LOGINคุณเชื่อในเรื่อง ‘รักแท้’ ไหม เคยคิดหรือเปล่าว่าจะมีใครสะกดหัวใจของคุณไว้ แค่เพียงครั้งแรกที่เจอในช่วงเวลาสั้นๆ และหวั่นไหวทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวประทับใจเหล่านั้น แต่เขาไม่เคยจำ... ผ่านไปเนิ่นนาน... ในวันหนึ่งเมื่อฝันของคุณเป็นจริงขึ้นมา คุณได้อยู่เคียงข้างเขา ได้เป็นของเขา... คุณกลับพบว่าไม่มีอะไรเหมือนอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลย ไม่มีเจ้าชาย ไม่มีความดีงามใดๆ ในตัวเขาที่คุณเคยศรัทธา... ทุกๆ วันมีแต่ความเลวร้ายที่คอยบั่นทอนให้จิตใจล่มสลาย ทุกๆ อย่างในตัวคุณไร้ค่าสำหรับเขา คุณไม่เคยได้เป็นคนสำคัญ และไม่มีวันได้เป็น คุณเป็นได้แค่เงาของใครบางคนที่เขาไม่เคยลืม แล้วคุณยังจะรักเขาได้เหมือนเดิมไหม ยังคงคิดว่าเขาคือ ‘รักแท้’ ของคุณหรือเปล่า....
View Moreในค่ำคืนอันมืดมิด เสียงอสุนีบาตคำรามก้องทั่วพื้นปฐพีพร้อมๆ กับสายฝนที่กระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้ง ลมพายุย่อมๆ โบกพัดต้นไม้โยกโอนเป็นทิวแถว ภายในบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งแสงไฟจากภายในบ้านยังคงสาดส่องมาด้านนอกแม้จะปาเข้าไปจวนจะตีสามอยู่แล้วแสงไฟนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงเพื่อให้เจ้าของบ้านหลบลี้หนีพายุเข้านอนเหมือนบ้านหลังอื่นๆ
“คุณอคิราห์ทำไมยังไม่กลับคะ...ฝนตกหนักเสียด้วย” เสียงหวานปานระฆังแก้วทว่าเต็มไปด้วยความหมองหม่นพร่ำพูดรำพันอยู่อย่างนั้นพร้อมๆ กับเดินวนเวียนไปภายในห้องรับแขก สายตาก็สาดส่องมองด้านนอกหาคนที่กำลังรอคอยด้วยใจจดจ่อ
ความหวังครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะได้ยินเสียงรถของเขาขับเข้ามานั้นมืดมนเหมือนท้องฟ้าและใจเธอยามนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการรอคอยตลอดระยะเวลาสามเดือนที่แต่งงาน การรอสามีกลับบ้านจนดึกดื่นค่อนคืนเป็นกิจวัตรประจำวันของเธอไปเสียแล้ว หญิงสาวไม่เคยได้สัมผัสเลยว่าการมีชีวิตคู่ที่แสนสุขอย่างคนอื่นๆ เขามันเป็นอย่างไร
“...”เสียงแตรรถดังขึ้นพร้อมๆ กับรถคันหรูที่ขับเข้ามา หญิงสาวที่ดีใจในตอนแรกกลับมองด้วยความสงสัยเพราะรถคันนั้นไม่ใช่คันที่เธอรอคอยแต่กลับเป็นรถที่บ้านแม่สามีของเธอ มันเกิดอะไรขึ้น...หรืออคิราห์จะเป็นอะไรไปเสียงหัวใจเต้นระทึกเท้าน้อยๆ วิ่งออกไปยังหน้าบ้านทันที
“คุณรัญครับ...ช่วยหน่อยครับ คุณคีมเมามากแถมยังเปียกไปทั้งตัวเลยครับ” คนขับรถประจำบ้านเลนเบิร์ครีบเปิดประตูด้านคนขับออกมาขอความช่วยเหลือจากนายหญิงของตน ซึ่งณัฏฐนิชก็ตรงปรี่เข้าไปทันที
ขอบคุณคุณพระที่เขาปลอดภัย “ทำไมเป็นแบบนี้คะลุงรื่น...แล้วรถคุณคีมไปไหนคะ” หญิงสาวเปิดประตูรถด้านข้างก็พบสามีหนุ่มที่นอนสะลึมสะลือไม่ได้สติแถมทั้งตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน มีกลิ่นแอลกอฮอล์โชยมาเตะจมูกจนต้องเบือนหน้าหนี เสมือนว่าร่างที่เปียกโชกนั้นถูกอาบด้วยเหล้าก็ไม่ปาน
