로그인“เป็นนางบำเรอของฉันไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน...เพราะเธอก็ไม่มีอะไรเหลือให้ต้องเสียดายอยู่แล้วนี่รินรดา” คาร์รีมเย้ยหยัน “เผียะ!! ถึงฉันจะไม่เหลืออะไร ฉันก็ไม่คิดจะนอนกับคุณ ให้เครื่องฉันสึกหรอไปกว่านี้หรอก” รินรดาตบสั่งสอนฉาดใหญ่ ------------------------------------ “ฉันอยากได้เธอมานอนเล่นๆ ด้วยสักเดือน และต่อให้เธอบริการฉันได้ถูกใจหรือไม่ ฉันก็จะยกค่าเสียหายให้ทั้งหมด” ถ้อยคำหยามเหยียดกรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจหลุดจากปากซาตานไร้หัวใจ คาร์รีม บิน คาดาร์ ทายาทบ่อน้ำมันผู้เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นยามเหงาและไม่คิดเก็บใครไว้สานสัมพันธ์รัก “ต่อให้ฉันขัดสนจนต้องกัดก้อนเกลือกิน ฉันไม่มีวันขายศักดิ์ศรีให้ผู้ชายมักมากใช้ผู้หญิงเปลืองอย่างคุณเป็นแน่” หากเขากลับโดนตอกกลับเสียหน้าหงายโดยรินรดาสาวไทยพันธุ์ดุ วิศวกรสาวที่ต้องยอมเป็นของแปลกให้เพลย์บอยตัวพ่อลิ้มลองโดยไร้หนทางหลบเลี่ยง
더 보기“เลิกพูดเรื่องนี้สักทีเถอะครับ”
นั่นคือน้ำเสียงกึ่งรำคาญที่หลุดออกจากบุตรชายทายาทบ่อน้ำมันผู้ร่ำรวยแห่งตระกูลบินคาดาร์ ณ ประเทศฮาฟาร์ ประเทศเล็กๆ แต่ร่ำรวยมั่งคั่ง โดยเฉพาะตระกูลที่ถูกกล่าวถึงนี้
“ไม่เลิกจนกว่าปากแม่จะฉีก หรือไม่ก็จนกว่าคาร์รีมจะแต่งงานมีเมียมีลูกจ้ะ” และนี่คือเสียงตอบของมารดาของเขา ผู้ซึ่งพยายามโน้มน้าวบุตรชายคนกลางให้แต่งงานแต่งการออกเรือนเสียที
“ก็ผมยังไม่เจอคนที่ใช่นี่ครับ” คาร์รีม บิน คาดาร์ ในวัยสามสิบปียืนยันหนักแน่น พร้อมกับเงยหน้าคมหล่อเหลายิ่งกว่าเทพบุตรกรีกกลับชาติมาเกิดขึ้นมองมารดาให้เห็นว่าเขาจริงจัง นัยน์ตาคมกริบยิ่งกว่าพญาเหยี่ยวทะเลทรายก็ทอประกายเจิดจ้ายิ่งนัก
“มัวแต่เลือกมาก” นางนาตาลีพึมพำก่อนชี้ให้เห็นตัวอย่าง “ไม่เห็นพี่เราหรือไง ตั้งแต่แต่งงานก็อยู่แบบสำลักความสุข หลานๆ ก็น่ารักเหลือเกิน”
นางอุตส่าห์วางใจจากนาซิมบุตรชายคนโตที่ถึงจะเคยเถลไถลเรี่ยไรตามรายทาง แต่ในที่สุดก็ได้ออกเหย้าออกเรือน มีความสุขกับภรรยาและลูกน้อยๆ สองคน หากนางไม่เคยคาดคิดว่าลูกชายคนรองก็ดันมาเดินตามรอยพี่ชายทุกกระเบียดนิ้วนั่น คือทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัย ควงสาวไม่ซ้ำหน้าและไม่คิดลงเอยกับใครหน้าไหน นางจึงต้องพยายามกล่อมให้คาร์รีมลงหลักปักฐานกับใครสักคนเสียที
“หลานสองคนไม่พอหรือครับคุณแม่” คาร์รีมต่อรองให้กับชีวิตโสดตัวเองเขา
