Masukหลังจากเรียนจบคณะอักษรศาสตร์นวลเพ็ญมีความตั้งใจจะทำงานให้เสี่ยเลี้ยงของเธออย่างเต็มที่ แม้แต่คณะที่เรียนก็เป็นคณะที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นคณะที่จะกลับมาช่วยเขาได้
‘นวลพึ่งเรียนจบอย่าพึ่งรีบทำงานเลย’ เขาเคยพูดยิ้มๆ ขัดความตั้งใจ
‘ทำไมละคะ หรือคุณเกลี้ยงไม่อยากให้นวลทำงานด้วย’
‘เปล่าครับ คุณแค่อยากให้นวลพักสักปี นวลอยากไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวคุณพาไป’
‘เอ่อ พักปีหนึ่งเลยเหรอคะ?’ เธอย้อนถามเขาอย่างเกรงใจ ด้วยเงินรายเดือนที่เขาโอนให้ตลอดหลายปีก็มากโขจนเธอเกรงใจ ไหนจะเงินพิเศษค่ารักษาพยาบาลคุณยายที่เป็นโรคมะเร็งต้องใช้ยาชี้เป้าซึ่งต้องจ่ายเอง ไหนจะเงินส่งน้องคนละพ่อทั้งสองให้ได้เรียนมหา’ ลัยดีๆ อีก
‘ใช่ครับ สมัยคุณเรียนจบใหม่ๆ ก็เที่ยวฉ่ำเหมือนกัน’
‘จริงเหรอคะ’
‘จริงสิคะ’ เขายืนยันเสียงอ่อนหวาน ดวงตาคมกริบที่เรียบนิ่งเสมอพราวระยับก่อนที่อยู่ๆ จะหม่นลงโดยไม่ทันรู้ตัว
‘คุณหนีเที่ยวตั้งสามปีแหนะ จนคุณแม่ท่านต้องตามกลับเมืองไทย’
‘หูย คุณเกลี้ยงก็เคยดื้อด้วยเหรอเนี่ย’ เธออุทาน ด้วยรู้ว่า ‘คุณหญิงแม่’ ที่คุณเกลี้ยงพูดถึงนั้นขึ้นชื่อว่าเจ้าระเบียบ และดุแค่ไหน
‘ก็มีบ้าง เดี๋ยวค่าเที่ยวคุณให้นวลเป็นพิเศษดีไหม?’
‘ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ทุกวันนี้คุณเกลี้ยงจ่ายรายเดือนให้นวลทุกเดือนนวลก็เกรงใจมากแล้ว’ เธอแย้งเกรงใจ
‘นิดหน่อยเอง แค่นี้ขนหน้าแข้งคุณไม่ร่วงหรอก เพียงแต่คุณขอเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ?’
‘คะ? คุณเกลี้ยงจะขออะไรนวลคะ?’
‘ก็..ถ้านวลจะเที่ยวขอให้เที่ยวแถวๆ นี้ ถ้าจะไปไกลๆ รอคุณได้ไหมคะ?’
‘…’
‘คุณกลัวว่าจะทนคิดถึงนวลไม่ไหว’ เขากอดเอวเธอพร้อมอ้อน
ก็เป็นซะแบบนี้ เธอจะหนีไปไหนได้ล่ะ? นอกจากจะตอบว่า
‘ค่ะ’
หลังจากนั้นเงินรายเดือนของเธอก็เพิ่มขึ้นสองเท่าตามสัญญา เพียงแต่ระยะเวลาใกล้ครบหนึ่งปี เขากลับเสนอที่ทำงานใหม่ที่อยู่คนละสายงานให้ เธอผิดหวังเล็กน้อย แต่คำปลอบใจของเขาเธอเองก็เข้าใจ
‘คุณหวังว่านวลจะเข้าใจ ภาพลักษณ์ในสายงานที่คุณทำนั้นสำคัญมาก คุณไม่อยากให้คนอื่นว่าได้’
‘นวลขอเป็นผู้ช่วยคุณนิกไม่ได้เหรอคะ? นวลยินดีไม่เอาเงินเดือน’ เธอยอมทุกอย่างขอให้ได้ใกล้เขา แต่สิ่งที่นวลเพ็ญได้รับคือคำปฏิเสธ
‘อย่าเลยนะครับ คุณขอ’
นวลเพ็ญคิดอย่างผิดหวังเล็กน้อย แต่เอาเถอะอย่างน้อยปัจจุบันเธอก็ยังมีโอกาสได้ยืนเคียงข้างเขา ส่วนเรื่องงานเธอจะลองไปทำตำแหน่งตามบริษัทที่เขาขอ
รถญี่ปุ่นคันเล็กเลี้ยวออกจากคอนโดหรูใจกลางเมือง แล่นไปตามทางจนถึงชุมชนเมืองที่ห่างออกไปอยู่สองซอย เธอจอดรถเสร็จจึงขยับจะเข้าไปดึงรถเข็น ทว่ากลับมีผู้หญิงอีกคนที่แทรกคิวแย่งไปดื้อๆ