คุณคีมโดนจับข้อหาเมาแล้วขับครับ...แถมยังพูดจาไม่รู้เรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เลยโทร. ไปหาที่บ้านให้รับตัวกลับแล้วยึดรถเอาไว้...ยังดีที่มีตำรวจบางคนรู้จักกันไม่อย่างนั้นคงได้เข้าไปนอนในมุ้งเหล็กกันบ้างล่ะครับ” คนขับรถเล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนจะรีบเดินมาช่วยเธอพยุงคนเมาพาเข้าไปในบ้าน
“อาราย...คนจานอน..เอิ๊ก...พาไปหนายเนี่ย” เมื่อถูกลากออกจากรถคนเมาก็ออกอาการพร่ำเพ้อทันที ทั้งสองช่วยกันพยุงร่างสูงใหญ่นั้นขึ้นไปจนถึงชั้นบนตรงไปยังห้องนอนอย่างทุลักทุเล
“อื้อ...ขิง...ขิงอยู่หนาย...มาหาผมหน่อย ผมคิดถึงคุณ...” คำรำพันของสามีทำให้ร่างเล็กหยุดชะงัก นายรื่นคนขับรถเองก็เริ่มทำหน้าไม่ถูกเมื่อนายของตัวเองพูดถึงหญิงสาวคนอื่นต่อหน้านายสาว
“ส่งแค่นี้ก็พอค่ะ...ที่เหลือเดี๋ยวรัญจัดการเองค่ะ” ณัฏฐนิชยิ้มพร้อมกล่าวเสียงอ่อน เธอไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ชีวิตครอบครัวเธอไปมากกว่านี้อีก เท่าที่เป็นอยู่ก็อับอายและเจ็บช้ำเกินจะทนแล้ว
“เอ่อ...ถ้าคุณรัญไหวผมก็ขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณค่ะลุงรื่น....ฝากบอกคุณแม่ด้วยนะคะว่าไม่ต้องเป็นห่วง”
“ครับ...ผมขอตัวก่อนครับคุณรัญ” คนขับรถวัยชราปล่อยแขนจากนายหนุ่มให้หญิงสาวประคองแล้วตัวเองก็เดินจากไป
หญิงสาวใช้มือหนึ่งประคองสามีเอาไว้ส่วนอีกมือก็เอื้อมไปเปิดลูกบิดประตูห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนของเขาที่ภรรยาอย่างเธอไม่เคยได้รับสิทธิ์ให้ย่างกรายเข้ามายามเขามีสติสมบูรณ์ และเธอเองก็ไม่ได้อยากเข้ามาสักนิด มือบางเปิดสวิตช์ไฟจนทั้งห้องสว่างจ้าด้วยแสงนีออน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอไม่อยากมองไม่อยากรับรู้ก็ปรากฏขึ้น ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยรูป...ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นของผู้หญิง แต่ไม่ใช่ของเธอ
“อื้อ...ขิง...ขิงอยู่หนาย” คนเมายังเพ้อไม่เลิก คำเรียกหาใครบางคนจากชายหนุ่มยิ่งเป็นการตอกย้ำสถานะว่าคนที่อยู่ในหัวใจของเขาไม่ใช่ภรรยาที่จดทะเบียนอย่างเธอ ณัฏฐนิชพยายามไม่ฟังไม่สนใจ เพ่งเล็งมาที่การพาเขาให้ถึงเตียงนอนนั้นเสียที
ร่างหนาบึกบึนนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงนอนของตัวเองโดยมีภรรยาสาวกำลังพยายามถอดเสื้อผ้าที่เปียกปอนออก เพราะกลัวเขาจะเป็นหวัด ปกติแล้วถ้าเขากลับมาและมีสภาพเมามายเธอจะแค่เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แล้วปล่อยให้เขานอนไปแต่วันนี้คงทำแค่นั้นไม่ได้ เมื่อเขาเปียกไปทั้งตัวอย่างนี้
ถึงแม้จะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเขาอย่างที่ควรเป็น
เวลาเมาเท่านั้นที่ได้ใกล้กันที่สุด โดยปกติแล้วแม้แต่หน้าเธอเขายังไม่เคยมองด้วยซ้ำ มีแต่ความเฉยชาชิงชังเสียด้วยซ้ำ เมื่อต้องมาแตะเนื้อถูกตัวอย่างนี้ก็ทำเอาหญิงสาวเขินอายจนหน้าแดงการใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดากับเธอนัก ถึงเขาจะเป็นสามี แต่ก็แค่สามีในนาม
แต่การได้ใกล้ชิดผู้ชายที่ร่างเปลือยเปล่าก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอ...
