Mag-log in“ครั้งที่แล้ว ฉันตายเพราะเธอเชื่อแม่ ครั้งนี้ ฉันจะทำให้เธอเชื่อฉัน… ในแบบที่เธอจะไม่มีวันลืม”
view moreหลินซือเหยียนอ่านจนจบ ก่อนพับจดหมายเก็บอย่างเรียบร้อย“เธอให้ฉันทำไม”“ผมคิดว่าคุณควรรู้”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น“คุณ... ไปเยี่ยมแม่คุณบ้างไหม”กู้ถิงเฉินพยักหน้า“ไป”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“แม่ดูดีขึ้นมาก”“ก็ดี”เงียบไปครู่หนึ่ง กู้ถิงเฉินจึงถามเบา ๆ“คุณจะให้อภัยแม่ผมไหม”หลินซือเหยียนมองลูกชายที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกล“ฉันให้อภัยไปนานแล้ว”กู้ถิงเฉินนิ่ง“แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันจะลืม”เขาพยักหน้า“ผมเข้าใจ”คืนนั้นหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนระเบียง ลูกชายหลับไปแล้ว อาเหมยเองก็เข้านอนแล้วเหลือเพียงเธอกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวประตูด้านหลังเปิดออก กู้ถิงเฉินเดินออกมา“ยังไม่นอนอีกเหรอ”“นอนไม่หลับ”เขาเดินมานั่งลงข้าง ๆ“คิดอะไรอยู่”หลินซือเหยียนเงียบไปนาน ก่อนตอบเบา ๆ“คิดถึงเรื่องเมื่อก่อน”กู้ถิงเฉินไม่ได้ถามต่อทั้งสองนั่งเงียบอยู่ด้วยกันผ่านไปครู่ใหญ่ หลินซือเหยียนจึงเอ่ยขึ้น“กู้ถิงเฉิน”“ครับ”“ฉันมีเรื่องจะบอก”เขาหันมามอง“อะไร”หลินซือเหยียนสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ“ฉัน... พร้อมแล้ว”“พร้อมอะไร”เธอหันไปสบตาเขา“พร้อมจะเริ่มต้นใหม่”กู้ถิงเฉินนิ่งไป“กั
เวลาผ่านไปเก้าเดือนบ้านหลังเล็กในย่านชานเมืองที่เคยเงียบเหงา กลับมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม ทั้งเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมจากอาหารที่ลอยออกมาจากในครัวหลินซือเหยียนนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตรงระเบียง มือหนึ่งประคองท้องที่โตขึ้นมาก อาเหมยเดินไปเดินมาอยู่ไม่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“คุณผู้หญิง... หมอกำหนดคลอดไว้เมื่อไหร่คะ”“อีกสองสัปดาห์”“หนูตื่นเต้นจังเลยค่ะ”หลินซือเหยียนหัวเราะเบา ๆ“ตื่นเต้นอะไร เธอไม่ได้คลอดเองสักหน่อย”“ก็หนูจะช่วยเลี้ยงนี่คะ”หลินซือเหยียนลูบท้องตัวเองเบา ๆ“อีกหน่อยเธอจะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว”อาเหมยยิ้มกว้าง“จริงด้วยค่ะ”สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็วหลินซือเหยียนเปิดร้านขายของเล็ก ๆ อยู่หน้าบ้าน ขายของชำและเครื่องดื่มให้คนในชุมชนเธอไม่ได้กลับไปทำงานเป็นที่ปรึกษาครอบครัวเหมือนเดิม แต่เลือกนำความรู้ที่มีมาเปิดสถานที่ให้คำปรึกษาเล็ก ๆ สำหรับผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาความรุนแรงในครอบครัวส่วนกู้ถิงเฉินยังคงมาหาเธอแทบทุกวันตอนแรกเขามาช่วยซ่อมบ้านต่อมาก็ช่วยยกของเข้าร้านจนตอนนี้... เขากลายเป็นคนที่ช่วยดูแลลูกหลินซือเหยียนไม่เคยพูดว่าพวกเขากลับมาคบกัน แต่เธอก็ไม่เคยไล่เข
