LOGINหลังศาลหลินซือเหยียนเดินออกจากห้องพิจารณาอาเหมยรออยู่หน้าประตู เมื่อเห็นเธอก็รีบเดินเข้ามาหา“คุณผู้หญิง... เป็นยังไงบ้างคะ”หลินซือเหยียนมองประตูห้องพิจารณาที่ปิดลงด้านหลัง“จบแล้ว”เธอเดินผ่านฝูงชนไปยังบันไดทางออกเพิ่งลงไปได้ไม่กี่ขั้น เสียงคุ้นเคยก็ดังตามหลังมา“เจี๋ยเจี๋ย!”หลินซือเหยียนหยุดกู้ถิงเฉินวิ่งตามมาจนทัน เขาหอบเล็กน้อย“ขอบคุณ”เธอหันกลับไปมอง“ขอบคุณเรื่องอะไร”“เรื่องที่คุณพูดในศาล”เขาหายใจเข้าลึก“เรื่องที่คุณขอให้แม่ได้รับการรักษา”หลินซือเหยียนไม่ได้ตอบในทันทีกู้ถิงเฉินมองเธออย่างลังเล“คุณ... ไม่โกรธแม่แล้วเหรอ”“ฉันไม่โกรธแล้ว”เธอเว้นไปครู่หนึ่ง“แต่ฉันก็ไม่ลืม”กู้ถิงเฉินก้มหน้าลง“ผมเข้าใจ”“กู้ถิงเฉิน”“ครับ”หลินซือเหยียนมองเขานิ่ง ๆ“ฉันมีเรื่องจะบอก”เขาเงยหน้าขึ้น“อะไรครับ”เธอสูดหายใจเข้าลึก“ฉันท้อง”กู้ถิงเฉินนิ่งไป ราวกับไม่เข้าใจคำพูดนั้นในทันที“ท้อง...?”“ใช่”“ลูกของเรา?”หลินซือเหยียนพยักหน้าดวงตาของเขาเบิกกว้าง“ตั้งแต่เมื่อไหร่”“ก่อนที่ฉันจะออกจากบ้าน”กู้ถิงเฉินยืนนิ่งอยู่หลายวินาที“แล้วทำไม... ทำไมคุณไม่บอกผม”หลินซือเหยียนมองเขา“เ
อัยการเริ่มนำพยานขึ้นเบิกความเมื่อถึงคิวของหลินซือเหยียน เธอลุกขึ้นยืนและเดินไปยังแท่นพยาน“คุณหลิน กรุณาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณ”หลินซือเหยียนยืนตัวตรง มือประสานกันอยู่ด้านหน้า“ฉันแต่งงานกับคุณกู้ถิงเฉินเมื่อสองเดือนก่อน หลังจากนั้นไม่นาน ฉันเริ่มมีอาการง่วงซึม มึนงง และหลงลืมบ่อยครั้ง”เธอเล่าตั้งแต่วันที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน วันงานเลี้ยงน้ำชา วันที่เธอถูกวางยา ไปจนถึงวันที่ตัดสินใจออกจากบ้านน้ำเสียงของเธอเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีการกล่าวเกินจริงแม้แต่น้อยจนกระทั่งมาถึงช่วงสุดท้าย“ฉันออกจากบ้าน เพราะฉันกลัวว่า ถ้ายังอยู่ต่อฉันอาจตาย”คำว่า ตาย ทำให้ทั้งห้องเงียบลงหลินซือเหยียนสูดลมหายใจเข้า ก่อนพูดต่อ“ฉันไม่ได้อยากตาย ฉันแค่อยากมีชีวิตอยู่”เธอหันไปมองซูเยี่ยน“ฉันไม่โกรธคุณซูเยี่ยนอีกแล้ว”ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ“แต่ฉันไม่สามารถให้อภัยกับสิ่งที่คุณทำได้”สีหน้าของซูเยี่ยนหม่นลงอีกครั้งหลินซือเหยียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ“ฉันแค่อยากให้คุณได้รับการรักษา”ผู้พิพากษาขมวดคิ้วเล็กน้อย“หมายความว่าอย่างไร”หลินซือเหยียนหันกลับไป“ฉันคิดว่าสิ่งที่คุณนายซูทำ อาจไม่ได้เกิด
