Mag-log inบทที่ 7
--เวลา 23.30 น.--
ผับกึ่งบาร์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนในย่านนี้ ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในร้านมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบและชัดเจน
บริเวณชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองโซน ได้แก่ โซนดนตรี EDM ที่เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสีสาดกระทบไปทั่ว เสียงบีทหนัก ๆ เร่งเร้าอารมณ์ให้ผู้คนโยกตัวตามจังหวะอย่างสนุกสนาน และอีกโซนคือมุมดนตรีสด ซึ่งถูกตกแต่งให้ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งชิล จิบเครื่องดื่มเคล้าเสียงร้องสดอันอบอุ่นจากนักดนตรี
ส่วนชั้นสองถูกจัดไว้สำหรับแขก VVIP เท่านั้น บรรยากาศเป็นส่วนตัว มีโต๊ะนั่งหรูหราพร้อมการบริการใกล้ชิด เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มพิเศษได้พักผ่อนหรือสังสรรค์อย่างเป็นส่วนตัว
ซึ่งปกติแล้วกลุ่มชายหนุ่มนักศึกษาทั้งสี่คนมักจะเลือกเปิดห้อง VVIP ทุกครั้งที่มาที่นี่ เหตุผลไม่ใช่เพียงเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เพราะนิสัยพูดจาหยาบคายตามประสาเพื่อนสนิทนั่นแหละ พวกเขากลัวว่าหากนั่งปะปนกับคนอื่นแล้วเผลอหลุดถ้อยคำแรง ๆ ออกมา โต๊ะข้าง ๆ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาจงใจหาเรื่อง จึงตัดปัญหาด้วยการหลีกไปอยู่บนชั้นสอง ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน
ทว่าคืนนี้กลับผิดแปลกไปเมื่อพวกเขาทั้งสี่คนเลือกนั่งรวมตัวอยู่ในโซนนั่งชิลชั้นล่างแทน ร่างสูงใหญ่แต่ละคนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นกระดกเรียงกันทีละรอบ
“อะหมดแก้วละ บอกพวกกูได้รึยังว่าน้องคนนั้นชื่ออะไร?”
ขุนเขาเอ่ยขึ้นราวกับรอจังหวะนี้มานานแล้ว มือก็รีบแย่งแก้วจากมังกรไปเติมน้ำแข็งอย่างถือวิสาสะ
แม้เมื่อวานพวกเขาจะไม่ได้เห็นกับตาว่ามังกรพาสาวขึ้นรถกลับไปด้วยแต่ก็มีมือดีอย่างเทวาคอยส่งรูปมาให้ดูตลอด ทว่ามังกรเอาแต่อ้างนู่นอ้างนี่ไม่ยอมเล่าสักที จนขุนเขาเริ่มทนไม่ไหว ความอยากรู้มันแทบจะทะลักออกมาจากอกอยู่แล้ว
“น้องคนไหน?” มังกรไหวไหล่ทำเป็นไขสือ
“ถีบตกเก้าอี้สักทีไหมวะไอ้นี่” เทวาว่าอย่างมีน้ำโห อุตส่าห์รอลุ้นตั้งนานแต่ไอ้เวรนี่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ฉิบหาย!
“ที่ไม่ยอมเล่าเพราะหวง?” คราวนี้เป็นภูผาพูดขึ้นพลางหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด
ที่พวกเขาเอาแต่คะยั้นคะยอถามอยู่นี่ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรซับซ้อนหรอก...ก็แค่อยากรู้ว่าสาวคนไหนมันสามารถทำให้มังกรยอมสละเวลาไปรับไปส่งได้ เพราะนอกจากเรื่องเรียนกับเกมแล้ว มังกรไม่เคยยอมเสียเวลาให้สิ่งใดเลย
“หวงทำไม เป็นผัวเค้าเหรอ?” ขุนเขาถามย้ำแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้มังกรทันที
“อะไรของพวกมึงเนี่ยย!” มังกรสบทอย่างรำคาญพร้อมดันใบหน้าของขุนเขาให้ออกห่าง “อยากรู้อะไรขนาดนั้นวะ?”
“ก็มึงทำตัวมีพิรุธ เมื่อวานบอกไอ้ผาว่าจะรีบไปเล่นเกม...แต่กูเห็นมึงไปรับสาวหน้าโรงอาหาร หมายความว่าไงวะ?” เทวาว่าในขณะที่หยิบของแกล้มเข้าปาก
จะว่าพวกเขาน้อยใจ...ก็คงจะใช่ เพราะถ้ามังกรเห็นสาวสำคัญกว่าเพื่อนล่ะก็ คงต้องสอบสวนกันยาวเลยแหละ
“ก็...” มังกรเหลือบสบตากับเพื่อนทีละคนก่อนจะถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ “แค่บังเอิญ”
“ถุ้ยย! ควงแขนกันขึ้นรถขนาดนั้น” เทวาสบทพร้อมหัวเราะเย้ยกับคำตอบของมังกร
“กูพูดจริง ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ...อันที่จริงกูแค่เดินผ่านแล้วน้องเค้ามีเรื่องเลยขอให้กูช่วยเท่านั้นเอง”
มังกรอธิบายตามความจริง เพราะหากย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนเย็น เขาและเธอไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ เขาเองก็ยังงง ๆ อยู่เลย ที่อยู่ ๆ ก็ได้สถานะแฟนกำมะลอของเธอสะงั้น
“เหอะ! เป็นคนดีขึ้นมาเชียว?” ขุนเขาเอ่ยแซวพลางเสมองมังกรอย่างไม่เชื่อก่อนจะกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นจิบ
“เอ้า พูดความจริงก็ไม่เชื่อ”
“จะให้พวกกูเชื่อได้ไง ปกติมึงไม่คุยกับคนไม่รู้จัก”
“ก็กูเห็นน้องเค้าเป็นเด็กภาคเครื่องกล ก็เลยช่วย...ถือสะว่าช่วยรุ่นน้องไง”
“ช่วยเพราะแค่นั้นจริงอะ?” เทวาหันไปมองแล้วถามย้ำอีกที ทำเอามังกรเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจ
“ก็น้องเค้า นะ...น่ารักดี”
ว่าพร้อมพยักหน้าเบา ๆ อย่างยอมรับความจริงที่ดังอยู่ข้างในใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่า ยัยเด็กปีหนึ่งคนนั้นแม่งโคตร!! น่ารักฉิบหาย!!
“นั้นไง!! กูว่าแล้ววว อย่างไอ้กรเนี่ยนะจะมีน้ำใจกับคนอื่นไปพร่ำเพรื่อ”
ภูผาว่าเสียงดังพร้อมตบหน้าขาตัวเองฉาดใหญ่ก่อนใบหน้าหล่อจะยิ้มร่าเมื่อสิ่งที่ตนเดามาตั้งแต่ต้นนั้นเป็นจริงไม่ผิดเลยสักนิด
“แล้วน้องเค้าชื่ออะไร?” ขุนเขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วถามเสียงเรียบ
“จำไม่ได้...”
มังกรว่าเสียงอ๋อยอย่างน่าเสียดาย เขาไม่ได้หวงแต่มันจำไม่ได้จริง ๆ อยากจะด่าตัวเองเหมือนกันที่ความจำสั้นเหลือเกิน
“กูถามจริง หึ!” เทวาหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของมังกร
“เออ!! ตัวแม่งหอมฉิบหาย”
“นั่น!! ได้ดมเค้าแล้วแต่จำชื่อไม่ได้สะงั้น” ภูผาแซวแล้วหัวเราะก๊ากชอบใจ
มังกรเห็นแบบนั้นก็รีบชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกูถีบหน้าหงายไปละไอ้นี่ จำชื่อสาวที่ชอบไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องตลก!
