เมียอ้วนในความลับ

เมียอ้วนในความลับ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-25
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
98Bab
1.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เธอกลายเป็น “เมียลับ” ที่เขาซ่อนเอาไว้ ...วันที่รู้ตัวว่าท้อง กลับเป็นวันที่เขาขอหย่า“ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา มีสักเสี้ยววินาทีไหมคะที่คุณธีจะรู้สึกว่ารักฟาบ้าง ... รักแบบที่รักจริง ๆ ไม่ใช่สงสาร"

Lihat lebih banyak

Bab 1

พนักงานตัวอ้วน (1)

“น้ำจิ้มตักเอาเลยนะคะ แม่ค้าไม่ว่าง ย่างหมึกอยู่”

ฟาริศาหญิงสาวรูปร่างอวบอ้วนที่ยังอยู่ในชุดทำงาน แถมป้ายชื่อของบริษัทยังห้อยอยู่ที่คอ ตะโกนบอกกับลูกค้าคิวต่อไปที่กำลังเลือกหมึกเสียบไม้หลายรูปแบบที่วางเรียงอยู่บนถาด

ตอนแรกคิดว่าการให้แม่ออกมาขายหมึกย่างเป็นอาชีพเสริมเพื่อช่วยในการแบ่งเบาภาระในครอบครัว จะกลายมาเป็นรายได้หลักที่สร้างเงินให้ได้มากถึงคืนละห้าพันกว่าบาท ทว่ามันก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยของ

ผู้เป็นมารดาซึ่งนับวันก็ยิ่งแก่ชราลง

“คนหลังเสียใจด้วยนะคะ ของหมดทุกอย่างแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้มาซื้อใหม่นะคะ”

หลังจากหันไปรื้อของในกล่องโฟมดูจึงเห็นว่ามันว่างเปล่า ฟาริศาจึงหันกลับมาบอกลูกค้า หลายคนทำสีหน้าเสียดาย บางคนถึงกับบ่นออกมาว่ามาทีไรก็ไม่ได้เคยได้กินเลย

“กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแม่เก็บของพวกนี้เอง”

“ได้ไงล่ะแม่ อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว” เธอหันไปยิ้มบาง ๆ แล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก

“แล้วนี่ยัยซาก็หายหัวไปเลย ไหนบอกว่าวันนี้จะมาช่วยขายของ พอได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลย”

ผู้เป็นแม่บ่นกระปอดกระแปดตามประสาคนที่อายุเพิ่มมากขึ้น

ทุกวัน

“เอาน่าแม่ น้องคงอยู่ติวเตรียมสอบน่ะ ฟาก็มาช่วยแล้วนี่ไงคะ”

ร่างอ้วนหันไปทำหน้าทะเล้น แล้วทำตาปริบ ๆ อินตาหันกลับมาเห็นก็ถึงกับหัวเราะออกมา ให้มันได้อย่างนี้สิ เอาแต่ปกป้องน้องสาว ทั้งที่ตัวเองก็ทำงานมาเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว

พอกลับมาถึงบ้านฟาริศาก็ไล่ให้แม่ขึ้นไปอาบน้ำนอน แม้ท่านจะไม่ยอมแต่ก็ขัดนิสัยของลูกสาวคนโตไม่ได้ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยน้องสาวคนเล็กของบ้านก็กลับมาถึงพอดี

“พี่ฟา ซาขอโทษนะวันนี้มีซ้อมกองเชียร์แล้วก็ ... ติวสอบด้วย”

ใบหน้าหวานของสาวสวยในชุดนักศึกษา ทำตาละห้อยด้วยความสำนึกผิด คนเป็นพี่เห็นอย่างนั้นก็แสร้งทำหน้าบึ้งตีง แล้วเดินหนี

“พี่ฟา อย่าโกรธน้องเลยนะ”

ร่างเล็กเดินตามพร้อมยกมือไหว้ปลก ๆ ฟาริศาหยุดเดินแล้วหันกลับไปทำหน้ายุ่ง ซาริตาเห็นอย่างนั้นยิ่งทำหน้าออดอ้อน ทำเอาหญิงสาวกลั้นยิ้มไม่อยู่

“อ้าว! พี่ฟาแกล้งน้องเหรอ?”

