로그인“ถ้าคุณเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวล่ะก็...” ดวงตากลมแป๋วกวาดมองอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ด้วยรอยยิ้มเยาะๆ “...คงรู้นะคะว่าน้ำกะทิในถ้วยที่ดิฉันถืออยู่นี้ มันจะไปเลอะตรงไหนบนเสื้อผ้าราคาแสนแพงของคุณ จะลองดูก็ได้นะคะ”
“หล่อนกล้ารึ!”
“ทำไมดิฉันจะไม่กล้า”
“ก็ได้...หล่อนบีบให้ฉันต้องทำแบบนี้เองนะ”
ว่าแล้วขจรศักดิ์ก็อาศัยความว่องไวและคล่องตัวกว่า โฉบเข้าไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวอย่างรวดเร็วดุจแสง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบนบ่าในท่าลักษณะห้อยศีรษะจนผมยาวสลวยลากลงบนพื้น
“กรี๊ดดด!!!”
เสียงใสหวีดร้องระงมลั่น สองขาตีขึ้นลงเพื่อขัดขืน ทว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็ไร้ความปราณี ฝ่ามือแกร่งดั่งก้อนอิฐตวัดขึ้นไปบนอากาศ แล้วฟาดเปรี้ยงลงมากระทบก้นนุ่มนิ่มของแสงดาวเต็มแรงจนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บปวดระคนตกใจ
“ฮึ...เก่งนักใช่ไหม ผยองๆ แบบนี้ต้องเจอคนอย่างฉันกำราบเสียบ้าง”
ขจรศักดิ์มันเขี้ยวแม่คนแสนแสบ จึงกางนิ้วเป็นก้ามปูแล้วหนีบเข้าที่ก้นงอนๆ นั้น ยังผลให้แสงดาวดิ้นพล่าน ใบหน้าแดงแปร๊ดราวกับแตงโมผ่าซีก
“คนบ้า! ปล่อยดิฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไม่ปล่อย ถ้าเก่งนักก็ลงให้ได้เองสิ”
“อย่าทำให้ดิฉันต้องเกลียดขี้หน้าคุณมากไปกว่านี้เลย!” แสงดาวฟึดฟัดดิ้นอีกรอบ แต่ยิ่งดิ้น วงแขนแกร่งดุจโซ่ตรวนก็เลื้อยรัดกระชับแน่น ไอร้อนจากบุรุษเพศแผ่กระจายซ่านลามเลียไปทั่วอณูเนื้อของเด็กสาวจนต้องขบฟัน
“อยากเกลียดก็เกลียดไปสิ ไม่มีใครห้ามหล่อนได้นิ”
“ตั้งแต่เกิดมา ดิฉันไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่เลวเท่าคุณมากก่อน!”
“ฉันยังเลวได้มากกว่าที่เห็นอีก ไม่ใช่กับทุกคนหรอกนะ แต่สำหรับหล่อนคนเดียว” พูดจบขจรศักดิ์ก็สะบัดฝ่ามือฟาดเผี๊ยะลงไปที่บั้นท้ายของแสงดาวอีกครั้งจนคนถูกกระทำกรี๊ดลั่น กำปั้นเล็กจิ๋วพยายามทุบตีจิกข่วนแผ่นหลังกว้างเป็นพัลวัน หากมันก็ไร้ผล...