ผ้าบิดหมาดถูกนำมาซับใบหน้า คอ และลำตัว อคิราห์ไม่ได้ให้ความร่วมมือนักมือไม้ปัดป้องอยู่ตลอดเวลาร่างใหญ่นอนกระสับกระส่ายอย่างรำคาญในยามที่เธอปรนนิบัติเขา อคิราห์เป็นผู้ชายตัวใหญ่ร่างกายกำยำสมเป็นลูกผสม กล้ามเนื้อแน่นไปทั้งร่าง ผิวแทนไม่ขาวจัดช่วยเสริมให้ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามไปในตัว ในยามต้องสัมผัสหญิงสาวอดคิดเสียไม่ได้ว่าหากเขาทำร้ายเธอขึ้นมาเพราะความโกรธ เธอคงแหลกคามือเขาเป็นแน่แท้
“ม่ายอาว...ขิงทามอารายผม...ม่ายเอานะมานเย็น” คำพูดแต่ละประโยคจากเขาไม่เคยมีคำไหนเลยที่ไม่มีชื่อผู้หญิงคนนั้น ณัฏฐนิชกลืนก้อนแข็งๆ ที่จุกอยู่ตรงลำคออย่างยากเย็น หลักฐานความรักของเขายืนอยู่ในรูปบนหัวเตียงและรอบๆ ห้อง ส่งยิ้มมาให้เธอเหมือนตอกย้ำให้รู้ว่า ใครคือตัวจริง
หญิงสาวยังคงปฏิบัติภารกิจต่อไปด้วยความกล้ำกลืนจนเสร็จสิ้น เมื่อคว้าผ้าห่มมาห่มให้เขาข้อมือบางก็ถูกจับไว้แน่นทันที
“ขิง....ขิงช่ายไหม...คุณกลับมาหาผมแล้ว ขิงผมคิดถึงคุณเหลือเกิน” ชายหนุ่มออกอาการเพ้ออย่างหนักถึงขนาดคิดว่าณัฏฐนิชคือผู้หญิงอีกคนที่ตนเฝ้ารอ มือใหญ่ดึงร่างบางนั้นมากอดด้วยความคิดถึงอันล้นพ้น สามเดือน....สามเดือนแห่งความทรมานผ่านไปแล้ว เธอกลับมาหาเขาแล้ว...เพียงอัปสร
“ว้าย!!...คุณคีมคะ นี่ไม่ใช่...เอ่อ...นี่รัญนะคะ ปล่อยรัญเถอะค่ะ” เจ้าของร่างบางร้องขออย่างตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนออกจากวงแขนแกร่งที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
อ้อมกอดที่เป็นของคนอื่น มันเจ็บปวดเหลือเกินจริงๆ...