“หัวเราะไปเถอะไอ้ผา วันศุกร์หน้ามึงมาเข้ากิจกรรมรับน้องกับกูเลยนะ” มังกรชี้หน้าภูผาด้วยความหมั่นไส้
“เข้าทำไม? ทำไมต้องเป็นกู?” จากที่หัวเราะชอบใจพลันต้องหุบยิ้มในทันที
“ก็ไปส่งกูส่องสาว...น้องเค้าอยู่ปีหนึ่ง”
“แล้ว?”
“ไปนั่งส่องเป็นเพื่อนกู”
“แล้วทำไมต้องเป็นกูครับเพื่อน?”
“กูหมั่นไส้มึง จบนะ”
มังกรว่าแค่นั้นก็ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระพร้อมยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด สายตาคมหันไปมองรอบ ๆ เป็นการบอกเป็นนัยว่า...เขาต้องการจบบทสนทนานี้ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ
*******************
ภูผาตัวโดนนน555555+
(ติดตามเรื่องของภูผาได้ที่ เรื่อง วิศวะครองใจ (จบแล้ว) )
**********************
ฝากกดหัวใจ + คอมเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วยน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
บทที่ 40ตุ๊บ!ตุ๊กตาหมีตัวโปรดของหญิงสาวถูกทิ้งลงพื้นอย่างจงใจ จนเจ้าของต้องหันไปมองตามอย่างอาวรณ์ก่อนจะเอ็ดคนมือไวด้วยสายตาทันที“พี่ทิ้งตุ๊กตาหนูทำไม!”เสียงหวานแข็งขึ้นกว่าปกติ ริมฝีปากอวบอิ่มขยับบ่นพร้อมโน้มตัวลงตั้งใจจะหยิบขึ้นมาวางบนเตียงดังเดิม ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับของรัก ร่างบางเปลือยเปล่าก็ถูกกระชากกลับด้วยฝ่ามือหนาอย่างรวดเร็ว มังกรดึงเธอขึ้นมานั่งอย่างง่ายดายก่อนจะจับคนตัวเล็กหมุนปรับท่าให้นั่งโก้งโค้งหันหลังชนอกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวมังกรโน้มกายขยับเข้ามาใกล้ชิดใบหูพลางกระซิบเสียงแผ่วเบา พร้อมเลื่อนฝ่ามือหนาสัมผัสลูบไล้ไปตามเอวคอดจนเรเน่เผลอสะท้าน“เอากับพี่อยู่ ทำไมต้องกอดตุ๊กตาด้วย”จะว่ามังกรขี้อิจฉาก็ได้ เพราะเรเน่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ก็มีอย่างที่ไหนมีอะไรกับแฟนแต่ก็ยังซุกหน้าอยู่ที่ตุ๊กตา ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่ามังกรก็อยากจะให้เธอซุกเขาบ้าง“เอ้า!”เรเน่หันไปสบดวงตาคมแล้วอุทานออกมาอย่างไม่เข้าใจ คนบ้าอะไรอิจฉาแม้แต่ตุ๊กตามังกรไม่ได้เอ่ยคำใดทั้งสิ้น เขาเลื่อนมือมาดันแผ่นหลังขาวเนียนทำให้เรเน่ต้องยอมโค้งกายไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้“พี่มังกรพอแล
