Masukแน่ล่ะ คอมมูนิตี้แถวนี้ล้วนแต่ราคาแพงระยับค่าห้องหนึ่งห้องเท่ากับเงินทั้งชีวิตของคนชนชั้นกลางจะหาได้
ยิ่งห้องเพนท์เฮ้าส์สองชั้นของคุณเกลี้ยงยิ่งเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่มีปัญญาแม้แต่คิดจะครอบครอง หญิงสาวจึงสำเหนียกดีว่าชนชั้นทางสังคมนั้นมีอยู่จริงและรุนแรงมากด้วย เธอฝืนส่งยิ้ม
ขณะกำลังลังเลว่าจะเอ่ยเตือนความมีมารยาทของผู้หญิงตรงหน้าดีไหม เสียงหวานมีเสน่ห์จากคนด้านหลังก็เรียกความสนใจจากเธอได้ก่อน
“มีอะไรหรือเปล่ามิ้น”
“ไม่มีอะไรหรอกเกด” คนชื่อมิ้นบอกปัดเสียงขุ่น ก่อนจะส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้เธอ
นวลเพ็ญลอบถอนหายใจ พลางส่ายหน้ากับมารยาทต่ำทรามที่ขัดกับเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ฝ่ายนั้นใส่ลิบลับ
“เพื่อนฉันแย่งรถเข็นคุณหรือเปล่าคะ ฉันขอโทษแทนนะคะ” เพื่อนที่ดูผู้ดีทุกระเบียบนิ้วรีบเอ่ย เพราะเธอก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเล็กน้อย” คนตัวเล็กกว่ารีบตอบกลับอย่างเป็นมิตร พลางจ้องผู้หญิงตรงหน้าด้วยความทึ่ง
บนโลกนี้มีคนสวยขนาดนี้ได้ยังไง
ใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากเล็กรูปกระจับแดงฉ่ำราวกับผลเชอร์รี่ตัดกับผิวขาวสว่างวาบ ดวงตาสองชั้นหลบในรับกับจมูกขึ้นสันเข้ากับรูปหน้า เจ้าหล่อนทัดผมไปด้านหลังใบหูเผยตุ้มหูเพชรสีชมพูเม็ดเล็กๆ ชวนน่ามอง ยิ่งชุดกระโปรงสีขาวพลิ้วยิ่งส่งเสริมให้คนตรงหน้าราวกับนางฟ้าหลุดออกมา
สวยจนเธอเองรู้สึกตัวเล็กตัวน้อยลงโดยไม่รู้ตัว
“เกดเธอจะไปขอโทษทำไม เรื่องแค่นี้เอง” มิ้นพูดขัดใจ ก่อนจะพยักพเยิด ลากรถเข็นเข้าไปในซูเปอร์มอลล์หรู โดยมีหญิงสาวเดินตามไปด้วยสีหน้าเอือมระอา
“คนสวยน่าจะคบกับเพื่อนๆ ดี ไม่น่าเลย” นวลเพ็ญบ่นอุบในใจ
โดยคิดไม่ถึงว่าคนที่คบกันได้ย่อมมีนิสัยไม่ต่างกัน...
นวลเพ็ญใช้เวลาแทบทั้งบ่ายตั้งหน้าตั้งตาอยู่หน้าเตาเพื่อทำเมนูบำรุงสุขภาพให้เขา
ด้วยรณดิษนับว่าเป็นผู้ชายที่กินยากพอสมควร เขาไม่ชอบอาหารรสจืด ทว่ากระเพาะกลับไม่สามารถรับรสจัดได้
เธอจึงเรียนรู้การทำอาหารที่มีประโยชน์ต่อโรคกระเพาะที่เขาเป็น และที่สำคัญต้องอร่อยถูกปากเขาด้วย
คนตัวเล็กจัดแจงกับปลากะพงตรงหน้าเพื่อทำปลานึ่งซีอิ๊ว และยังมีเมนูง่ายๆ อีกหลายเมนู ก่อนที่จะเปิดตู้เย็นเพื่อดูกรีกโยเกิร์ต เมื่อเห็นเซตตัวดีพร้อมสำหรับเป็นของว่างคืนนี้ก็พอใจ
หลังจากทำอาหารทุกอย่างเรียบร้อย เธอเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่แขวนอยู่บนผนัง ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงสำหรับการแช่น้ำอุ่นให้ตัวหอมๆ
นวลเพ็ญเดินนวยนาดไปยังหน้าตู้ไม้แกะสลัก ก่อนจะไล่สายตาเลือกดอกไม้อบแห้ง และเลือกบาธบอมบ์กลิ่นที่เขาชอบ
