INICIAR SESIÓNก่อนจะดึงนิ้วออกมาดูดกลืนน้ำหวานและสอดเข้าไปใหม่ ทำแบบนั้นซ้ำๆ กับร่างกายส่วนนั้นของเธอ ท้องน้อยถึงกับแขม่วเมื่อเธอได้มองภาพอันแสนรัญจวนนั้น
มือหนายกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดบ่าแล้วจ้วงลิ้นสากร้อนเข้าไปกวาดต้อนอย่างหิวกระหาย นิ้วร้ายเสียบเข้าหาร่องเสียวแล้วคว้านไปมาในซอกฉ่ำจนร่างอวบสั่นระริกครางอืออาอื้ออึงไปหมด นิ้วแกร่งเพิ่มจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้วเร่งความเร็วถี่ขึ้นพร้อมกับคว้านไปมาภายในกระทบกับผิวเนื้ออ่อนละมุน
อารีแอนน่าหลับตาพริ้มเกร็งตัว สองมือจิกเส้นผมดกหนาของสามีเรียกว่าจิกทึ้งและกดให้ใบหน้าหล่อเหลาแนบลงมาอย่างรุนแรงก็เป็นได้ ก่อนที่ร่องรักจะตอดรัดดัชนีแกร่งหนึบหนับแล้วปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาอีกระลอกใหญ่
เธอหอบหายใจรุนแรงก่อนจะคลายจากความเกร็งลงไป ร่างกายอ่อนปวกเปียกให้เขาอุ้มไปยังที่นอนสำหรับเอน อารีแอน่าแยกขาออกจากกัน ก่อนจะใช้นิ้วแหวกกลีบสาวสีแดงเรื่อรอคอยให้เขาเข้ามาเติมเต็ม
แก่นกายชายแข็งกร้าวผงาดกล้าขึ้นมาเป็นอีกเท่าตัวเมื่อเห็นกิริยาของเมียตัวน้อยหุ่นอวบ ลิ้นเรียวสีสดตวัดเลียไปรอบปากอิ่มยั่วยวนป่วนหัวใจหนุ่มใหญ่หนักหนา
“ซี้ดด...”
เธอครางเมื่อเขาทานทนแรงยั่วยุไม่ไหวกระแทกสะโพกลงมาจนมิดด้าม ทั้งสองกอดรัดกันอย่างแนบเนื้อด้วยความกระสันเสียว ปลดปล่อยเสียงครางออกมาไม่เป็นภาษา เธอร้องไห้เบาๆ จากแรงกระสันที่ได้รับ จนถึงจุดหมายกระตุกร่างอย่างรุนแรงเสียหลายครั้ง
“โอ้ว...” ริกคาโด้รู้สึกขายหน้าเมื่อเขาถึงจุดหมายอย่างรุนแรง แต่พอได้เห็นสายตาหวานฉ่ำปรือเยิ้มและสีหน้าของภรรยาใต้ร่างทำให้เขาใจชื้นว่าเธอก็ถึงบรรลุจุดหมายเช่นเดียวกัน ไม่ได้อารมณ์ค้างแล้วทำให้เขาต้องแก้ตัวอย่างน่าอายเหมือนกับที่คิด
“ยอดรัก คุณโอเคใช่ไหม” เขาถามเพื่อให้แน่ใจ
“แอนนาโอเคค่ะ” เธอตวัดเรียวขาเกี่ยวสะโพกสอบของเขาเอาไว้ ดวงตาแสนซนทำให้เขาก้มลงไปบดปากอย่างเอ็นดู
“เราเดินเข้าห้องลูกท่านี้ดีไหม”
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวใครเห็นเข้า” หญิงสาวประท้วงมองค้อนด้วยใบหน้าแดงจัด
“งั้นให้ฉันอุ้มไปนะ” ริกคาโด้กระซิบบอกเสียงทุ้มนุ่มหู แต่เขาไม่ได้รอให้ภรรยาตอบรับหรือปฏิเสธ รีบจัดการกับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“อุ๊ย!” แขนเล็กรีบรัดคอหนาเอาไว้ในทันทีเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนก่อนที่เขาจะพาเธอมุ่งหน้าไปยังห้องของลูกน้อยที่รอฟังนิทานก่อนนอนอยู่ในตอนนี้ เพราะนี่ยังไม่ดึกมากนัก