รู้ว่าเหตุผลหลักของมารดาก็คงอยากได้ทายาทมาสืบสกุล รวมทั้งอยากอุ้มหลานเพิ่มด้วย แต่เขายังไม่พร้อม...จะว่าไม่พร้อมก็ไม่เชิง เขาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับใครเลยต่างหาก สำหรับเขาแล้วผู้หญิงก็แค่เครื่องสนองความต้องการ เขาจึงไม่คิดจะเก็บใครมาเป็นแม่ของลูก
และเขาก็มั่นใจ ว่าไม่มีใครรัก ‘เขา’ ได้เท่ากับเงินตราสมบัติที่เขามีอยู่ ดีเท่าไหร่แล้วที่มารดาของเขาไม่อุตริคิดจับคู่ให้เขากับสาวๆ เหมือนครั้งทำกับพี่ชายของเขา แต่กับการที่มาบ่นเช้ากล่อมเย็นเข้าหูเขาทุกวันเช่นนี้ เขาชักจะเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
โชคดีที่เขาจะไปอยู่คุมงานที่โรงงานผลิตแผ่นพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งทางบินคาดาร์รวมลงทุนกับแม็คคินลี่ย์ไว้ แล้วตอนนี้โรงงานก็สร้างเสร็จแล้ว เหลือแต่การติดตั้งเครื่องจักรและระบบภายในโรงงานรวมทั้งงานต่างๆ ในออฟฟิศ จากนั้นก็จะเริ่มผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์ออกมาสู่ตลาดทันที
“ไม่พอหรอกจ้ะ ยิ่งตระกูลเราร่ำรวยมั่งคั่งอย่างนี้ ยิ่งต้องมีลูกหลานไว้สืบสกุลเยอะๆ” นางตอบอย่างมีเหตุผลพร้อมกับโน้มน้าวต่อ “เราก็ไปเมืองไทยสิ เผื่อที่จะเจอสาวสวยถูกใจเหมือนที่พี่เราเจอไง หรือไปจีบน้องสาวลูกสะใภ้แม่ก็ได้ พี่กับน้องน่ารักไม่ต่างกันเลย ลองไปจีบมั้ยคาร์รีมลูกรัก”
“พ่อเขาดุครับ ผมยังไม่อยากโดนยิง” คาร์รีมปฏิเสธทันควันด้วยอาการหวั่นใจ เขาเคยเห็นอนาวิลาซึ่งเป็นน้องสาวของพี่สะใภ้มาก็หลายครั้ง และต้องยอมรับว่าหญิงสาวสวยน่ารักไม่ต่างกับอนามิกาสักนิด แต่ในเมื่อเขายังไม่คิดมีใจให้กับใคร และไม่อยากโดนบิดาของหญิงสาวยิงปอดทะลุ เขาก็ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องใส่ตัวหาตะกั่วมาใส่ในเนื้อ
“ก็ถ้าเข้าตามตรอกออกตามประตู ก็ไม่โดนยิงเลือดสาดหรอก” คนเป็นแม่เอ่ยในเชิงตำหนิลูกชายคนโตเสียมากกว่า เพราะตอนนั้นถ้านาซิมไม่ไปหักหาญน้ำใจอนามิกาเข้าก่อน ก็คงไม่โดนอนาคินยิงพิสูจน์ใจแน่ๆ
คนเป็นแม่ถอนใจ พลางหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบแล้ววางลงไว้บนถาด ด้วยท่าทีที่ดูมีสง่าสมตำแหน่งท่านหญิงแห่งบินคาดาร์
“เอาเป็นว่า...ผมไม่คิดจะจีบคุณลูกหยี และยังไม่คิดจะแต่งงานครับ” น้ำเสียงทุ้มของคาร์รีมหนักแน่นและแฝงไว้ด้วยอำนาจไม่ต่างกับผู้เป็นพี่ ใบหน้าคมที่มองมารดาอยู่ก็ก้มกลับลงไปสนใจเอกสารกองโตตรงหน้าต่อ
นางนาตาลีจึงลุกขึ้นยืนบ้างพร้อมจะเดินจากไป นางรู้ดีว่าลูกชายเป็นพวกไม้แก่ดัดยาก และไม่คิดให้ใครมาจูงจมูกกะเกณฑ์ให้ทำอะไร... แต่ก็ใช่ว่านางจะไม่มีแผนรองรับเอาไว้เช่นกัน...