น้ำอุ่นๆ ผสมกลิ่นหอมๆ คลายเมื่อยล้าจากการโดนเขาจัดหนักทั้งคืนลามมันยังเช้า สัมผัสแผ่วเบาคล้ายกับการถูกปลอบประโลมพาให้หญิงสาวเผลอหลับคาอ่างกุชชี่ มารู้ตัวก็ตอนน้ำที่เคยอุ่นเริ่มเย็นจนหนาวสั่น
เธอตกใจรีบผุดขึ้นยืน โชคดีที่คุณเกลี้ยงยังไม่กลับ เพราะถ้าเขารู้ว่าเธอเผลอหลับในห้องน้ำเป็นต้องโดนดุแน่ หญิงสาวแลบลิ้นกับตนเอง ก่อนจะกุลีกุจอรีบคว้าชุดสีแดงเพลิงสุดเซ็กซี่ชวนเอา
แต่ด้วยความรักเมียจึงเลือกที่จะขอโทษก่อน“คุณขอโทษครับ ตอนนั้นคุณไม่ได้เรื่องเอง”“หึ”“งั้นเรากลับมารักกันนะครับ” ได้ทีประจบ“เหรอออออ” เธอลากเสียงอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเสริมต่อว่า“ที่นวลจำได้มีแต่นวลที่รักคุณเกลี้ยงฝ่ายเดียวนะ”“ไม่จริงครับ” เขารีบขัดทันที ในอดีตเคยซึนดาเระจนเสียเมียกับลูกไปหลายปี ปัจจุบันคิดได้แล้วต้องไม่ให้เมียคิดมาก“คุณรักนวลมากรู้ไหม”“ไม่จริงอะ”“จริงๆ นวลไม่รู้หรอก ตั้งแต่นวลหายไป คุณใช้เวลาตามหานวลนานแค่ไหน งานการคุณก็ไม่ได้ทำ แถมยังใช้ชีวิตลอยไปวันๆ คุณรู้สึกเหมือนตัวเองติดในหล่มหาทางออกไม่เจอ”“...”“นวลรู้ไหมครับ คุณมักฝันถึงนวลกับลูกเสมอ..ฝันว่าเราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ก่อนที่คุณจะตี่นขึ้นมาไม่เห็นใครเลย” เขาสารภาพเสียงเครือ พาให้อมาวสีใจอ่อนยวบ“มันทุกข์..แถมเป็นความทุกข์ที่หาก้นไม่เจอ จนวันที่ไอ้นิกมันส่งรูปนวลกับลูกมาให้..รู้ไหมครับ คุณเหมือนได้เกิดใหม่เลย”“...”“คุณรักนวลจริงๆ นะ แต่ก่อนหน้านี้คุณโง่เอง คุณมั่นใจในตัวเองเกินไป คุณไม่เคยคิดว่านวลจะกล้าทิ้ง ฮึก...ขอโทษนะครับ คุณสัญญาว่าต่อแต่นี้ไปคุณจะไม่มีวันทำผิดกับนวลอีก” คำมั่นสัญญาจริงใ
สัมผัสแผ่วเบาเรียกสติคนที่จมกับความฝันสะดุ้งตื่น ดวงตาคมสนิทเบิกกว้างไร้แวว ก่อนจะจับโฟกัสที่ใบหน้าสวยหวานที่ยังติดอยู่ในใจทุกขณะ“นวล..” รณดิษครางแผ่วเบา น้ำใสเริ่มกลับมารินลงหางตา ริมฝีปากหยักบิดยิ้มเจ็บปวดหรือเขายังฝัน หากเป็นฝันเขาก็ไม่พร้อมจะตื่น“อืม นวลเอง” อมาวสีรับคำ ก่อนที่หมอและพยาบาลทยอยวิ่งกันเข้ามา มือเล็กที่เคยจับมือเขาไว้คลายลงพร้อมความอบอุ่นบนฝ่ามือพาให้อดีตท่านรัฐมนตรีตระหนก“อย่าไป..”“อืม นวลไม่ไปไหนหรอก จะรอคุณอยู่ตรงนี้” ประโยคว่าง่ายพาให้คนตัวโตเต็มไปด้วยความหวัง แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาคมยังคงจ้องเขม่นไปที่ร่างระหงที่กำลังนั่งหาวรอตรวจอย่างใจจดใจจ่อหลังตรวจเสร็จรณดิษแทบไม่ปล่อยให้ผู้หญิงตรงหน้าให้ขยับไปไหน ไม่พอมือเล็กยังถูกเขาเกาะกุมแน่น และสำนึกรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่แค่ฝัน“ใจใจ๋ละครับ”“ลูกปลอดภัยดีค่ะ คุณเกลี้ยงไม่ต้องห่วง” ห่วงตัวคุณเถอะ นอนหลับเป็นตายนึกว่าลูกจะกำพร้าพ่อเสียแล้ว“ดีจังเลยครับ”“...”“นวลให้อภัยคุณแล้วใช่ไหมครับ” คนป่วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกริ่นเกรง ทุกวันนี้กลัวว่าถ้าพูดไม่ถูกหูเธอจะพาลูกหนี“หึ”คนตัวโตจ้องอดีตเมียเก็บตาแป๋ว พยายามอ่าน
ในภาพฝันรณดิษกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดสุดหรูริมแม่น้ำ สถานที่ไม่กล้าไปเหยียบในรอบหลายปี เพราะภาพของเมียที่เก็บมาเลี้ยงยังคงติดอยู่แทบทุกมุมห้อง พาให้ใจทั้งกังวลและหดหู่ทำไมเขามายืนที่นี่ได้นะ แล้วใจใจ๋ล่ะ?ภาพในหัวที่จดจำได้คือภาพที่ตนยัดลูกสาวตัวน้อยเข้าไปด้านใต้เก้าอี้ไม้ใหญ่ก่อนที่ตัวอาคารจะถล่มลงมา ใจใจ๋ของเขาจะปลอดภัยดีไหมนะ?ทว่าในห้วงความสับสนประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนกำลังยืนเบิกตากว้าง เอียนหัวมองเขาอย่างสงสัย ใบหน้าเล็กยังดูอ่อนเยาว์กว่าปัจจุบันอยู่บ้าง“คุณเกลี้ยงมายืนทำอะไรตรงนี้คะ?” นวลพูดพร้อมส่งยิ้มหวาน พลางเข้ามาคล้องแขนเขาอย่างออดอ้อนเขาชะงักตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่นวลหายโกรธเขาแล้ว?“เข้าบ้านกันนะคะ” คำว่า ‘บ้าน’ ที่ในอดีตฟังแล้วธรรมดา แต่เมื่อเคย ‘สูญเสีย’ กลับรู้ซึ้งถึงคุณค่าเขายอมเดินตามเธอเข้าไปด้านในด้วยหัวใจยินดี“นั่งก่อนนะคะ คุณเกลี้ยงกลับมาพอดีเลยนวลพึ่งชงชาเสร็จ” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยพราวระยับ ทว่าอะไรบางอย่างในนั้นพาให้เขาดึงรั้งแขนนวลผ่อง“อย่าไป” คำแรกที่พูดกับผู้หญิงตรงหน้าค่อนข้างแหบแห้งติดสั่น นวลเองก็คงสัมผัสได้
ซึ่งเวลานี้บนพื้นห้องมีสาวใช้ที่ดูอายุราวๆ สิบกว่ากำลังชูตุ๊กตากบขึ้นมาทำเสียงสองเสียงสามใส่ตุ๊กตาเจ้าหญิงที่อยู่ในมือของเด็กหญิง บรรยากาศรอบด้านสดใสด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็กน้อย และไม่ใช่เพียงสาวใช้แค่คนเดียว ใจใจ๋ยังมีพี่เลี้ยงที่อยู่เป็นเพื่อนเล่นถึงอีกสามคน!อมาวสีกวาดตามองรอบๆ ห้องถึงกับตกใจ เพราะห้องเด็กเล่นที่ว่าไม่ใช่แค่ห้องเล็กๆ อย่างที่เข้าใจ แต่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นปีนป่ายในร่มจัดเต็ม และยังแบ่งเป็นโซนของเล่นเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต่างจากคาเฟ่เด็กในห้างดังๆ แม้แต่นิดแต่..ถ้าเธอจำไม่ผิดบรรดาลูกๆ ของคุณหญิงเปรมวดียังไม่มีหลานให้ท่านเลยสักคน หรือว่า?และเหมือนหัวหน้าคนใช้จะรู้ใจ เจ้าหล่อนรีบช่วยเจ้านายทำคะแนนทันที“คุณท่านตั้งใจทำห้องนี้ให้คุณหนูใจใจ๋เลยนะคะ”“....”“ท่านจ้างคนมาออกแบบห้องนอนและห้องของเล่นให้คุณหนูใหม่ ของเล่นทุกชิ้นท่านก็จ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก” คำอวยเจ้านายตามมาอีกหลายประโยค เข้าหูซ้ายบ้างออกหูขวาบ้างอมาวสีไม่รู้จะทำยังไง มันคล้ายกับว่าคุณหญิงท่านต้องการผูกบ่วงรัดเธอกับลูกไว้ที่ตระกูลแห่งนี้หรือเธอจะพลาดที่ตามมากรุงเทพนะ?หญิงสาวทำไ
