Mag-log inแสงอรุณของวันใหม่สาดส่องเหนือขอบฟ้าทะเลทราย ปลุกให้เหมืองทองคำแอฟริกาใต้ฟื้นตื่น
ความทรงจำร้ายๆ ในอดีตคล้ายจะถูกภาพตรงหน้าเจือจางลงไป“มันจะเป็นไปได้ไหมคะคุณ” คุณนภาเอ่ยถามเสียงเบาหวิว หันไปหาสามี“เรื่องไหนล่ะ” คุณอนันต์ถามกลับ“ก็เรื่องของลูก... มังกร แล้วก็ตาหนูวิลลี่”“ยาก...” ชายชราตอบสั้นๆ คำเดียวสั้นๆ ทว่าหนักแน่นด้วยสัจธรรมของชีวิตคู่ที่เคยพังทลาย ซึ่งคำตอบนั้นก็ทำเอาโทมัสที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับสะดุ้งโหยง“แต่ผมว่า... แบบนี้คุณทรายน่าจะเริ่มเปิดใจให้กับคุณมังกรบ้างแล้วนะครับ” โทมัสขึ้นมาเบาๆ ด้วยความหวังดี“ยังไงก็อย่าโกรธอย่าฝังใจเจ็บกันอีกเลยครับ เพราะเวลาในโลกนี้มันช่างสั้นเหลือเกิน บางทีเราอาจจะมีเวลาใช้ความสุขบนโลกนี้เหลือน้อยนิดก็ได้นะครับ มนุษย์เราควรต้องฉกฉวยโอกาสเพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้างให้ได้มากที่สุด”คุณอนันต์เหลือบตาดุๆ มองลูกน้องคนสนิทของอดีตลูกเขย“คนของฝั่งโน้น ก็ต้องเข้าข้างพวกเดียวกันสินะ”“ไม่นะครับคุณท่าน ผมน่ะโฟกัสที่คนตัวเล็กๆ ต่างหากครับ...”โทมัสรีบป
ซุปครีมเห็ดถ้วยนี้ต้องหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ทั้งผ้าห่ม และเสื้อผ้าคนไข้จนต้องเปลี่ยนแน่ๆ เจ้าหนูอนาวิลนิ่งคิดไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักอย่างยอมความ“ก็ได้ๆ ให้แด๊ดดี้ป้อน แต่หนูจะนั่งคุม คุณแม่ต้องกินเข้าไปเยอะๆ นะฮะ” คำสั่งเฉียบขาด และศัพท์สำเนียงแปลกๆ ของน้องอนาวิล ที่พูดไม่ชัดทำเอาคนในห้อง ทั้งคุณอนันต์ คุณนภา และโทมัสที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงมุมห้อง ถึงกับหลุดขำก๊ากออกมาพร้อมกันเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความช่างคิดช่างเจรจาพนิตาเองก็ทั้งรู้สึกเหนื่อยล้ากับการตื๊อ และสายตาเว้าวอนของมังกรในขณะเดียวกันก็กุมขมับปนเอ็นดูลูกชายตัวดี จนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย บัดนี้พวงแก้มเนียนสองข้างของเธอแดงระเรื่อ ผสมผสานความอาย จนซับสีเลือดฝาดน่ามอง“วิลลี่... แม่ยอมกินแล้วครับ หนูไปเล่นของเล่นกับคุณยายคุณตาไปลูก” เธอพยายามขับไล่ไสส่งลูกชาย เพราะมันทำให้เธอหัวใจหวั่นไหว ที่ต้องใกล้ชิดกันอย่างนี้ พ่อ แม่ ลูก...“ไม่เอา วิลลี่จะคุ้มแม่กินจนหมด แล้วจะได้กินยา” แกประท้วง นั่งกอดอก“ทำไมต้องกินยา... แม่ไม่มีย
ใบหน้าสวยหวานเอียงหลบสายตาคู่นั้น และพยายามคุมโทนเสียงให้เรียบนิ่งที่สุด“พอแล้วค่ะ... ทรายอิ่มแล้ว ขอบคุณมากค่ะพี่มังกร แต่เรื่องอาหารการกิน ประเดี๋ยวคุณแม่จัดการเอง”“แต่ว่า โทมัสไปสำรวจมาแล้ว ที่นี่มีทั้งร้านอาหารไทย ที่ขายของที่พามาจากเมืองไทย”“ก็ทรายบอกว่าไม่ต้องยังไงละคะ” เธอแหวเสียงใส่เขา“โอเคครับ ก็ได้ๆ ทรายต้องการอะไร พี่ยินดีรับฟัง และยินยอมทำตาม”“ทรายไม่ได้ร้องขอนะ”“คนนั้นต่างหาก” เขาบุ้ยใบ้ไปทางลูกชายของตัวเองแล้วถามต่ออีก “ทรายอิ่มจริงๆ นะครับ? กินน้อยจัง... แล้วจะมีแรงไปสู้กับเจ้าเสือน้อยวิลลี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มบ่นอุบ แต่ก็ยอมวางถ้วยซุปลงบนโต๊ะแต่โดยดีในขณะนั้นเอง เสียงสรวลเสเฮฮาจากฟากโซฟาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง คุณตาอนันต์กำลังหัวเราะร่า พลางอุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นขี่คอเลียนแบบท่าทางม้าศึกส่วนคุณยายนภาก็คอยเอาใจประคองข้างหลัง เพราะกลัวหลานรักจะพลัดตก แววตาของสองผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความสุขล้นพ้น