ศาลแขวงกลางนัดไต่สวนคดีในเช้าวันจันทร์ท้องฟ้าขมุกขมัว ฝนตกปรอย ๆ ตั้งแต่เช้ามืด ผู้คนในชุดสูทและชุดราชการเดินขวักไขว่ไปมาตามโถงทางเดินของศาล กลิ่นอับชื้นจากพื้นหินปะปนกับกลิ่นหมึกและกระดาษเก่าหลินซือเหยียนมาถึงก่อนเก้าโมงเช้า อาเหมยเดินตามหลังเธอมาเงียบ ๆ วันนี้เธอสวมเดรสสีเทาเรียบ ๆ ไม่มีเครื่องประดับ ผมยาวถูกรวบตึง เผยให้เห็นใบหน้าเรียบนิ่งที่แทบไม่มีอารมณ์ใด ๆกู้ถิงเฉินยืนรออยู่หน้าห้องพิจารณาเมื่อเห็นเธอ เขาก็ก้าวเข้ามาหา“เจี๋ยเจี๋ย”หลินซือเหยียนหยุดฝีเท้า“ผม... ไม่คิดว่าคุณจะมา”“ฉันมาในฐานะพยาน”“ผมรู้ครับ”กู้ถิงเฉินก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา“ผมแค่... ดีใจที่คุณมา”หลินซือเหยียนไม่ได้ตอบ เธอเดินผ่านเขาเข้าไปในห้องพิจารณากู้ถิงเฉินยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเข้าไปในห้องพิจารณาผู้พิพากษาหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง เบื้องล่างเป็นอัยการ พนักงานสอบสวน และทนายความของทั้งสองฝ่าย ไม่นาน ซูเยี่ยนก็ถูกนำตัวเข้ามาชุดนักโทษสีน้ำตาลทำให้ภาพของหญิงสูงศักดิ์ที่ทุกคนเคยรู้จักเลือนหายไปแทบหมด ผมของเธอยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียว ไร้เครื่องสำอางแม้แต่น้อย เมื่อซูเ
เย็นวันนั้นหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนระเบียงบ้านหลังเล็กแสงแดดยามเย็นค่อยๆ จางลง เหลือเพียงท้องฟ้าสีส้มอ่อนที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีครามอาเหมยเดินออกมาพร้อมโทรศัพท์ในมือ“คุณผู้หญิง... ทนายของคุณผู้ชายโทรมาค่ะ”“ว่าไง”“คุณผู้ชายหาทนายให้คุณนายซูแล้วค่ะ ชื่อจางลี่”หลินซือเหยียนพยักหน้า“แล้ว?”“ทนายบอกว่า คุณนายซูยอมรับสารภาพทุกอย่าง”มือของหลินซือเหยียนที่วางอยู่บนหน้าท้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ“คุณนายซูบอกว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายทุกคนค่ะ”“รวมฉันด้วยเหรอ”“ค่ะ รวมคุณผู้หญิงด้วย”หลินซือเหยียนนิ่งไปเธอมองออกไปยังท้องฟ้าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้เธอเจ็บปวดมานานเหลือเกินแต่เมื่อถึงวันที่อีกฝ่ายยอมรับผิดจริงๆ กลับไม่มีความรู้สึกสะใจอย่างที่เธอเคยคิดว่าจะมีเหลือเพียงความเหนื่อยล้า“แล้วคุณผู้ชายว่าไง”“คุณผู้ชายบอกว่า แล้วแต่คุณผู้หญิงค่ะ”หลินซือเหยียนก้มมองหน้าท้องของตัวเอง ก่อนลูบเบาๆ“อาเหมย”“คะ”“ฉันไม่ต้องการเงิน”อาเหมยมองเธออย่างแปลกใจ“แล้วคุณผู้หญิงต้องการอะไรคะ”หลินซือเหยียนเงียบไปนาน“ฉันต้องการให้เรื่องนี้จบ”“แล้ว คุณผู้หญิงจะให้อภัยคุณนายซูไหมคะ”หลินซือเหยียนไม่