ศศิธรมองเหตุการณ์ที่ทั้งสองกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างตะลึงงันไปชั่วขณะ ขนมครกที่ถืออยู่บนมือค้างเติ่งในปาก
“คุณพระ คุณเจ้า...” หญิงสาวอุทานออกมา แล้วรีบมาหย่าศึก “คุณชาย ดาว หยุดค่ะหยุด” เธอพยายามจะเข้าไปห้ามแต่ไม่มีจังหวะ ถอยเข้าถอยออกด้วยความลังเล
“พี่นวล ช่วยด้วยดาวด้วย ไอ้คุณชายหลงโรงคนนี้รังแกดาว” แสงดาวหันไปขอความช่วยเหลือจากศศิธร ขจรศักดิ์มองคู่หมายแล้วตีก้นเด็กสาวสองครั้งติดๆ กัน
“นี่แน่ะ นี่แนะ ไม่มีใครช่วยหล่อนได้หรอก” ขจรศักดิ์โมโหและอยากกำราบแม่คนผยองให้หลาบจำ ศศิธรกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ กลัวว่าก้นของแสงดาวจะช้ำระบมไปเสียก่อน
คุณชายคะ พอเถอะค่ะ ดาวไม่ใช่เด็กแล้วนะคะจะได้จับตีก้นแบบนี้” ร่างระหงรีบขยับเข้าไปยืนข้างๆ ร่างองอาจ ในขณะที่แสงดาวเจ็บจนน้ำตาซึมออกมา
“เห็นแก่คุณนวลหรอกนะครับ ผมถึงยอมปล่อยยัยเด็กนี่” ขจรศักดิ์วางร่างแน่งน้อยลงกับพื้นอย่างไม่นุ่มนวลนัก
“คุณชายบ้า! รังแกแม้กระทั่งผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้” เมื่อเป็นอิสระ ปากแสนรั้นก็ต่อว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มด้วยใบหน้าแดงก่ำอย่างไม่เกรงกลัว ทำเอาคนฟังถึงกับหูผึ่งและเตรียมจะสาวเท้าเข้าไปจับตัวมาลงโทษอีกรอบ แต่ครั้งนี้ศศิธรรีบจับมือหนาเอาไว้ แล้วจึงหันหน้าทางแสงดาวเป็นเชิงบอกว่าให้รีบออกไปจากบริเวณนี้โดยเร็วที่สุด
“คนนิสัย...กักขฬะ!” ทว่าก่อนไปแสงดาวก็ไม่วายใช้นิ้วจิ้มเข้าที่ใต้ตาล่าง ก่อนจะดึงหนังลงมาทำท่าแลบลิ้นยียวนใส่ จนชายหนุ่มออกอาการฟึดฟัด
“ใจเย็นๆ ค่ะคุณชาย อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลยนะคะ นวลว่าเรากลับกันดีกว่า” ศศิธรเอ่ยเตือนเพราะสังเกตเห็นผู้คนเริ่มจะหันมามองเป็นจุดเดียวกัน ขจรศักดิ์จึงจำต้องเดินตามแรงฉุดของหญิงสาวไปที่รถอย่างหงุดหงิด จากนั้นโรลส์รอยซ์คันหรูของหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็เคลื่อนออกไป
“คุณนวลรู้จักเด็กเหลือขอคนนั้นด้วยรึ?”
เมื่อรถแล่นออกมาได้สักพัก คนที่กำลังอยู่ในภาวะอารมณ์บูดก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง จนศศิธรโคลงศีรษะไปมายิ้มๆ กับนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนั้น
“รู้จักค่ะ ดาวเป็นเด็กนิสัยดีมากเลยนะคะ”
“ถ้าเด็กนั่นนิสัยดี เมืองกรุงก็คงวุ่นวาย…” ขจรศักดิ์ส่ายหัว ทำเอาศศิธรปล่อยคิกออกมาเบาๆ อย่างขบขัน ไม่คิดว่าคุณชายผู้สูงศักดิ์จะยอมลดตัวไปทะเลาะกับเด็กกะโปโลได้
“เราจะไปไหนต่อกันดีคะคุณชาย” ศศิธรมองถนนเบื้องหน้า แล้วหันมามองคนขับ ขจรศักดิ์หันไปมองคู่หมายแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ
“คุณนวลคงไม่ว่าอะไรนะครับถ้าผมจะกลับเลย เพราะไม่มีอารมณ์ที่จะเที่ยวต่อจริงๆ” ขจรศักดิ์ยังคงเคืองๆ อยู่ไม่หาย เพราะถูกยัยเด็กปากดีชนชั้นล่างตราหน้าว่าเป็น ‘คนนิสัยกักขฬะ’ และที่สำคัญเธอเป็นเพียงแค่แม่ค้าหาบเร่ขายขนมครกจนๆ คนหนึ่ง แต่กล้าตีฝีปากกับราชนิกุลผู้ทรงอิทธิพลเช่นเขา นี่แม่นั่นเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน พ่อแม่ช่างไม่สั่งสอนเอาซะเลย
