สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)

สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)

last updateLast Updated : 2026-01-08
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
70Chapters
393views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

แสงดาว แม่ค้าขายขนมครกข้างถนนชั้นไพร่ที่ต้องมาถูกคุณชายผู้สูงศักดิ์หยามเกียรติสกุลรุนชาติ ว่ากันว่าเขาไร้หัวใจ หัวใจที่รักใคร มีนิสัยดุดัน เงียบขรึม เดาใจยาก อีกทั้งยังไม่เคยมีรอยยิ้มบนใบหน้าเลยสักครา!

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เขตพระนคร ปลายพุทธศักราช ๒๕๐๘ ต้นฤดูคิมหันต์...

คำว่า ‘คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนติดดิน’ ยังคงใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัยไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ ‘แสงดาว’ เด็กสาววัยดรุณีผู้แสนยากจน ซึ่งมีอาชีพหาบเร่ขายขนมครกอยู่ตามย่านถนนเจริญกรุง เธอต้องหาเช้ากินค่ำและมุมานะอย่างหนักเพื่อหวังว่าสักวันครอบครัวของตนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

มือเล็กจิ๋วหยาบกร้านนิดๆ อันเนื่องมาจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ค่อยๆ บรรจงหยิบขนมครกเนื้อนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของกะทิใส่ลงบนกระทงใบตองขนาดเท่าฝ่ามือทีละชิ้น แล้วยื่นไปให้กับลูกค้าที่มาซื้อด้วยรอยยิ้มสดใสน่ารัก

ภาพนั้นเป็นภาพที่คุ้นชินของคนในละแวกนี้ดี เพราะเด็กสาวมีนิสัยร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจา และมีมิตรไมตรีต่อทุกคน จึงทำให้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเทียวแวะเวียนมาอุดหนุนมิได้ขาดสาย

“วันนี้ได้กี่สตางค์แล้วล่ะนังแสงดาว รู้สึกขนมครกของเอ็งจะขายดีเป็นเทน้ำเป็นท่าเชียวนะ”

ป้าศจี ‘แม่ค้าขายผักสด’ หันมาเลียบเคียงถาม ขณะจัดแจงผักชนิดต่างๆ ที่วางอยู่บนหาบของตัวเองให้แลดูน่าพิศมองต่อผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

“ก็พอได้จ้ะป้า” แสงดาวคลี่ยิ้มหวาน แล้วหมุนกายไปหยอดแป้งส่วนผสมกะทิลงในถาดขนมครกที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านร้อนๆ อย่างขะมักเขม้นต่อ

“แล้วช่วงนี้แม่ของเอ็งได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างหรือเปล่าหือ?”

ประโยคของหญิงวัยกลางคนที่โพล่งขึ้นโดยไม่ได้ไตร่ตรองหรือคิดอะไร เปรียบเสมือนดั่งท่อนไม้แข็งๆ ที่พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศเข้ามากระแทกยังโสตประสาทของคนฟังจนกระตุกวูบไหว นัยน์ตาสีดำสนิทกลมโตหลุบมองดูพื้น รู้สึกแน่นในอกคล้ายจะหายใจไม่ออกเอาดื้อๆ

“ไม่กลับมาบ้านหลายวันแล้วจ้ะป้า ครั้นหนูจะไปตามก็กลัวจะถูกไล่ตะเพิดเอา...” ในขณะที่พูดนั้นดวงหน้านวลแฉล้มก็ซ่อนแววขื่นขมให้มิดชิดจากสายตาใคร่รู้ของอีกฝ่าย

แต่มีหรือที่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาลอย่างนางศจีจะไม่สังเกตสังกา มืออันเริ่มเหี่ยวย่นตามวัยจึงเอื้อมไปลูบปลอบประโลมศีรษะเล็กๆ ที่ถักเปียหางม้าด้วยความเวทนาจับใจ “เอ็งคิดเสียว่านังเดือนแรมไปทำงานหาเงินหาทองก็แล้วกันนะแสงดาวเอ๊ย”

คราวนี้เด็กสาวพยายามฝืนยิ้มบนใบหน้าที่หม่นหมองดุจดอกไม้ก้านเฉา ก่อนจะตอบกลับไปเสียงสั่นเครือ

