เขตพระนคร ปลายพุทธศักราช ๒๕๐๘ ต้นฤดูคิมหันต์...คำว่า ‘คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนติดดิน’ ยังคงใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัยไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ ‘แสงดาว’ เด็กสาววัยดรุณีผู้แสนยากจน ซึ่งมีอาชีพหาบเร่ขายขนมครกอยู่ตามย่านถนนเจริญกรุง เธอต้องหาเช้ากินค่ำและมุมานะอย่างหนักเพื่อหวังว่าสักวันครอบครัวของตนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมือเล็กจิ๋วหยาบกร้านนิดๆ อันเนื่องมาจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ค่อยๆ บรรจงหยิบขนมครกเนื้อนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของกะทิใส่ลงบนกระทงใบตองขนาดเท่าฝ่ามือทีละชิ้น แล้วยื่นไปให้กับลูกค้าที่มาซื้อด้วยรอยยิ้มสดใสน่ารักภาพนั้นเป็นภาพที่คุ้นชินของคนในละแวกนี้ดี เพราะเด็กสาวมีนิสัยร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจา และมีมิตรไมตรีต่อทุกคน จึงทำให้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเทียวแวะเวียนมาอุดหนุนมิได้ขาดสาย“วันนี้ได้กี่สตางค์แล้วล่ะนังแสงดาว รู้สึกขนมครกของเอ็งจะขายดีเป็นเทน้ำเป็นท่าเชียวนะ”ป้าศจี ‘แม่ค้าขายผักสด’ หันมาเลียบเคียงถาม ขณะจัดแจงผักชนิดต่างๆ ที่วางอยู่บนหาบของตัวเองให้แลดูน่าพิศมองต่อผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา“ก็พอได้จ้ะป้า” แสงดาวคลี่ยิ้มหวาน แล้วหมุนกายไปหยอดแป้งส่ว
Last Updated : 2025-12-13 Read more