LOGINดรุณีเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าใบน้อยเดินไปขึ้นรถของพจน์ด้วยความรู้สึกใจหาย บ้านหลังน้อยของบิดาที่เธอต้องจากไป มันทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจไม่น้อย
“ไปได้แล้ว” พจน์ดึงกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กสาวไปวางบนรถ ก่อนจะเปิดประตูรถให้ ดรุณีขึ้นไปนั่งบนรถที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไปอย่างเชื่องช้า เธอหันกลับไปมองบ้านหลังน้อยที่ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก จินตนาไม่ได้เดินมาส่ง ท่านคงดีอกดีใจกับเงินอีกก้อนที่ได้จากพจน์
“หิวหรือยัง” เสียงขรึมๆ ที่เอ่ยถามทำให้ดรุณีสะดุ้ง หันไปมองซีกหน้าคมเข้มของเขา
“ไม่คิดเลยนะว่าจินตนาจะทำกับหนูดีแบบนี้” เขาพูดเสียงขรึมดังเดิม พจน์เป็นคนพูดน้อยแต่จิตใจดี เธอรู้เพราะว่าเขาไปมาหาสู่กับบิดาโดยตลอด ก่อนที่บิดาจะเสียชีวิต
“น้าจินไม่ให้หนูดีเรียนต่อด้วยค่ะ”
ดรุณีก้มหน้ามองมือตัวเองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“อยากเรียนต่อเหรอ” พจน์เอ่ยถามความประสงค์ของเด็กสาว
“คงไม่ได้เรียนแล้วค่ะ หนูดียังเป็นหนี้อาพจน์อยู่อีกตั้งหลายล้าน” ดรุณีพูดอย่างเศร้าใจ
“หักล้างกันได้ ผัวเมียกัน” ประโยคของพจน์ทำให้ดรุณีหน้าแดงลามไปถึงใบหู
“เอ่อ... จริงๆ อาพจน์ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้นะคะ” เธอพูดอย่างเกรงใจ
“แบบไหน” พจน์เอ่ยถาม เพราะเขาทำไปตั้งหลายอย่างเลยไม่แน่ใจว่าเธอหมายถึงเรื่องไหน
“หมายถึงการแต่งงานน่ะค่ะ”
“ถ้าไม่ทำแบบนั้นแม่เลี้ยงของหนูดีจะยอมปล่อยหนูดีมาเหรอ ดีไม่ดีพาไปขายให้เสี่ยคนอื่นอีก คนไหนผีพนันเข้าสิงยากที่จะกลับเนื้อกลับตัว” พจน์คิดว่าหนทางนี้คือการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
“หนูดีขอบคุณอาพจน์มากนะคะที่ทำเพื่อหนูดีขนาดนี้” เธอยกมือไหว้เขา ขอบคุณเขาจากใจ
“อย่าคิดมากเลย พ่อของหนูดีเคยมีบุญคุณกับอามากนะ อาช่วยเหลือหนูดีแค่นี้ถือว่าตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ” พจน์บอกให้เด็กสาวคลายใจ อย่าได้คิดมากเรื่องนี้อีก
“อาพจน์เสียเงินตั้งหลายล้าน” ดรุณีพูดอย่างใจหาย เขาเสียเงินจำนวนมากเพราะต้องการช่วยเหลือเธอ
“เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้” เขาเลี้ยวรถเข้าไปยังร้านอาหารริมทาง
“หิวหรือยัง” พจน์เอ่ยถาม
“หิวนิดหน่อยค่ะ” ตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้กินอะไร ไม่สิต้องบอกว่าตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้กินอะไร เธอกินอะไรไม่ลงเพราะกำลังจะโดนเอาไปขาย มันเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องหาทางเอาตัวรอดทุกวิถีทาง
