Share

บทที่ 4

Author: สายลม
“ไปเอามา”

กู้หยุนเซินเอ่ยเสียงขรึม “บอกไปว่าข้าต้องการ ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใด ก็ต้องเอามาให้ได้”

หมอหลวงรับคำแล้วจากไป

ทันใดนั้น เสียงร้องไห้โวยวายก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

“ท่านแม่รอง ท่านอย่าทำเช่นนี้ อย่าคิดสั้นเด็ดขาด”

“ปล่อยให้ข้าตายเถิด เป็นข้าที่ทำร้ายฮูหยิน หากไม่ใช่เพราะข้ากับอันอันโง่เขลาจนล้มลง แล้วจะทำให้กั๋วกงต้องคอยปกป้องพวกเรา จนไม่มีเวลามาปกป้องฮูหยินได้อย่างไร”

เมื่อกู้หยุนเซินหันไปมอง ก็เห็นซูชิงเหอถือกรรไกรจ่ออยู่ที่ลำคอของตนเอง

เขารีบตวาดเสียงดังทันที

“ชิงเหอ วางกรรไกรลง”

ซูชิงเหอส่ายหน้าทั้งน้ำตา สะอื้นกล่าวว่า

“นายท่าน ข้าผิดต่อฮูหยิน ข้าคงทำได้เพียงใช้ความตายชดใช้ความผิด”

ขณะที่กล่าว นางออกแรงที่มือ กรรไกรเฉือนผ่านลำคอ เลือดสดพลันทะลักออกมา

กู้หยุนเซินรีบวางลู่หว่านหนิงลง แล้วพุ่งเข้าไปกอดซูชิงเหอ ใช้มือข้างหนึ่งกดบาดแผลของนางเอาไว้แน่น

“ใครก็ได้รีบมาเร็ว หมอหลวงอยู่ที่ใด”

หมอหลวงเพิ่งนำโสมหิมะพันปีกลับมา ก็ต้องหันไปตรวจบาดแผลให้ซูชิงเหออีกครั้ง เมื่อเห็นบาดแผลแล้ว เขาก็ขมวดคิ้วแน่น

“บาดแผลนี้แม้ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่เสียเลือดมาก เช่นเดียวกับฮูหยินกู้ หากไม่รีบใช้ยา เกรงว่าจะช่วยชีวิตไม่ทัน”

“ต้องใช้ยาอะไร”

หมอหลวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “โสมหิมะพันปี”

กู้หยุนเซินนิ่งงันไปชั่วขณะ

เขาก้มมองซูชิงเหอที่อยู่ในอ้อมแขนและกำลังรวยริน ก่อนหันไปมองลู่หว่านหนิงที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

ซูชิงเหอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นในอ้อมแขนของเขา น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับควันสายหนึ่ง

“นายท่าน ช่วยฮูหยินเถิด ชีวิตของข้า ข้าไม่คู่ควรให้รักษา”

กล่าวจบ น้ำตาก็ไหลรินจากดวงตา ก่อนนางจะหมดสติไป

อันอันพุ่งเข้ามา ร้องไห้พลางตะโกนว่า

“ท่านแม่รอง ข้าต้องการท่านแม่รอง ท่านพ่อ ขอร้องท่าน ช่วยท่านแม่รองด้วย”

กู้หยุนเซินกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกผิด น้ำเสียงยากจะเปล่งออกมาและสั่นเทา

“เอายา ให้ชิงเหอ”

จันทราลอยสูงกลางนภา

ลู่หว่านหนิงฟื้นขึ้นจากอาการหมดสติ เมื่อสติกลับคืนมา สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือความเจ็บปวด

นางคิดจะขยับ แต่แม้แต่นิ้วมือก็ยังยกไม่ขึ้น

คนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ใช่กู้หยุนเซิน แต่เป็นชุนเถา

“ฮูหยิน ท่านฟื้นแล้ว ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว บ่าวนึกว่าท่านจะผ่านคืนนี้ไปไม่ได้เสียแล้ว”

ชุนเถากอดนางร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดไม่หยุด

“หลังจากท่านหมดสติ เมียรองซูคิดสั้นจนได้รับบาดเจ็บที่ลำคอ นางก็ต้องใช้ยาเช่นกัน แต่โสมหิมะนั้นมีเพียงต้นเดียว หมอหลวงบอกว่าหากท่านไม่ได้ใช้ยา เกรงว่าจะผ่านคืนนี้ไปไม่ได้”

“กั๋วกงกลับเอายาไปให้นางแพศยานั่นใช้”

“บ่าวจึงรีบกลับไปขอร้องที่ตระกูลลู่ โชคดีที่ในคลังส่วนตัวของนายท่านมีโสมหิมะอยู่ต้นหนึ่ง ไม่เช่นนั้น ไม่เช่นนั้นบ่าวคงไม่ได้เห็นท่านอีกแล้ว”

ลู่หว่านหนิงรับฟังอย่างเงียบงัน หัวใจกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

น้ำตาไหลผ่านแก้ม นางยกมือเช็ดออก แต่กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะเอ่ยคำตัดพ้อใดออกมา

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากนอกประตู กู้หยุนเซินพุ่งเข้ามา

ใต้ดวงตาของเขามีรอยคล้ำเข้ม เขาเดินมาถึงข้างเตียงแล้วกุมมือนางไว้แน่น

“อาหนิง ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้ากลัวเพียงใด”

ลู่หว่านหนิงไม่รอให้เขาพูดจบก็ดึงมือกลับมา

กู้หยุนเซินเหลือบมองชุนเถาอย่างตำหนิเล็กน้อย ก่อนหันกลับมามองลู่หว่านหนิง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“อาหนิง ฟังข้าอธิบายก่อน อย่างไรชิงเหอก็คลอดลูกมาถึงสามคน ร่างกายอ่อนแอพื้นฐานไม่แข็งแรง หากไม่รีบใช้ยา เกรงว่าจะช่วยชีวิตไม่ทันจริง ๆ”

“แต่เดิมเจ้าก็สุขภาพแข็งแรง หมอหลวงใช้ยาประคองอาการไว้ก่อน ด้วยเส้นสายของข้า ข้าต้องหาโสมหิมะมาให้เจ้าได้อีกต้นแน่”

ลู่หว่านหนิงฟังคำพูดของเขาแล้วกลับรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาในอก

นางเบือนหน้าหนี ไม่อยากแม้แต่จะมองเขา

เมื่อเห็นนางเย็นชาเช่นนี้ กู้หยุนเซินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนน้ำเสียงจะหนักขึ้นหลายส่วน

“อีกอย่าง ตอนนี้เจ้าก็ไม่เป็นอะไรแล้วไม่ใช่หรือ อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้หรือไม่”

นางทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หรือ

ลู่หว่านหนิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาตกลงบนร่างของเขาโดยไร้ซึ่งความรู้สึกแม้แต่น้อย

สาวใช้คนหนึ่งโผล่ศีรษะเข้ามาอย่างเร่งรีบจากนอกประตู

“กั๋วกง เมียรองซูฟื้นแล้ว ร้องไห้ขอพบท่านเจ้าค่ะ”

สีหน้าของกู้หยุนเซินเปลี่ยนไป เขารีบลุกขึ้นทันที

จากนั้นก็หันกลับมามองลู่หว่านหนิงอีกครั้ง ลูบมวยผมของนาง พลางปลอบโยน

“ครั้งนี้เป็นความผิดของข้า วันหน้าข้าจะชดเชยให้เจ้าแน่นอน”

“เรือนของชิงเหอมีสาวใช้และแม่นมน้อยกว่าที่นี่ ข้าจะไปดูแลนางก่อน อีกเดี๋ยวจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”

ลู่หว่านหนิงไม่ตอบ

ประตูปิดลง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป

นางหลับตาลง ทว่ากลับคล้ายมองเห็นภาพในคืนแต่งงานของนางกับกู้หยุนเซินอีกครั้ง

เขาเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของนางขึ้น ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยนข้างหู

“อาหนิง วันนี้เจ้าเป็นภรรยาของข้าแล้ว ชั่วชีวิตนี้ข้าจะปกป้องเจ้า ทุกเรื่องล้วนให้เจ้าเป็นที่หนึ่ง ข้าจะรักและทะนุถนอมเพียงเจ้า”

คำสาบานยังคงก้องอยู่ข้างหู แต่คนกลับจากไปไกลแล้ว ที่แท้บางคำพูด ก็มีเพียงให้ฟังไว้เท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลมไม่อาจพัดพาความค้างคาไปได้   บทที่ 19