“ก็ใช่นะสิ นี่เรายังไม่รู้จักนิสัยพี่อีกเหรอ” มืออวบยกขึ้นไปลูบหัวทุยของผู้เป็นน้องสาวก่อนจะเอ่ยถามขึ้นใหม่

“แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง”

“ยังเลยยยย หิวไส้จะขาดแล้ว” ซาริตาลูบท้องแล้วโยกตัวไปมา

“งั้นก็ไปรอที่โต๊ะ เดี๋ยวพี่ไปทำอะไรมาให้กิน”

“ไม่ต้องเลย เดี๋ยวซาไปหากินเอง พี่กลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ แล้วยังต้องไปช่วยแม่ขายของแทนซาอีก”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว ถ้างั้นก็รีบกินรีบขึ้นไปนอน” ฟาริศาพูดจบก็เอื้อมไปตบไหล่น้องสาวเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบน

พออาบน้ำเสร็จ หัวตกถึงหมอนคนเจ้าเนื้อก็เข้าสู่ห้วงนิทราทันที เธอหลับสนิทจนกระทั่งถึงเช้าวันใหม่

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นจังหวะที่น่ารำคาญพอ ๆ กับความจริงที่ว่าต้องตื่นมาสู้กับงานในเช้าวันใหม่ ฟาริศาเอื้อมมือไปกดปิดเสียง ก่อนจะกลิ้งตัวไปอีกด้านของเตียงพลางถอนหายใจหนัก ๆ สองสามรอบ

เมื่อคืนเธอหลับสนิทราวกับถูกดูดวิญญาณ อาจจะเพราะความเหนื่อยจากโปรเจ็กต์งานเมื่อวาน แล้วก็ไปช่วยแม่ขายของเมื่อคืน

เมื่อร่างอวบอิ่มลากตัวเองขึ้นจากเตียงได้ แล้วเดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ก่อนจะเดินออกมายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า

ดวงตากลมคู่สวยไล่มองรูปร่างของตัวเอง ทั้งอก เอว สะโพก ล้วนเต็ม และโค้งมนในแบบที่ไม่เข้ากับนิยามคำว่า ‘ผอมเพรียว’ ที่ใครหลายคนมักจะยึดติด

“ถ้าวันนี้ใส่เดรสตัวนี้จะดูอ้วนตันไปไหมนะ...”

เธอพึมพำกับตัวเองขณะยกเดรสสีเทาเข้มขึ้นแนบลำตัว แล้วเอนศีรษะเล็กน้อย ๆ คล้ายกำลังประเมินรูปร่างในมุมต่าง ๆ

ผิวขาวอมชมพูของคนตัวอ้วนตัดกับเนื้อผ้าอย่างชัดเจน แก้มกลมที่ขึ้นสีเรื่อเพราะอากาศยามเช้ายิ่งทำให้เธอดูคล้ายลูกพีชสุกน่ากิน

ฟาริศาไม่ใช่คนไม่มั่นใจตัวเอง เธอแค่รู้ดีว่าโลกนี้มักมองว่าผู้หญิงสวยต้อง ‘ผอมบางน่าทะนุถนอม’ แน่นอนว่าเธอไม่มีสิ่งนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย

“เอาวะ ใส่แล้วมั่นใจไว้ก่อน”

เธอจัดชายเดรสแล้วหันหลังพยายามรูดซิปขึ้นด้วยตัวเอง จนกระทั่งมันติดอยู่กลางหลัง

“เฮ้อ ... เมื่อไรจะมีคนคิดค้นซิปที่รูดเองได้แบบไม่ต้องเสี่ยงหัวหลุดสักทีเนี่ย!”

