างกระแทกกระทั้น “ช่วยด้วยคุณตำรวจ ดิฉันไม่ผิดนะคะ!” เด็กสาวหันไปมองที่พึงของประชาชน อยุทธ์ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุจึงตัดสินใจสั่งนายตำรวจที่มาด้วยกัน

“จ่าเข้ม จับทั้งสองคนไปโรงพักข้อหาทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ”

“ครับสารวัตร...” จ่าเข้มรับคำแล้วหันไปผายมือเชิญหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์และคู่กรณีเข้าไปนั่งข้างในรถ จากนั้นก็เดินยกเอาหาบขนมครกขึ้นท้ายกระบะอีกที ร่างสูงนั่งเบียดกับแสงดาวอยู่เบาะหลังจนเด็กสาวต้องขยับตัวออกห่าง

“นายจับฉันทำไมอยุทธ์” ขจรศักดิ์เอ่ยถามเมื่ออยุทธ์ขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุ ก่อนจะชำเลืองมองคนอวดเก่งข้างกาย เด็กสาวขยับห่างไปชิดประตูอีกฟาก ในหัวเริ่มคิดหนัก ถ้าถูกจับเธอจะทำยังไง จะเอาเงินที่ไหนมาประกันตัว อยุทธ์เห็นคู่กรณีของเพื่อนเงียบไปก็เหลือบมองดูสถานการณ์ผ่านกระจกหลัง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 68 จบบริบูรณ์

    หนึ่งเดือนต่อมา...ณ บ้านพักตากอากาศของราชกุลกุลธวัชหลังจากจัดงานศพหม่อมวิลัยและเพลินพิศเสร็จสิ้น ทุกคนยังไม่คลายจากความตกใจ ในช่วงวันหยุดยาว ขจรศักดิ์จึงพาทุกคนมาพักผ่อนยังบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนจึงรู้สึกดีขึ้นมา แสงดาวเริ่มยิ้มได้เมื่อมีนางฟ้าตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ และทำท่าตลกให้คุณพ่อคุณแม่และทุกคนหัวเราะ“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมซนเหมือนลิงแบบนี้” ขจรศักดิ์นั่งมองบุตรสาวอยู่ข้างภรรยา ยิ่งเห็นน้องหวายตีลังการอยู่ที่ชายหาด ขจรศักดิ์ก็ยิ่งถอนหายใจแรงๆ“ผู้หญิงสิคะ ดาวเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้” แสงดาวบอกเสียงหวาน พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ ขจรศักดิ์จับมือบางขึ้นไปจูบแล้วคลึงด้วยปลายหัวแม่มือเบาๆ“งั้น ฉันขอลูกชายอีกสักสามคน ผู้หญิงอีกสองคนนะดาว” ชายหนุ่มทำหน้าระห้อยอ้อนๆ แสงดาวตาโตเพราะนับจำนวนแล้วเขาต้องการลูกตั้งหกคนเชียว“หกคนเลยนะคะ”“ก็ใช่นะสิ ธุรกิจเรามีตั้งเยอะแยะนะ ลูกๆ จะได้ช่วยกันทำไง” ขจรศักดิ์เอนศีรษะไปซบหน้ากับบ่าบาง “นะดาวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเลี้ยงคนเดียวหรอก เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตด้วยกัน” ชายหนุ่มสอดลำแขนโอบกอดเอวค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 67

    “ปกติเราก็เอาเสื้อผ้ามาซักอยู่แล้วนี่คะ” สาวใช้ตอบ ขณะยืนตัวสั่นเบียดกับเพื่อนอีกคน เพลินพิศเดินตาขวางไปหาแล้วตบหน้าสาวใช้คนละทีดังเผี๊ยะๆ จนหน้าสะบัด“พวกขี้ข้า สาระแนไม่เข้าเรื่อง” พูดจบเพลินเพิศก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงซึ่งมีขจรศักดิ์ อยุทธ์ หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ และเดือนแรมยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นเธอทุกสายตาก็เพ่งมองไปที่เพลินพิศเป็นจุดเดียว“เป็นอะไรเพลิน ดูรุกรี้รุกรนชอบกล” ท่านชายเอกสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เพลินพิศร้อนตัวมองคนนั้นคนนี้เหมือนกลัวความผิด“เพลินหาของค่ะ พอดีลืมของไว้” เธอตอบและเตรียมจะผละไป แต่อยุทธ์เข้าไปขวางไว้เสียก่อน“หายาสองเม็ดนี้อยู่หรือเปล่าครับคุณเพลิน” สารวัตรหนุ่มแบมือออก เพลินพิศเห็นเม็ดยาที่ตามหาก็ผงะ หน้าซีดลงทันที“ทำไมถึงทำแบบนี้เพลินพิศ ทำไมต้องวางยาหม่อมวิลัย” ท่านชายเอ่ยถามอย่างปวดร้าวที่เกิดเรื่องไม่ดีในวัง ทำเอาเพลินพิศปากสั่นระริก“ดิฉันไม่ได้ทำ นังดาวต่างหาก พวกแกใส่ความฉัน ถอยไป ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ”เวลานี้หญิงสาวเหมือนคนเสียสติ มองทุกคนอย่างโกรธแค้น อยุทธ์จะเข้าไปจับตัว แต่เพลินพิศวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แสงดาว