“เย้!... คุณพ่อกับคุณแม่มาแล้ว” คาริน่ากระโดดอย่างดีใจลุกจากเตียงมาต้อนรับบิดามารดา ส่วนโรส พี่เลี้ยงสาวที่คอยดูแลเด็กน้อยค่อยๆ เลี่ยงออกมาเงียบๆ เมื่อเจ้านายพยักหน้าให้เธอ
“รอนานไหมครับลูกรักของพ่อ”
“ไม่นานเลยค่ะ คุณพ่ออุ้มคุณแม่อีกแล้ว แสดงว่าพ่อรักคุณแม่มากๆ เลย ใช่ไหมคะ”
คำถามของบุตรสาวทำให้อารีแอนน่ามองสามีหลังจากที่เขาวางเธอให้ยืนบนพื้น
“ใช่ครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นตอบรับบุตรสาวด้วยความเอ็นดูในความช่างจดช่างจำนั้น
“หมายความว่ายังไงกันจ๊ะ พ่อลูกคู่นี้” เธอหันไปถามสองพ่อลูกที่กอดกันกลม
“คุณพ่อบอกว่า... ที่คุณพ่ออุ้มแม่บ่อยๆ เพราะพ่อรักคุณแม่ม๊ากมากน่ะสิคะ”
ประโยคของบุตรสาวคนโต วัยสี่ขวบทำให้อารีแอนน่ารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
“พ่อก็รักหนูนะครับ ขึ้นมานอนกันได้แล้ว” ริกคาโด้อุ้มบุตรสาวไปวางที่เตียงนอนกว้าง ก่อนที่สองสามีภรรยาจะขึ้นไปนอนขนาบข้างๆ
“เมื่อกี้รีน่าไปดูน้องมาค่ะ น้องหลับปุ๋ยเลย รีน่าอยากให้น้องมานอนกับเราด้วย” คาริน่าเล่าเสียงใสเจื้อยแจ้ว
“น้องยังเล็กอยู่ ไว้โตกว่านี้ค่อยมานอนกับเรา โอเคไหมครับ” ริกคาโด้บอกเหตุผลกับบุตรสาวเสียงนิ่ม เขาจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงลูกแต่ละคนนั้นเน้นคุณสมบัติว่าต้องรักเด็ก และสังเกตการดูแลเอาใจใส่ ถึงจะไว้วางใจให้มาดูแลจริงจัง เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่การทำงานและรับผิดชอบในหน้าที่และมีใจรักนั้นสำคัญมากกว่า
“ค่ะคุณพ่อ” ตอบรับบิดาเสียงใส ก่อนจะหันไปทางมารดา “คุณแม่บอกว่าจะเล่าเรื่องคฤหาสน์หลังนี้ให้ฟัง รีน่ารอฟังอยู่นะคะ” เสียงเล็กๆ เร่งเร้า เขย่าแขนอย่างออดอ้อน
“ถ้าจะเล่าก็ต้องเล่าตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่แม่เจอกับคุณพ่อของลูกนะคะ” อารีแอนน่าบอกยิ้มๆ
“ได้ค่ะ หนูอยากฟัง เล่าทั้งคืนหนูก็ฟังได้ค่ะ”
“มันยาวนะคะ เล่าไปเรื่อยๆ ถ้าง่วงก็หลับต่อ ค่อยมาเล่าใหม่วันหลัง”
“ก็ได้ค่ะคุณแม่”
“คุณพ่อจะช่วยเล่าด้วยอีกแรง ดีไหมคะ” ริกคาโด้นอนในท่าที่สบายที่สุด ก่อนจะวางมือใหญ่พาดไปบนเรือนร่างของสองแม่ลูก อารีแอนน่าจึงค่อยๆ เริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่เธออยู่ในวัยเด็กให้บุตรสาวอันเป็นที่รักฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ดีค่ะคุณพ่อ” เสียงใสเอ่ยตอบ ก่อนจะนอนนิ่งรอฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ...
สายตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มวัยยี่สิบสาม มองการต่อสู้ที่เรียกว่าสิบรุมหนึ่งด้วยความทึ่ง!!!