บ่นไป มือก็พยายามดันซิปขึ้นอย่างทุลักทุเล สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีกระโดดสองจังหวะ พร้อมรูดรวดเดียวผ่านไปได้แบบซิปเกือบขาด

“ฟาเอ๊ย เสร็จหรือยังลูกจะได้ลงมากินข้าว ไม่งั้นจะไปทำงานสายนะ”

“เสร็จแล้วจ้าแม่ จะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

เธอชะเง้อคอร้องบอกผู้เป็นแม่ ก่อนจะคว้ารองเท้าส้นเตี้ยคู่โปรดมาใส่ แล้วเดินเร็ว ๆ ออกจากห้อง ลงไปด้านล่างซึ่งอินดากำลังตั้งโต๊ะมื้อเช้ารออยู่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
98 Bab
พนักงานตัวอ้วน (1)
“น้ำจิ้มตักเอาเลยนะคะ แม่ค้าไม่ว่าง ย่างหมึกอยู่”ฟาริศาหญิงสาวรูปร่างอวบอ้วนที่ยังอยู่ในชุดทำงาน แถมป้ายชื่อของบริษัทยังห้อยอยู่ที่คอ ตะโกนบอกกับลูกค้าคิวต่อไปที่กำลังเลือกหมึกเสียบไม้หลายรูปแบบที่วางเรียงอยู่บนถาดตอนแรกคิดว่าการให้แม่ออกมาขายหมึกย่างเป็นอาชีพเสริมเพื่อช่วยในการแบ่งเบาภาระในครอบครัว จะกลายมาเป็นรายได้หลักที่สร้างเงินให้ได้มากถึงคืนละห้าพันกว่าบาท ทว่ามันก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยของผู้เป็นมารดาซึ่งนับวันก็ยิ่งแก่ชราลง“คนหลังเสียใจด้วยนะคะ ของหมดทุกอย่างแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้มาซื้อใหม่นะคะ”หลังจากหันไปรื้อของในกล่องโฟมดูจึงเห็นว่ามันว่างเปล่า ฟาริศาจึงหันกลับมาบอกลูกค้า หลายคนทำสีหน้าเสียดาย บางคนถึงกับบ่นออกมาว่ามาทีไรก็ไม่ได้เคยได้กินเลย“กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแม่เก็บของพวกนี้เอง”“ได้ไงล่ะแม่ อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว” เธอหันไปยิ้มบาง ๆ แล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก“แล้วนี่ยัยซาก็หายหัวไปเลย ไหนบอกว่าวันนี้จะมาช่วยขายของ พอได้สิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว ก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นเลย”ผู้เป็นแม่บ่นกระปอดกระแปดตามประสาคนที่อายุเพิ่มมากขึ้นทุกวัน“เอาน่าแม่ น้องคงอยู่ติ
Baca selengkapnya
พนักงานตัวอ้วน (2)
“เมื่อเช้าแม่ไปตลาดมา เลยได้โจ๊กหมูใส่ไข่มาให้”หญิงสาวเพียงส่งยิ้มแทนคำขอบคุณ ก่อนจะเหลือบไปเห็นร่องรอยข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ถูกกินไปแค่ครึ่งเดียว“ยัยซาไปแล้วเหรอคะแม่”“อืม เพื่อนมารับแต่เช้าแล้วแหละ ช่วงนี้ทั้งใกล้สอบ ทั้งมีกิจกรรมกองเชียร์คงออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึก”ฟาริศาพยักหน้ารับรู้ เพราะก่อนหน้านี้น้องสาวก็บอกเอาไว้บ้างแล้ว พอจัดการมื้อเช้าเสร็จ เธอก็รีบเดินตรงไปขึ้นรถเมล์รอบเจ็ดโมง“มาแล้วเหรอจ๊ะคุณน้อง”สุริยา หรือ ใคร ๆ ก็เรียกว่าสุริหนุ่มหล่อวัยเกือบสี่สิบ แต่ไม่หมายปองสตรีใดนอกจากผู้ชายเท่านั้นที่จะอยู่ในสายตา“แล้วเห็นไหมล่ะ ถ้าพี่สุริเห็นก็แสดงว่าน้องมาแล้ว”เธอหันไปต่อปากต่อคำก่อนจะย่อตัวนั่งลงเก้าอี้ทำงานที่อยู่ใกล้กัน สุริยาเบะปากให้แล้วโยนแฟ้มอันใหญ่ เสียงดังโครม“เฮ้ย! อะไรคะเนี่ย”“ข้อหาต่อปากต่อคำเก่ง แกเอารายงานไปนั่งอ่าน แล้วก็เตรียมสรุปส่งให้กับเลขาฯ ท่านประธาน”“สั่งเก่งยิ่งกว่าอาหารตามสั่ง ชิ” หันไปค้อนวงใหญ่ให้กับเพื่อนร่วมงานที่มีตำแหน่งสูงกว่าคือเป็นหัวหน้างานฟาริศาอายุย่างเข้า 29 ปี ทำงานที่นี่มาเกือบห้าปี เธอเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดที่ทุกคนในทีมรักแล