“จ้ะป้า...หนูเข้าใจ”

จากนั้นหญิงต่างวัยทั้งสองคนก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยตามประสาแม่ค้าข้างถนน แสงดาวพอใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีป้าศจีคอยเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจเธออยู่เสมอ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอรักและเคารพผู้มากวัยกว่าเสมือนญาติผู้ใหญ่แท้ๆ ก็ไม่ปาน

แสงสีทองจากดวงอาทิตย์หอบเอาไอร้อนลงมาลามเลียผิวกายของผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาในเขตพระนครจนแสบแสน ก่อนจะค่อยๆ ทอรัศมีอ่อนลงยามเย็นเพื่อหลบเลี่ยงให้เหล่าเดือนดาราออกมาฉายประกายเรื่อเรืองแทน ดั่งเช่นแสงดาวที่ยังคงมีวิถีชีวิตตามเดิม ความอดอยากแร้นแค้นเป็นสิ่งที่คุ้นชินสำหรับเธออยู่เสมอ

โดยแต่ละวันในเวลาย่ำรุ่ง เด็กสาวจะต้องตื่นขึ้นมาตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ทำขนมครก ด้วยการลงมือผสมหัวกะทิ หางกะทิ เกลือป่น น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถัน และนำไปตั้งเตาไฟจนละลายได้ที่ จากนั้นก็ยกลงทิ้งไว้ให้เย็นครู่ใหญ่ๆ แล้วจึงจัดแจงใส่ลงบนหาบของตัวเองเพื่อเอาไปเร่ขายตามย่านถนนเจริญกรุงเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา

ร่างแน่งน้อยในชุดอาภรณ์เก่าๆ มอซอเดินทอดน่องมาเรื่อยๆ ตามริมฟุตบาท กระทั่งพอถึงทางแยก เท้าเล็กๆ จึงย่างก้าวลงไปบนพื้นถนน หมายจะข้ามไปยังอีกฟากฝั่ง...

ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นเอง! โรลส์รอยซ์รุ่นคลาสสิกสีแดงสดมันวับแบบเปิดประทุนก็พุ่งทะยานตรงมาพอดีด้วยความเร็วค่อนข้างสูง!

ทุกสิ่งรอบกายคล้ายจะหยุดนิ่ง แสงดาวหันขวับไปมอง ดวงตากลมโตเบิกโพลง มือเรียวยกขึ้นปิดปากที่อ้าหวอ

ปรี๊น!?!! ปรี๊นๆๆๆ ปรี๊นนน!!??!

เสียงแตรรถแผดร้องก้องกังวาน สะท้านโสตประสาทยิ่งนัก ในขณะที่คนขับรีบหักพวงมาลัยพร้อมกับใช้เท้ากระทืบเบรกเต็มแรงจนลากล้อดังเอี๊ยด กลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าเบรกคละคลุ้งไปทั่ว

ร่างของเด็กสาวผงะหงายล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองอยู่พื้นถนน ถาดขนมครกและแป้งส่วนผสมกะทิซึ่งอยู่ในหาบนั้นหกเรี่ยลาดไปหมด

“นี่หล่อน! อยากตายเป็นผีเฝ้าถนนหรือยังไงห๊ะ! เดินทะเล่อทะล่าออกมาโดยไม่ดูสัญญาณไฟจราจรแบบนั้น!”

เสียงของโชเฟอร์ตะโกนก่นด่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงมาดู ซึ่งแสงดาวเองก็พยายามยันกายลุกขึ้นเพื่อจะไปเอาเรื่องคู่กรณีให้ถึงที่สุดเช่นกัน

หากแต่เมื่อดวงตาแป๋วแหววที่มีเงานุ่มๆ ดุจกำมะหยี่เหลือบแลเห็นใบหน้าเจ้าของรถยนต์สุดหรูชัดๆ เต็มสองเบ้า ความโมโหที่อัดแน่นอยู่บนอกในคราแรก มีอันต้องมลายหายไปจนหมดสิ้น แล้วแปรเปลี่ยนเป็นจับจ้องอย่างลุ่มหลงราวกับต้องมนต์สะกดเสียแทน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวซึ่งเติบโตมาจากสังคมชนชั้นล่างได้พบเจอบุรุษหนุ่มผู้สง่างามไปทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้