“ไม่น่าเชื่อ...” ศศิธรเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ขจรศักดิ์หันมาเห็นแววตาล้อเลียนของคู่หมายก็ใคร่สงสัย
“ไม่น่าเชื่ออะไรเหรอครับ”
“ก็ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายขจรศักดิ์ ทายาทของหม่อมเจ้าเอกอนันต์ จะถูกเด็กอย่างแสงดาวทำให้อารมณ์เสียได้ถึงเพียงนี้”
“คุณนวลก็เห็น” หม่อมราชวงศ์หนุ่มถอนฉุน “เด็กคนนั้นร้ายขนาดไหน ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์ไม่ดี”
“ไม่พูดก็ไม่พูดค่ะ แต่น่าเสียดายนะคะ ขนมครกของดาวอร่อยมาก กินไปนิดเดียวเอง” ศศิธรทำหน้าทำตาเสียดายหนักหนา แต่หางตาอดชำเลืองมองขจรศักดิ์และคิดถึงคำพูดของแสงดาวที่ว่า…คุณชายหลงโรง
‘ถ้าคุณชายสายโหดคนนี้เป็นคุณชายหลงโรงจริงๆ เธอก็คงเป็นซินเดอเรลล่าแล้วละแม่แสงดาวคนงาม เพราะเธอทำให้คุณชายผู้สูงศักดิ์คนนี้หงุดหงิดได้’ ศศิธรเปรียบเปรยแล้วอมยิ้ม เฮ้อ...เด็กดีๆ อย่างแสงดาวทำไมถึงอาภัพแบบนี้ก็ไม่รู้...เจ้าประคุ้นขอให้น้องสาวคนนี้มีชีวิตที่ดีขึ้นในเร็ววันด้วยเถอะ
หนึ่งเดือนต่อมา...ณ บ้านพักตากอากาศของราชกุลกุลธวัชหลังจากจัดงานศพหม่อมวิลัยและเพลินพิศเสร็จสิ้น ทุกคนยังไม่คลายจากความตกใจ ในช่วงวันหยุดยาว ขจรศักดิ์จึงพาทุกคนมาพักผ่อนยังบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนจึงรู้สึกดีขึ้นมา แสงดาวเริ่มยิ้มได้เมื่อมีนางฟ้าตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ และทำท่าตลกให้คุณพ่อคุณแม่และทุกคนหัวเราะ“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมซนเหมือนลิงแบบนี้” ขจรศักดิ์นั่งมองบุตรสาวอยู่ข้างภรรยา ยิ่งเห็นน้องหวายตีลังการอยู่ที่ชายหาด ขจรศักดิ์ก็ยิ่งถอนหายใจแรงๆ“ผู้หญิงสิคะ ดาวเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้” แสงดาวบอกเสียงหวาน พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ ขจรศักดิ์จับมือบางขึ้นไปจูบแล้วคลึงด้วยปลายหัวแม่มือเบาๆ“งั้น ฉันขอลูกชายอีกสักสามคน ผู้หญิงอีกสองคนนะดาว” ชายหนุ่มทำหน้าระห้อยอ้อนๆ แสงดาวตาโตเพราะนับจำนวนแล้วเขาต้องการลูกตั้งหกคนเชียว“หกคนเลยนะคะ”“ก็ใช่นะสิ ธุรกิจเรามีตั้งเยอะแยะนะ ลูกๆ จะได้ช่วยกันทำไง” ขจรศักดิ์เอนศีรษะไปซบหน้ากับบ่าบาง “นะดาวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเลี้ยงคนเดียวหรอก เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตด้วยกัน” ชายหนุ่มสอดลำแขนโอบกอดเอวค
“ปกติเราก็เอาเสื้อผ้ามาซักอยู่แล้วนี่คะ” สาวใช้ตอบ ขณะยืนตัวสั่นเบียดกับเพื่อนอีกคน เพลินพิศเดินตาขวางไปหาแล้วตบหน้าสาวใช้คนละทีดังเผี๊ยะๆ จนหน้าสะบัด“พวกขี้ข้า สาระแนไม่เข้าเรื่อง” พูดจบเพลินเพิศก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงซึ่งมีขจรศักดิ์ อยุทธ์ หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ และเดือนแรมยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นเธอทุกสายตาก็เพ่งมองไปที่เพลินพิศเป็นจุดเดียว“เป็นอะไรเพลิน ดูรุกรี้รุกรนชอบกล” ท่านชายเอกสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เพลินพิศร้อนตัวมองคนนั้นคนนี้เหมือนกลัวความผิด“เพลินหาของค่ะ พอดีลืมของไว้” เธอตอบและเตรียมจะผละไป