LOGINรักเก่าที่สุดช้ำ ถ้าจะมีรักครั้งต่อไปต้องดีกว่าเก่า ถ้าหาดีไม่ได้ฉันขอเป็นโสดตลอดไป มีคนเคยกล่าวไว้ว่าสิ่งที่แน่นอนอาจไม่แน่นอนเสมอไป ความรักที่ยังยืนอาจไม่ยังยืน…เพราะฉนั้นควรเตรียมใจไว้เสมอ เหมือนดัง นิสาที่คิดว่าครอบครัวของตัวเองนั้นอบอุ่นสมบรูณ์มีสามีที่ดีและมีลูกที่น่ารัก แต่แล้วทุกอย่างก็พังทะลายลงเพียงชัวข้ามคืน...เมื่อวันหนึ่งคนเป็นสามีเดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วและเขาต้องการที่จะหย่า แล้วเธอจะทำอะไรได้อีกเมื่อเขาอยากไปก็ต้องปล่อยให้เขาไปถึงแม้จะรักเขามากก็ตาม เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต้องดูแลลูกสาวที่รักเพื่อที่จะให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี "สาเราหย่ากันเถอะ" " คุณ...คุณพูดว่าอะไรนะ ? " "ผมไม่ได้รักคุณแล้ว...ผมไม่อยากฝืนหรือหลอกตัวเอง และผมไม่อยากหลอกคุณอีกต่อไปแล้ว"
View Moreบ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน
สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล
ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ
รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ
"คุณ!"เสียงหวานอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหายไปในลำคอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง เพราะชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือ "นราวิชญ์ รัตนโชติ" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่พ่วงตำแหน่งหนุ่มโสดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในหน้าข่าวสังคม และที่สำคัญ... เขาคือคนเดียวกับที่ยืนชี้หน้าต่อว่าเธออย่างรุนแรงก
รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในซอยแคบๆ อย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคัน ชาวบ้านแถวนั้นพากันชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความสงสัยณัฎพานิสาเดินขึ้นไปบนชั้น 3 ของหอพักไม้เก่าๆ จนถึงหน้าห้อง 304 เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ดังลอดออกมาจากข้างในทำให้นิสาถึงกับชะงัก... เธอมั่นใจว่าเคยได้ยินเสีย
ความริษยาบดบังมโนธรรมของเมย์จนหมดสิ้น ภายในห้องเช่าที่มืดสลัว แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนเข้าใบหน้าของเธอที่ดูบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ เมย์นั่งนับเงินปึกสุดท้ายในมือ ก่อนจะส่งต่อให้ "กลุ่มหน้าม้า" ที่เธอไปกว้านซื้อมาจากพวกขี้ยาและพวกว่างงานในละแวกนั้น"โพสต์ลงไปเลย! บอกว่าลูกแกใช้แล้วเน่า ลูกแกใช้แล











