LOGIN“ครั้งที่แล้ว ฉันตายเพราะเธอเชื่อแม่ ครั้งนี้ ฉันจะทำให้เธอเชื่อฉัน… ในแบบที่เธอจะไม่มีวันลืม”
View Moreกลิ่นยาฆ่าเชื้อและเลือดปนกันจนขมคอ
หลินซือเหยียนนอนนิ่งอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนจนเล็บหัก เลือดซึมออกมาเปรอะเปื้อนผ้าขาว แต่ความเจ็บปวดที่ท้องน้อยกลับสู้ความเจ็บปวดในใจไม่ได้
สิบชั่วโมงแล้ว ลูกในท้องไม่ดิ้นอีกต่อไป
"หมอคะ... ผ่าคลอด... ขอให้ผ่าคลอดเถอะค่ะ..." เสียงเธอแหบแห้งเป็นเพียงลมหายใจ
แพทย์หนุ่มถอดแว่น ถอนหายใจแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นี่คือครั้งที่ห้าแล้วที่เขาโทรหาสามีของเธอ
"คุณกู้ครับ กรณีของคุณหลินมีความเสี่ยงสูงมาก หากไม่ผ่าคลอดตอนนี้อาจอันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และลูกครับ"
หลินซือเหยียนได้ยินเสียงคุ้นเคยดังลอดออกมาจากปลายสาย
"รอสักครู่ครับ... ผมขอปรึกษาแม่ก่อน"
แล้วก็มีเสียงที่เธอเกลียดที่สุดในโลกดังตามมา
"ผ่าคลอด? ไม่ได้! ผู้หญิงที่ดีต้องคลอดเอง!"
หมอพยายามอธิบาย แต่ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเย็นชา
"ให้เธอทนไว้ ฉันกำลังไป"
คลิก... วางสาย
หลินซือเหยียนหลับตาลง น้ำตาไหลอาบแก้มปนกับเหงื่อและเลือด เธอจำได้ตอนที่เธอบอกสามีว่าท้อง เขากอดเธอแล้วบอกว่า "เราจะมีครอบครัวเล็กๆ ของเราเอง"ตอนนั้นเธอเชื่อจริงๆ ว่าความรักของเขามีจริง
แต่วันนี้ ใบหน้าเขายังคงสวยงาม แต่ดวงตาที่เธอมองไม่เห็นกลับว่างเปล่าเพราะคำว่า "แม่บอกว่า"
เธอรู้สึกถึงเลือดที่ไหลอาบหว่างขา รู้สึกถึงชีวิตเล็กๆ ที่ค่อยๆ จางหายไปในครรภ์ของเธอ
แล้วก็มีบางอย่างในใจเธอแตกสลาย หลินซือเหยียนลืมตาขึ้น แสงไฟนีออนบนเพดานจ้าจนตาแทบบอด
"ช่วยฉันหน่อย..."
นางพยาบาลที่ยืนน้ำตาไหลอยู่ข้างๆ รีบเข้าไปพยุง
"พาฉันไปที่หน้าต่าง"
"คุณหลินคะ! อย่าคิดมาก..."
"ฉันแค่อยากหายใจ" เธอยิ้ม รอยยิ้มที่สวยงามแต่ไร้ชีวิต
นางพยาบาลไม่รู้จะทำอย่างไร ก็พยุงเธอไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดไว้ครึ่งเดียว
หลินซือเหยียนมองลงไปด้านล่าง ชั้นสิบเจ็ด รถยนต์คันเล็กๆ แล่นผ่านไปมา ผู้คนเดินเหมือนมด
เธอหันหลังกลับ เห็นประตูห้องคลอดเปิดออก กู้ถิงเฉินวิ่งพรวดเข้ามา หน้าตายังแดงก่ำจากความเหนื่อย
"ซือเหยียน! จะทำอะไร! แม่กำลังมา เดี๋ยวแม่ตัดสินใจให้!"
หลินซือเหยียนจ้องมองหน้าสามีของเธอ สบตาเขาเป็นครั้งสุดท้าย
"ถิงเฉิน"
เขาหยุดนิ่ง
"เธอรักฉันไหม"
"รักสิ! ลงมาก่อนเร็ว!"
"แล้วทำไมไม่เซ็นผ่าคลอดให้ฉัน"
เขาอ้าปากค้าง
"เพราะ... แม่บอกว่า..."
หลินซือเหยียนหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นแผ่วเบาแต่น่าขนลุก มันทำให้กู้ถิงเฉินขนลุกไปทั้งตัว
"สามปีที่ผ่านมา" เธอบอกให้ฉันลาออกจากงาน เลิกคบเพื่อน เลิกทุกอย่างเพื่อเธอ ฉันทนให้แม่เธอเหยียดหยามเพราะฉันรักเธอเธอหายใจเข้าลึกๆ เลือดหยดลงบนพื้นปูนขาว
"แต่วันนี้ ฉันจะตายเพื่อให้เธอรู้ว่า รักของฉันมันมีขีดจำกัด"
หลินซือเหยียนหันหลัง เผชิญหน้ากับแสงตะวันยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า
"ซือเหยียน!!!!!"
เธอกระซิบกับลูกในท้อง "ไปกับแม่นะลูก" แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า
สายลมพัดใส่หน้าเธอ ท้องฟ้าหมุนคว้าง เสียงกรีดร้องของสามีดังอยู่ข้างหลัง แต่ไกลออกไปทุกที แล้วก็... เหลือแต่ความเงียบ
วันที่สามกู้ถิงเฉินกลับไปที่บ้านหลังเล็กของหลินซือเหยียนตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาให้คนตามสืบเรื่องทรัพย์สินของเธออย่างละเอียด จนพบโฉนดที่ดินซึ่งยังคงมีชื่อของหลินซือเหยียนเป็นเจ้าของ บ้านหลังเก่าที่อยู่ชานเมือง เขาจำได้ว่าหลินซือเหยียนเคยพูดถึงบ้านหลังนี้ครั้งหนึ่ง ตอนที่ทั้งคู่เพิ่งเริ่มคบกันเธอเคยบอกเขาว่า พ่อทิ้งบ้านหลังหนึ่งไว้ให้ที่ชานเมืองแต่เธอไม่เคยพาเขาไปที่นั่น ตอนนั้นเขาไม่ได้ถามต่อและไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าบ้านหลังนั้นจะสำคัญกับเธอมากแค่ไหน วันนี้เขากลับมายืนอยู่หน้าบ้านหลังนั้น ประตูรั้วไม้เก่าเปิดแง้มอยู่ต้นมะม่วงต้นใหญ่ทอดเงาลงบนลานหน้าบ้าน แล้วเขาก็เห็นเธอ หลินซือเหยียนกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างรั้วเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหลวมกับกางเกงผ้าฝ้ายธรรมดา ผมถูกรวบไว้เป็นหางม้าต่ำ ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีเครื่องสำอาง ถึงอย่างนั้น เธอกลับดูมีชีวิตชีวากว่าทุกครั้งที่เขาเคยเห็น กู้ถิงเฉินยืนนิ่งอยู่หน้าประตูหลินซือเหยียนเงยหน้าขึ้น สายตาของทั้งคู่สบกัน เธอไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อย“มาทำไม”กู้ถิงเฉินก้าวเข้ามาในลานบ้าน“เจี๋ยเจี๋ย... กลับบ้านเถอะ”หลินซือเหยียนวางบัวรดน้ำลง“บ้านไหน”
อาเหมยเงยหน้าขึ้นช้า ๆ“ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าควรตอบเธอยังไง”หลินซือเหยียนวางช้อนลง“แต่ฉันให้อภัยเธอตั้งแต่คืนนั้นแล้ว”ดวงตาของอาเหมยแดงขึ้นทันที“คุณผู้หญิง...”“ชาตินี้เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”หลินซือเหยียนยิ้มบาง ๆ“เรื่องที่เกิดขึ้นในชาติก่อน ฉันให้อภัยไปแล้ว”น้ำตาของอาเหมยไหลลงมาโดยไม่ทันตั้งตัวหลินซือเหยียนถอนหายใจเบา ๆ“กินข้าวเถอะ”เธอส่งผ้าเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย“อย่าร้องไห้เลย ฉันไม่ชอบเห็นคนร้องไห้”อาเหมยรีบเช็ดน้ำตาแล้วพยายามยิ้ม“ค่ะ”บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อย ๆ กลับมาเงียบสงบอีกครั้งอีกด้านหนึ่งบ้านตระกูลกู้เงียบกว่าทุกวันซูเยี่ยนเพิ่งกลับมาถึงบ้านหลังได้รับการประกันตัว ทนายของเธอเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด แม้คดีจะยังไม่จบ แต่ข่าวเรื่องการสอบปากคำก็แพร่ไปทั่วสังคมชั้นสูงแล้วโทรศัพท์ของซูเยี่ยนเงียบสนิทมาตั้งแต่วันนั้นไม่มีเพื่อนคนไหนโทรมาถาม ไม่มีแม้แต่ข้อความสั้น ๆ แสดงความเป็นห่วงสิ่งที่ได้ยินกลับเป็นคำพูดจากคนรับใช้ในบ้าน“คุณหญิงลี่บอกว่าไม่อยากยุ่งด้วยแล้วค่ะ”“คุณหญิงสมรบอกว่าจะถอนตัวจากงานการกุศล”“คุณท่านผู้หญิงอีกหลายคน... ไม่รับสายเลยค่ะ”ทุกคำพูดทำให้ใบหน้า