หลังจากคำตอบนั้นเธอก็ต้องอับอายกับเสียงท้องน้อยๆ ที่ร้องประท้วงว่ากำลังหิว
“ไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อไหร่”
เขาเอ่ยถามขณะจอดรถหน้าร้านอาหาร
“ตั้งแต่เมื่อวานค่ะ”
“แล้วไม่หิวหรือไง”
“ตอนนั้นไม่ค่อยหิวค่ะ เพราะว่าเครียด”
“ตอนนี้หายเครียดหรือยัง”
“เครียดกว่าเดิมค่ะ”
“หือ...” พจน์ครางอย่างไม่เข้าใจ เขาเป็นคนตรงไปตรงมาไม่ชอบอ้อมค้อมอะไรให้มากความ จึงอยากให้เธอพูดออกมาว่ายังมีเรื่องอะไรต้องเครียดอีก
“คือหนูดีไม่รู้จะทำตัวยังไงดีค่ะ”
“ทำตัวยังไงดีคือยังไง” เขางงกับประโยคของเธอ
“หนูดีเป็นเมียอาพจน์แล้ว เลยไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงน่ะค่ะ” ประโยคของเธอทำให้เขาเข้าใจ
“ทำตัวปกติ เคยทำยังไงก็ทำอย่างนั้น” เขาเดินนำเข้าไปในร้านอาหาร
“ขนมจีนซาวน้ำร้านนี้อร่อย”
“อาพจน์จำได้ด้วยเหรอคะว่าหนูดีชอบกิน”
“แต่ควรจะกินข้าวก่อน ยังไม่ได้กินข้าวเดี๋ยวจะแสบท้อง” เขาสั่งอาหารจานเดียวให้เธอ เป็นข้าวผัดกะเพราะไก่ไข่ดาว ของโปรดของเธอ
“ขอบคุณค่ะ” ดรุณียิ้มให้พจน์ เขาจำได้ว่าเธอชอบกินอะไร
“คืนนี้คงต้องพักค้างคืนแล้วถึงออกเดินทางต่อ”
“ค่ะ” คนตอบเสียงแอบสั่นแบบหักห้ามใจไม่อยู่ เอาไงเอากันมาถึงขั้นนี้แล้ว
“อาพจน์คะ” เงียบไปพักใหญ่เธอก็เอ่ยเรียกเขาอย่างเกรงใจ
“ว่าไง”
“ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านของอาพจน์ หนูดีขอไปเจอใครคนหนึ่งก่อนนะคะ”
“ใคร”
“มณีค่ะ ถ้าไม่มีมณีหนูดีคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้”
“ได้” พจน์เป็นคนพูดน้อย และไม่ชอบอ้อมค้อม คำตอบสั้นๆ ของเขาคือการตอบรับ
หลังรับประทานอาหารเสร็จ พจน์ก็ขับรถพาดรุณีไปหามณีเพื่อนรักของเธอ พอมณีเห็นดรุณีก็โผเข้ามากอดอย่างดีใจ เห็นเพื่อนหนีรอดออกมาจากแม่เลี้ยงใจยักษ์แบบนี้ได้ก็โล่งอก
“ขอบใจมณีมากนะ” ดรุณีร้องไห้เบาๆ เพื่อนแท้หายาก แต่มณีคือเพื่อนแท้เพียงหนึ่งเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด
“ไม่เป็นไรเลย เราเป็นเพื่อนกัน” มณีอยู่กับยายที่ชรามากแล้ว แต่มีน้ำใจให้ดรุณีเสมอ
“เอาไว้หนูดีจะติดต่อมาหานะ โชคดีนะ บุญคุณในครั้งนี้หนูดีจะตอบแทนมณีอย่างแน่นอน”
“บุญคุณอะไรกัน อย่าคิดมากสิ หนูดีเองก็มีน้ำใจกับเรา เราขอให้หนูดีโชคดีมีชัยนะ ฝากอาพจน์ดูแลหนูดีด้วยนะคะ” มณีหันไปหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ที่รถ
“ครับ” ประโยคสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงใจทำให้มณียิ้มกว้าง ดรุณีขึ้นรถแล้วโบกไม้โบกมือให้เพื่อนด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณอาพจน์มากๆ เลยนะคะ”
“ได้เจอเพื่อนก็สบายใจแล้วสิ”
“ค่ะ” เธอรับคำสั้นๆ หันมายิ้มให้เขา