แวบหนึ่ง... เขาได้สบตาสีน้ำตาลเข้มของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา แต่สายตาคู่นั้นห่วงใยคนที่ต่อสู้ปกป้องเธอยิ่งนัก เขาคิดว่าหมอนี่น่าจะถูกตามทวงหนี้ หรือไม่ก็ทำอะไรให้ผู้มีอิทธิพลไม่พอใจ
สิ่งที่หยุดสายตาของ ริกคาโด้ เปสซอตโต มาเฟียแห่งอิตาลีผู้ร่ำรวยเอาไว้ได้คงเป็นฝีไม้ลายมือการต่อสู้ที่เหนือชั้น ทั้งๆ ที่ไม่อยากยุ่ง แต่ฝีมือที่สามารถล้มคู่ต่อสู้ได้เป็นสิบทำให้มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลหยุดนิ่ง ยืนมองอย่างไม่ไหวติง ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะเสียท่าจากการถูกรุมเหมือน ‘หมาหมู่’
“เจ้านายเอาไงครับ” สเตฟาโน่เอ่ยถามผู้เป็นนาย
“ฝีมือหมอนี่ใช้ได้ทีเดียว” ริกคาโด้มองนิ่ง ก่อนจะกระชากปืนออกมา...
ปัง ปัง ปัง!!!!!
เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดทำให้ทุกคนชะงัก ริกคาโด้กวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยดวงตาวาวโรจน์
“ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของพวกแก ไสหัวไปซะ” เสียงกร้าวของมาเฟียหนุ่มก่อเกิดความสะพรึงกลัวแก่กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งสิบ เพราะทราบดีว่าที่นี่ถิ่นของใคร ถ้าไม่เพราะลูกหนี้คนสำคัญของผู้เป็นนายหนีเข้ามาที่นี่ พวกเขาคงไม่ตามเข้ามา
“พวกมันเป็นหนี้เจ้านายของพวกเรา” หนึ่งในลูกสมุนของคาโลพูดขึ้น เพื่อขอความกรุณา
“เป็นหนี้ใครไม่สำคัญ แต่ที่นี่ถิ่นของฉัน ถ้าพวกแกยังไม่อยากเป็นศพก็รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ อ้อ... ฝากไปบอกนายของพวกแกด้วย ฉันจะส่งคนไปเคลียร์หนี้สินสองพี่น้องนี่ แล้วอย่ามาเบ่งที่ถิ่นของฉันอีก จำเอาไว้” สิ้นคำประกาศิต มีหรือสมุนนับสิบของคาโลจะอยู่ให้โดนยิงทิ้งอย่างอนาถา
“ขอบคุณที่คุณอุตส่าห์ช่วยผมและน้องเอาไว้” อาเลสซันโดรกล่าวขอบคุณ กอดปลอบน้องรักที่ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน
ริกคาโด้เผลอมองสบตาเด็กหญิงตัวน้อย ในใจของเขาไหววูบแปลกๆ บ้าน่า!!! นั่นมันเด็กสี่ห้าขวบได้มั้ง เขาท่าจะบ้าที่รู้สึกแปลกๆ กับเด็กนั่น
อารีแอนน่า ซัมบรอตตา เด็กน้อยวัยห้าขวบ มองสบตากับวีรบุรุษที่ช่วยเธอกับพี่ชายเอาไว้อย่างซาบซึ้งใจ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอถูกรังแกตลอด มีเพียงพี่ชายที่ช่วยเอาไว้ เธอยกย่องให้พี่ชายเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด แต่ตอนนี้เธอกำลังคิดว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนสำคัญอีกคน
ริกคาโด้มองเรือนผมสีน้ำตาลสลวยของเด็กน้อย อีกทั้งดวงตาที่งดงามสวยแปลก อย่างที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหน ทำให้หัวใจหนุ่มกระตุกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เป็นหนี้บ่อนหรือไง” ริกคาโด้เลื่อนสายตาจากเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาสบตากับผู้เป็นพี่ชายของเธอ
“พ่อผมเป็นหนี้บ่อนของคาโล” อาเลสซันโดรพูดอย่างขมขื่น หลายปีมานี้หลังจากแม่เสีย เขากับน้องสาวลำบากมาก เพราะบิดาติดการพนัน โดนตามทวงหนี้ตลอด จนท่านเพิ่งโดนฆ่าตาย เขากับน้องจึงต้องหนีตายออกมาจากบ้าน
“ไปอยู่กับฉันไหม ฝีมือนายใช้ได้นี่ รับรองว่าอยู่กับฉัน นายและน้องจะปลอดภัย” ริกคาโด้มองสบตากับเด็กน้อยอีกครั้ง เขาเผลอยิ้มอบอุ่นให้เธอ
เขาก็เตรียมตัวกินกระต่ายเป็นลำดับถัดมา“แม่กระต่ายน้อยร้อนสวาท” เขากระซิบเย้า เธอใช้กำปั้นทุบอกเขาเมื่อถูกล้อเลียน แต่ถูกรวบไปกดจูบหนักๆ ด้วยความเสน่หากระต่ายน้อยแสนเซ็กซี่ขึ้นไปนั่งรอเขาบนเตียง ริกคาโด้รีบตามติดไปไม่ยอมห่าง เขามองกลีบเนื้อฉ่ำหวานที่คาบคาด้วยสายจีสตริงเส้นเล็กๆ มีเม็ดมุกสามเม็ดเรียงตัวกันเป็นระเบียบ เธอแยกขาจากกันแล้วถูนิ้วไปมา เขาแทบคลั่งมุดหน้าเข้าสู่โพรงเนื้อแสนหวานแทบไม่ทันคุณแม่ลูกสองบิดตัวเร่าๆ แอ่นสะโพก แอ่นอกอิ่มที่ถูกมือใหญ่เลื่อนมาเคล้นคลึงด้วยความเสียวซ่าน น้ำหวานไหลซึมออกมาต้อนรับลิ้นสากร้อนที่ตวัดกลืนกินอย่างหิวกระหายนิ้วแกร่งสอดเสียบเข้าในซอกฉ่ำรักของเมียตัวน้อย เขามองร่างที่สั่นสะท้านด้วยความรู้สึกปรารถนาร้อนแรง มือหนาจับร่างสาวพลิกให้คุกเข่าแล้วสอดนิ้วแกร่งเข้าหาอีกครั้งเพื่อขยับ เธอส่ายสะโพกผายไปมาจนก้นกระต่ายที่มีพู่สีขาวขยับไปมาอย่างน่ารักเรียกร้องให้เขาฝากฝังเข้าหาแม่กระต่ายน้อยร้อนรักที่พรั่งพร้อมที่จะเสพสมร่วมสวาท“ต้องการฉันหรือเปล่าแม่กระต่ายน้อย” เขากระซิบถามเสียงแหบพร่า“ตะ... ต้องการค่ะ ต้องการที่สุด” สิ้นเสียงตอบรับ แก่นกายแข็งกร้าวก็ฝาก
มือหนายกขาเพรียวขึ้นในท่านอนตะแคง ค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปทักทายอิงแอบแนบชิดกับซอกกายสาวอุ่นร้อน“อ๊า... โอ้ว...” สองเสียงครางพร้อมๆ กันเมื่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ริกคาโด้จับมือนิ่มให้มาประคองขายกแยกเอาไว้เพื่อรอให้เขาขยับเข้าออก เธอหันมาค้อนแล้วพูดเสียงแหบพร่าว่า…“เอาเปรียบกันจังเลยนะคะ”ริกคาโด้ไม่ตอบว่ากระไร เขาเลื่อนมือที่ปล่อยจากขามาสัมผัสกับเนินสาวด้านหน้าแล้วเคล้นคลึงบริเวณเกสรนารีสีหวานขยี้เบาๆ ให้เธอรู้สึกเสียวซ่านประสานกับอารมณ์กระสันรัญจวนจากกายเสียดสีของกายเบื้องล่างริมฝีปากยังขยับอยู่กับใบหูขาวผ่องแล้วเกลี่ยลิ้นดูดเม้มเพิ่มความเสียวซ่านตรงจุดนั้นอีกเท่าตัว ร่างกายของอารีแอนน่าบิดส่ายเบียดสะโพกไปด้านหลังเพื่อตอบสนองกับแก่นชายที่สอดเสียบเข้ามาเป็นจังหวะลึกล้ำ“รักนะ” เขากระซิบบอกเสียงทุ้มอารีแอนน่ารู้สึกอิ่มเอมในหัวใจ ผู้ชายบางคนชอบพูดพร่ำคำรักพล่อยๆ ให้ผู้หญิงหลงเชื่อแต่เพียงลมปาก และผู้หญิงก็มักอยากให้ผู้ชายบอกรัก แต่คำรักนั้นหรือจะสู้การกระทำ ผู้ชายบางคนพูดน้อยต่อยหนัก คำรักมักไม่หลุดจากปาก เน้นกระทำเสียมากกว่า ซึ่งผู้หญิงก็มักเรียกร้องเอาคำรักจากผู้ชายคนนั้น มันขาดมันเกินอยู่ใ