“นี่คุณคะ”
“มีอะไร?” น้ำเสียงเย่อหยิ่งของคนตรงหน้า พาให้นวลเพ็ญชะงักไปชั่วครู่
แต่ด้วยความรักเมียจึงเลือกที่จะขอโทษก่อน“คุณขอโทษครับ ตอนนั้นคุณไม่ได้เรื่องเอง”“หึ”“งั้นเรากลับมารักกันนะครับ” ได้ทีประจบ“เหรอออออ” เธอลากเสียงอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเสริมต่อว่า“ที่นวลจำได้มีแต่นวลที่รักคุณเกลี้ยงฝ่ายเดียวนะ”“ไม่จริงครับ” เขารีบขัดทันที ในอดีตเคยซึนดาเระจนเสียเมียกับลูกไปหลายปี ปัจจุบันคิดได้แล้วต้องไม่ให้เมียคิดมาก“คุณรักนวลมากรู้ไหม”“ไม่จริงอะ”“จริงๆ นวลไม่รู้หรอก ตั้งแต่นวลหายไป คุณใช้เวลาตามหานวลนานแค่ไหน งานการคุณก็ไม่ได้ทำ แถมยังใช้ชีวิตลอยไปวันๆ คุณรู้สึกเหมือนตัวเองติดในหล่มหาทางออกไม่เจอ”“...”“นวลรู้ไหมครับ คุณมักฝันถึงนวลกับลูกเสมอ..ฝันว่าเราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ก่อนที่คุณจะตี่นขึ้นมาไม่เห็นใครเลย” เขาสารภาพเสียงเครือ พาให้อมาวสีใจอ่อนยวบ“มันทุกข์..แถมเป็นความทุกข์ที่หาก้นไม่เจอ จนวันที่ไอ้นิกมันส่งรูปนวลกับลูกมาให้..รู้ไหมครับ คุณเหมือนได้เกิดใหม่เลย”“...”“คุณรักนวลจริงๆ นะ แต่ก่อนหน้านี้คุณโง่เอง คุณมั่นใจในตัวเองเกินไป คุณไม่เคยคิดว่านวลจะกล้าทิ้ง ฮึก...ขอโทษนะครับ คุณสัญญาว่าต่อแต่นี้ไปคุณจะไม่มีวันทำผิดกับนวลอีก” คำมั่นสัญญาจริงใ
สัมผัสแผ่วเบาเรียกสติคนที่จมกับความฝันสะดุ้งตื่น ดวงตาคมสนิทเบิกกว้างไร้แวว ก่อนจะจับโฟกัสที่ใบหน้าสวยหวานที่ยังติดอยู่ในใจทุกขณะ“นวล..” รณดิษครางแผ่วเบา น้ำใสเริ่มกลับมารินลงหางตา ริมฝีปากหยักบิดยิ้มเจ็บปวดหรือเขายังฝัน หากเป็นฝันเขาก็ไม่พร้อมจะตื่น“อืม นวลเอง” อมาวสีรับคำ ก่อนที่หมอและพยาบาลทยอยวิ่งกันเข้ามา มือเล็กที่เคยจับมือเขาไว้คลายลงพร้อมความอบอุ่นบนฝ่ามือพาให้อดีตท่านรัฐมนตรีตระหนก“อย่าไป..”“อืม นวลไม่ไปไหนหรอก จะรอคุณอยู่ตรงนี้” ประโยคว่าง่ายพาให้คนตัวโตเต็มไปด้วยความหวัง แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาคมยังคงจ้องเขม่นไปที่ร่างระหงที่กำลังนั่งหาวรอตรวจอย่างใจจดใจจ่อหลังตรวจเสร็จรณดิษแทบไม่ปล่อยให้ผู้หญิงตรงหน้าให้ขยับไปไหน ไม่พอมือเล็กยังถูกเขาเกาะกุมแน่น และสำนึกรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่แค่ฝัน“ใจใจ๋ละครับ”“ลูกปลอดภัยดีค่ะ คุณเกลี้ยงไม่ต้องห่วง” ห่วงตัวคุณเถอะ นอนหลับเป็นตายนึกว่าลูกจะกำพร้าพ่อเสียแล้ว“ดีจังเลยครับ”“...”“นวลให้อภัยคุณแล้วใช่ไหมครับ” คนป่วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกริ่นเกรง ทุกวันนี้กลัวว่าถ้าพูดไม่ถูกหูเธอจะพาลูกหนี“หึ”คนตัวโตจ้องอดีตเมียเก็บตาแป๋ว พยายามอ่าน
ในภาพฝันรณดิษกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดสุดหรูริมแม่น้ำ สถานที่ไม่กล้าไปเหยียบในรอบหลายปี เพราะภาพของเมียที่เก็บมาเลี้ยงยังคงติดอยู่แทบทุกมุมห้อง พาให้ใจทั้งกังวลและหดหู่ทำไมเขามายืนที่นี่ได้นะ แล้วใจใจ๋ล่ะ?ภาพในหัวที่จดจำได้คือภาพที่ตนยัดลูกสาวตัวน้อยเข้าไปด้านใต้เก้าอี้ไม้ใหญ่ก่อนที่ตัวอาคารจะถล่มลงมา ใจใจ๋ของเขาจะปลอดภัยดีไหมนะ?ทว่าในห้วงความสับสนประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนกำลังยืนเบิกตากว้าง เอียนหัวมองเขาอย่างสงสัย ใบหน้าเล็กยังดูอ่อนเยาว์กว่าปัจจุบันอยู่บ้าง“คุณเกลี้ยงมายืนทำอะไรตรงนี้คะ?” นวลพูดพร้อมส่งยิ้มหวาน พลางเข้ามาคล้องแขนเขาอย่างออดอ้อนเขาชะงักตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่นวลหายโกรธเขาแล้ว?“เข้าบ้านกันนะคะ” คำว่า ‘บ้าน’ ที่ในอดีตฟังแล้วธรรมดา แต่เมื่อเคย ‘สูญเสีย’ กลับรู้ซึ้งถึงคุณค่าเขายอมเดินตามเธอเข้าไปด้านในด้วยหัวใจยินดี“นั่งก่อนนะคะ คุณเกลี้ยงกลับมาพอดีเลยนวลพึ่งชงชาเสร็จ” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยพราวระยับ ทว่าอะไรบางอย่างในนั้นพาให้เขาดึงรั้งแขนนวลผ่อง“อย่าไป” คำแรกที่พูดกับผู้หญิงตรงหน้าค่อนข้างแหบแห้งติดสั่น นวลเองก็คงสัมผัสได้
ซึ่งเวลานี้บนพื้นห้องมีสาวใช้ที่ดูอายุราวๆ สิบกว่ากำลังชูตุ๊กตากบขึ้นมาทำเสียงสองเสียงสามใส่ตุ๊กตาเจ้าหญิงที่อยู่ในมือของเด็กหญิง บรรยากาศรอบด้านสดใสด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็กน้อย และไม่ใช่เพียงสาวใช้แค่คนเดียว ใจใจ๋ยังมีพี่เลี้ยงที่อยู่เป็นเพื่อนเล่นถึงอีกสามคน!อมาวสีกวาดตามองรอบๆ ห้องถึงกับตกใจ เพราะห้องเด็กเล่นที่ว่าไม่ใช่แค่ห้องเล็กๆ อย่างที่เข้าใจ แต่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นปีนป่ายในร่มจัดเต็ม และยังแบ่งเป็นโซนของเล่นเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต่างจากคาเฟ่เด็กในห้างดังๆ แม้แต่นิดแต่..ถ้าเธอจำไม่ผิดบรรดาลูกๆ ของคุณหญิงเปรมวดียังไม่มีหลานให้ท่านเลยสักคน หรือว่า?และเหมือนหัวหน้าคนใช้จะรู้ใจ เจ้าหล่อนรีบช่วยเจ้านายทำคะแนนทันที“คุณท่านตั้งใจทำห้องนี้ให้คุณหนูใจใจ๋เลยนะคะ”“....”“ท่านจ้างคนมาออกแบบห้องนอนและห้องของเล่นให้คุณหนูใหม่ ของเล่นทุกชิ้นท่านก็จ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก” คำอวยเจ้านายตามมาอีกหลายประโยค เข้าหูซ้ายบ้างออกหูขวาบ้างอมาวสีไม่รู้จะทำยังไง มันคล้ายกับว่าคุณหญิงท่านต้องการผูกบ่วงรัดเธอกับลูกไว้ที่ตระกูลแห่งนี้หรือเธอจะพลาดที่ตามมากรุงเทพนะ?หญิงสาวทำไ