    ครึ่งเดือนต่อมา รถม้าของลู่หว่านหนิงก็หยุดลงเบื้องหน้าอีกไม่ไกล ก็คือเมืองหลวงซ่งอวิ๋นหลานยืนอยู่ข้างรถม้า มองประตูเมืองที่อยู่ไกลออกไป น้ำเสียงแฝงความหนักอึ้ง “หลังเข้าเมืองหลวงแล้ว จะยิ่งอันตราย”“คนขององค์ชายสามไม่มีทางปล่อยเจ้าไป”กู้หยุนเซินยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรม่านรถถูกเปิดออก ลู่หว่านหนิงเดินลงมานางมองกู้หยุนเซินด้วยแววตาซับซ้อน“เจ้ายังจะตามมาอีกหรือ”กู้หยุนเซินมองนาง “ข้าเคยบอกแล้ว ข้าจะคุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัยจนเข้าเมืองหลวง”ลู่หว่านหนิงเงียบไปครู่หนึ่ง “สมุดบัญชีฉบับนั้นในตอนแรก ตกลงแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไร”กู้หยุนเซินก้มหน้าลง ก่อนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก “บิดาของซูชิงเหอเป็นคนในสังกัดองค์ชายสาม เมื่อคดีเกลือเกิดเรื่อง องค์ชายสามจึงให้ตระกูลซูรับความผิดไปส่วนหนึ่ง แล้วหาคนมาช่วยรับเคราะห์แทนพวกเขา”“ซูชิงเหอคุกเข่าต่อหน้าข้า นางบอกว่าไม่อาจปล่อยให้เด็ก ๆ กลายเป็นลูกหลานของขุนนางผู้มีความผิด อีกทั้งยังบอกว่าหลังจากส่งคนในครอบครัวของนางถอยกลับไปยังจิ้นจงแล้ว จะให้คนออกมาช่วยท่านพ่อตาของข้ารื้อคดี”“ข้า...”เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์“ท่

  • สายลมไม่อาจพัดพาความค้างคาไปได้   บทที่ 18

    ลู่หว่านหนิงชะงักไป “เจ้า...”“ข้าเคยบอกแล้ว เรื่องของเจ้า ก็คือเรื่องของข้า”แววตาของซ่งอวิ๋นหลานอ่อนโยนและหนักแน่น “เจ้าจะเข้าเมืองหลวง ข้าจะคุ้มครองเจ้า”“เจ้าจะรื้อคดี ข้าจะช่วยเจ้า เจ้าจะเข้าเฝ้าพระพักตร์ ข้าก็จะไปเป็นเพื่อนเจ้า”ลู่หว่านหนิงมองเขา ดวงตาแดงก่ำขึ้นมา “อวิ๋นหลาน เหตุใดเจ้าต้อง...”“เพื่อเจ้า ข้าเต็มใจ”ซ่งอวิ๋นหลานยิ้มบาง ๆ “หว่านหนิง ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าตอบแทนอะไรข้าในตอนนี้ เพียงขอให้เจ้ายอมให้ข้าอยู่เคียงข้างเจ้า”หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ลู่หว่านหนิงก็ออกเดินทางเข้าเมืองหลวงซ่งอวิ๋นหลานพาองครักษ์ฝีมือดีหลายคนร่วมทางไปคุ้มกันนางตลอดเส้นทางกู้หยุนเซินก็ตามมาด้วยเขายังคงขี่ม้าเพียงลำพัง ตามอยู่ด้านหลังในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลเมื่อซ่งอวิ๋นหลานเห็นเขา คิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“เขายังตามมาอยู่”ลู่หว่านหนิงไม่ได้หันกลับไป เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เป็นไร ปล่อยเขาไปเถิด”พวกเขาเดินทางมุ่งขึ้นเหนือสองวันแรกยังคงสงบดี แต่พอถึงวันที่สาม ก็เริ่มมีมือสังหารหลั่งไหลเข้ามาขัดขวางพวกเขาอย่างไม่ขาดสายประกายดาบกระบี่วูบวาบ เสียงตะโกนสังหารดังขึ้นทั่วบ