แสงดาวยังคงเพ่งพิศร่างสูงใหญ่ผึ่งผายภายใต้เสื้อผ้าเกรดเอเนื้อเยี่ยมอย่างไม่อาจถอนสายตาไปได้ง่ายๆ ใบหน้าที่หล่อเหลานิ่งขรึมกับจมูกโด่งคมเป็นสัน อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกได้รูป รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ปั่นป่วนวาบหวามปานจะโลดออกมานอกทรวง

“นี่ยัยเด็กข้างถนน” เขาเอ่ยขึ้นเสียงห้วนๆ สองมือไพล่หลังด้วยกิริยาผู้ดี “จะยืนจ้องหน้าฉันอยู่อีกนานไหม...ฮึ!”

ประโยคเชิงตำหนิแกมดุดังกล่าว เรียกสติของแสงดาวให้กลับคืนมาฉับไว

‘หน็อย! ถึงจะหน้าตาดีแค่ไหน แต่ปากคอเราะร้ายแบบนี้ก็ไม่น่าอภิรมย์เหมือนกัน ไม่รู้ผีตัวไหนเจาะปากเน่าๆ มาให้พูด’

เด็กสาวหลับตาลงเพื่อรวบรวมความกล้าที่กระจัดกระจายเหมือนผงแป้งให้เข้ามารวมเป็นกลุ่มก้อนตามเดิม ก่อนจะสวนคำพูดแสบๆ คันๆ ราวกับมดกัดกลับไปอย่างถือดี

“แล้วคุณล่ะ เป็นเทวดามาจากสวรรค์ชั้นไหนมิทราบ ทำไมดิฉันถึงจะจ้องหน้าคุณไม่ได้”

นัยน์ตาสีเข้มเสมือนตาเสือวาวโรจน์ขึ้นทันที “หืม...ปากเก่งเชียวนะ หล่อนรู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”

“ไม่รู้ค่ะ และดิฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้ให้รกสมองอีกด้วย” เด็กสาวเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทั้งที่ในใจนั้นเต้นแรงโครมคราม หากจำเป็นต้องสร้างความกล้าให้กับตนเอง

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด สันกรามกระตุกตุบๆ พลางมองประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ซึ่งปกติแล้วไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนหาญกล้ามาเถียงคำไม่ตกฟากกับเขาฉอดๆ เยี่ยงนี้ แต่ยัยเด็กต่ำศักดิ์ไร้สกุลรุนชาติที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าคนนี้ กลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิด แถมยังชูคอผยองอวดดีอีกต่างหาก

ดังนั้นมือหนาทั้งสองข้างจึงไม่รีรอที่จะพุ่งปราดเข้าไปตะปบไหล่กลมกลึงพร้อมทั้งออกแรงเขย่าจนร่างไหวโอน

“เปรียบเสมอไพร่! กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับฉัน!”

แสงดาวเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เรือนกายสั่นระริก รู้สึกคล้ายกับมีกำปั้นหนักๆ ชกเข้าที่ใบหน้าจนมึนชา เนื่องจากตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกใครหยามเกียรติเท่านี้มาก่อน ร่างแน่งน้อยจึงสะบัดตัวออกห่างและเอามือเท้าสะเอวจ้องมองมายังชายหนุ่มอย่างเกรี้ยวกราด