คืนนั้นซูเยี่ยนถูกส่งตัวกลับไปยังห้องควบคุมตัวชั่วคราวภายในสถานีตำรวจห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ มีเพียงเตียงไม้หนึ่งตัวกับห้องน้ำเล็กๆ อยู่มุมห้อง หลอดไฟบนเพดานสว่างอยู่ตลอดเวลา ไม่มีนาฬิกา ไม่มีโทรทัศน์ และไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เธอรู้ว่าค่ำคืนนี้ผ่านไปนานแค่ไหนแล้วเธอนั่งอยู่บนเตียง มองเพดานอย่างเลื่อนลอยนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอถูกคุมขังไม่มีบ้านหลังใหญ่ไม่มีห้องนอนกว้างขวางไม่มีคนรับใช้ไม่มีใครคอยถามว่าเธอต้องการอะไรมีเพียงความเงียบและความคิดของตัวเองซูเยี่ยนกอดเข่าตัวเองอย่างเงียบๆเธอคิดย้อนกลับไปถึงชีวิตที่ผ่านมาสามีที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่ลูกยังเด็กวันที่เธอต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังวันที่เธอเริ่มกลัวว่าความรักของลูกจะถูกแบ่งให้กับใครคนอื่นผู้หญิงหลายคนที่เธอพยายามกีดกันออกไปจากชีวิตของลูกและหลินซือเหยียน...คนสุดท้ายซูเยี่ยนหลับตาลงความจริงที่เธอไม่เคยยอมรับ ตอนนี้กลับชัดเจนจนไม่อาจหลีกหนีได้อีกเธอไม่ได้ทำทุกอย่างเพราะรักลูกเธอทำไปเพราะความกลัวกลัวว่าจะถูกทิ้งกลัวว่าจะต้องอยู่เพียงลำพังและที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ...ความกลัวนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ผลักลูกชายออกไปจากตัวเธอด
ห้องเยี่ยมญาติกู้ถิงเฉินเดินเข้ามาในห้องแคบๆ ภายในมีโต๊ะอยู่เพียงตัวเดียวกับเก้าอี้สองตัว ตั้งอยู่คนละฝั่งซูเยี่ยนนั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง มือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือและคล้องไว้กับโต๊ะ เมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา ดวงตาของเธอก็สั่นไหว เธอพยายามยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเศร้าจนแทบมองไม่เห็นกู้ถิงเฉินนั่งลงตรงข้ามเธอทั้งสองมองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายวินาที“ถิงเฉิน...”เสียงของซูเยี่ยนสั่น“แม่ขอโทษ”กู้ถิงเฉินไม่ตอบ“แม่... แม่ทำไปเพราะแม่รักแก”กู้ถิงเฉินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดช้าๆ“แม่ครับ”ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น“แม่รักผม หรือแม่รักการควบคุมผมกันแน่”คำถามนั้นทำให้เธอชะงัก“แม่ครับ แม่เคยถามผมไหมว่าผมต้องการอะไร”“แม่รู้ว่าแกต้องการอะไร”“ไม่”กู้ถิงเฉินส่ายหน้า“แม่ไม่รู้”น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้นเลย แต่ทุกคำกลับหนักแน่นจนซูเยี่ยนไม่อาจหลบสายตาได้“แม่แค่คิดว่าสิ่งที่แม่ต้องการ คือสิ่งเดียวกับที่ผมต้องการ”ซูเยี่ยนตัวสั่นเธออยากเถียงอยากบอกลูกชายว่าเธอทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของกู้ถิงเฉิน เธอกลับพูดอะไรไม่ออก“แม่ครับ ผมจะถามเป