หลังจากห้องicu รณดิษถูกย้ายมายังห้อง vvip โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากพยาบาลพิเศษ ตัวอมาวสีเองก็ย้ายมาเฝ้าชายหนุ่มเช่นกัน และแทบไม่ได้หลับได้นอนยังดีที่เขาพ้นขีดอันตรายแล้วหึ ไม่ได้ให้อภัยเขาหรอกนะ เพียงแต่แค่รู้สึกผิดที่ปากเสียไล่เขาไปตายตอนที่คุณหญิงเปรมวดีเปิดประตูเข้ามาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้นั่งหน้าเครียด ใต้ตาดำคล้ำคล้ายกับคนไม่ได้นอนก็ถึงกับหลุดยิ้มพร้อมเอ่ยทักอย่างเอ็นดู“นวลพักก่อนก็ได้นะลูก” อมาวสีหันไปส่งยิ้มสุภาพ ก่อนที่คนอายุมากกว่าจะพยักหน้าไปยังคนใช้ด้านหลัง“คุณแม่ให้แม่บ้านทำกับข้าวมาฝากนวลด้วยนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือไหว้ตื้นตันใจ ปนสับสนเล็กน้อยว่าทำไมแม่ของอดีตเสี่ยเลี้ยงถึงดีกับเธอเฉยเลยทว่าสิ่งที่สองหนุ่มสาวไม่รู้ก็คือคุณหญิงเปรมวดีเองก็มีปมเรื่องลูกเช่นกัน ด้วยสมัยสาวๆ ตัวท่านเองอยากมี ‘ลูกสาว’ มาก ทว่าทั้งญาติฝั่งอมรพิทักษ์รมย์ และตระกูลปารเจริญหรือตระกูลฝั่งตนล้วนแต่มีลูกหลานผู้ชาย ตัวเธอเองก็เป็นลูกสาวหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูล แม้แต่ลูกชายสองคนที่แต่งงานไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีหลานมาให้อุ้ม ดังนั้นตอนที่ท่านรู้ข่าวว่าเด็กเลี้ยงของลูกชายคนเล็กมี
“คุณเกลี้ยงยังไม่ออกมาเลยค่ะคุณแม่” อมาวสีตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสำนึกผิด“หนูขอโทษนะคะ ฮึก..หนูขอโทษ”“นวลไม่ได้ผิดอะไร นวลไม่ต้องขอโทษ ทั้งหมดคือภัยธรรมชาติ ที่สำคัญคุณเกลี้ยงเป็นพ่อต้องช่วยลูกก็ถูกแล้ว” ท่านหยอบตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง พลางลูบหลังปลอบไปด้วยท่านเองก็พึ่งรับรู้จากเลขาว่าเจ้าลูกชายบาดเจ็บจากการเช้าไปช่วยลูกสาว นี่ก็ไม่รู้ว่าหลานตัวน้อยของท่านที่เห็นเพียงภาพถ่ายจะปลอดภัยดีไหม คนอายุมากกว่าพยายามตะล่อมถามเพื่อไม่ให้ว่าที่ลูกสะใภ้ตั้งกำแพงใส่“แล้วใจใจ๋ปลอดภัยดีไหม”“ใจใจ๋ปลอดภัยดีค่ะ พึ่งนอนหลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ถ้าคุณท่านจะมาเยี่ยมเป็นพรุ่งนี้ได้ค่ะ” ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว อมาวสีเหมือนจะสำนึกได้ทันทีว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นและไม่แน่ไม่นอน คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ทิฐิมานะที่เคยสูงลิบจึงลดลงฮวบในทันที“นวลจะให้คุณแม่ไปเยี่ยมหลานได้จริงๆ ใช่ไหมลูก”“ค่ะ” คนหน้าหวานพยักหน้ารับปลดปลง ในขณะที่คุณย่าของหลานยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนที่จะสลดลงทันทีเมื่อนายแพทย์ที่รักษาตัวลูกชายเดินหน้าเครียดออกมาจากห้อง ICU“พวกคุณคือญาติของคนไข้ใช่ไหมครับ” อมา







