LOGIN[ สาวสวยผู้มีสติและพึ่งพาตัวเอง × เจ้าพ่อสายดูแลสุดคลั่งรักและยึดติด ] [ แรก ๆ ดราม่าหนัก หลัง ๆ สะใจ + ความสัมพันธ์ขมฝาดชวนปวดใจ + ตามง้อเมียจนแทบมอดไหม้ ] ห้าปีต่อมา กู้จินเหิงกลับมาอีกครั้ง เมื่อหวนพบกันที่วัดจีหมิง เขาพาภรรยาและลูกมาเจอกับเธอที่อยู่ในระหว่างดูตัวโดยบังเอิญ พวกเขาเคยเป็นสามีภรรยากันนานถึงหนึ่งปี ความทรงจำถึงช่วงเวลาที่เคยพัวพันและหลงใหลกันอย่างบ้าคลั่งพลันถาโถมกลับมา ชายหนุ่มยังคงเย็นชา เย่อหยิ่ง และอยู่ไกลเกินเอื้อมดุจจันทร์บนฟากฟ้าเช่นเดิม เพียงแต่ข้อมือที่กำลังอุ้มเด็กไว้กลับมีลูกประคำเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น เขามองเธอ ภายนอกทำราวกับไม่รู้สึกรู้สา แต่ลับหลังกลับใช้วิธีมืดมนคอยทำลายการดูตัวของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่สนว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ เขาใช้ความแข็งกร้าวบุกเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง ความเจ็บปวดที่สะสมมานานหลายปีพลันปะทุ ฉู่จือจิ้นรู้สึกราวกับกำลังถูกเขากระชากกลับลงไปในเหวลึกอีกครั้ง ท้ายที่สุด ฉู่จือจิ้นก็ทนไม่ไหว ตะโกนไล่ให้เขาไสหัวไป แต่กู้จินเหิงกลับหัวเราะ นอกจากเขาจะไม่ไปแล้ว กลับบีบเธอจนถอยไปติดมุมห้อง ริมฝีปากยกเป็นรอยยิ้มร้ายกาจพร้อมทั้งดวงตาแดงก่ำ “แค่ยอมรับว่าเธอยังแคร์ฉันอยู่ มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
View Moreเขาลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุม แล้วพยักหน้าให้ฉู่จือจิ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาเขาไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าพวกเขาไม่เหมาะสมกัน ถือว่าเป็นการรักษาหน้าครั้งสุดท้ายให้แก่กันฉู่จือจิ้นวางเมนูลงแล้วสูดหายใจลึก “กู้จินเหิง”กู้จินเหิงกำลังผูกผ้ากันเปื้อนแบบใช้แล้วทิ้งให้ซินซิน มือยังคงขยับต่อไป “อืม”“คุณกำลังทำอะไร?”“พาซินซินมากินข้าว”ฉู่จือจิ้นจ้องเขา ไฟโทสะในอกยิ่งลุกโชนขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเธอก็หยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้น “ซินซิน กลับกัน”“แต่ว่าหม่ามี้...”กู้จินเหิงเงยหน้ามองเธอด้วยสีหน้าสงบนิ่งเกินไป น้ำเสียงฟังไม่ออกถึงอารมณ์แม้แต่น้อย“ซินซินยังไม่ได้กินข้าว”ฉู่จือจิ้นชะงักไปชั่วขณะ ข้อนิ้วที่กำสายกระเป๋าซีดขาวเล็กน้อยสุดท้ายเธอก็กลับไปนั่งลงอาหารมื้อนี้สำหรับเธอจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้ง เธอไม่ได้พูดกับกู้จินเหิงอีกแม้แต่คำเดียวตลอดมื้อตอนกำลังจะกลับ เธออุ้มซินซินขึ้น ทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตู เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็ดังมาจากด้านหลัง“หมอคนนั้นไม่เหมาะกับเธอ”กู้จินเหิงยืนอยู่ภายในประตู แสงจากหลอดไฟสีขาวทอดเงาร่างสูงโปร่งของเขายาวออกไปยาวมากเธอไม่ได้ตอบ และไม่