Baca selengkapnya
พนักงานตัวอ้วน (3)
พอจบการอธิบาย เขายกมือขึ้นเท้าคางสายตาจ้องไปยังแผ่นภูมิที่อยู่บนจอโปรเจคเตอร์ ทุกคนในห้องต่างเงียบเสียงเพื่อรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร“แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าถ้าเราทำเมนูนี้ไปตีตลาดต่างประเทศแล้วยอดขายจะเป็นไปตามเป้า...”คำพูดนั้นเอ่ยขึ้น พลางปรายตามองไปยังร่างอ้วนที่ยืนอยู่ด้านข้างโปรเจคเตอร์ คำถามนั้นทำสะดุ้งเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตากันทำเอาหัวใจเธอสั่นไหวจนแทบคุมสติไม่อยู่“ไม่มั่นใจค่ะ...”เขาขมวดคิ้วเข้าหากันกับคำตอบของอีกฝ่าย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับทำให้เขาหยุดนิ่งเพื่อรอฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ“ที่บอกว่าไม่มั่นใจ เพราะมันไม่มีอะไรแน่นอนในโลกธุรกิจค่ะ”น้ำเสียงของฟาริศาฟังดูนิ่งเรียบ แต่หากสังเกตดี ๆ จะสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นจากแววตา แล้วเธอก็เอ่ยพูดต่ออย่างไม่ลังเล“แผนงานของเราทุกวันนี้ก็ล้วนมีความเสี่ยง แต่อะไรที่ยังไม่มีใครทำ มันก็คือโอกาสของเราไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเรารอให้มั่นใจก่อน บางที ... เราอาจจะช้ากว่าบริษัทคู่แข่งก็ได้”น้ำเสียงหนักแน่นที่เธออธิบายทำให้ห้องประชุมเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงโต้แย้ง ธีรณัฐถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แขนข้างหนึ่งไขว้บนอกก่อนจะเอ่ยขึ้น
Baca selengkapnya
ความแตกต่างที่เหมือนกัน(1)
“ทำไมปีนี้ถึงเอางบประมาณไปทุ่มกับงานเลี้ยงบริษัทมากมายขนาดนั้น”น้ำเสียงแหลมเอ่ยขึ้นขณะที่นั่งเชิดหน้า พลางยกกาแฟขึ้นจิบ ใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นประปราย แม้จะผ่านการร้อยไหม ฉีดโบท็อกมาแล้วธีรณัฐรู้ดีว่าประโยคนั้นติติงตนเอง แต่เขาก็เลือกที่จะเมินเฉยอมราเป็นภรรยาของพ่อเขา เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นแม่เลี้ยงที่ไม่ค่อยลงรอยกับเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วต่อหน้าผู้เป็นบิดา อมรามักจะทำตัวเป็นผู้หญิงอ่อนโยน แต่พอลับหลังก็กลายเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย คอยจิกคอยกัดเขาไม่เลิก ยอมรับว่าตอนยังเล็กเขาเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่โต้ตอบ เพราะเห็นแก่หน้าผู้เป็นพ่อทว่านับจากวันที่ผู้หญิงคนนี้เริ่มลามปามด่ามาถึงแม่ตนเองที่เสียไป