FAZER LOGINบทที่ 7
--เวลา 23.30 น.--
ผับกึ่งบาร์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนในย่านนี้ ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในร้านมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบและชัดเจน
บริเวณชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองโซน ได้แก่ โซนดนตรี EDM ที่เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสีสาดกระทบไปทั่ว เสียงบีทหนัก ๆ เร่งเร้าอารมณ์ให้ผู้คนโยกตัวตามจังหวะอย่างสนุกสนาน และอีกโซนคือมุมดนตรีสด ซึ่งถูกตกแต่งให้ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งชิล จิบเครื่องดื่มเคล้าเสียงร้องสดอันอบอุ่นจากนักดนตรี
ส่วนชั้นสองถูกจัดไว้สำหรับแขก VVIP เท่านั้น บรรยากาศเป็นส่วนตัว มีโต๊ะนั่งหรูหราพร้อมการบริการใกล้ชิด เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มพิเศษได้พักผ่อนหรือสังสรรค์อย่างเป็นส่วนตัว
ซึ่งปกติแล้วกลุ่มชายหนุ่มนักศึกษาทั้งสี่คนมักจะเลือกเปิดห้อง VVIP ทุกครั้งที่มาที่นี่ เหตุผลไม่ใช่เพียงเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เพราะนิสัยพูดจาหยาบคายตามประสาเพื่อนสนิทนั่นแหละ พวกเขากลัวว่าหากนั่งปะปนกับคนอื่นแล้วเผลอหลุดถ้อยคำแรง ๆ ออกมา โต๊ะข้าง ๆ อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาจงใจหาเรื่อง จึงตัดปัญหาด้วยการหลีกไปอยู่บนชั้นสอง ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน
ทว่าคืนนี้กลับผิดแปลกไปเมื่อพวกเขาทั้งสี่คนเลือกนั่งรวมตัวอยู่ในโซนนั่งชิลชั้นล่างแทน ร่างสูงใหญ่แต่ละคนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นกระดกเรียงกันทีละรอบ
“อะหมดแก้วละ บอกพวกกูได้รึยังว่าน้องคนนั้นชื่ออะไร?”
ขุนเขาเอ่ยขึ้นราวกับรอจังหวะนี้มานานแล้ว มือก็รีบแย่งแก้วจากมังกรไปเติมน้ำแข็งอย่างถือวิสาสะ
แม้เมื่อวานพวกเขาจะไม่ได้เห็นกับตาว่ามังกรพาสาวขึ้นรถกลับไปด้วยแต่ก็มีมือดีอย่างเทวาคอยส่งรูปมาให้ดูตลอด ทว่ามังกรเอาแต่อ้างนู่นอ้างนี่ไม่ยอมเล่าสักที จนขุนเขาเริ่มทนไม่ไหว ความอยากรู้มันแทบจะทะลักออกมาจากอกอยู่แล้ว
“น้องคนไหน?” มังกรไหวไหล่ทำเป็นไขสือ
“ถีบตกเก้าอี้สักทีไหมวะไอ้นี่” เทวาว่าอย่างมีน้ำโห อุตส่าห์รอลุ้นตั้งนานแต่ไอ้เวรนี่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ฉิบหาย!
“ที่ไม่ยอมเล่าเพราะหวง?” คราวนี้เป็นภูผาพูดขึ้นพลางหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด
ที่พวกเขาเอาแต่คะยั้นคะยอถามอยู่นี่ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรซับซ้อนหรอก...ก็แค่อยากรู้ว่าสาวคนไหนมันสามารถทำให้มังกรยอมสละเวลาไปรับไปส่งได้ เพราะนอกจากเรื่องเรียนกับเกมแล้ว มังกรไม่เคยยอมเสียเวลาให้สิ่งใดเลย
“หวงทำไม เป็นผัวเค้าเหรอ?” ขุนเขาถามย้ำแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้มังกรทันที
“อะไรของพวกมึงเนี่ยย!” มังกรสบทอย่างรำคาญพร้อมดันใบหน้าของขุนเขาให้ออกห่าง “อยากรู้อะไรขนาดนั้นวะ?”