หลังจากห้องicu รณดิษถูกย้ายมายังห้อง vvip โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากพยาบาลพิเศษ ตัวอมาวสีเองก็ย้ายมาเฝ้าชายหนุ่มเช่นกัน และแทบไม่ได้หลับได้นอนยังดีที่เขาพ้นขีดอันตรายแล้วหึ ไม่ได้ให้อภัยเขาหรอกนะ เพียงแต่แค่รู้สึกผิดที่ปากเสียไล่เขาไปตายตอนที่คุณหญิงเปรมวดีเปิดประตูเข้ามาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้นั่งหน้าเครียด ใต้ตาดำคล้ำคล้ายกับคนไม่ได้นอนก็ถึงกับหลุดยิ้มพร้อมเอ่ยทักอย่างเอ็นดู“นวลพักก่อนก็ได้นะลูก” อมาวสีหันไปส่งยิ้มสุภาพ ก่อนที่คนอายุมากกว่าจะพยักหน้าไปยังคนใช้ด้านหลัง“คุณแม่ให้แม่บ้านทำกับข้าวมาฝากนวลด้วยนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือไหว้ตื้นตันใจ ปนสับสนเล็กน้อยว่าทำไมแม่ของอดีตเสี่ยเลี้ยงถึงดีกับเธอเฉยเลยทว่าสิ่งที่สองหนุ่มสาวไม่รู้ก็คือคุณหญิงเปรมวดีเองก็มีปมเรื่องลูกเช่นกัน ด้วยสมัยสาวๆ ตัวท่านเองอยากมี ‘ลูกสาว’ มาก ทว่าทั้งญาติฝั่งอมรพิทักษ์รมย์ และตระกูลปารเจริญหรือตระกูลฝั่งตนล้วนแต่มีลูกหลานผู้ชาย ตัวเธอเองก็เป็นลูกสาวหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูล แม้แต่ลูกชายสองคนที่แต่งงานไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีหลานมาให้อุ้ม ดังนั้นตอนที่ท่านรู้ข่าวว่าเด็กเลี้ยงของลูกชายคนเล็กมี
“คุณเกลี้ยงยังไม่ออกมาเลยค่ะคุณแม่” อมาวสีตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสำนึกผิด“หนูขอโทษนะคะ ฮึก..หนูขอโทษ”“นวลไม่ได้ผิดอะไร นวลไม่ต้องขอโทษ ทั้งหมดคือภัยธรรมชาติ ที่สำคัญคุณเกลี้ยงเป็นพ่อต้องช่วยลูกก็ถูกแล้ว” ท่านหยอบตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง พลางลูบหลังปลอบไปด้วยท่านเองก็พึ่งรับรู้จากเลขาว่าเจ้าลูกชายบาดเจ็บจากการเช้าไปช่วยลูกสาว นี่ก็ไม่รู้ว่าหลานตัวน้อยของท่านที่เห็นเพียงภาพถ่ายจะปลอดภัยดีไหม คนอายุมากกว่าพยายามตะล่อมถามเพื่อไม่ให้ว่าที่ลูกสะใภ้ตั้งกำแพงใส่“แล้วใจใจ๋ปลอดภัยดีไหม”“ใจใจ๋ปลอดภัยดีค่ะ พึ่งนอนหลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ถ้าคุณท่านจะมาเยี่ยมเป็นพรุ่งนี้ได้ค่ะ” ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว อมาวสีเหมือนจะสำนึกได้ทันทีว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นและไม่แน่ไม่นอน คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ทิฐิมานะที่เคยสูงลิบจึงลดลงฮวบในทันที“นวลจะให้คุณแม่ไปเยี่ยมหลานได้จริงๆ ใช่ไหมลูก”“ค่ะ” คนหน้าหวานพยักหน้ารับปลดปลง ในขณะที่คุณย่าของหลานยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนที่จะสลดลงทันทีเมื่อนายแพทย์ที่รักษาตัวลูกชายเดินหน้าเครียดออกมาจากห้อง ICU“พวกคุณคือญาติของคนไข้ใช่ไหมครับ” อมา