ความอดทนทั้งหมดจึงหมดลงทันที“ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบ แล้วทำเป็นไม่สนใจตนเองเหมือนทุกครั้ง อมราจึงเลือกถามขึ้นมาใหม่“ได้ยินแต่ผมไม่อยากตอบ”เขาเหลือบตามองครู่หนึ่ง ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะย่อตัวนั่งลงเก้าอี้เยื้องกัน แม่บ้านรีบเอามื้อเช้าเข้ามาเสิร์ฟ“ฉันก็มีหุ้นส่วนในบริษัทเหมือนกัน เธอก็ควรจะบอกฉันเรื่องนี้”คราวนี้ใบหน้าเรียบนิ่งยกยิ้มมุมปาก หุ้นส่วนที
Baca selengkapnya
ความแตกต่างที่เหมือนกัน(2)
ทางด้านฟาริศายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก แล้วกระชับเสื้อสูทสีดำให้เข้ากับรูปร่างตัวเอง เธอเลือกแต่งตัวเรียบร้อย และแต่งหน้าเข้มขึ้นมากกว่าทุกวัน เพราะช่วงเช้าลางานไปทำพลาสปอร์ต ส่วนช่วงบ่ายก็มีงานต่อเลยคนตัวอ้วนจองเวลาทำพาสปอร์ตเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว พอมาถึงก็แค่ยื่นบัตรคิวออนไลน์ กรอกข้อมูลไม่ถึงห้านาที ถ่ายรูปเรียบร้อยก็รอรับตัวเล่มที่บ้านได้เลยหลังจากจัดการธุระตอนเช้าเสร็จ เธอก็เลือกที่จะไปสำรวจรสชาติขอเมนูกะเพรามาปรับใช้กับโปรเจ็กต์ล่าสุด“ป้าคะ ฟาขอกะเพราหมูสับ กะเพราหมูกรอบ กะเพราทะเล กะเพราเนื้อ เอาอย่างล่ะจานค่ะ”“เอ่อหนู ... กินหมดเหรอลูก?” ป้าเจ้าของร้านถามด้วยแววตาตกใจแต่ก็แอบอมยิ้ม“หนูสั่งมาชิมค่ะแค่อย่างละไม่กี่คำ เอาไปเขียน...” เธอหยุดคำพูดไปเพราะมันเป็นเรื่องความลับของบริษัท ก่อนจะยิ้มแห้งออกมา“อ่อจ้ะ งั้นไปเลือกเก้าอี้นั่งด้านในได้เลยนะ” คุณป้าหันไปชี้เข้าไปด้านในร้านของตัวเอง เธอพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปเลือกนั่งด้านในสุดเสียงตะหลิวกระทบกระทะดังมาเป็นระยะ พร้อมกับกลิ่นใบกะเพราหอมฉุยลอยมาตามอากาศ จนฟาริศารอบกลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่ได้ เธอตักกะเพราหมูสับคำแรกเข้าปาก ค่อย
Baca selengkapnya
ความแตกต่างที่เหมือนกัน(3)
เธอเดินตามไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ จังหวะที่เธอวางถาดอาหารลงนโต๊ะ เขาก็เลื่อนแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างกันให้เธอหนึ่งแก้วท่าทีเรียบเฉยนั้นทำเอาฟาริศารู้สึกอึดอัด ทำอะไรเกร็ง กลัวว่าจะทำไม่ถูกใจเขาแล้วถูกดุดวงตาคู่คมกวาดมอง กะเพราหลายจานถูกวางเรียงกัน เขารอบมองแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน ที่แต่ละอย่างมันไม่เหมือนกัน บางจานก็ใส่ถั่ว บางจานก็มีแม้แต่หอมหัวใหญ่กับแครอต“เห็นไหมล่ะคะ ว่าแต่ละร้านมันไม่เหมือนกัน”เธอว่ายิ้ม ๆ เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของเขา แต่มันเป็นเรื่องปกติที่เธอมักจะเห็นอยู่เป็นประจำฟาริศาไม่ลืมยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแต่ละจานเอาไว้เหมือนที่ทำกับร้านแรก แล้วก็ยื่นช้อนกับถ้วยใบเล็กให้เขาได้ลองตักชิมรสชาติ“รสชาติแต่ละจานไม่เหมือนกันจริง ๆ ด้วย”เขาพยักหน้าเบา ๆ ขณะที่ลิ้นกำลังสัมผัสอาหารในปาก ทั้งที่มันก็เป็นแค่เมนูธรรมดา แต่กลับเป็นอาหารจานเดียวที่คนสั่งกินมากที่สุดแล้วหลังจากได้ลิ้มรสที่ฟู้ดคอร์ทเสร็จแล้วฟาริศา จึงเลือกไปยังร้านในภัตตาคารอาหารที่อยู่ไกลออกไปไม่มากนัก โดยที่ยังคงมีธีรณัฐตามไปด้วยบรรยากาศที่โต๊ะกินข้าวของสองคนดูแปลกไปจากโต๊ะรอบข้าง ไม่ใช่เพราะพวกเขาคุยกันเสียงดัง