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
70 Chapters
บทที่ 1
เขตพระนคร ปลายพุทธศักราช ๒๕๐๘ ต้นฤดูคิมหันต์...คำว่า ‘คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนติดดิน’ ยังคงใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัยไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ ‘แสงดาว’ เด็กสาววัยดรุณีผู้แสนยากจน ซึ่งมีอาชีพหาบเร่ขายขนมครกอยู่ตามย่านถนนเจริญกรุง เธอต้องหาเช้ากินค่ำและมุมานะอย่างหนักเพื่อหวังว่าสักวันครอบครัวของตนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมือเล็กจิ๋วหยาบกร้านนิดๆ อันเนื่องมาจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ค่อยๆ บรรจงหยิบขนมครกเนื้อนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของกะทิใส่ลงบนกระทงใบตองขนาดเท่าฝ่ามือทีละชิ้น แล้วยื่นไปให้กับลูกค้าที่มาซื้อด้วยรอยยิ้มสดใสน่ารักภาพนั้นเป็นภาพที่คุ้นชินของคนในละแวกนี้ดี เพราะเด็กสาวมีนิสัยร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจา และมีมิตรไมตรีต่อทุกคน จึงทำให้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเทียวแวะเวียนมาอุดหนุนมิได้ขาดสาย“วันนี้ได้กี่สตางค์แล้วล่ะนังแสงดาว รู้สึกขนมครกของเอ็งจะขายดีเป็นเทน้ำเป็นท่าเชียวนะ”ป้าศจี ‘แม่ค้าขายผักสด’ หันมาเลียบเคียงถาม ขณะจัดแจงผักชนิดต่างๆ ที่วางอยู่บนหาบของตัวเองให้แลดูน่าพิศมองต่อผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา“ก็พอได้จ้ะป้า” แสงดาวคลี่ยิ้มหวาน แล้วหมุนกายไปหยอดแป้งส่ว
last updateLast Updated : 2025-12-13
Read more
บทที่ 2
“นี่รึ? ที่เขาเรียกว่าผู้ดี เที่ยวดูถูกดูแคลนคนอื่นไปทั่ว มันก็ไม่ต่างอะไรจากไพร่เหมือนกันนั่นแหละ”เพราะถูกคนรอบข้างยกยอปอปั้นและให้เกียรติจนเคยชิน ทำให้ชายหนุ่มหน้ามืดหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินวาจาผรุสวาทสาดโครมมาใส่ ร่างสูงผึ่งผายจึงรีบย่างสามขุมเข้าไปหาราวกับเสือร้ายเห็นนางกระจงน้อย ฉุดเอาข้อมือเล็กจิ๋วแล้วเหวี่ยงหมุนร่างบอบบางมาปะทะอกแกร่งซึ่งขวางเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่น“จองหองมากไปแล้ว!”“ปล่อยนะ! ดิฉันเจ็บ!” แสงดาวพยายามดิ้นขลุกขลิก แต่ยิ่งดิ้นอ้อมกอดก็ยิ่งรัดแน่นจนกระดูกแทบหัก“ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้สั่งสอนเด็กทโมนอย่างหล่อนให้หลาบจำ ก็อย่ามาเรียกฉันว่า ‘หม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์’ อีกเลย!”ครั้นพอได้ยินคำประกาศเปรี้ยงดุจสายฟ้าฟาดของชายหนุ่มแบบชัดๆ เต็มสองรูหู แสงดาวถึงกับเบิกตาขึ้นช้าๆ จนกลายกลายเป็นถลึงเหลือก ก่อนที่ร่างเล็กจะถลาถอยร่น แล้วหมอบตัวลงแนบพื้นถนนด้วยท่าทางสั่นเทาปานลูกนกเปียกฝน!ความพะวักพะวงระคนหวาดหวั่น ยังผลให้ดวงตาสีประกายนิลเริ่มเป็นเงารื้นขึ้น เมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มซึ่งมีศักดิ์นำหน้าเป็นถึง ‘หม่อมราชวงศ์’ คงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเอามากๆ ที่ลูกหนูหริ่งตัวน้อยอย่าง