“อ๋อ...” ริกคาโด้ลากเสียงยาวก่อนมองหน้าเมียที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่สายตาเอาเรื่องน่าดู ถ้าเขาตอบว่ามดกัด ก็จะหาว่ามีเมียเป็นมด ถ้าบอกว่าโดนหยิก เดี๋ยวก็จะได้รับตาเขียวปัดกลับมาอีก เผลอๆ อาจอดกินนมก่อนนอนเหมือนทุกๆ คืน“คุณพ่อคะ” ลูกสาวจอมสงสัยเร่งพ่อยิกๆ“ครับ พ่อหมายความว่าตอนโตก็ดื่มนมได้... ดื่มจากเต้า”“เต้าอะไรคะ” เด็กน้อยยิ่งซัก คุณแม่ยังสาวเริ่มมองสามีเพื่อปราม เพราะยิ่งคุยจะยิ่งไปกันใหญ่“เต้าแม่วัวไง แม่แพะด้วย เยอะแยะไป ดื่มจากในกล่องน่ะลูก ทั้งนมแพะ นมแกะ นมวัว” รอดตัวไปเมื่อเฉไฉไปได้เรื่อยๆ แต่คำพูดของบุตรสาวทำให้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่สำลักพร้อมๆ กันทีเดียวเชียว“แต่หนูเห็นคุณพ่อแอบแย่งนมน้องกินบ่อยๆ เอ๊... เรียกว่าแย่งหรือเปล่าคะคุณแม่ เพราะคุณพ่อกินนมคุณแม่หลังน้องทุกครั้งเลย” เจ้าหนูน้อยถามแล้วจ้องมองบิดามารดาด้วยใบหน้าใสซื่ออย่างแท้จริงตามประสาเด็ก“เอ่อ...” อารีแอนน่าถึงกับติดอ่างขึ้นมาทันทีเมื่อต้องตอบคำถามเจ้าหนูน้อย“พ่ออยากให้ร่างกายแข็งแรงยังไงล่ะ ก็เลยมาขอแม่เค้ากินมั้ง น้องของหนูก็ไม่ว่าอะไรนี่ครับ”ดูเขาพูดเข้าให้ อารีแอนน่าอยากจะหยิกสามีให้เนื้อเขียวนัก เพราะอั
เพราะทั้งสองอยากมีลูกอีกหลายๆ คน ริกคาโด้ก็ยังแพ้ท้องแทนเมีย จนเมียต้องดูแลคนแพ้ท้องซะอย่างนั้นริกคาโด้ดูแลลูกน้อยและเมียตัวน้อยเป็นอย่างดี จนเป็นที่กล่าวขานถึงความรักครอบครัวของมาเฟียหนุ่ม แถมยังเป็นนักธุรกิจผู้เปี่ยมไปด้วยอำนาจในมาดผู้ดีและใจเมตตา...“คุณแม่ขา... คุณพ่อน่ารักจังเลยค่ะ ดูแลคุณแม่ตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นรีน่าอยากมีเจ้าชายขี่ม้าขาวแบบนั้นบ้างจังค่ะ” คาริน่ากอดรัดมารดาเมื่อท่านเล่าเรื่องราวในอดีตระหว่างตัวเองกับผู้เป็นบิดาให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้เวลาหลายวันด้วยกันในการเล่าให้ลูกฟัง“คุณพ่อของหนูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและน่ารักที่สุดเลยจ้ะ” อารีแอนน่าบอกบุตรสาวในอ้อมแขนอย่างเป็นสุข“ปีนี้ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะชอบของขวัญวันเกิดของหนูหรือเปล่าค่ะคุณแม่” หนูน้อยวัยสี่ขวบพูดอย่างตื่นเต้น“ต้องชอบสิจ๊ะ คุณพ่อชอบของขวัญของหนูที่สุดเลย”เสียงที่ตอบหาใช่เสียงของคุณแม่ แต่กลับเป็นเสียงทุ้มนุ่มลึกของคุณพ่อที่เดินยิ้มร่าเข้ามาในห้องหนูน้อย“คุณพ่อ” คาริน่าโผเข้าสู่อ้อมแขนอันแสนอบอุ่นของบิดา ริกคาโด้อ้าแขนโอบรัดร่างเล็กๆ นั้นไว้อย่างเอ็นดูและรักใคร่ ลูกสาวตัวน้อยกอดคอหนาของพ่อเอาไว้อย่างประจบปร