Baca selengkapnya
ความบังเอิญ(1)
“แม่คุณขายหมึกย่างเหรอ?”จู่ ๆ ธีรณัฐก็ถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ เมื่อเขาเหลือบตาไปมองคนตัวกลมที่แทบจะเอาตัวซุกกับประตูรถ จึงรู้ได้ทันทีว่าเจ้าตัวน่าจะเกร็งที่ต้องนั่งรถมากับเจ้านายสองคน“ค่ะ ตอนแรกว่าจะทำเป็นอาชีพเสริม ไป ๆ มา ๆ ก็ขายดีจนกลายมาเป็นอาชีพหลัก มีนักรีวิวกับอินฟลูเอนเซอร์มาถ่ายทำหลายรายการแล้วนะคะ เพราะน้ำจิ้มของแม่ฟาเลิศอย่าบอกใครเลยล่ะ”พอพูดถึงเรื่องกิน กลายเป็นว่าบรรยากาศในรถเริ่มผ่อนคลายขึ้น ชายหนุ่มจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงเลือกทำงานกับที่บริษัทเขาเรื่องการทำอาหารไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องรักและใส่ใจจริง ๆ ถึงจะเข้าใจถึงรสชาติที่แท้จริง และตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเห็นอยู่แค่คนเดียวที่ใส่ใจเรื่องนั้น นั่นก็คือแม่ของเขา ไม่อย่างนั้นบริษัทนี้คงไม่มาได้ไกลขนาดนี้หรอก“เห็นคุณพูดถึงแม่บ่อย ๆ คราวหลังผมอยากลองไปชิมฝีมือผัดกะเพราที่ท่านทำดูบ้าง คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”“ท่านประธานไม่ติดใช่ไหมคะ?”“ไม่ติด? หมายถึงอะไร...” คิ้วเข้มย่นเข้าหากันไม่เข้าใจความหมายคำนี้สักเท่าไร“หมายถึงฝีมือบ้าน ๆ แล้วก็ถ้าไปที่บ้านฟามันหลังเล็กจนคิดว่าคนอย่างท่านประธานคงไม่...”“
Baca selengkapnya
ความบังเอิญ(2)
“แล้วนั่นใครล่ะ” พยักพเยิดหน้าไปยังด้านหลัง“นี่คุณธีรณัฐค่ะ เป็นเจ้านายฟาเอง” เธอยิ้มไม่เต็มปาก อีกทั้งใบหน้ากลมนั้นก็ขึ้นสีเรื่อ ผู้เป็นแม่หรี่ตาลงอย่างรู้ทัน“สวัสดีค่ะ มาส่งยัยฟาเหรอคะ”“ครับ ผมเลยถือโอกาสมาชิมหมึกย่างด้วย หวังว่าผมไม่รบกวนเกินไปนะครับ” เขาว่าพร้อมกับเหลือบมองหน้าลูกค้าที่ต่อแถวยาวเยียด“ได้ ๆ ไม่มีปัญหา แต่รอหน่อยนะคะ”เขาพยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วร่นถอยไปยืนดูอยู่ไม่ไกล และก็เห็นว่ามันเป็นจริงอย่างที่ฟาริดาบอก ว่าร้านของแม่เธอมีคนมาต่อคิวซื้อยาวหลังจากนั้นไม่นานคนตัวกลมที่เขากำลังยืนดูอยู่ก็เดินถือถุงที่มีถ้วยกระดาษมาให้ เขารับมาถือไว้แล้วก็ยืนกินตรงนั้นมันเสียเลย“อร่อยไหมคะ”“อืม อร่อยเหมือนที่คุณบอกจริง ๆ ด้วย” ตอบทั้งที่ปากยังเคี้ยวอยู่เพียงพริบตาเดียวหมึกย่างในถ้วยก็หมดลงอย่างรวดเร็ว เธอเชื่อแล้วว่าเขาชอบกินหมึกย่างอย่างที่บอกจริง ๆธีรณัฐยืนอยู่ไม่นานก็ขอตัวกลับ เพราะไม่อยากรบกวนเวลาของฟาริศาที่จะต้องช่วยแม่ขายของ“ผมคงต้องกลับก่อน ขอบคุณสำหรับหมึกย่างนะครับ” เขายิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเรียบง่ายแต่กลับทำให้หัวใจหญิงสาวกระตุกเล็กน้อย“ไม่เป็นไรค่ะ ท่านประธานขับ