last updateLast Updated : 2025-12-13
Read more
บทที่ 3
“นังแสงดาว” หญิงวัยกลางคนหันไปเอ็ดเด็กสาวที่ตนรักและเอ็นดูเสมือนลูกหลานแท้ๆ เสียงขรม “หยุดต่อล้อต่อเถียงกับคุณชายขจรได้แล้ว ประเดี๋ยวไอ้แดงมันก็ซวยไปด้วยอีกคนเอาหรอก”“ซวย?...” เด็กสาวทวนคำอย่างฉงนสนเท่ห์“ก็ใช่นะสิ”“แล้วทำไมจะต้องซวยด้วยล่ะจ๊ะป้า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่แดงเลยนี่น่า”“จะไม่ให้เกี่ยวได้อย่างไร ก็เพราะว่าไอ้แดงน่ะทำงานเป็นคนล้างรถอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งก็คือวังของคุณชายขจรยังไงล่ะ” คิ้วสีนิลซึ่งเริ่มมีสีขาวแซมนิดๆ ของนางศจียับย่นขณะบอกเล่าแสงดาวอึ้งไปครู่ใหญ่ๆ เพราะเธอไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน และเมื่อเหลือบไปเห็นป้าศจีซึ่งก้มหน้าก้มตาด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว ความรู้สึกโกรธกรุ่นก็ปรากฏเด่นชัดบนขากรรไกรน้อยๆ ที่ขบแน่น จนนึกอยากจะวิ่งไปหาท่อนไม้ใหญ่ๆ มาฟาดใส่อีตาคุณชายหน้ายักษ์สักป๊าบ!“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง” หม่อมราชวงศ์หนุ่มพูดแทรกขึ้นพร้อมทั้งพยักหน้าน้อยๆ “ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้จักชื่อของฉัน”“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะเจ้าคะคุณชายขจร” นางศจีมีท่าทางกระตือรือร้นเมื่ออีกฝ่ายเบือนหน้ามาสนทนาด้วย “เวลาไอ้แดงกลับมาบ้านทีไร มันมักจะเล่าถึงความมีน้ำ
last updateLast Updated : 2025-12-13
Read more
บทที่ 4
ร่างองอาจของหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์เดินเข้ามาทรุดกายลงนั่งยังเก้าอี้ไม้สักทองในห้องหนังสือ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับริมหน้าต่าง ก่อนจะยกมือขึ้นไปนวดคลึงบริเวณขมับเบาๆ เพื่อคลายความเครียดอันเนื่องมาจากที่เขาได้โกหกคำโตต่อบุพการีทั้งสองว่าตนนั้นมี ‘คนรัก’ อยู่แล้วมือหนาเอื้อมไปหยิบขวดวิสกี้ราคาแพงที่อยู่บนโต๊ะพร้อมทั้งเปิดฝามันออก แล้วจึงรินใส่ในแก้วทรงเตี้ยพอประมาณ จากนั้นก็กรอกเข้าปากรวดเดียวอึกๆ จนหมดราวกับเป็นน้ำหวานก็ไม่ปานเหล้า...คือสิ่งที่เขามักจะเอาไว้ใช้ผ่อนคลายยามมีอารมณ์ขุ่นมัวหรือหมองใจอะไรสักอย่างหม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้ดีว่าผู้เป็นมารดาและบิดาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยัดเยียดบุตรสาวของเจ้าขุนมูลนายในสังคมชั้นสูง ซึ่งเปี่ยมไปด้วยหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล และการศึกษาให้เขาทุกครั้งที่สบโอกาสแต่จนแล้วจนรอดก็หามีหญิงใดทะลายกำแพงหัวใจอันแสนเย็นชาดวงนี้ได้เลยสักคน นอกจาก ‘ปานรวี’ ผู้หญิงหนึ่งเดียวที่เขาเคยมอบความรู้สึกดีๆ ให้เมื่อสมัยไปร่ำเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษทั้งคู่คบหาดูใจและให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเมื่อเรียนจบจะกลับมาแต่งงานกันที่ประเทศไทย ทว่าความสุขนั้นมักจะอยู่กับคนเราได้ไม