“อย่าทิ้งผมไปอีกนะขิง...ผมจะขาดใจรู้ไหม...ผมรักคุณ ขิงผมรักคุณ” คนเมาไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นแล้วตอนนี้ สำนึกเพียงว่าร่างอุ่นล้ำในอ้อมแขนนั้นคือผู้หญิงที่เขาคิดถึงอย่างสุดหัวใจ ผู้หญิงที่อยู่ในสมองเขาทุกเวลาทั้งยามหลับและยามตื่น
หารู้ไม่ว่าในความจริงนั้นมันกลับกัน คนที่เขากำลังกอดรัดในตอนนี้คือคนที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิตต่างหาก เสียงร้องอ้อนวอนไม่ได้เข้าในโสตประสาทความรับรู้ของเขาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกอดรัดร่างบางแล้วพลิกเธอให้นอนใต้ตัวเขา ใบหน้าคมเข้มนัวเนียฉกจูบบนหน้านวลอย่างโหยหา หญิงสาวพยายามดิ้นรนและหลบหลีกเต็มที่ไม่น่าเชื่อว่าแรงคนเมาจะมีมากถึงเพียงนี้ และเธอก็เริ่มจะหมดแรงต่อต้านเสียแล้ว
สายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย สร้างความหนาวเหน็บให้กับหญิงสาวที่กำลังนั่งชันเข่ากอดตัวเองไว้ด้วยมือเล็กๆ ทั้งสองข้างยิ่งนัก ณัฏฐนิชยามนี้ถูกพิษไข้รุมเร้าอย่างหนัก ปากบางซีดเผือดและแห้งผากจนเป็นขุยสีขาว แม้จะไม่โดนฝนโดยตรงเพราะได้ศาลาหลังน้อยช่วยบดบังไว้ให้ แต่ก็ยังมีละอองบางๆ พัดมาเกาะตามตัวจนชื้นไปหมด นาฬิกาข้อมือที่เธอคอยมองทุกๆ ห้านาทีบอกเวลาสองทุ่มกว่า คนที่บอกให้รอก็ยังไม่มารับสักที ตอนนี้หญิงสาวรู้แล้วว่าเธอคงไม่ได้ไปฮันนีมูนที่ยุโรปดังที่อคิราห์บอกกับแม่สามีไว้อย่างแน่นอน เพราะเขาบอกว่าเครื่องจะขึ้นตอนสองทุ่มแต่นี่มันเลยเวลามาพอสมควรก็หมายความว่าเขาโกหก แต่เพราะเหตุใดและเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่นั้นเธอไม่อาจรู้ได้ ท้องฟ้าที่มืดมิดกับสถานที่อันแสนเปลี่ยวในคืนฝนตกยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวให้ณัฏฐนิชมากขึ้น เธอนั่งรอเขาตั้งแต่บ่ายจนนี่ก็ย่ำค่ำแล้วหรือเขาจะหลอกมาทิ้งไว้จริงๆ แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะ ยิ่งมืดรถที่ผ่านไปมาก็ยิ่งมีน้อย แถมยังมีไข้ขึ้นสูงเสียด้วย ที่สำคัญตอนนี้เรี่ยวแรงก็แทบจะไม่มีสักนิดเพราะตั้งแต่เช้ามาข้าวสักเม็ดก็ยังไม่ตกถึงท้องเลยเมื่อรู้ว่าตัวเองคงหมดสิ้นหนทางเสี
อคิราห์นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับแฟนสาว ทันทีที่รู้เพียงอัปสรแค่นั่งร้องไห้นิ่งๆ ไม่พูดไม่จา แต่เขารู้ว่าเธอเจ็บจนพูดไม่ออกต่างหาก เขาเองก็แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ทั้งสองกอดกันและร้องไห้กันด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ในตอนนั้นชายหนุ่มคงทำได้เพียงสัญญาว่า...ต่อให้เขาต้องแต่งงานหรืออยู่กับผู้หญิงคนอื่นไปชั่วชีวิต แต่ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่จะอยู่ในใจเขาและเป็นคนที่เขารักไปจนชั่วนิรันดร์จะมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น...เพียงอัปสรและแล้ววันแต่งงานก็มาถึงในอีกเพียงสามวันหลังจากนั้น จิตใจของเจ้าบ่าวไม่ได้จดจ่ออยู่ที่งานแต่งของตัวเองหรือเจ้าสาวแสนสวยที่ใครๆ ต่างปลาบปลื้ม มันกลับโบยบินไปหาหญิงสาวอีกคนที่เปรียบเสมือนลมหายใจของเขาต่างหาก ชายหนุ่มคิดเช่นนั้นจริงๆ เพราะตั้งแต่วันที่จากกันเขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองใช้อากาศในการหายใจน้อยลงทุกที ในคืนพิธีนั้นเขาเพียรโทร. หาเพียงอัปสรหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย ความร้อนรุ่มเป็นห่วงคนรักทำให้แทบอยากจะยกเลิกงานแต่งงานให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในขณะที่เขากำลังกังวลสุดขีดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นแค่เพียงกดรับสาย...วินาทีนั้นเขาก็แทบล้มทั้งยืน เจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.