แต่อยุทธ์เข้าไปขวางไว้เสียก่อน“หายาสองเม็ดนี้อยู่หรือเปล่าครับคุณเพลิน” สารวัตรหนุ่มแบมือออก เพลินพิศเห็นเม็ดยาที่ตามหาก็ผงะ หน้าซีดลงทันที“ทำไมถึงทำแบบนี้เพลินพิศ ทำไมต้องวางยาหม่อมวิลัย” ท่านชายเอ่ยถามอย่างปวดร้าวที่เกิดเรื่องไม่ดีในวัง ทำเอาเพลินพิศปากสั่นระริก“ดิฉันไม่ได้ทำ นังดาวต่างหาก พวกแกใส่ความฉัน ถอยไป ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ”เวลานี้หญิงสาวเหมือนคนเสียสติ มองทุกคนอย่างโกรธแค้น อยุทธ์จะเข้าไปจับตัว แต่เพลินพิศวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แสงดาว
เมื่อได้ฟังอาการของหม่อมวิลัย แสงดาวทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง โชคดีที่ขจรศักดิ์รับไว้ทันและกอดเธอแน่น เดือนแรมมองบุตรสาวอย่างสงสารจับใจ“เป็นไปได้ยังไงคะ ยาพวกนั้นเป็นยาบำรุงที่ท่านทานประจำ จะมีผลกับระบบหายใจได้ยังไงกัน” แสงดาวบอกปนสะอื้น ขจรศักดิ์ไม่เชื่อว่าแสงดาวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนะดาว ถ้าดาวบริสุทธิ์คนผิดต้องถูกจับได้แน่นอน”“นั่นสิดาว ทำใจให้สบายนะลูก” เดือนแรมช่วยปลอบอีกคน แสงดาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับหม่อมวิลัยได้“โจรถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ยอมจำนน” เพลินพิศได้ทีแล้วมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกล “ท่านชายทำไมไม่ให้ตำรวจจับตัวนังดาวไปเลย แล้วค่อยสอบสวน เผื่อมันหนีไปจะทำยังไง”“ดิฉันไม่หนีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำผิด” แสงดาวยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาท่านชายถึงกับถอนหายใจเบาๆ รู้สึกหนักใจไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า ตำรวจสมัยนี้เขาเก่ง ฉันว่าเรากลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ดาวขอเฝ้าหม่อมท่านที่นี่นะคะท่านชาย” แสงดาวมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์น้ำตานองหน้า ไม่นานท่านชายก็พย
“ฉันไม่ตลกกับหล่อนหรอกนะแม่เพลิน คราวหน้าหัดระวังคำพูดเสียบ้าง” หม่อมวิลัยเตือนแล้วตักอาหารใส่จาน เพลินพิศแอบเบ้ปากแล้วนั่งทานมื้อเช้าในสำรับของตัวเอง“ฉันไม่ดื่มน้ำเปล่า ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน” หญิงสาวทานไปไม่นานก็หันไปบอก เด็กรับใช้กลับออกไปอีกครั้ง หม่อมวิลัยรวบช้อนและหยิบผ้ากันเปื้อนเช็ดปาก มือยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและเข็นรถจะไปหยิบถ้วยยา เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แล้วหยุดรถนิ่งอยู่กับที“จะเอายาเหรอคะหม่อม เดี๋ยวเพลินหยิบให้ค่ะ” เพลินพิศอาสาแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยยาหญิงสาวหันไปมองหม่อมวิลัยที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มแล้วรีบหยิบเม็ดยาในถ้วยใส่ลงกระเป๋ากระโปรง ความเร่งรีบทำให้ยาเม็ดหนึ่งหล่นลงพื้นและกระเด็นเข้าไปใต้เตียง เป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้ถือน้ำส้มเข้ามา เพลินพิศก็เอายาที่เตรียมมาไปให้หม่อมวิลัยแทน“ยาค่ะหม่อม” เพลินพิศส่งถ้วยยาให้ ตามมาด้วยแก้วน้ำดื่ม หม่อมวิลัยรับไปถือและกลืนลงคอ ดื่มน้ำไปก่อนจะส่งแก้วกลับคืน“หล่อนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หม่อมวิลัยออกปากไล่ เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แต่แววตาสะใจที่แผนการเล่นงานแสงดาวดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้
เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ขจรศักดิ์ก็กลายเป็นแขกของวังเคียงรุ้งไปโดยปริยาย หลังเลิกงานหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็จะมาคลุกอยู่กับภรรยาและลูก เพราะแสงดาวต้องการดูแลหม่อมวิลัยจนกว่าจะมีหมอที่ไว้ใจได้มาแทน เพลินพิศก็คอยหาโอกาสใกล้ชิดขจรศักดิ์เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ และในทางลับอยุทธ์ก็ส่งสายตำรวจหญิงเข้ามาเป็นคนรับใช้ในวังเคียงรุ้งตามคำขอของเพื่อน จนกว่าแสงดาวกับลูกจะไปอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งแผนการนี้จะมีเพียงขจรศักดิ์ อยุทธ์ และหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์เท่านั้นที่รู้ทุกวันแสงดาวจะต้องแวะไปตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดให้หม่อมวิลัย พร้อมกับกำชับให้ทานยาตามหมอสั่ง เพราะคนที่ไว้ใจได้อย่างแม่จันทร์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ดวงตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น หม่อมวิลัยจึงให้อยู่เฉยๆ และมีคนดูแลอยู่ที่เรือนพักด้านหลัง“นี่หล่อนไม่เบื่อหรือยังไงที่ต้องมานวดมาจับขาฉันทุกวัน” หม่อมวิลัยเอ่ยถาม ขณะมองใบหน้านวลที่ดูจะอิ่มเอิบไปด้วยความสุข“ไม่เบื่อหรอกคะ ขอให้แม่ใหญ่เดินได้ ดาวก็ดีใจแล้ว”“ใช่คร้าหม่อมยาย เราจะได้ไปวิ่งไล่จับกันคร้า” น้องหวายซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักฉีกยิ้มกว้างๆ จนเห็นลักยิ้ม หม่อมวิลัยหัวเราะมองค
กว่าขจรศักดิ์จะพาแสงดาวออกมาร่วมงานเลี้ยงได้ แสงอาทิตย์ก็ถูกแทนที่ด้วยม่านดำแห่งราตรีกาลไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่จับมือกันเดินมาอย่างมีความสุข“ฉันว่าอีกสองสามปีคงต้องไว้หนวดไว้เคราแล้วล่ะดาว”“ทำไมล่ะคะ” แสงดาวเอียงหน้าถามเป็นเชิงไม่เข้าใจ ขจรศักดิ์จึงกดจมูกลงบนแก้มปลั่งแรงๆ อยุทธ์หันมาเห็นก็อดแซวไม่ได้“คุณชายขจรศักดิ์จะฆ่าคนโสดให้ตายเลยหรือยังไงขอรับ ผมล่ะโคตรอิจฉาเสียจริงๆ” สารวัตรหนุ่มบอกพลางส่งสายตาละห้อยไปให้ศศิธรเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่หญิงสาวย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“คุณชายอ่ะ ทำให้ดาวอายอีกแล้วนะคะ ไม่อยู่ใกล้แล้ว ไปหาลูกดีกว่า” แสงดาวต่อว่าหน้าแดงซ่าน แล้วก้าวดุ่มๆ ไปทำความเคารพผู้ใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปเล่นกับลูกสาวสุดรัก ศศิธรแยกเขี้ยวใส่อยุทธ์แล้วเดินไปหาแสงดาว ปล่อยให้สองหนุ่มมองตาม“วันนี้ทำคะแนนกับแม่ยายได้กี่คะแนนแล้วเพื่อน”“ว่าที่แม่ยายให้คะแนนไม่ทันเลยล่ะ”ขจรศักดิ์หัวเราะในลำคอพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กรับใช้ อยุทธ์คลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองศศิธรด้วยความรัก จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วขึ้นชน