last updateLast Updated : 2025-12-13
Read more
บทที่ 5
แม้ว่าภาพยนตร์ฝรั่งในช่วงบ่าย ณ ศาลาเฉลิมกรุงจะมีเนื้อเรื่องสนุกตื่นเต้นมากเพียงใด หากหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ก็หาได้มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด เขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากรอยยิ้ม และนั่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นตามโบสถ์วิหาร จนหม่อมหลวง ‘ศศิธร’ บุตรสาวคนสวยของหม่อมราชวงศ์นายแพทย์เดชาพันธ์ถึงกับส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“คุณชายคะ” หญิงสาวหันมาหาชายหนุ่ม ขณะที่ทั้งสองเดินมาถึงลานจอดรถหลังจากภาพยนตร์ฉายจบลงแล้ว “รู้สึกว่าวันนี้สติของคุณชายจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเลยนะคะ กำลังกระหวัดคิดถึงสาวคนไหนหรือเปล่าน๊า...”คำปรารภที่แฝงไว้ด้วยความกระเซ้าเย้าแหย่ดังกล่าว ทำเอาขจรศักดิ์หน้าตึงเปรี๊ยะ พลางรีบปรับบุคลิกของตนให้แลดูเป็นปกติทันที ก่อนจะเอ่ยถามกลับมาเสียงราบเรียบอย่างไว้เชิง“ไม่ทราบว่าอะไรดลใจทำให้คุณนวลคิดเช่นนั้นล่ะครับ”“คุณชายก็รู้ดีอยู่แก่ใจนี่คะ จะต้องมาย้อนถามนวลทำไมกันเล่า” ขณะที่พูดนั้น ศศิธรก็รับรู้ถึงอีกมุมหนึ่งของหม่อมราชวงศ์หนุ่มซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน เพราะทุกครั้งที่พบกัน เขามักจะวางตัวนิ่งขรึม ไร้อารมณ์กับสิ่งรอบข้าง ทว่าวันนี้เจ้าตัวกลับดูแปลกไป ดั่งมีเรื่องอะไรสักอย่างที่ต้องคบคิดอยู
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
บทที่ 6
“ถ้าคุณเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวล่ะก็...” ดวงตากลมแป๋วกวาดมองอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ด้วยรอยยิ้มเยาะๆ “...คงรู้นะคะว่าน้ำกะทิในถ้วยที่ดิฉันถืออยู่นี้ มันจะไปเลอะตรงไหนบนเสื้อผ้าราคาแสนแพงของคุณ จะลองดูก็ได้นะคะ”“หล่อนกล้ารึ!”“ทำไมดิฉันจะไม่กล้า”“ก็ได้...หล่อนบีบให้ฉันต้องทำแบบนี้เองนะ”ว่าแล้วขจรศักดิ์ก็อาศัยความว่องไวและคล่องตัวกว่า โฉบเข้าไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวอย่างรวดเร็วดุจแสง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบนบ่าในท่าลักษณะห้อยศีรษะจนผมยาวสลวยลากลงบนพื้น“กรี๊ดดด!!!”เสียงใสหวีดร้องระงมลั่น สองขาตีขึ้นลงเพื่อขัดขืน ทว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็ไร้ความปราณี ฝ่ามือแกร่งดั่งก้อนอิฐตวัดขึ้นไปบนอากาศ แล้วฟาดเปรี้ยงลงมากระทบก้นนุ่มนิ่มของแสงดาวเต็มแรงจนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บปวดระคนตกใจ“ฮึ...เก่งนักใช่ไหม ผยองๆ แบบนี้ต้องเจอคนอย่างฉันกำราบเสียบ้าง”ขจรศักดิ์มันเขี้ยวแม่คนแสนแสบ จึงกางนิ้วเป็นก้ามปูแล้วหนีบเข้าที่ก้นงอนๆ นั้น ยังผลให้แสงดาวดิ้นพล่าน ใบหน้าแดงแปร๊ดราวกับแตงโมผ่าซีก“คนบ้า! ปล่อยดิฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”“ไม่ปล่อย ถ้าเก่งนักก็ลงให้ได้เองสิ”“อย่าทำให้ดิฉันต้องเกลียดขี้หน้าคุ