บทที่ 39--เวลา 02.00 น.—ภายในห้องนอนขนาดใหญ่อันเงียบสนิท บนเตียงหนานุ่มมีร่างบางนอนซุกผ้าห่มกอดตุ๊กตาตัวโปรดที่มังกรซื้อให้ไว้แน่นอย่างหวงแหน เธอค่อย ๆ คลายอ้อมแขนหมายจะพลิกกายหันมากอดร่างสูงทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าคิ้วเล็กขมวดมุ่นทันทีก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย เรเน่หันไปมองรอบ ๆ ห้องด้วยความหงุดหงิด ก็อยู่ ๆ มังกรก็หายไปทั้ง ๆ ที่ตอนสี่ทุ่มเขายังนอนกอดเธอไว้แน่นอยู่เลย แล้วตอนนี้หายไปไหนไม่บอกไม่กล่าว ไม่ใช่ว่าแอบหนีเที่ยวหรอกนะ...ทว่าในขณะที่สอดส่องไปรอบห้อง สายตาพลันเห็นแสงไฟลอดมาจากประตูห้องนั่งเล่น เรเน่รีบขยับกายลงจากเตียงแล้วเดินเท้าเปล่าออกไปตามแสงทันทีแกร่ก!“พี่มังกร!”เสียงเล็กที่แฝงความน้อยใจดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังคลิกเมาส์รัว ๆ อยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์หันตามเสียงเรียกทันที“ตื่นมาทำไมครับ?”มังกรเอ่ยถาม น้ำเสียงปนเอ็นดูหญิงสาวที่ยืนกอดอกทำแก้มป่อง ใบหน้าบึ้งตึงราวกับไม่ชอบใจที่ถูกทิ้งให้นอนคนเดียว“ก็พี่ทิ้งหนูนอนคนเดียว นึกว่าหนีไปเที่ยวไหนสะอีก” เรเน่ตอบเสียงแผ่วเบางัวเงียพร้อมส่งสายตาออดอ้อนแฟนหนุ่มมังกรเห็นท่าทีข
บทที่ 38หลังจากที่พูดคุยกับเป้เสร็จมังกรก็รีบกลับคอนโด ข่มความครุ่นเคืองไว้ในใจ ที่เขาไม่โวยวายไม่ใช่ไม่โมโหแต่เพียงแค่อยากใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และในเมื่อเป้กล้ารับปากต่อหน้าเขาว่าจะไม่ทักไปจีบเรเน่อีก มังกรจึงยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี แต่ถ้าหมอนั่นคิดตุกติก กลับคำ หรือเล่นแง่กับเขาแม้แต่นิดเดียวละก็…สิ่งที่จะได้เจอไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยส่งแนวข้อสอบให้เหมือนทุกวันนี้แต่จะเป็น “มังกรร่างพี่ว้าก” ที่โหดเหี้ยมจนใครต่อใครต้องขยาดหากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน มังกรคือหนึ่งในพี่ว้ากสุดโหดของภาคเครื่องกล ซึ่งคือตำแหน่งเดียวกับที่เก่งกำลังรับตำแหน่งอยู่ในตอนนี้ และชื่อเสียงของเขาก็ไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำของรุ่นน้องเลยสักคน เรื่องเล่าสุดโหดถูกพูดถึงจนเป็นตำนานว่า พี่ว้ากมังกรนั้นดุยิ่งกว่าหมาเฝ้าโรงงาน ทำผิดเพียงเล็กน้อยก็ถูกสั่งลงโทษให้ออกไปวิ่งรอบสนามอย่างไม่ปรานีเก่งเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักความโหดนั้น เพราะในฐานะรุ่นน้องที่ซนไม่เคยอยู่นิ่ง เขาคือหนึ่งในคนที่โดนมังกรจับลงโทษบ่อยที่สุด…จนถึงทุกวันนี้ยังจำได้ไม่ลืม@คอนโดเรเน่แกร่ก!ทันทีที่บานประตูถูกผลักออก ก็ได้ยินเสียงเพลงจังหวะคุ้นหู