  • สายลมไม่อาจพัดพาความค้างคาไปได้   บทที่ 17

    “อาหนิง...”เสียงของเขาสั่นเครือ “ข้ารู้ว่าข้าผิดแล้ว เรื่องที่เมียรองซูทำ ข้าสืบจนกระจ่างหมดแล้ว”“อุบัติเหตุครั้งนั้น เป็นนางที่ทำให้เจ้าสูญเสียความสามารถในการมีบุตร บาดแผลของอันอันในวันนั้น นางเป็นคนทำร้ายตัวเอง ส่วนมือสังหารที่จวนองค์หญิงใหญ่ นางก็เป็นคนจัดการ...”เขาเล่าความผิดของซูชิงเหอออกมาทั้งหมดทีละเรื่อง ทีละข้อ“เรื่องพวกนี้ข้ารู้หมดแล้ว ข้าสั่งกักตัวนางไว้”เขามองนาง “ข้าจะให้นางชดใช้ในสิ่งที่ทำ อาหนิง ให้โอกาสข้าอีกครั้ง กลับไปกับข้าได้หรือไม่”“ข้าสาบานว่า ตลอดชีวิตที่เหลือ ข้าจะดีกับเจ้าเพียงผู้เดียว ข้าจะใช้ทั้งชีวิตชดเชยให้เจ้า”“ไม่จำเป็นแล้ว”เสียงของลู่หว่านหนิงแผ่วเบาลงนางมองเขา แววตาเผยความเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย“กู้หยุนเซิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงจากมา”กู้หยุนเซินชะงักงันลู่หว่านหนิงเอ่ยเสียงเบา “ไม่ใช่เพราะซูชิงเหอทำร้ายข้า ไม่ใช่เพราะเจ้าไม่เชื่อข้า และยิ่งไม่ใช่เพราะเจ้าหยิบยกท่านพ่อของข้ามารับผิดแทน”“ที่ข้าจากมา เป็นเพราะในที่สุดข้าก็เข้าใจเรื่องหนึ่ง”นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยทีละคำ “เจ้าไม่เคยรักข้าอย่างแท้จริง”“คนที่เจ้ารัก คือ

  • สายลมไม่อาจพัดพาความค้างคาไปได้   บทที่ 16

    ซ่งอวิ๋นหลานขับรถม้าพาลู่หว่านหนิงกลับจากนอกเมืองหลายวันมานี้ พวกเขาไปพบขุนนางที่เกี่ยวข้องกับคดีอีกหลายคน แม้จะได้ข้อมูลกลับมาไม่มากนัก แต่เมื่อนำมาปะติดปะต่อกัน ก็พอจะมองเห็นเค้าลางบางอย่างได้แล้วคนที่อยู่เบื้องหลังคดีเกลือคือองค์ชายสามส่วนตระกูลซู เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งขององค์ชายสามในราชสำนักสมุดบัญชีเหล่านั้นเดิมทีชี้ไปยังองค์ชายสาม แต่ภายหลังถูกคนของตระกูลซูดักเอาไว้สุดท้ายตกไปอยู่ในมือกู้หยุนเซิน แต่เมื่อเขานำขึ้นถวาย หลักฐานกลับชี้ไปยังลู่อวิ๋นหยวนและคนอื่น ๆลู่หว่านหนิงพิงผนังรถม้า หลับตาลงนางไม่รู้ว่ากู้หยุนเซินทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไรเพื่อซูชิงเหอ หรือเพื่อเอาใจองค์ชายสามกันแน่จู่ ๆ รถม้าก็หยุดลงลู่หว่านหนิงลืมตาขึ้น “เกิดอะไรขึ้น”ซ่งอวิ๋นหลานไม่ได้ตอบนางเปิดม่านรถ แล้วมองตามสายตาของเขาออกไปกลางถนนหลวง มีคนผู้หนึ่งขี่ม้าขวางอยู่ตรงกลางทางคนผู้นั้นสวมชุดรัดกุมสีดำสนิท ทั่วร่างเต็มไปด้วยฝุ่นจากการเดินทาง ใต้ดวงตามีเส้นเลือดแดงก่ำเต็มไปหมดคือกู้หยุนเซินเขารั้งบังเหียนไว้ สายตาเลยผ่านซ่งอวิ๋นหลานไป จับจ้องตรงมายังลู่หว่านหนิงในสายตาคู่นั้นมีทั้งความเจ