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
บทที่ 7
หลังจากไปส่งหม่อมหลวงศศิธรที่วังหฤทัย ขจรศักดิ์ก็ขับรถไปหาเพื่อนที่อยู่ย่านพระรามสอง ดอกไม้หลากหลายสีสันที่ชูช่ออวดความสวยงามอยู่ตามสองข้างทางทำให้อารมณ์อันขุ่นมัวของหม่อมราชวงศ์หนุ่มดีขึ้นมาบ้าง ขณะที่รถวิ่งไปตามถนนสายรองเพื่อเข้าไปในซอย สายตาคู่คมก็ไปสะดุดกับร่างแน่งน้อยซึ่งกำลังหาบเร่เดินอยู่บนฟุตบาท เมื่อรถวิ่งเข้าไปใกล้จนเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวดปีกกว้างก็หักพวงมาลัยเข้าไปจอดข้างทางทันที อารมณ์กรุ่นโกรธเริ่มตีปะทะขึ้นอีกครั้ง“ยัยเด็กเหลือขอ...” ขจรศักดิ์เปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินลิ่วๆ ไปหาแสงดาว ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรนั้นบึ้งตึงขึงเครียดตึงราวกับถูกปีศาจเข้าสิงยังไงยังงั้น“อีตาคุณชายหลงโรง” รัศมีของความน่ากลัวพุ่งตรงเข้ามาปะทะตัว จนแสงดาวต้องถอยหลังแล้วรีบเดินกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็ว“จะหนีไปไหนยัยตัวแสบ” ร่างสูงเอื้อมมือไปจับไม้คานเอาไว้ แต่แสงดาวก็ยังพยายามเดินไปข้างหน้าต่อ ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจทัดทานพลังอันมหาศาลแห่งบุรุษได้ ท้ายที่สุดแล้วเด็กสาวจึงตัดสินใจวางหาบลงกับพื้นและหันหน้ามาประจัญบานในแบบ...ตาต่อตา...ฟันต่อฟัน!“คุณชายบ้า จะเอาเรื่องฉันให้ได้ใช่ไหม”
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
บทที่ 8
“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงต้องไปหาหมอไหมครับ”“ไม่ต้องค่ะ ดิฉันไม่เป็นไรมาก”ขจรศักดิ์เห็นเพื่อนรักเอาใจคู่กรณีมากเกินไปก็หันมามองเธอด้วยสายตาเหยียดๆ “ยัยเด็กเหลือขอคนนี้อึดจะตาย ไม่เป็นไรง่ายๆ หรอก ฉันสิถูกรัดคอซะแดงเลย” หม่อมราชวงศ์หนุ่มขยับต้นคอ รู้สึกเคล็ดขัดยอกไปหมด อยุทธ์มองใบหน้ามอมแมมของแสงดาวอย่างเห็นใจ“ถ้าจะตาย ฉันจะตายพร้อมกับคุณนั่นแหละ คุณชายหลงโรงนิสัยไม่ดี” เด็กสาวลอยหน้าลอยตาต่อว่า เพราะมั่นใจว่าเขาทำร้ายเธอไม่ได้แน่นอน“ผีเจาะปากมาพูดหรือไงถึงมาแช่งคนอื่นแบบนี้ห๊ะ!” ขจรศักดิ์ตวาดอย่างเหลืออด อยุทธ์มองเพื่อนรักผ่านกระจกหลัง และอดสงสัยไม่ได้ ขจรศักดิ์นั้นมีนิสัยเคร่งขรึม เดาใจยาก ทิฐิในตัวสูง ไม่มีทางที่เขาจะยอมลดตัวลงไปมีเรื่องกับคนระดับล่างอย่างแน่นอน แต่ทำไมถึงได้เดือดดาลเอากับเด็กสาวคนนี้ก็ไม่รู้...“หยุด…ทั้งสองนั่นแหละ ใครผิดใครถูกก็ต้องถูกสอบสวนทั้งหมด” สารวัตรหนุ่มอย่าศึกน้ำลาย แสงดาวหันไปทำตาปรอยๆ เพื่อเรียกคะแนนสงสารจนขจรศักดิ์หมั่นไส้“แต่คุณชายหลงโรงคนนี้หาเรื่องดิฉันก่อนนะคะคุณตำรวจ”อยุทธ์อมยิ้มกับสรรพนามที่เด็กสาวใช้เรียกทายาทแห่งวังตะวันฉาย “เดี๋ยวผมจะสอบปาก