บ้านหลังเล็กในย่านชานเมืองยังเหมือนเดิมทุกอย่างมันเป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนหลังเก่า แม้ผ่านกาลเวลามานานก็ยังดูแข็งแรง ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินราวหนึ่งไร่ ริมคลองสายเล็กที่ทอดผ่านทุ่งสีเขียว ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ที่พ่อของเธอเป็นคนปลูกตั้งแต่ยังเด็กต้นมะม่วง ต้นชมพู่ ต้นกล้วยขึ้นกระจายอยู่ทั่วบริเวณ บางต้นรกจนเกือบคลุมทางเดิน แต่กลับช่วยบังแดดจนลานหน้าบ้านยังคงเย็นสบายหลินซือเหยียนยืนมองบ้านตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปแสงแดดยามเช้าส่องผ่านกิ่งไม้เป็นริ้ว ๆ ลงบนพื้นดินอาเหมยเดินตามมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กในมือ“นี่คือบ้านของพ่อฉัน”หลินซือเหยียนพูดเบา ๆ พลางมองบานประตูไม้เก่า“พ่อซื้อไว้ก่อนฉันเกิด แล้วทิ้งไว้ให้ฉันกับแม่”อาเหมยเหลือบมองบ้านตรงหน้า ก่อนถามอย่างระมัดระวัง“แล้วคุณผู้หญิง... ไม่เคยมาอยู่ที่นี่เหรอคะ”“เคยอยู่ตอนเด็ก ๆ”หลินซือเหยียนหยิบกุญแจออกมาแล้วไขประตู“หลังพ่อเสีย แม่พาฉันไปอยู่กับญาติ พอแม่เสีย ฉันก็ถูกส่งเข้าเมือง”ประตูถูกผลักออกช้า ๆเสียงบานพับดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบกลิ่นอับจากบ้านที่ปิดมานานลอยออกมา เฟอร์นิเจอร์ไม้ด้านในยังอยู่คร
เที่ยงคืน กู้ถิงเฉินกลับถึงบ้านบ้านหลังใหญ่เงียบกว่าทุกคืน ไฟหน้ารั้วยังเปิดอยู่ตามคำสั่ง แต่ภายในไม่มีเสียงใครเลยเขาเดินตรงขึ้นไปยังห้องนอนประตูเปิดอยู่ เตียงว่างเปล่ากู้ถิงเฉินยืนนิ่ง ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับซองจดหมายสีขาวบนหมอนเขาหยิบมันขึ้นมาเพียงเห็นลายมือ เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นของหลินซือเหยียนเขาค่อย ๆ เปิดจดหมายที่รักถ้าเธอได้อ่านจดหมายนี้ ฉันคงจากไปแล้วไม่ต้องตามหาฉัน เพราะฉันจะไม่กลับมาตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันเชื่อว่าเธอรักฉันแต่เธอไม่เคยเชื่อฉันแม่ของเธอบอกว่าฉันเป็นคนไม่ดี เธอก็เชื่อแม่ของเธอบอกว่าฉันแกล้งป่วย เธอก็เชื่อแม่ของเธอบอกว่าฉันไม่คู่ควรกับเธอ เธอก็เชื่อทุกครั้ง... เธอเลือกแม่ถ้าวันหนึ่งฉันตายไป เธอก็คงเลือกแม่เหมือนเดิมแต่ฉันไม่ตายฉันแค่เลือกที่จะจากไปเพื่อให้เธอได้รู้ว่า การไม่มีฉันอยู่ในชีวิต... มันเจ็บปวดแค่ไหนลาก่อนหลินซือเหยียนมือของกู้ถิงเฉินสั่นเขาอ่านซ้ำอีกครั้ง ก่อนกำจดหมายแน่นแล้วรีบวิ่งออกจากห้อง“อาเอ้ย!”หญิงรับใช้ที่เพิ่งออกจากห้องพักสะดุ้ง“คุณผู้ชาย?”“เจี๋ยเจี๋ยไปไหน”“หนู... ไม่เห็นคุณผู้หญิงเลยค่ะ”“อาเหมยล่ะ?”อาเอ้ยส่ายหน