สองหนุ่มสาวที่ขับรถออกมาจากบ้านเลนเบิร์คยังคงเล่นสงครามเย็นมาตลอดทาง ไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากคนทั้งคู่ ณัฏฐนิชถึงจะอยากรู้เรื่องที่เขาคุยกับมารดาแต่เธอไม่ได้ปริปากถาม คงนั่งนิ่งเป็นหุ่นตุ๊กตาอยู่เช่นเดิม แต่เมื่อรถเลี้ยวออกนอกเส้นทางที่จะกลับบ้านเธอก็หันมองหน้าเขานิดหนึ่งคิดอยากสอบถามว่าจะพาไปไหนกันแน่ แต่เมื่อตรึกตรองถึงคำตอบก็เลือกที่จะนั่งเงียบดีกว่า ผู้หญิงอย่างเธอมันไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับเขา อากาศที่เริ่มหนาวขึ้นเพราะดูท่าฝนจะตกลงมาอีกในไม่ช้า บวกกับแรงเป่าของแอร์ภายในตัวรถทำให้หญิงสาวต้องใช้มือกกกอดตัวเองเอาไว้เพราะความหนาว อาการป่วยของเธอเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว อคิราห์ยังคงขับรถไปเรื่อยๆ ถนนดูโล่งขึ้นเพราะห่างจากในตัวเมืองมาพอสมควร ชายหนุ่มทอดมองไปด้านหน้าเห็นศาลาที่พักริมทางหลังหนึ่งจึงชะลอรถเทียบจอด “ฉันจะไปทำธุระเธอคอยที่นี่ก่อนก็แล้วกัน” ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างไม่ใส่ใจ“เอ่อ...มันเปลี่ยวนี่ค่ะ รัญกลัวให้รัญกลับแท็กซี่ก็ได้ค่ะ” ณัฏฐนิชต่
“ตาคีมหนูรัญไปยังไงมายังไงถึงแวะมาที่นี่ได้จ๊ะ” ชลาพรมารดา ของอคิราห์เดินทักทายยิ้มร่าเข้ามายังห้องรับแขกที่ลูกชายและลูกสะใภ้นั่งรออยู่ ทั้งสองยกมือไหว้ ผู้เป็นแม่ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นเคียงคู่กันมาเพราะปกติแล้วอคิราห์จะมาคนเดียวตลอดนี่แสดงว่าเวลาสามเดือนที่ผ่านมาอะไรๆ ที่นางหวังไว้เริ่มจะเห็นผลขึ้นมาบ้างแล้ว“นั่งก่อนนะครับคุณแม่...ไม่สบายอยู่ไม่ต้องรีบเดินก็ได้” ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปประคองมารดา“แม่ไม่เป็นไรหรอก...หนูรัญสบายดีเหรอจ๊ะ ดูหน้าแดงๆ นะ” เมื่อลูกชายประคองให้นั่งก็ไถ่ถามทุกข์สุขลูกสะใภ้ทันที“เอ่อ...”“ลูกสะใภ้คุณแม่ก็หน้าแดงทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว...ข้าวใหม่ปลามันทำยังไงได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มชิงตอบเสียก่อนด้วยกลัวว่าเธอจะเอาเรื่องที่เขากลั่นแกล้งฟ้องมารดา ถ้อยขำหยิกแกมหยอกทำให้ชลาพรยิ้มรื่นความหวังจะให้ณัฏฐนิชมาแทนที่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าจะไปได้สวย ก็ลูกสะใภ้คนนี้ทั้งสวยทั้งเก่งแทบทุกด้าน ความน่ารักอ่อนหวานนั้นคงแทรกซึมเข้าในหัวใจลูกชายนางบ้างล่ะ ถึงจะยังไม่ลืมเพียงอัปสรในตอนนี้แต่อยู่ไปนานๆ คนที่ตายไปแล้วก็ย่อมไม่มีความหมายอะไรอีกจบสิ้นกันเสียที... “ที่ผมมาวันนี้....จะมาบอกค