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 66

    เมื่อได้ฟังอาการของหม่อมวิลัย แสงดาวทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง โชคดีที่ขจรศักดิ์รับไว้ทันและกอดเธอแน่น เดือนแรมมองบุตรสาวอย่างสงสารจับใจ“เป็นไปได้ยังไงคะ ยาพวกนั้นเป็นยาบำรุงที่ท่านทานประจำ จะมีผลกับระบบหายใจได้ยังไงกัน” แสงดาวบอกปนสะอื้น ขจรศักดิ์ไม่เชื่อว่าแสงดาวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนะดาว ถ้าดาวบริสุทธิ์คนผิดต้องถูกจับได้แน่นอน”“นั่นสิดาว ทำใจให้สบายนะลูก” เดือนแรมช่วยปลอบอีกคน แสงดาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับหม่อมวิลัยได้“โจรถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ยอมจำนน” เพลินพิศได้ทีแล้วมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกล “ท่านชายทำไมไม่ให้ตำรวจจับตัวนังดาวไปเลย แล้วค่อยสอบสวน เผื่อมันหนีไปจะทำยังไง”“ดิฉันไม่หนีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำผิด” แสงดาวยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาท่านชายถึงกับถอนหายใจเบาๆ รู้สึกหนักใจไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า ตำรวจสมัยนี้เขาเก่ง ฉันว่าเรากลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ดาวขอเฝ้าหม่อมท่านที่นี่นะคะท่านชาย” แสงดาวมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์น้ำตานองหน้า ไม่นานท่านชายก็พย

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 65

    “ฉันไม่ตลกกับหล่อนหรอกนะแม่เพลิน คราวหน้าหัดระวังคำพูดเสียบ้าง” หม่อมวิลัยเตือนแล้วตักอาหารใส่จาน เพลินพิศแอบเบ้ปากแล้วนั่งทานมื้อเช้าในสำรับของตัวเอง“ฉันไม่ดื่มน้ำเปล่า ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน” หญิงสาวทานไปไม่นานก็หันไปบอก เด็กรับใช้กลับออกไปอีกครั้ง หม่อมวิลัยรวบช้อนและหยิบผ้ากันเปื้อนเช็ดปาก มือยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและเข็นรถจะไปหยิบถ้วยยา เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แล้วหยุดรถนิ่งอยู่กับที“จะเอายาเหรอคะหม่อม เดี๋ยวเพลินหยิบให้ค่ะ” เพลินพิศอาสาแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยยาหญิงสาวหันไปมองหม่อมวิลัยที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มแล้วรีบหยิบเม็ดยาในถ้วยใส่ลงกระเป๋ากระโปรง ความเร่งรีบทำให้ยาเม็ดหนึ่งหล่นลงพื้นและกระเด็นเข้าไปใต้เตียง เป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้ถือน้ำส้มเข้ามา เพลินพิศก็เอายาที่เตรียมมาไปให้หม่อมวิลัยแทน“ยาค่ะหม่อม” เพลินพิศส่งถ้วยยาให้ ตามมาด้วยแก้วน้ำดื่ม หม่อมวิลัยรับไปถือและกลืนลงคอ ดื่มน้ำไปก่อนจะส่งแก้วกลับคืน“หล่อนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หม่อมวิลัยออกปากไล่ เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แต่แววตาสะใจที่แผนการเล่นงานแสงดาวดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 64

    เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ขจรศักดิ์ก็กลายเป็นแขกของวังเคียงรุ้งไปโดยปริยาย หลังเลิกงานหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็จะมาคลุกอยู่กับภรรยาและลูก เพราะแสงดาวต้องการดูแลหม่อมวิลัยจนกว่าจะมีหมอที่ไว้ใจได้มาแทน เพลินพิศก็คอยหาโอกาสใกล้ชิดขจรศักดิ์เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ และในทางลับอยุทธ์ก็ส่งสายตำรวจหญิงเข้ามาเป็นคนรับใช้ในวังเคียงรุ้งตามคำขอของเพื่อน จนกว่าแสงดาวกับลูกจะไปอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งแผนการนี้จะมีเพียงขจรศักดิ์ อยุทธ์ และหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์เท่านั้นที่รู้ทุกวันแสงดาวจะต้องแวะไปตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดให้หม่อมวิลัย พร้อมกับกำชับให้ทานยาตามหมอสั่ง เพราะคนที่ไว้ใจได้อย่างแม่จันทร์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ดวงตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น หม่อมวิลัยจึงให้อยู่เฉยๆ และมีคนดูแลอยู่ที่เรือนพักด้านหลัง“นี่หล่อนไม่เบื่อหรือยังไงที่ต้องมานวดมาจับขาฉันทุกวัน” หม่อมวิลัยเอ่ยถาม ขณะมองใบหน้านวลที่ดูจะอิ่มเอิบไปด้วยความสุข“ไม่เบื่อหรอกคะ ขอให้แม่ใหญ่เดินได้ ดาวก็ดีใจแล้ว”“ใช่คร้าหม่อมยาย เราจะได้ไปวิ่งไล่จับกันคร้า” น้องหวายซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักฉีกยิ้มกว้างๆ จนเห็นลักยิ้ม หม่อมวิลัยหัวเราะมองค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 63