ซินซินเริ่มสงสัยขึ้นมา “สัญญาณหายเหรอคะ? คุณอากู้? ยังอยู่ไหมคะ?”“อยู่” เขากำหมัดแน่น น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ใครบอกหนู?”“คุณยายค่ะ คุณยายบอกว่าวันนี้หม่ามี้ไปนัดดูตัว ถ้าสำเร็จ คนคนนั้นก็จะกลายเป็นแฟนของหม่ามี้” ซินซินย่นจมูกเล็ก ๆ “คุณอากู้ แฟนคืออะไรเหรอคะ?”ปลายสายเงียบสนิท“คุณอากู้...”“ซินซิน คราวหน้าถ้าหม่ามี้มีนัดอีก โทรหาอานะ ถึงตอนนั้นอาจะอธิบายให้หนูฟังว่าแฟนคืออะไร”พูดจบ เขาก็หลุบตาลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้ววางสายเด็กหญิงมองหน้าจอที่ดับลง ก่อนจะยื่นปาก “ยังไม่ได้ตอบซินซินเลย...”……สามวันต่อมาเฉินหมิงเซวียนนัดฉู่จือจิ้นไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งใจกลางเมืองวันนี้ฉู่จือจิ้นสวมเดรสเข้ารูปช่วงเอวสีกรมท่า เส้นผมรวบเป็นหางม้าสูง ดูเย็นชาและเรียบสะอาดตอนเธอมาถึง เฉินหมิงเซวียนก็มาถึงแล้ว และลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างสุภาพบุรุษเรื่องตรงต่อเวลาทำให้เขาได้คะแนนเพิ่มไม่น้อย“คุณฉู่ครับ ผมไม่รู้ว่าคุณชอบรสชาติแบบไหน เลยไม่ได้สั่งสุ่มสี่สุ่มห้า” เฉินหมิงเซวียนพูดพลางเลื่อนเมนูไปให้ และส่งสายตาให้พนักงานบริการฉู่จือจิ้นนั่งลง หยิบเมนูขึ้นมาอย่างเป
บ่ายวันเสาร์เพื่อให้การนัดดูตัวครั้งนี้สำเร็จ เมิ่งหว่านชิงจึงรีบมาถึงอพาร์ตเมนต์ของฉู่จือจิ้นตั้งแต่เนิ่น ๆหลังฉู่จือจิ้นส่งซินซินให้เธอดูแล แล้วเปลี่ยนไปสวมเดรสยาวสีเทาควันบุหรี่ แต่งหน้าเรียบร้อย เมิ่งหว่านชิงถึงค่อยวางใจพาซินซินจากไปฝ่ายชายชื่อเฉินหมิงเซวียน สวมแว่นกรอบลวดสีทอง สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรต้น ๆ วันนี้เขาสวมสูทลำลองสีเบจตอนฉู่จือจิ้นมาถึง เขานั่งรออยู่ตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ ดูสุภาพเรียบร้อยหลังนั่งลง ทั้งสองต่างประเมินอีกฝ่ายครู่หนึ่ง จากนั้นจึงแนะนำตัวกันอย่างง่าย ๆเป็นอย่างที่เธอคิด เฉินหมิงเซวียนมีบุคลิกสุภาพ พูดน้อย แต่เวลาเอ่ยปากกลับวางตัวเป็นธรรมชาติและสง่างาม จึงทิ้งความประทับใจที่ดีไว้ให้เธอเขาเป็นคนตรงไปตรงมาและมีความประทับใจต่อฉู่จือจิ้นไม่น้อย จึงเข้าเรื่องโดยไม่อ้อมค้อม“คุณฉู่ครับ ผมไม่ค่อยถนัดพูดอ้อมค้อม ความประทับใจแรกที่ผมมีต่อคุณมันดีมาก หากคุณคิดว่าเหมาะสม พวกเราจะลองคบหากันดูก็ได้ คุณน่าจะพอรู้เงื่อนไขทางฝั่งผมมาบ้างแล้ว ผมจะพูดเรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้”ฉู่จือจิ้นถือถ้วยชามองเขา รอให้พูดต่ออย่างอดทน“ปกติงานผมยุ่ง และมักมีการผ่าตัดฉุก
กล้ามาทำร้ายศิษย์รักคนสุดท้ายของเขา เขาไม่มีทางยอมจบเรื่องง่าย ๆ แน่!คำพูดของฉู่ฮั่วติดค้างอยู่ในลำคอ หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ มือกำชายกระโปรงแน่นด้วยความตื่นตระหนกกล้องวงจรปิด...ไม่ได้นะ จะให้จินเหิงเห็นไม่ได้เด็ดขาด!ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา เธอก็กลืนความไม่ยินยอมทั้งหมดที่กำลังจะหลุดออกจากปากกลับลงไป ก้มหน้าลง แสดงท่าทางทำอะไรไม่ถูก“จินเหิง ฉะ ฉันไม่สบาย คุณพาฉันกลับเถอะค่ะ”กู้จินเหิงไม่ได้ตอบเธอ แต่หันไปมองดร.ไป๋ดร.ไป๋พยักหน้าให้เขาเล็กน้อยด้วยสีหน้าย่ำแย่กู้จินเหิงเม้มริมฝีปากบางแน่น ก่อนจะพยักหน้าตอบดร.ไป๋แล้วหันหลังเดินออกไปสีหน้าของฉู่ฮั่วเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง สุดท้ายก็รีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามออกไปตลอดทาง……กู้จินเหิงมาหาถึงบ้านในช่วงเย็นเมื่อประตูเปิดออก กลิ่นยาทาจาง ๆ ก็ลอยออกมาจากภายในอพาร์ตเมนต์เขาหลุบตามอง เพียงแวบเดียวก็เห็นแขนและหลังมือขาวสะอาดของฉู่จือจิ้นทายารักษาแผลน้ำร้อนลวกไว้หนา ๆแววตาของเขาหม่นลึกลงเล็กน้อย อ้าปากเหมือนจะพูด แต่กลับไม่มีเสียงใดออกมาฉู่จือจิ้นขมวดคิ้ว มองชายตรงหน้าที่สวมสูทสีเข้ม ยืนตรงสง่า แววตาของเธอดูแจ่มชัดและห่างเ
reviews