“ถ้าง่วงก็นอนหลับก่อนได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูดีนั่งคุยเป็นเพื่อนอาพจน์ดีกว่าค่ะ” คนตอบว่าจะนั่งคุยเป็นเพื่อน ผ่านไปไม่กี่นาทีก็หลับลงอย่างง่ายดาย พจน์หันไปมองด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะขับรถต่อไปอย่างระมัดระวัง
เขาจอดรถหน้าโรงแรมที่จะเข้าพัก เหลือบมองสาวน้อยที่ยังนอนหลับสบายอยู่ข้างกายด้วยสายตาอ่อนโยน
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของคนที่กำลังหลับสนิททำให้เขาไม่อยากปลุกหรือรบกวนเธอ มือหนาค่อยๆ เลื่อนไปสัมผัสแก้มใสๆ ของเธออย่างบางเบา นั่นทำให้เธอค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาจากการนิทรารมย์อันแสนสุข
“ถึงไหนแล้วคะอาพจน์” เธอเอ่ยถามพลางหันไปมองรอบกาย
“ถึงที่พักแล้วครับ ไปเถอะ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะลงไปเปิดประตูรถให้
เขาเปิดห้องเดียว ทำให้ดรุณีต้องเตรียมตัวเตรียมใจ แต่เพราะมัวแต่คิดว่าจะทำตัวยังไงดี เลยเดินสะดุดขาตัวเองเข้าให้
“วะ! ว้าย! ขอบคุณค่ะอาพจน์” เธอรีบเอ่ยขอบคุณเมื่อเขาช่วยประคองร่างน้อยเอาไว้
“ระวังหน่อยสิ เป็นอะไรถึงได้ใจลอย” ประโยคคำถามดุๆ นั้นทำให้ดรุณีกัดปากตัวเองพลางหน้าแดง
“เปล่าค่ะ” ตอบแล้วไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะอาย ดรุณีอยากเขกหัวตัวเองแรงๆ นักที่อดจะคิดเรื่องลามกเสียไม่ได้
“อาบน้ำก่อนเลย จะได้สบายตัว แล้วเดี๋ยวไปหาอะไรกินกัน”
“ค่ะ” เธอรับคำตาปริบๆ นึกว่าเขาจะขออาบน้ำกับเธอเสียอีก
โป๊ก!!!
“โอ๊ย!!!” ดรุณีหมุนกายหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ ก็ชนเข้ากับประตู พจน์รีบเดินเข้ามาดู ก่อนจะรีบเป่าให้เบาๆ
“เจ็บมากไหม ทำไมเดินไม่ดู”
“ไม่เจ็บค่ะ หายแล้ว”
คนตอบก้มหน้างุดไม่กล้ามองสบตา
“เป็นอะไร”
“คะ เอ่อ... ไม่ได้เป็นอะไรคะ”
“หลบหน้าหลบตาทำไม มีอะไรจะพูดกับอาหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ งั้นหนูดีอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอรีบบอกเขาก่อนจะเผ่นเข้าห้องน้ำโดยพลัน เข้าไปในห้องน้ำได้ ก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ อาพจน์ไม่ใช่คนที่จะฉวยโอกาสกับเธอหรอก ถ้าเขาจะทำเขาคงบอกเอง เธอก็ควรเลิกคิดลามกได้แล้ว
หลังมื้ออาหารในวันนั้น พจน์ก็พาดรุณีกลับมานอนที่ห้องพักโดยไม่พูดอะไร เขานอนเตียงเดียวกับเธอ แต่ไม่ยอมทำอะไร แถมยังหลับไปด้วยท่าทีสบาย ๆ ในขณะที่เธอนอนเกร็งอยู่แบบนั้นหลายนาทีถึงได้รู้ว่าเขานอนหลับไปแล้ว
ดรุณีพลิกร่างนอนตะแคงมาหาคนที่มีบุญคุณช่วยเหลือเธอเอาไว้ เธอขยับเข้าไปนอนใกล้ๆ เขา ตอนนี้ในชีวิตไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะจับพลัดจับผลูต้องมาอยู่กับพจน์และกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขาแบบนี้