บทที่ 37“มึงจีบเรเน่เหรอ?”เสียงทุ้มห้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของเก่งดังขึ้น เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังถูกเสือเจ้าถิ่นมองด้วยแววตาวาวโรจน์ เก่งเลื่อนสายตามามองเป้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ทางซ้ายเชิงตั้งคำถาม แต่เมื่อไม่ได้คำตอบใด ๆ เขาจึงละสายตากลับไปยังเสือเจ้าถิ่นอีกครั้ง...ผู้ชายที่ภายนอกดูนิ่งขรึม แต่ทว่าภายในใจกลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ เพียงเพราะแค่เห็นใบหน้าของคนที่ทักไปจีบแฟนตัวเองเมื่อคืน นึกแล้วมังกรก็อยากจะพุ่งเข้าไปซัดให้รู้แล้วรู้รอดสะให้เข็ดและถ้าไม่ติดตรงที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของเก่ง ซึ่งเป็นน้องรหัสของมังกรแล้วละก็…อย่าได้หวังเลยว่าจะได้นั่งคุยกันอย่างใจเย็นแบบนี้“มันไม่รู้เหรอว่าเรเน่เป็นแฟนกู?”เสียงเรียบเย็นของมังกรดังขึ้นขณะดวงตาคมยังคงจ้องเขม็งไปที่เป้ไม่กะพริบ ทว่ากลับไม่ถามตรง ๆ หากแต่พยักพเยิดหน้าไปทางเก่งแทนใช่แล้ว…ฟังไม่ผิดหรอก มังกรกำลังใช้เก่งเป็นปากเป็นเสียงให้ ทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันแค่เอื้อมมือ แต่กลับเลือกจะกดดันผ่านคนกลางอย่างเก่งแทน“ถะ...ถามผม?”เก่งเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางชี้เข้าหาตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก็มันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่ามังกรจะพูดกับใครกันแน่ ระหว่าง
บทที่ 36--หลายเดือนผ่านไป—ช่วงเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแค่ชั่วพริบตาก็ล่วงเลยมาเกือบห้าเดือน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรผันเลยแม้แต่น้อย นั่นคือความสัมพันธ์อันหวานชื่นของมังกรกับเรเน่ ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักกันออกหน้าออกตาจนเพื่อน ๆ รอบข้างพากันหมั่นไส้ อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว“ตั้งแต่มีแฟน มึงก็ไม่ทำแนวข้อสอบมาให้พวกกูอ่านเลยนะ”เทวาเปรยขึ้นเสียงเรียบทว่าดวงตาคู่คมกลับแอบเหลือบมองหน้าจอไอแพดเครื่องหรูของเพื่อนรักอย่างเนียน ๆเพราะปกติแล้วมังกรจะตั้งใจเรียนในคลาสทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้ในขณะที่อาจารย์กำลังสอน มังกรกลับเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องเขม็งใส่หน้าจอไอแพดตรงหน้าราวกับจะกลืนมันลงท้อง อย่างไงอย่างงั้น“พวกมึงก็ควรรู้ตัวบ้างแล้ว” มังกรละสายตาเหลือบมองเทวาทันที“รู้อะไร?”“รู้ตัวว่าควรตั้งใจเรียนไงไอ้ควาย จะให้กูมานั่งติวพวกมึงตลอดเลยรึไง...กูเพื่อนมึงนะไม่ใช่อาจารย์”“ทีเมื่อก่อนไม่เห็นจะบ่น” ขุนเขาที่นั่งอยู่อีกข้างเอ่ยพึมพำกลัวว่าอาจารย์หน้าห้องจะได้ยิน “พอมีแฟนแม่งบ่นเก่งฉิบหาย”“มีแฟนก็ต้องอยากอยู่กับแฟนไหมวะ...เรื่องมานั่งติวให้พวกมึ