“ก็มึงทำตัวมีพิรุธ เมื่อวานบอกไอ้ผาว่าจะรีบไปเล่นเกม...แต่กูเห็นมึงไปรับสาวหน้าโรงอาหาร หมายความว่าไงวะ?” เทวาว่าในขณะที่หยิบของแกล้มเข้าปาก
จะว่าพวกเขาน้อยใจ...ก็คงจะใช่ เพราะถ้ามังกรเห็นสาวสำคัญกว่าเพื่อนล่ะก็ คงต้องสอบสวนกันยาวเลยแหละ
“ก็...” มังกรเหลือบสบตากับเพื่อนทีละคนก่อนจะถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ “แค่บังเอิญ”
“ถุ้ยย! ควงแขนกันขึ้นรถขนาดนั้น” เทวาสบทพร้อมหัวเราะเย้ยกับคำตอบของมังกร
“กูพูดจริง ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ...อันที่จริงกูแค่เดินผ่านแล้วน้องเค้ามีเรื่องเลยขอให้กูช่วยเท่านั้นเอง”
มังกรอธิบายตามความจริง เพราะหากย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนเย็น เขาและเธอไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ เขาเองก็ยังงง ๆ อยู่เลย ที่อยู่ ๆ ก็ได้สถานะแฟนกำมะลอของเธอสะงั้น
“เหอะ! เป็นคนดีขึ้นมาเชียว?” ขุนเขาเอ่ยแซวพลางเสมองมังกรอย่างไม่เชื่อก่อนจะกระดกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นจิบ
“เอ้า พูดความจริงก็ไม่เชื่อ”
“จะให้พวกกูเชื่อได้ไง ปกติมึงไม่คุยกับคนไม่รู้จัก”
“ก็กูเห็นน้องเค้าเป็นเด็กภาคเครื่องกล ก็เลยช่วย...ถือสะว่าช่วยรุ่นน้องไง”
“ช่วยเพราะแค่นั้นจริงอะ?” เทวาหันไปมองแล้วถามย้ำอีกที ทำเอามังกรเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจ
“ก็น้องเค้า นะ...น่ารักดี”
ว่าพร้อมพยักหน้าเบา ๆ อย่างยอมรับความจริงที่ดังอยู่ข้างในใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่า ยัยเด็กปีหนึ่งคนนั้นแม่งโคตร!! น่ารักฉิบหาย!!
“นั้นไง!! กูว่าแล้ววว อย่างไอ้กรเนี่ยนะจะมีน้ำใจกับคนอื่นไปพร่ำเพรื่อ”
ภูผาว่าเสียงดังพร้อมตบหน้าขาตัวเองฉาดใหญ่ก่อนใบหน้าหล่อจะยิ้มร่าเมื่อสิ่งที่ตนเดามาตั้งแต่ต้นนั้นเป็นจริงไม่ผิดเลยสักนิด
“แล้วน้องเค้าชื่ออะไร?” ขุนเขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วถามเสียงเรียบ
“จำไม่ได้...”
มังกรว่าเสียงอ๋อยอย่างน่าเสียดาย เขาไม่ได้หวงแต่มันจำไม่ได้จริง ๆ อยากจะด่าตัวเองเหมือนกันที่ความจำสั้นเหลือเกิน
“กูถามจริง หึ!” เทวาหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของมังกร
“เออ!! ตัวแม่งหอมฉิบหาย”
“นั่น!! ได้ดมเค้าแล้วแต่จำชื่อไม่ได้สะงั้น” ภูผาแซวแล้วหัวเราะก๊ากชอบใจ
มังกรเห็นแบบนั้นก็รีบชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกูถีบหน้าหงายไปละไอ้นี่ จำชื่อสาวที่ชอบไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องตลก!
“หัวเราะไปเถอะไอ้ผา วันศุกร์หน้ามึงมาเข้ากิจกรรมรับน้องกับกูเลยนะ” มังกรชี้หน้าภูผาด้วยความหมั่นไส้
“เข้าทำไม? ทำไมต้องเป็นกู?” จากที่หัวเราะชอบใจพลันต้องหุบยิ้มในทันที
“ก็ไปส่งกูส่องสาว...น้องเค้าอยู่ปีหนึ่ง”
“แล้ว?”