มือน้อยๆ ของเด็กสาว ค่อยๆ สัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลาของคุณอาหนุ่ม เธอมีความสุขที่ได้มองเขาแบบนี้ ไม่ได้เจอกันหลายปีแต่เธอยังจำคุณอาใจดีซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องของบิดาได้ดี
“เป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ”“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกเลยครับ ยินดีด้วยนะครับ คุณได้ลูกชาย”“ลูกชายหรอครับ” พจน์อุทานด้วยท่าทีดีใจ ในขณะที่พรรณีเองก็ยิ้มกว้างอย่างยินดีเช่นกัน“พรรณีพี่ได้ลูกชาย ดีใจไหม” เขาบอกน้องสาวด้วยรอยยิ้มกว้าง“ดีใจค่ะพี่พจน์ พรรณีได้หลานชายคนแรกเป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ” พรรณีจับมือพี่แล้วยิ้มกว้างตามหลังจากดรุณีคลอดลูกเพียงไม่นาน พรรณีก็แต่งงานกับฉัตรชัย เจ้าของสำนักพิมพ์ชื่อดังและไม่นานพรรณีก็ตั้งครรภ์“ลูกนอนแล้วเหรอครับ” พจน์เอ่ยถามภรรยา หลังจากที่บุตรชายอายุได้ห้าเดือนแล้ว น้องสาวของเขาแต่งงานและตั้งครรภ์หลังจากนั้นไม่นาน ถ้าคลอดลูกก็อายุไล่เลี่ยกับบุตรชาย ซึ่งเขาก็คิดว่าดี จะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน“หลับแล้วค่ะ หลับปุ๋ยเลย” คนตอบยิ้มบางๆ ก่อนจะบีบนวดเอาใจสามี“มีอะไรจะเล่าให้อาฟังไหม” คนเอ่ยถามอมยิ้ม มองภรรยาด้วยความรัก“นวนิยายเรื่องใหม่ที่เอาพล็อตมาจากชีวิตจริงเขียนจบแล้วนะคะ ผ่านพิจารณาจากสำนักพิมพ์แล้วค่ะ รอตีพิมพ์ในเดือนนี้ค่ะ”“เก่ง ไปเขียนตั้งแต่ตอนไหน”“เขียนมาเรื่อยๆ เขียนมาตลอดเลยค่ะไม่เคยหยุด เพราะว่าสมองแล่นกระจุยกระจายเลย”“อาดีใจนะที่เห็นว่าหนูดีมีคว
เรือนกายสาวของเธอโอบรัดความเป็นชายของเขาเอาไว้ตลอดลำกาย ตอดรัดด้วยผนังอ่อนนุ่มทำให้คนที่โยกคลอนเข้าหาครางอย่างเสียวซ่านอุ้งมือใหญ่กอบกุมเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่ม เขี่ยยอดถันจนแข็งเป็นไตขณะกระแทกกระทั้นสะโพกสอบเข้าหาร่องสวาทของสาวน้อยในอ้อมแขน สายน้ำไหลกระเซ็นกระทบกับเรือนร่างของคนทั้งสองก่อนที่หยาดความรักจะหลั่งไหลเอ่อท้นในเรือนกายสาวพจน์โอบรัดร่างน้อยที่สั่นระริกในอ้อมแขนของเขา อาการสั่นเทิ้มเกิดจากความเสียวกระสันที่ช่วยกันปีนป่ายขึ้นไปจนถึงจุดหมายปลายทางอย่างรุนแรง“อาพจน์คะ” เธอซุกหน้าเข้าหาอ้อมแขนของเขาเมื่ออยู่ด้วยกันบนเตียง การกอดแนบชิดสนิทเสน่หาให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานในหัวใจไม่น้อย“ครับ”“นิยายเรื่องใหม่ของหนูดีเขียนพล็อตเสร็จแล้วนะคะ” เธอเอ่ยบอกเขา“จริงเหรอครับ”“ไม่คิดเลยนะคะว่าอาพจน์จะสนับสนุนหนูดีขนาดนี้”“ทำไมล่ะ”“ก็ผู้ชายอาจจะคิดว่าการเขียนนิยายเป็นเรื่องไร้สาระก็ได้นะคะ”“ไม่หรอกครับ สำหรับอาแล้ว อะไรที่หนูดีชอบทำก็ทำไปเลย ถ้าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน งานทุกงาน อาชีพทุกอาชีพมีคุณค่ามีความหมายในตัวของมันเอง ไม่มีอาชีพไหนด้อยไปกว่าอาชีพไหน หรือสูงส่งไปกว่าอาชีพไหนหร