  • สายลมไม่อาจพัดพาความค้างคาไปได้   บทที่ 15

    ใบหน้าของลู่หว่านหนิงพลันแดงก่ำนางแย่งผ้าเช็ดหน้ากลับคืนมา แล้วหันหน้าหนีไปเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของซ่งอวิ๋นหลานดังมาจากข้างกาย“ล้อเล่นน่ะ อย่าโกรธเลย”ลู่หว่านหนิงไม่ได้หันกลับมา แต่ใบหูของนางกลับแดงร้อนจนแทบแผดเผาหลังจากวันนั้น ลู่หว่านหนิงจงใจหลบหน้าซ่งอวิ๋นหลานนางเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพียงแต่ทุกครั้งที่เห็นเขา ในใจก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาแม้แต่ชุนเถาก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างคนทั้งสอง ชุนเถาถือถ้วยชา พลางถามอย่างไม่เข้าใจ “คุณหนู ช่วงนี้เหตุใดท่านถึงเอาแต่หลบหน้าคุณชายซ่งเจ้าคะ”มือของลู่หว่านหนิงชะงักไป “ไม่มีอะไร”“ยังจะบอกว่าไม่มีอีกหรือ”ชุนเถาเบะปาก “บ่าวมองออกหมดแล้ว คุณชายซ่งมาหลายครั้ง ท่านก็ให้บ่าวออกไปขวางไว้ ของที่เขาส่งมา ท่านก็ไม่รับ เขาช่วยชีวิตท่านมากี่ครั้งแล้ว ท่านทำเช่นนี้ไม่ทำร้ายจิตใจเขาหรือเจ้าคะ”ลู่หว่านหนิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนวางสำนวนคดีในมือลง“ชุนเถา ข้าเป็นคนเช่นไร”ชุนเถาชะงัก “คุณหนู...”“ข้าเพิ่งหย่าขาดมา” น้ำเสียงของลู่หว่านหนิงสงบนิ่ง “อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวของขุนนางผู้มีความผิด ท่านพ่อของข้ายังอยู่ระหว่างทางถูกเนรเทศ คนอย่

  • สายลมไม่อาจพัดพาความค้างคาไปได้   บทที่ 14

    ลู่หว่านหนิงหลบอยู่ในรถม้า ฟังเสียงต่อสู้สังหารที่ดังมาจากด้านนอก หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึกไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงใด ในที่สุดเสียงต่อสู้ก็หยุดลงม่านรถถูกเปิดออก ซ่งอวิ๋นหลานยืนอยู่ด้านนอก บนร่างเปื้อนเลือด“ไม่เป็นไรแล้ว โจรชั่วสิบกว่าคน จัดการไปหมดแล้ว”น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่“ท่านบาดเจ็บหรือ” นางเห็นบาดแผลหนึ่งที่แขนของเขา มีเลือดกำลังซึมออกมาซ่งอวิ๋นหลานก้มมองแวบหนึ่ง แล้วสะบัดแขนอย่างไม่ใส่ใจ“แผลภายนอกเท่านั้น ไม่เป็นอะไร รีบกลับเข้าเมืองก่อน ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน”เมื่อกลับถึงจวนตระกูลซ่ง ฮูหยินซ่งเห็นซ่งอวิ๋นหลานเปื้อนเลือดเต็มตัวก็ตกใจจนหน้าซีดนางสั่งให้คนไปตามหมอหลวง พลางดึงลู่หว่านหนิงมาถามไถ่ไม่หยุดลู่หว่านหนิงตอบไปทีละคำถาม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดขณะที่หมอกำลังจัดการบาดแผลให้ซ่งอวิ๋นหลาน นางยืนอยู่ด้านข้าง มองดูเขาเงียบ ๆบาดแผลลึกมาก จำเป็นต้องเย็บ แพทย์ใช้เข็มแทงผ่านเนื้อหนัง ซ่งอวิ๋นหลานกลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วเขากลับปลอบนางแทน “อย่ากังวลเลย บาดแผลที่หนักกว่านี้ ตอนข้ารับราชการก็ไม่รู้ว่าเคยได้รับมากี่ครั้งแล้ว”ลู่หว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status