Baca selengkapnya
ความบังเอิญ(3)
ทางด้านธีรณัฐเคลื่อนรถตัวเองเข้ามาจอดภายในบ้าน จากที่ตอนแรกตั้งใจจะกลับคอนโด แต่เพิ่งนึกได้ว่าลืมเอกสารสำคัญที่จะต้องเอาเข้าประชุมพรุ่งนี้ จึงเปลี่ยนใจกลับมานอนที่บ้านพอเปิดประตูเข้ามาด้านใน กลิ่นหอมของพริกกับมะนาวก็ลอยมาแตะจมูก แล้วก็ตามมาด้วยกลิ่นความเค็มของหมึกย่าง“คุณธีกลับมาแล้วเหรอคะ”เสียงของป้าอร แม่บ้านประจำบ้านหลังนี้ทักขึ้นจากในห้องครัวที่เขากำลังจะเดินผ่าน“ครับ”เขาขานรับก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเดินย้อนกลับไปยังห้องครัวแทน และสายตาก็เหลือบไปเห็นป้าอรกำลังจัดหมึกย่างใส่จานเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นน้ำจิ้มสีแดงฉ่ำ มีพริกลูกเล็ก และกระเทียมโรยหน้าราดอยู่ด้านบน ... ทำไมรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสีสันแล้วก็ลักษณะมันเหมือนกับที่เขาเพิ่งกินมาเมื่อตอนเย็นนี้ไม่มีผิด“หมึกนี่ ... ป้าอรซื้อมาเหรอครับ”“เปล่าหรอกค่ะ คุณธีรนัยเป็นคนซื้อมาค่ะ เห็นบอกว่าเป็นร้านประจำของท่านนะคะ”คำตอบของแม่บ้านทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันตามเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวลงบันได“กำลังพูดถึงพ่ออยู่หรือเปล่า” ชายสูงวัยซึ่งอยู่ในชุดนอน สองแขนคัดหลังเหมือนเช่นทุกครั้ง“ป้าอรบอกว่าพ่อเป็นคนซื้
Baca selengkapnya
สถานการณ์ลำบากใจ(1)
ธีรณัฐเหยียบคันเร่งรถหรูบึ่งมายังสถานีตำรวจย่านกลางเมือง พอจอดรถได้เขาก็รีบเดินเข้าไปด้านใน บรรยากาศภายในสถานีตำรวจดูอึดอัดกว่าที่ควรจะเป็นชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะทำงานของนายตำรวจเวรประจำ สีหน้าเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจ เพราะน้องชายต่างแม่มักจะมีปัญหาให้เขาตามแก้อยู่ประจำ โดยที่แม่เลี้ยงเขาไม่เคยรู้เลย“ขอโทษครับ มีคนที่ชื่อธนภพถูกควบคุมตัวไว้ที่นี่หรือเปล่า”นายตำรวจวัยกลางคนปิดแฟ้มลง แล้วเงยหน้าขึ้นพอเห็นว่าคนที่เอ่ยถามเป็นใคร ก็รีบลุกขึ้นผายมือไปยังอีกด้านของตัวอาคาร“เชิญทางนั้นครับ ห้องสอบสวนที่สาม”เขาไม่พูดอะไรต่อ เดินตามทางที่เจ้าหน้าที่ชี้ไปโดยไว พอถึงหน้าห้องสอบสวน บานประตูที่เปิดค้างอยู่เผยให้เห็นภาพตรงหน้า ร่างของชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ นั่งค้อมหลังอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แววตาแดงก่ำบ่งบอกว่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทมา“พี่ธี...” ธนภพเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นพี่ชายต่างมารดาในชุดสูทเรียบหรูยืนอยู่ตรงประตูธีรณัฐเม้มริมฝีปากแน่น ผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ดวงตาดุกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าถึงข้อศอกที่ถลอกปอกเปิก แล้วเหลือบไปยังอีกฝั่งของโต๊ะ ซึ่งมีนักศึกษาหญิง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status