    กว่าขจรศักดิ์จะพาแสงดาวออกมาร่วมงานเลี้ยงได้ แสงอาทิตย์ก็ถูกแทนที่ด้วยม่านดำแห่งราตรีกาลไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่จับมือกันเดินมาอย่างมีความสุข“ฉันว่าอีกสองสามปีคงต้องไว้หนวดไว้เคราแล้วล่ะดาว”“ทำไมล่ะคะ” แสงดาวเอียงหน้าถามเป็นเชิงไม่เข้าใจ ขจรศักดิ์จึงกดจมูกลงบนแก้มปลั่งแรงๆ อยุทธ์หันมาเห็นก็อดแซวไม่ได้“คุณชายขจรศักดิ์จะฆ่าคนโสดให้ตายเลยหรือยังไงขอรับ ผมล่ะโคตรอิจฉาเสียจริงๆ” สารวัตรหนุ่มบอกพลางส่งสายตาละห้อยไปให้ศศิธรเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่หญิงสาวย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“คุณชายอ่ะ ทำให้ดาวอายอีกแล้วนะคะ ไม่อยู่ใกล้แล้ว ไปหาลูกดีกว่า” แสงดาวต่อว่าหน้าแดงซ่าน แล้วก้าวดุ่มๆ ไปทำความเคารพผู้ใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปเล่นกับลูกสาวสุดรัก ศศิธรแยกเขี้ยวใส่อยุทธ์แล้วเดินไปหาแสงดาว ปล่อยให้สองหนุ่มมองตาม“วันนี้ทำคะแนนกับแม่ยายได้กี่คะแนนแล้วเพื่อน”“ว่าที่แม่ยายให้คะแนนไม่ทันเลยล่ะ”ขจรศักดิ์หัวเราะในลำคอพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กรับใช้ อยุทธ์คลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองศศิธรด้วยความรัก จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วขึ้นชน

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 17

    “จะกินอะไร?” เขาถามขณะมองรายการอาหาร แสงดาวส่ายหน้าไปมา “ไม่หิวก็ต้องกิน กว่าจะถึงมหาลัยหล่อนก็คงจะเลยเที่ยงไปแล้ว”“ดิฉันกินอะไรก็ได้ค่ะ”ขจรศักดิ์ไม่อยากมากความจึงสั่งอาหารสำหรับตัวเองและเธอ ขณะที่นั่งรออาหารมาเสิร์ฟ แสงดาวก็เห็นบ้านเรือนไทยหลังเล็กๆ ที่อยู่ถัดไปทางด้านซ้ายติดคลองน้ำ บรรยากาศสดชื

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 13

    ที่บ้านของแสงดาว เดือนแรมเดินกลับไปกลับมาเป็นหนูติดจั่นด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว โดยมีป้าศจีนั่งอยู่บนม้านั่งไม้หน้าบ้าน หัวอกคนเป็นแม่เวลานี้รุ่มร้อนและกังวลเป็นที่สุด จนกระทั่งรถของขจรศักดิ์แล่นมาจอดหน้าบ้าน เดือนแรมเห็นพาหนะราคาแพงก็ต้องชะงักเล็กน้อย“คุณชายขจรศักดิ์...”ร่างที่ยังคงสวยไม่สร่างมอง

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 12

    “ดาว!” ร่างระหงวิ่งข้ามถนนไปหาเด็กสาว ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มมองตามและเห็นคู่ปรับยืนสั่นอยู่จึงรีบวิ่งตามไปติดๆ“ดาวเกิดอะไรขึ้นเนี่ย???”“มีคนมาไล่ที่จ้ะพี่นวล” แสงดาวตอบเสียงเครือ ก่อนจะมองขจรศักดิ์ที่มาหยุดยืนข้างๆ ศศิธร ดวงตาคู่คมมองแผลที่ฝ่ามือเล็กแล้วถือวิสาสะจับขึ้นมาดู “ปล่อยนะ”“อยู่เฉยๆ เด

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 10

    ห้าโมงเย็นรถยนต์คันหรูของหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ก็พาสองแม่ลูกมาถึงจุดหมายปลายทาง แสงดาวมองประตูอัลลอยด์บานใหญ่ลวดลายสวยงามที่เคลื่อนตัวเปิดช้าๆ ขณะที่ภาพของวังเคียงรุ้งอันกว้างใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า รอบๆ บริเวณประดับประดาไปด้วยแมกไม้นานาพันธ์ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับปลูกแซมกันอย่างลงตัว เสริมส่งให้ทั่วบริ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status