“ตามใจเราละกัน อยากจะแต่งเมียขอสาวเมื่อไหร่ก็บอกแม่นะ แม่จะไปขอให้” นางนาตาลีทิ้งท้ายราวกับคนตัดใจได้แล้ว หากในนัยน์ตาที่ยังสวยงามนั้นแวววิบวับน่าสงสัย และบุตรชายก็ไม่ทันได้เห็นอีกด้วยต่างหาก…
ทันทีที่ลับหลังร่างมารดา คาร์รีมที่อยู่ในโหมดอารมณ์ขัดใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นแล้วต่อสายถึงพี่ชายตัวเองซึ่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของตระกูลอีกแห่งหนึ่ง และอยู่ไม่ไกลกันมากนัก...
“จะโทรมาบ่นเรื่องคุณแม่อีกหรือไง” คนเป็นพี่ที่กรอกเสียงมาตามสายเข้าถามตรงจุดทันที เพราะมันเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วที่น้องชายจะโทรมาบ่นในเรื่องที่เขาเพิ่งจะถามไป และเขาเองก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกันว่าทำไมมารดาถึงช่างมาพูดมาเกลี้ยกล่อมเรื่องแต่งงานกับน้องชายได้ทุกวี่ทุกวัน
“พี่รู้ดีจังเลยครับ” คาร์รีมหัวเราะเบาๆ พลางส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนเย้าพี่ชาย
“ก็แกเป็นน้องพี่นี่ แล้วพี่ก็รู้ว่าคุณแม่เป็นยังไง อีกอย่างแกก็โทรมาบ่นให้พี่ฟังทุกวัน” นาซิมตอบและเขาเองก็เคยโดนมารดากล่อมแบบนี้มาก่อนเมื่อครั้งที่พยายามจะจับคู่ให้เขากับบุตรสาวของเพื่อนนั่น แต่เขาจะไปรักใครที่ไหนได้อีกก็ในเมื่อหัวใจที่ไม่เคยรักใครของเขาหลุดลอยไปอยู่ที่แม่ของลูกตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากัน
...รอยยิ้มหวานก็ผุดขึ้นบนใบหน้าคมทันที เพียงแค่ได้คิดถึงภรรยาคนสวยและลูกน้อยทั้งสอง...