“ไปนั่งส่องเป็นเพื่อนกู”
“แล้วทำไมต้องเป็นกูครับเพื่อน?”
“กูหมั่นไส้มึง จบนะ”
มังกรว่าแค่นั้นก็ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระพร้อมยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด สายตาคมหันไปมองรอบ ๆ เป็นการบอกเป็นนัยว่า...เขาต้องการจบบทสนทนานี้ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ
*******************
ภูผาตัวโดนนน555555+
(ติดตามเรื่องของภูผาได้ที่ เรื่อง วิศวะครองใจ (จบแล้ว) )
**********************
ฝากกดหัวใจ + คอมเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วยน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
บทที่ 20“อะ...อย่าขยับ...ก้นเรามันกำลังถู มังกรน้อย ของพี่อยู่”“พี่มังกร! อ๊ะ!”เรเน่หันไปเอ็ดเสียงแข็ง เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่พูดจาเรื่องใต้สะดือไม่หยุด ซ้ำยังอาศัยจังหวะที่เธอกำลังตกใจล้วงมือหนาเข้ามาใต้สาบเสื้อผืนบางแล้วบีบขย้ำทรวงอกอิ่มอย่างเอาแต่ใจ“ให้พี่เอาเถอะนะ…เรเน่”เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยข้างหู ราวกับไม่อาจทนต่อไฟราคะของตัวเองได้ ริมฝีปากร้อนแตะจูบซับที่ติ่งหู ก่อนเลื่อนไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหงส์และลาดไหล่ขาวเนียนอย่างหวงแหน“ไม่เอาค่ะ…”หญิงสาวครางปฏิเสธเสียงสั่น มือเล็กพยายามดันแขนแกร่งออกทว่าเหมือนยิ่งปฏิเสธ วงแขนแข็งแรงนั้นก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับพันธนาการรักที่ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดไปง่าย ๆทว่าเพียงพริบตาเดียว ร่างเล็กที่เคยนั่งอยู่บนตักแกร่งก็ถูกคนตัวโตกว่าตวัดพลิกให้นอนแนบกับเตียงหนานุ่ม มังกรเองก็ไม่รอช้ารีบทาบทับกายลงมาด้วยความรวดเร็วเขารู้ดีว่ากำลังล้ำเส้นและก็รู้ดีว่าไม่ควรทำแบบนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อยิ่งมองเรเน่ในชุดรัดรูปที่เผยทุกสัดส่วนชวนหลงใหลแบบนี้ ไฟราคะในอกของเขามันยิ่งโหมแรงจนไม่อาจห้ามตัวเองได้สายตาคมฉายแววคลั่งไคล้ปนกระหาย จดจ้องมองคนใต้
บทที่ 19“เจ็บตรงไหนไหม?”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเรียบนิ่งทันทีที่มาถึงรถ นัยน์ดวงตาคมเข้มเป็นประกายฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดเรเน่ก้มสำรวจตัวเองด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อก่อนจะส่ายศีระพลันเป็นคำตอบ“เรามาเข้าห้องน้ำทำไมไม่บอกพี่?” คิ้วหนาขมวดเป็นปมก็เมื่อกี้เขาออกไปคุยโทรศัพท์แค่แปบเดียวพอกลับเข้ามาเธอก็ไม่อยู่โต๊ะแล้ว พอถามจากเก่งที่เมาจนแทบไม่ได้สติก็ไม่ได้ความอะไร มังกรต้องเดินหาตั้งแต่โซนในผับจนถึงหน้าห้องน้ำ กว่าจะเจอเธอก็เสียเวลาไปไม่น้อย“ก็พี่ไม่อยู่ หนูปวดฉี่”เรเน่ช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวสูงก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ราวกับตั้งใจออดอ้อน แตกต่างกับเรเน่คนก่อนที่พยายามตีตัวออกห่างเขาราวกับรังเกียจนักหนามังกรเห็นดังนั้นก็รีบดันร่างบางขึ้นรถทันที