“อารักหนูดีนะครับ รักที่สุด อาสัญญาว่าจะดูแลหนูดีให้ดีที่สุดในฐานะสามีคนหนึ่ง” ประโยคแสนหวานของเขาเรียกเลือดฝาดที่แก้มนวลของดรุณีได้ในทันที“เย่!” มณีเย่ดังๆ อย่างดีใจที่เห็นเพื่อนสมหวังในความรัก แล้วทุกคนก็เย่ตาม ก่อนจะได้ยินเสียงปรบมือร่วมแสดงความยินดีดังขึ้น“ได้เวลาที่เจ้าของวันเกิดแสนสวยจะเป่าเค้กแล้วจ้า” มณีนำเค้กช็อกโกแลตที่ปักเทียนจำนวนเท่ากับวันเกิดมาตรงหน้าของเพื่อนรัก“อธิษฐานก่อนครับ” พจน์พยักหน้าให้หญิงสาว ดรุณีจึงหลับตาก่อนจะอธิษฐาน เธออธิษฐานขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรงดรุณีอธิษฐานเสร็จก็เป่าเค้กวันเกิด ก่อนที่ทุกคนจะปรบมือ ในขณะที่เธอตัดเค้กวันเกิดส่งให้ทุกคนรับประทาน“ฤกษ์แต่งงานพี่ดูให้แล้วนะ ถ้าหนูดีไม่ติดขัดอะไร แต่งกันเดือนหน้าเลยนะจ๊ะ” พรรณีพูดขึ้น “ขอบใจมากนะพรรณี” พจน์เอ่ยขอบใจน้องสาวคนสวยที่คอยช่วยเหลือเขาในทุกๆ เรื่อง“มาแล้วครับ” เสียงของหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมอง พรรณีถึงกับยิ้มกว้างขึ้นมาในทันที แฟนหนุ่มของเธอโทรศัพท์มาแจ้งว่าติดธุระ แต่เสร็จงานจะรีบมาในทันที ซึ่งเขารับปากอะไรเอาไว้ก็จะทำได้ตามนั้นทุกครั้ง“พี่ขอแนะนำแฟนของพี่ให้รู้จักอย
“อาพจน์ พี่พรรณี มณีแล้วก็น้าศรี” ถึงแม้จะให้อภัยมณี แต่เห็นอีกฝ่ายในงานวันเกิดเช่นนี้ก็ทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดว่าพจน์จะเชิญมณีกับมารดามาด้วย“เป็นไงเซอร์ไพร้ส์ไหมจ๊ะ” มณีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“นี่มันอะไรกันคะอาพจน์” เธอเอ่ยถามเพราะรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ“สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะเพื่อนรัก” มณียื่นกล่องของขวัญให้เพื่อนรัก ดรุณีรับไปอย่างงุนงง“น้าก็สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ” มารศรีที่นั่งอยู่บนรถเข็นอวยพรวันเกิดให้ดรุณีด้วยรอยยิ้ม“อาก็สุขสันต์วันเกิดครับ” พจน์ยื่นกล่องของขวัญให้ดรุณีเมียรักของเขา“สุขสันต์วันเกิดจ้ะ” พรรณีเองก็สุขสันต์วันเกิด ยื่นกล่องของขวัญให้เป็นลำดับสุดท้าย“เดี๋ยวมณีเล่าให้หนูดีฟังเองค่ะทุกคน” มณีพูดยิ้มๆ ก่อนจะกอดไหล่เพื่อนพาเดินไปหาของกินด้วยกัน ปล่อยให้ทุกคนได้คุยกัน มันเป็นงานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น“เอาเรื่องไฟล์ต้นฉบับนิยายก่อน ตอนที่น้าจินเอาคอมฯ กับโทรศัพท์ไปขาย มณีไปซื้อมาได้แล้ว พอเอาไปคืนเจอกับอาพจน์เข้า เลยเล่าให้อาพจน์ฟัง อาพจน์เลยห้ามเราไม่ให้บอกเรื่องนี้เพราะอยากเซอร์ไพร้ส์หนูดีน่ะ เราเลยโกหกหนูดีว่ามีคนซื้อตัดหน้าไปแล้ว” มณีเริ่