“ผมก็นึกว่าพี่จะมีทางออกดีๆ ให้ผมได้บ้าง ในฐานะที่เคยรอดการถูกจับคู่แต่งงานมาก่อน” คาร์รีมชี้แจงพลางเคาะนิ้วลงบนเอกสารตรงหน้า
คราวนี้เป็นฝ่ายคนเป็นพี่ที่ต้องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เมื่อนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตของตัวเองอดีตที่เคยทำผิด แต่มันเป็นความผิดที่มีค่าอย่างที่เปรียบไม่ได้ เพราะมันทำให้เขาได้เจอรักแท้นั่นเอง
“ก็เพราะพี่เจอคนที่พี่รักน่ะสิ” นาซิมพึมพำราวกับอยู่ในฝันสวยงาม ก่อนทำเสียงจริงจังแนะนำน้องชายไปตามที่คิด
Epilogue: บทส่งท้ายดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมของบ้านบินคาดาร์ไปแล้ว ที่ทุกวันอาทิตย์ลูกๆ หลานๆ จะมารวมตัวกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่ เพื่อมีกิจกรรมน่ารักๆ และช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ร่วมกัน ส่วนคนไกลบ้านอย่างนาซิมนั้นก็จะหอบลูกจูงเมียกลับมาเยี่ยมบ้านทุกสองเดือน แต่บางเดือนก็งดไปบ้าง เพราะต้องพาอนามิกาและหลานๆ ไปเยี่ยมคุณตาคุณยายและครอบครัวที่เมืองไทยและตอนนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวก็กำลังร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อและเสียงหัวเราะอันแสนสุข“เมื่อไหร่ฟาห์จะมีน้องให้ยายจามิลาห์ซะทีล่ะ หลานสาวของพี่จะได้มีเพื่อนเล่นดูสิสาวๆ เขาท้องกันหมดแล้ว” นาซิมถามน้องสาวยิ้มๆ พลางชี้มือไปยังรินรดาซึ่งอุ้มท้องลูกคนที่สองย่างเข้าเดือนที่แปดแล้ว หลังจากคลอดบุตรแฝดชายหญิงเด็กหญิงราวิยาห์แฝดพี่ และเด็กชายคามิลแฝดน้องซึ่งลืมตาดูโลกห่างกันเพียง10นาทีไปเมื่อสามปีที่แล้ว น้องชายของเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาผลิตทายาทคนต่อไปทันทีส่วนภรรยาของตัวเองก็กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนที่สามได้ 4 เดือนแล้ว หน้าคมคร้ามของคนกำลังโม้ว่าตัวเองมีความสามารถผลิตลูกน้อยได้สำเร็จในที่สุด ก็บานยิ่งกว่าจาน
Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 3สามวันต่อมาคุณหมอก็อนุญาตให้ทั้งคุณแม่และเด็กหญิงจามิลาห์ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งให้พ้องกับคุณพ่อกลับบ้านได้ คราแรกทั้งจามาลและลาติฟาห์คิดว่าการกลับมาอยู่บ้านจะช่วยให้สงครามย่อยๆ ระหว่างคุณยายและคุณย่าดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะคิดผิดเสียแล้ว เพราะสตรีสูงวัยทั้งสองยังคงแย่งกันอุ้มและดูแลหลานสาวตัวน้อยเช่นเดิม ไม่ต่างกับตอนที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเลยสักนิด“ฉันเป็นยายนะ ลูกสาวฉันเป็นคนอุ้มท้อง เพราะงั้นเธอต้องส่งหลานมาให้ฉันอุ้มก่อนสิ” คุณยายออกคำสั่งกับคุณย่าเสียงเขียว พลางยื้อแย่งหลานที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย“อะไรเล่าส่งหลานมาให้ฉันอุ้มก่อนนะ และถ้าไม่ได้ลูกชายฉันลูกสาวเธอจะท้องได้ไง” คุณย่าก็ไม่ยอมพยายามยื้อหลานสาวในมือไว้กับตัวสุดฤทธิ์“อุแว้ๆ ๆ” และแล้ว...สงครามแย่งอุ้มหลานก็มีจุดจบเหมือนดังเช่นทุกครั้ง นั่นคือคนกลางแผดเสียงร้องไห้จ้าอย่างตกใจและหวาดกลัวกับเสียงทะเลาะของทั้งคุณยายคุณย่านั่นเอง เดือดร้อนถึงคุณแม่คนสวยที่ต้องรับลูกสาวตัวน้อยมาป้อนนม และเห่กล่อมจนหนูน้อยสงบและหลับไปในที่สุดแม้สงครามแย่งอุ้มหลานจะจบลงแล้ว แต่สงครามโยนความผิ
Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 2ครึ่งชั่วโมงต่อมา ว่าที่คุณแม่ใกล้คลอดก็ถูกพาตัวมาส่งโรงพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดโดยไม่มีความฉุกละหุกเกิดขึ้นเลยสักนิด เพราะสมาชิกในครอบครัวและสาวใช้ประจำคฤหาสน์ได้รับการฝึกฝน และเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เป็นอย่างดี เพราะมีว่าที่คุณแม่ใกล้คลอดอยู่ในบ้านถึงสองคน โดยรินรดาเองก็อายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่เจ็ดแล้วในห้องพักพิเศษ ลาติฟาห์ที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ก็มีอาการเจ็บท้องเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ ปากมดลูกก็เปิดกว้างขึ้นๆ ให้พร้อมสำหรับการให้กำเนิดที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า คุณหมอและพยาบาลก็หมุนเวียนเข้ามาตรวจดูอาการหญิงสาวเป็นระยะๆ และเมื่อไรก็ตามที่ปากมดลูกเปิดกว้างได้แปดถึงสิบเซนติเมตรตามกำหนด เธอก็จะถูกนำตัวไปยังห้องคลอดทันทีพ่อแม่พี่น้องก็คอยให้กำลังอยู่รายรอบเตียงไม่ห่าง ส่งเสียงสอบถามอาการอย่างเป็นห่วงเป็นใยไม่ขาดสาย ทว่าลาติฟาห์ในเวลานี้ กลับไม่ต้องการใคร ไม่อยากเห็นหน้าใครมากไปกว่าผู้ชายที่เธอยังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นพ่อของลูกเธอ“จะ...จามาล จามาลล่ะคะ จามาลอยู่ที่ไหน โทรตามเขาให้ฟาห์หน่อยนะคะพี่ชาย” เสียงหวานร่ำร
ตอนพิเศษ 2 Love Restores Forever: เริ่มรักใหม่ (ตลอดกาล) - 1แต่แล้ว…ลาติฟาห์ก็ไม่ได้ใจร้ายใจแข็งอย่างที่ตั้งมั่นเอาไว้เลยสักนิด ทั้งๆ ที่ประกาศกร้าวว่าจะสั่งสอนพ่อของลูกให้หลาบจำ ให้สาสมกับการกระทำอันไม่น่าให้อภัยของเขา เพราะว่าที่คุณแม่ซึ่งทุกวันนี้อายุครรภ์ใกล้ครบกำหนดคลอดเข้าไปทุกทีๆ กลับอนุญาตให้พ่อของลูกเข้าออกนอกในคฤหาสน์หลังงามได้อย่างสบายใจเฉิบ…แต่เป็นเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้มีเวลากับลูกน้อยในครรภ์บ้างการดิ้นครั้งแรกของลูกในวันนั้นทำให้หญิงสาวได้รู้คำตอบแล้วว่าลูกของเธอต้องการมีบิดาอยู่เคียงข้างในทุกๆ วินาทีที่หนูน้อยเจริญเติบโต ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในท้อง หรือภายหลังจากการลืมตาดูโลก และเธอเองก็มีความสุขอย่างยิ่งยวดทุกครั้งที่พบเจอหน้าเขา หากแต่ยังคงมีท่าทีหมางเมินเหินห่างสื่อออกมาทั้งทางสายตาและการกระทำ ให้อีกฝ่ายได้เจ็บปวดเล่นๆ ตลอด เพราะมันคือบทลงโทษคนเคยร้ายเช่นจามาลนั่นเองการตัดสินใจในครั้งนี้ของลาติฟาห์ นอกจากจะทำให้ว่าที่คุณพ่อยิ้มไม่หุบและนับวันรอเวลาที่จะได้เจอหน้าลูกหน้าเมียแล้ว สมาชิกในบ้านบินคาดาร์เองก็ยินดีกับการตัดสินใจของเธอด้