ก่อนจะเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับและเช่นเคย เขาโน้มตัวลง เอื้อมมือหนาไปคาดเข็มขัดให้เธอด้วยความคล่องแคล่วเรเน่จับจ้องใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้จนแทบจะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ และได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคย เสียงเครื่องยนต์รถดังเป็นจังหวะเบา ๆ เธอรีบฉวยโอกาสขยับเข้าไปใกล้กดจูบลงบนแก้มสากนั้นอย่างใจกล้า ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วรีบเบือนใบหน้ามองออกไปข้างนอ
บทที่ 18--เวลา 00.30 น.—“น้องครับ…”ในขณะที่เรเน่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำก็ถูกเสียงทุ้มเอ่ยทักจากด้านหลัง หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยังต้นเสียง เจอชายหนุ่มร่างสูงแต่งตัวเนี้ยบแต่สายตากลับโลมเลียไปทั่วร่างเธออย่างโจ่งแจ้ง“สวัสดีครับคนสวย มาคนเดียวเหรอครับ?”เขายกยิ้มมุมปาก มือถือแก้วเหล้าแกว่งไปมา พร้อมก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับน้ำหอมแรงฉุนตีขึ้นจมูก“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณคะ?”“เกี่ยวสิครับ…” เขาก้มลงกระซิบใกล้หูจนลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดแก้มเธอ “เพราะคนสวย ๆ ไม่ควรเดินคนเดียวแบบนี้”มือหนาเอื้อมมาแตะที่ต้นแขนเรียวเบา ๆ เรเน่เห็นแบบนั้นก็รีบขยับหลบทันที ทว่าชายหนุ่มกลับยิ้มยียวนราวกับไม่รู้สึกผิดอะไรเลย“เล่นตัวจังนะครับ…แต่แบบนี้ ผมยิ่งชอบ”ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ถ้าก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดริมฝีปากก็เกือบจะเฉียดแก้มเธอ“ไม่ได้เล่นตัวค่ะ…แค่เลือก”เสียงหวานติดยานคางเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่ประโยคที่พ่นออกมากลับเฉือนบาดจนรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาสะดุดค้างเรเน่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาฉ่ำปรือเหลือบมองคนตรงหน้าอย่างดูแคลน“ผู้ชายที่คิดว่าผู้หญิงเมาแล้วจะทำอะไรก็ได้…มันน่ารังเกียจย
บทที่ 17“เน่ไม่ใช่แฟนพี่มังกรนะคะ!”ก่อนที่ภูผาจะพูดจบเรเน่ที่นั่งฟังอยู่นานรีบโพล่งขึ้นทันที ทำเอาบรรยากาศรอบโต๊ะเงียบไปชั่วขณะ“เอ่อ…เน่เป็นน้องรหัสพี่เก่งค่ะ” เรเน่รีบชิงเอ่ยขึ้น ราวกับว่าการอธิบายความสัมพันธ์จะช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลง เธอพยายามยิ้มแหย ๆ พลางเหลือบมองไปรอบโต๊ะ “ก็คือ...อยู่สายรหัสเดียวกับพี่มังกรนั่นแหละค่ะ”ประโยคนั้นฟังดูเหมือนเป็นการบอกเล่าเรื่องใหม่ แต่ทว่าทุกคนบนโต๊ะรู้อยู่แล้วและต่างก็รู้ดีว่า มังกรไม่ใช่คนที่จะให้ความสำคัญกับ “สายรหัส” ถึงขั้นต้องตามไปประกบใกล้ชิดแบบนี้ขุนเขาที่ฟังอย่างตั้งใจถึงกับกลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่ ส่วนเทวาที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบยกแก้วขึ้นจิบเพื่อกลบรอยยิ้มแต่สายตากลับหันไปมองเพื่อนตัวดีอย่างรู้งาน“อะแฮ่ม!”มังกรกระแอมเบา ๆ แสร้งทำเป็นกลบเสียงแซว ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ แขนแกร่งยกขึ้นวางพาดบนพนักด้านหลังราวกับตั้งใจโอบไหล่หญิงสาวข้างกายโดยไม่ต้องแตะต้องจริง ๆ“แล้วน้องรู้ไหมว่าสายไอ้กรต้องดื่มเก่ง”ภูผาที่รู้ทุกอย่างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขี้เล่น พร้อมเลื่อนแก้วเครื่องดื่มแก้วใหม่มาหยุดตรงหน้าเรเน่