“เรารู้สึกโกรธมณีจริงๆ นะ ขโมยงานของเราไปหน้าตาเฉย แม้ว่าแม่ของมณีจะป่วยก็ตามทีเถอะ” เงินในสมุดบัญชีนี่คือน้ำพักน้ำแรงของเธอ“เราจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้น เรายอมรับผิดทุกอย่าง” มณีคอตกน้ำตาคลอ“แต่หนูดีอย่าแจ้งความจับเราเลยนะ ไม่อย่างนั้นแม่เราต้องตายแน่ๆ เพราะแม่เราป่วยติดเตียง ลุกจากเตียงไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้”“เอาเถอะ ถือว่าเงินที่มณีเอาไป เราช่วยเหลือค่ารักษาคุณป้าก็แล้วกัน ส่วนเรื่องคดีความเราจะไม่เอาผิดมณี เพราะมณีทำไปเพราะอยากเอาเงินไปช่วยแม่”“เราจะรีบจัดการเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย สำหรับเงินที่เราเอาของหนูดีมา เราจะคืนให้ทุกบาททุกสตางค์ เรารู้สึกผิด ไม่ได้อยากเอาเงินของหนูดีมาใช้แบบนี้จริงๆ นะ”“เรื่องเงินช่างเถอะ มันเป็นของนอกกาย สิ่งที่หนูดีได้เสียไปคือความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กับมณีมากกว่าเงินพวกนี้ เพราะเงินไม่ตายก็หาใหม่ได้”ดรุณีกลับบ้านไปในวันนั้นเธอก็เอาแต่นั่งคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปถูกต้องใช่ไหม ทำให้พจน์ต้องดึงร่างน้อยมากอดแนบอก ขณะนั่งดูดาวกันที่ระเบียงของตัวบ้าน“คิดอะไรอยู่หน้ายุ่งขนาดนี้”“หนูดีทำถูกไหมคะ ที่ให้อภัยคนผิดแบบนี้”“ถ้าเราตัดสินใจไปแล้วก็ไม่ต้องเ
“ปกติอาดูใจร้ายเหรอ”“ก็ไม่นะคะ แต่ก็มีแอบใจร้าย ทำหน้าโหดใส่หนูดีด้วย” เธอนึกถึงตอนนั้น แต่ก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น“ต่อไปจะใจร้ายกว่านี้อีกถ้าหนูดีดื้อกับอา” เขาทาบหน้าผากกับหน้าผากนูนเกลี้ยงของเธอ มองสบตาด้วยความเอ็นดู“หนูดีไม่กล้าดื้อกับอาพจน์แล้วค่ะ กลัวโดนอาพจน์ดุอีก”“อาจะจับตีก้นต่างหากล่ะ” เขาแกล้งหวดก้นเธอเบาๆ“อาพจน์จะทำยังไงต่อคะ” เธอเอ่ยถามอย่างอยากรู้ อยากร่วมในแผนการจับโจรขโมยงานของเขาด้วย“อันดับแรกเราก็ต้องไปเป็นแฟนคลับของนักเขียนคนนั้นก่อน” เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับเขา เห็นว่าพจน์ทำสวนทำไร่แบบนี้เขาก็เก่งเทคโนโลยีเหมือนกัน การจะสืบว่าหนังสือเล่มนี้มาจากนักเขียนคนไหนก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่สั่งซื้อหนังสือกับร้านออนไลน์ พูดคุยด้วยท่าทีเป็นมิตรสนิทสนม ก็รู้แล้วว่าเจ้าของผลงานคนดังกล่าวเป็นใครบางคนใช้ชื่อเฟซบุ๊กจริงๆ บ้างคนใช้นามปากกา บางคนใช้นามแฝง“เป็นนักเขียนที่ดูลึกลับจังเลยนะคะอาพจน์”“จริงด้วย ไม่ค่อยมีเพื่อนในเฟซบุ๊กเลย ที่สำคัญก็คือเรากดแอ็ดเพื่อนเขาก็ไม่รับ เหมือนไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง”“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะว่าเขาเป็นใคร”“ดูไม่ยากหรอก แค่ไปหาชื่อสก