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้ริกคาโด้เอ่ยอนุญาตเสียงขรึม เขามองหน้าภรรยาสาวที่ยิ้มหวานมาแต่ไกล แต่พอเห็นใบหน้าขรึมๆ ของสามี เธอก็รีบก้มหน้างุดคล้ายสำนึกผิด ก่อนจะเดินเอาของว่างมาให้แล้วยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่ยอมไปไหน“มีอะไรหรือเปล่า” เสียงราบเรียบไร้ความอ่อนโยนอ่อนหวานทำให้สาวน้อยใจเสีย“ฮือๆๆ คุณริก แอนนาขอโทษ”“โอ๊ะ!” สาวน้อยร้องไห้โฮ ถลาเข้าหาอ้อมแขนของเขา ริกคาโด้ต้องอ้าแขนรับร่างอวบเอาไว้อย่างรวดเร็วและตกใจไม่น้อย“แอนนารู้ความจริงหมดแล้ว แอนนาขอโทษนะคะที่ไม่เชื่อใจคุณ แอนนาโง่แล้วก็เพ้อเจ้อ ไร้สาระที่สุด”“โอ๋ๆๆๆ พอแล้ว ฉันไม่ได้โกรธเธอสักนิดแม่เด็กน้อย แค่น้อยใจบ้างเท่านั้น ที่คนอย่างฉันไม่สามารถทำให้เธอเชื่อใจได้เลย” เขากอดรัดร่างอวบแนบอกด้วยความรักใคร่ ไม่ได้นึกเคืองโกรธเธอตามที่พูดจริงๆ คางหนาวางที่บ่าบอบบางด้วยความรู้สึกรักและห่วงใยเช่นเดิม“แต่เมื่อกี้คุณริกทำเสียงเคร่งเหมือนโกรธ”“คิดมากน่าเด็กน้อย ฉันไม่ได้ทำเสียงเคร่ง แต่เห็นเธอไม่พูดเลยแกล้งทำเสียงดุไปงั้นเอง”“คุณริกน่ะ เจ้าเล่ห์ที่สุด แอนนาตกใจหมดเลย” เธอมุ่ยหน้าใส่ แถมยังสั่งขี้มูกเหมือนเด็กขี้แยใส่เ
ริกคาโด้เองก็อึ้งไปที่ได้ยินประโยคนี้จากปากของภรรยาตัวน้อย นี่คือคำพูดที่เกิดจากความไม่ไว้ใจของเธอ ทั้งๆ ที่เขาทำงานหนักเพราะอยากมีเวลาอยู่กับเธอให้มากในขณะที่เธอท้อง ผ่านพ้นอาทิตย์นี้ไปแล้วเขาก็จะได้พักยาว เพราะนิโคโล่ก็ขยันขันแข็ง เขาเบาแรงไปเยอะเมื่อมีคนที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลกิจการแม้ชายหนุ่มจะนึกน้อยใจในตัวภรรยา แต่เขาก็อดดีใจคิดว่าเธอคงหึงหวงเขา แสดงว่าเธอรักเขามาก เนื่องจากเขาเป็นคนค่อนข้างจะมีเหตุผลอยู่มาก ไม่ปล่อยให้เธอหึงหวงลมๆ แล้งๆ จึงคิดว่าควรอธิบายให้เธอเข้าใจ“อาทิตย์หน้าก็โอเคแล้ว ช่วงนี้ฉันยุ่งนิดหน่อย ฉันเคลียร์งานเพื่อให้เราได้มีเวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดจนกว่าลูกจะคลอดยังไงล่ะ”“แอนนาไม่เชื่อคุณริก ไม่ต้องมาพูดนั่นพูดนี่แก้ตัวน้ำขุ่นๆ แอนนามันเด็กไร้สมองในสายตาคุณริกใช่ไหม ถึงปล่อยให้เป็นยัยบ้าดูแลบ้านช่อง แล้วคุณริกก็ออกไปหาผู้หญิงคนอื่นอย่างสบายอกสบายใจ” เธอพูดทั้งน้ำตา ร้องไห้โฮออกมาจนเขาตกใจ“แอนนา ไปกันใหญ่แล้ว” เขาเข้าโอบกอดหมายจะปลอบประโลม“ไม่ต้องมาแตะต้องแอนนา คุณริกไม่อยากแตะต้องแอนนาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เธอสะบัดตัวออกห่าง ถอยหนีจากเขาในทันที“แอนนา มีสติแ