บทที่ 35“นี่อย่าบอกนะว่าโกรธแตงแล้วพาลมาลงที่พี่อะ?”มังกรหน้าเหวอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมเลิกคิ้วเชิงตั้งคำถาม“ค่ะ!!” ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเธอนั้นเป็นคนพาล ก็ถึงได้บอกไงว่าขอเวลาระงับอารมณ์ตัวเองก่อน“ละ...แล้วพี่ต้องทำไงอะ?”ชายหนุ่มไหวไหล่ทั้งสองข้างเมื่อมองหาทางออกไม่เจอ ก็จะให้ง้อยังไงอะ ในเมื่อเขาไม่มีความผิด“อยู่เฉย ๆ ไง หนูถึงได้บอกว่าอยากอยู่คนเดียว” เรเน่ว่าเสียงกระด้างไร้ความเสนาะหู“อย่าพูดแบบนั้น” มังกรรวบร่างบางมากอดไว้หลวม ๆ พลางซบใบหน้าหล่อที่ไหล่มนก่อนจะกดจูบที่แก้มนวลฟอดใหญ่ “เราจะอยู่คนเดียวได้ไง”“ก็...”“พี่มาง้อ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลจนทำให้คนฟังขวยเขิน “จะให้พี่ง้อยังไงดีคะ?”ว่าพร้อมกับจับใบหน้าสวยให้หันเข้าหาตัวเอง ก่อนจะประทับริมฝีปากอวบอย่างแผ่วเบา ทำเอาใบหน้าสวยเห่อแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเรียวปากหนาผละออก ก่อนจะหันหน้าหนีหลบซ่อนความเขินอายของตัวเองไม่ให้อีกคนรู้“ต่อไปนี้หนูต้องไปทำความสะอาดที่สนามบาสทุกวัน พี่ต้องไปเฝ้าหนู”“ถึงไม่บอกพี่ก็ไป” มังกรว่าอย่างมั่นใจแล้วคลายวงแขนให้หลวมขึ้น“แล้วก็ห้ามคุยกับอีแก่นั่น”“หมายถึงแตงไทย?”“
บทที่ 9“พี่สอนหนูเหมือนเมื่อกี้ได้ไหมคะ...นะคะพี่มังกร”ในเมื่อเธอกล้าขอ เขาก็จัดให้เลยทันที น้ำเสียงออดอ้อนกับสายตาเว้าวอนนั้นมันช่างยั่วยวนจนทนไม่ไหว มังกรโน้มตัวเข้าใกล้แล้วประกบริมฝีปากลงบนความอวบอิ่มของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหนักหน่วงและอ่อนหวานปะปนกันไปจากตอนแรกที่สนใจเธออยู่แล้ว…พอเธอเป็นฝ่
บทที่ 8“เห้ย ยัยแป้ง! ดูน้องแกหน่อยดิ”เสียงของหญิงสาวร่างอวบอั๋นตะโกนแข่งกับจังหวะดนตรี EDM ที่ดังกระหึ่มไปทั่วบาร์ มือยังคงโอบประคองร่างเล็กที่เซไปมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์“เน่ไม่เมาค่ะเพ้~~”เสียงหวานลากยาวพลางเงยหน้า
บทที่ 6“อืม สมควรโดน...เค้าไม่เขียนด่ามึงก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!”ขุนเขาว่าพร้อมกับวางถุงคุกกี้ลงโต๊ะกลมโซฟาแล้วเอนกายพิงพนักพลางส่ายศีรษะเบา ๆ อย่างเอือมระอากับนิสัยของเพื่อน คิดดูเถอะเวลาตีสองแต่แม่งมานั่งทุบน้ำแข็ง เป็นบ้าอะไรของมัน“คนในคอนโดมึงแม่งมีมารยาทจังหวะ” เทวาเอ่ยพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ก็
บทที่ 5--เวลา 02.30 น.--ตึ่ง!! ตึ่ง!!เวลาตีสองครึ่ง ภายในห้องอันเงียบสงัดไฟทุกดวงดับลงบ่งบอกว่าเจ้าของห้องพร้อมที่จะดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา ทว่าอยู่ ๆ เสียงดังปริศนาก็แทรกเข้ามาจากชั้นบน ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก หลุดจากอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นทันที“เห้ยย! แผ่นดินไหวเหรอ?”เสียงงัวเงียดังลอดริมฝีปาก เร