บทที่ 16--ผ่านไป 2 สัปดาห์—สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับใครหลายคน…แต่ไม่ใช่สำหรับเรเน่เลย เพราะสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแทบจะดูดพลังชีวิตเธอไปจนเกือบหมด ทั้งการบ้าน ทั้งการเรียน ไหนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องอีกจนในที่สุด…วันนี้ก็มาถึง วันที่กิจกรรมรับน้องสุดโหดของคณะวิศวกรรมสาขาเครื่องกลได้จบลง ซึ่งเป็นสัญญาณอันดีที่ต่อไปนี้เธอจะไม่ต้องทนได้ยินเสียงว้ากดุ ๆ ของรุ่นพี่อีกแล้ว และที่สำคัญเธอจะไม่ต้องเห็นหน้าใครบางคนที่คอยตามเฝ้าเธอทุกเย็นอีกต่อไปใช่แล้ว…ไม่ผิดหรอก เขาคนนั้นคือมังกร คนที่แต่งตั้งตำแหน่งตัวเองให้เป็น ผัวของเธอ และแต่งตั้งเธอ ให้เป็นเมียของเขา แม้อีกฝ่ายจะค้านหัวชนฝาก็ตาม“สวัสดีค่ะพี่เก่ง”มือเรียวสวยยกขึ้นไหว้พี่ว้ากสุดโหด หรือ พี่รหัสสุดแสนจะใจดีของเธอพร้อมรอยยิ้มทันทีที่มาถึงโต๊ะกลางบาร์นั่งชิว เก่งซึ่งนั่งจิบเครื่องดื่มเพียงลำพังหันมาทักทายน้องรหัสสุดสวยที่ถูกกำชับมาจากใครบางคนว่า...ดูแลเด็กกูให้ดี ๆ นะไอ้เก่งวันนี้เป็นอีกวันที่นัดเลี้ยงสายรหัส แม้จะเคยเลี้ยงมาหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม...ถามว่าทำไมถึงเลี้ยงบ่อย ก็มังกรสั่งเก่งมาแบบนี้ว่าให้เลี้ยงน้องทุกอาทิตย์ แ
บทที่ 15“หนูน่ะ จำได้ขึ้นใจ! ว่าไอ้คนที่ด่าว่าหนู ปัญญาอ่อน ชื่อไอดีคือ DragonHamYai!!”สิ้นเสียงกระแทกกระทั้นก็หันไปสบตากับชายหนุ่มที่ตัวแข็งทื่อดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ“นั่นมันพี่นิ” มังกรพึมพำเสียงเบาทว่าเรเน่กลับได้ยินอย่างชัดเจน“เหอะ” ร่างบางเค้นหัวเราะเย้ยหยันพร้อมขยับตัวออกห่างเพื่อเว้นระยะ“ปกติพี่ไม่ได้ปากหมาแบบนั้นนะ”มังกรรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่มือหนาเลื่อนไปกอบกุมต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงเอาไว้แน่น ก็ถ้าไม่จับไว้เธอคงดีดตัวหนีไปจนสุดมุมโซฟาแน่ ๆ“อะไรอีกล่ะ? จะมาบอกว่าเพื่อนเล่นงั้นเหรอ?”คิ้วเรียวขมวดแน่น ดวงตาคู่สวยจับจ้องเขาอย่างไม่ลดละ แววตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว“เปล่า...พี่เองแหละ” ไหล่หนาไหวเบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ “ก็ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเราอะ”เพราะถ้าเขารู้สักนิดว่า เจ้าของเสียงหวานในวันนั้นน่ารักตรงสเปกเขาแทบทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ มังกรก็คงหักห้ามใจตัวเองมากกว่านี้ ไม่ปล่อยให้ปากไวด่าไปถึงโคตรเหง้าของตระกูลขนาดนั้นหรอก“ถ้าเป็นหนูพี่คงจะด่าหนักกว่านั้น ใช่ไหมล่ะ”น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยถามพร้อมยกแขนเรียวขึ้นกอดอกแ