“มาครับ... ซุปร้อนๆ กำลังดีเลย ทรายอ้าปากหน่อยเร็ว”มังกรเอ่ยเสียงนุ่มละมุน ช้อนกระเบื้องสีขาวนวลบรรจุซุปครีมเห็ดข้นคลักส่งกลิ่นหอมกรุ่น ถูกยื่นมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากบางอย่างพอดิบพอดีดวงตาของเขายามนี้ ไร้ซึ่งแววเย่อหยิ่งทิฐิสูงอย่างในอดีต เหลือเพียงกระแสความห่วงใย จนคนมองรู้สึกหน้าร้อนผ่าวๆ คล้ายกับกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟรุมๆพนิตาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึก เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขาและเธอ มันใกล้กันจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคน ที่เพิ่งอุ้มลูกไปเดินเล่น และคงจะตามใจเจ้าหนูน้อยจนเหงื่อโทรมกายชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เธอรับรู้ได้ว่า เขาแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากนักธุรกิจใจยักษ์ไร้หัวใจ และเป็นเจ้าของเธอ ที่ทำตัวกร่างเหลือเกิน ทำให้พนิตาในสมัยนั้นที่ตัวเล็กๆ ตัวเล็กมากกว่าเดิมเขากลายมาเป็นคุณพ่อที่พร้อมจะเป็นสายเปย์ และชายผู้อ่อนโยน และท่าทางที่ดื้อๆ จะขี้ตื๊อ และช่างเอาใจเมีย“วางช้อนเถอะค่ะ บอกตรงๆ นะคะ ว่าทรายกินเองได้ค่ะ พี่มังกรวางถ้วยไว้เถอะ...” เธอประท้วงเสียงอ้อมแอ้ม พยายามดึงมือต
สองผู้เฒ่าเหมืองทองคำเองก็นิ่งอึ้งทำตัวไม่ถูก ทิฐิเก่ายังคงค้างคา ทว่าภาพความปลอดภัยของหลานชายตรงหน้าก็เด่นชัดจนปฏิเสธไม่ได้ ความอึดอัดโรยตัวลงมา จนไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดสิ่งใดก่อนทว่า... คำพูดแจ่มใสแก่นแก้วของเด็กชายอนาวิลกลับกลายเป็นโอสถทิพย์ที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที“อ้าว! คุณตาคุณยายมาแล้วหรือ” อนาวิลตะโกนเรียกเสียงใสแจ๋ว พลางดิ้นรนจะลงจากอกผู้เป็นพ่อ พอเท้าเล็กๆ แตะพื้นห้อง แกก็เดินดุ๊กดิ๊กไปเกาะคุณตาและคุณยายทันที“คุณตาฮะ คุณยายฮะ มาเล่นหุ่นยนต์แปลงร่างคันใหม่กับวิลลี่ตรงนี้ดีกว่า แด๊ดดี้กับลุงโทมัสช่วยวิลลี่เลือกซื้อเลยนะครับ” การเล่าของน้องอนาวิลอย่างปลื้มสุดๆ ทำให้คุณนภาใจอ่อนยวบท่านรีบก้มลงอุ้มหลานชายขึ้นมาหอมฟอดใหญ่“โถ... ตาหนูของยาย หายตกใจหรือยังลูก แบบนี้ต้องหายแน่ๆ ถึงได้เผยความซนออกมาเลยนะเรา แต่ยายบอกเอาไว้ก่อน ที่นี่เราส่งเสียงดังไม่ได้นะครับ มันคือโรงพยาบาล”“รู้แล้วครับ วิลลี่สัญญาจะเล่นเบาๆ”“เรานี่ มีข้อต่อรองเก่งที่สุด&rdquo
ความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้ในวันนี้ มันคือความจริงใจที่ยั่งยืน หรือเป็นเพียงแค่กระแสน้ำชั่วคราว ที่มาประโลมให้เธอตายใจกันแน่?ในมุมหนึ่ง สัญชาตญาณความเป็นแม่ร่ำร้องบอกว่า รอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขที่สุดในโลกของน้องอนาวิลเมื่อกี้ คือสิ่งสำคัญที่สุด และมังกรก็กำลังทำหน้าที่พ่อได้อย่างไม่มีที่ติแต่ในอีกมุมหนึ่ง บาดแผลเก่าที่ยังเป็นแผลเป็นนูนหนา ก็กระซิบเตือนด้วยความระแวดระวังว่า อย่าเพิ่งกระโจนกลับไปสู่กองไฟที่เคยแผดเผาตัวเองจนมอดไหม้พนิตาพลิกตัวตะแคงขวา ซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ความรู้สึกข้างในมันช่างสับสนและยุ่งเหยิงราวกับเส้นด้ายที่พันกันยุ่งขยำ เธอยอมรับว่า หัวใจดวงนี้อ่อนยวบและสั่นคลอน ไปกับสายตาเว้าวอน และท่าทีที่ให้เกียรติของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแต่มันก็ยังไม่กล้าพอที่จะวางความระแวดระวังลงทั้งหมด การเป็นแม่... เธอพร้อมจะสละทุกความสุขส่วนตัว และแบกรับความเสี่ยงเพื่อลูกได้เสมอแม้ท้ายที่สุด... พนิตาจะต้องเจ็บปวดซ้ำสอง เธอก็ยินดี หากมันจะแลกกับความอบอุ่นในใจของอนาวิลแต่มันจะผิดไหม... ถ้าในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง