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
บทที่ 9
“นายยังไปไหนไม่ได้…เพราะนายก็ตกเป็นผู้ต้องหาเหมือนกัน เธอแจ้งความจับนายหลายกระทงเลยล่ะ หนึ่งทำร้ายร่างกาย สองทำให้เสียทรัพย์แล้วก็กระทำชำเราเธอด้วย” ข้อหาสุดท้ายทำเอาขจรศักดิ์อ้าปากหวออย่างคาดไม่ถึง“ฉันเนี่ยนะกระทำชำเรายัยเด็กเหลือขอนั่น” ขจรศักดิ์อุทานแล้วยกมือเท้าสะเอว อารมณ์ไม่ต้องพูดถึง เพราะมันพุ่งปี๊ดสุดๆ “ให้ตายสิ...คิดได้ยังไง”“ฉันว่าถ้าเด็กคนนั้นโตขึ้นอีกหน่อย ล้างคราบมอมแมมออก รับรองได้เลยว่า ‘ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ทั้งหวาน’ เชียวล่ะ” อยุทธ์เห็นเพื่อนทำหน้าทู่เป็นปลาบู่ชนเขื่อนก็อมยิ้ม เอ่อหนอ...คุณชายรูปงามผู้ไม่เคยถูกขัดใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ มีแต่คนคอยพะเน้าพะนอ วันนี้ถูกสาวน้อยไร้หัวนอนปลายเท้าหักหน้าเต็มๆ แถมลดฐานันดรเป็นคุณชายหลงโรงอีกต่างหาก ไม่ต้องถามว่าโกรธมากแค่ไหน เพราะปรอทยังวัดไม่ได้เลยแสงดาวนั่งรอผู้ปกครองมารับเกือบสองชั่วโมง ทว่าก็ไร้วี่แวว มือบางวางบนตักบีบกันแน่นอย่างเสียใจ แต่แล้วอึดใจต่อมาก็มีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานเดินแกมวิ่งขึ้นมาบนสถานีตำรวจ ตามหลังมาด้วยหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ผู้ที่มีธุรกิจไนท์คลับและสถานบันเทิงแบบครบวงจรหลายแห่งทั่วเขตพระนคร“ดาว...”
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
บทที่ 10
ห้าโมงเย็นรถยนต์คันหรูของหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ก็พาสองแม่ลูกมาถึงจุดหมายปลายทาง แสงดาวมองประตูอัลลอยด์บานใหญ่ลวดลายสวยงามที่เคลื่อนตัวเปิดช้าๆ ขณะที่ภาพของวังเคียงรุ้งอันกว้างใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า รอบๆ บริเวณประดับประดาไปด้วยแมกไม้นานาพันธ์ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับปลูกแซมกันอย่างลงตัว เสริมส่งให้ทั่วบริเวณเขียวขจีและบรรยากาศเย็นสบาย แสงดาวมองความยิ่งใหญ่ของวังอย่างตื่นตา กระทั่งรถจอดสนิท เดือนแรมหันไปจับมือบุตรสาวก้าวลงมาจากรถ“ไปเถอะดาว”แสงดาวเดินไปยืนเคียงข้างมารดา แม่วาดซึ่งแม่บ้านเก่าแก่ของวังออกมารับเจ้านายพร้อมกับเด็กรับใช้อีกสองคน“เรือนตุ๊กตาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนะคะท่านชาย” แม่วาดบอกด้วยกิริยานอบน้อม ก่อนจะปรายหางตามองเด็กสาวหน้าตามอมแมม แสงดาวจึงยกมือไหว้อย่างมีสัมมาคาวะจนแม่วาดรับไหว้แทบไม่ทัน“สวัสดีค่ะป้า”“ลูกสาวคุณเดือนน่ะแม่วาด” ท่านชายเอกสิทธิ์แนะนำ “ตามสบายเลยนะหนูดาว ฉันไปทำงานก่อน” ประมุขของวังเคียงรุ้งหันไปมองเดือนแรม“เดือนขอนอนกับลูกที่เรือนตุ๊กตานะคะท่านชาย” เดือนแรมบอกด้วยสีหน้าเกรงใจ เพราะเธออยู่กับท่านชายเอกสิทธิ์ที่ตึกใหญ่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งของเจ้าของวัง“ไ
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status