รถยนต์สีดำแล่นออกจากโรงพยาบาลหลินซือเหยียนนั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนกู้ถิงเฉินนั่งอยู่ด้านหน้า อาเหมยเป็นคนขับเมื่อรถแล่นผ่านสี่แยก สายตาของหลินซือเหยียนพลันหยุดลงที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามซูเยี่ยนยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพังเธอสวมเสื้อผ้าธรรมดา ผมรวบเรียบร้อย ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง และดูผอมลงกว่าเดิมมากหลินซือเหยียนมองอยู่ครู่หนึ่งในใจไม่มีทั้งความสะใจและความสงสาร มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่อธิบายไม่ได้“อาเหมย”“คะ”“จอดรถ”อาเหมยนำรถเข้าจอดข้างทางกู้ถิงเฉินหันกลับมา“เจี๋ยเจี๋ย มีอะไรครับ”หลินซือเหยียนเปิดประตู“รออยู่ในรถ”เธอเดินข้ามถนนไปยังป้ายรถเมล์ซูเยี่ยนเงยหน้าขึ้น“คุณหลิน”“คุณซู”ทั้งสองยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ“รถเมล์ยังไม่มาเหรอ”“อีกประมาณสิบนาที”ซูเยี่ยนมองเธอ“คุณ... ไปหาหมอมาเหรอ”“ค่ะ ไปตรวจครรภ์มา”ซูเยี่ยนชะงัก“คุณท้อง... ลูกของถิงเฉินเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ดีใจด้วย”หลินซือเหยียนมองเธอครู่หนึ่ง“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเยาะเย้ยคุณ ฉันแค่อยากบอกว่า... ฉันไม่โกรธคุณแล้ว”ซูเยี่ยนนิ่งไป“แต่ฉันก็ยังไม่ลืม”“ฉันเข้าใจ”“ฉันหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองให้ดี และต่อจากนี้... อย่าทำแ
ในห้องตรวจแพทย์หญิงวัยสี่สิบกว่าตรวจครรภ์อย่างละเอียด ก่อนจะยิ้มให้คนไข้ตรงหน้า“คุณหลินคะ ตอนนี้อายุครรภ์ประมาณสิบเอ็ดสัปดาห์แล้วนะคะ”หลินซือเหยียนพยักหน้า“เด็กแข็งแรงดีค่ะ หัวใจเต้นปกติ”“ขอบคุณค่ะ”แพทย์หญิงเปิดดูผลตรวจในแฟ้มต่อสีหน้าของเธอจริงจังขึ้นเล็กน้อย“แต่จากผลตรวจครั้งก่อน หมอเห็นว่ามีสารกดประสาทอยู่ในเลือด”หลินซือเหยียนนิ่งไป“ช่วงนี้ยังมีอาการผิดปกติอะไรอยู่ไหมคะ”“ไม่มีแล้วค่ะ”“ดีแล้วค่ะ แต่หมออยากให้ตรวจเลือดซ้ำอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีสารตกค้างอยู่หรือไม่ จะได้ติดตามให้แน่ใจว่าไม่มีผลต่อสุขภาพของคุณกับเด็ก”“ได้ค่ะ”แพทย์หญิงบันทึกข้อมูลลงในแฟ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง“แล้วคุณพ่อของเด็กมาด้วยไหมคะ”หลินซือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย“มาค่ะ... แต่รออยู่ข้างนอก”“ถ้าสะดวก หมออยากคุยกับเขาสักหน่อยค่ะ เรื่องการดูแลคุณระหว่างตั้งครรภ์”หลินซือเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า“ได้ค่ะ”เธอลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้องตรวจทันทีที่ประตูเปิด กู้ถิงเฉินก็เงยหน้าขึ้น“เป็นยังไงบ้าง”“หมออยากคุยกับคุณ”กู้ถิงเฉินชะงัก“กับผม?”“ใช่”เขารีบลุกขึ้นเดินตามเธอเข้าไปในห้องตรวจหลินซื