Partager

บทที่ 2

Auteur: เลือนลอย
ความเจ็บปวดที่ถาโถมอย่างแผ่วเบา กลับเพิ่งมารู้สึกตัวในภายหลัง

เดิมทีผมคงไม่เสียใจขนาดนี้หรอก คิดซะว่าถูกเพื่อนสนิทหักหลัง ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

ทว่าเส้นแบ่งที่ชื่อว่าเพื่อนสนิทนั้น ซ่งลู่เป็นฝ่ายเลือกจะก้าวข้ามมาก่อน

วันที่ตัดสินใจย้ายโรงเรียนด้วยกันกับซ่งลู่ เธอดึงผมไปดื่มเหล้าที่บาร์เพื่อฉลองความเป็นอิสระ

แสงไฟสลัวและคลุมเครือโอบล้อมรอบตัว ผมมองคนที่ตัวเองแอบชอบมาหลายปี ในใจก็รู้สึกเหม่อลอยขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ด้วยเหตุนี้ ตอนเธอขยับเข้ามาจูบผม ผมจึงไม่ได้ปฏิเสธ

ความรู้สึกที่ถูกกดทับมานานหลายปีเติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตา

ผมไม่อาจหักห้ามใจตัวเอง อดเอ่ยปากเพื่อความแน่ใจไม่ได้ว่า “อาลู่ ตอนนี้เราเป็นอะไรกันเหรอ”

ซ่งลู่จูบหน้าผากผมอีกครั้งด้วยความรักใคร่ตามใจ “คนโง่ จะเป็นอะไรได้อีกล่ะ”

ในห้องส่วนตัวมีเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้น บรรยากาศเร่าร้อน เหมือนความรู้สึกที่สั่นไหวของผม

นึกไม่ถึงว่าผ่านไปแค่สองวัน ก็ได้ยินซ่งลู่ทำลายความรักข้างเดียวของผมลงด้วยปากของเธอเอง

ผมยิ้ม ทว่าน้ำตากลับร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

ดังนั้นคำย้อนถามที่คลุมเครือประโยคนั้น ก็คงเป็นสิ่งที่ซ่งลู่ใช้หลอกผม เพื่อรีบไล่ผมไปให้เร็วที่สุดเพื่อเซี่ยหมิงอวี่สินะ

กระดิ่งลมในห้องนอนแกว่งดังกรุ๊งกริ๊ง ช่วยพัดพาน้ำตาของผมให้แห้งเหือดไปทีละน้อย

หัวใจที่แตกสลายก็ค่อย ๆ ประกอบกลับคืนมาอย่างช้า ๆ

ซ่งลู่คิดผิดแล้ว

เธอเป็นเพียงลูกนอกสมรสของตระกูลซ่ง ส่วนผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเฉิน เราไม่ควรจะมาตัวติดกันจริง ๆ นั่นแหละ

เพราะไม่คู่ควรกัน

ใบคำร้องขอย้ายโรงเรียนในมือถูกน้ำตาของผมหยดใส่จนเปียกชุ่ม รอยหมึกเลอะเลือน สกปรกจนทนดูไม่ได้

แต่ไม่เป็นไรหรอก แผ่นนี้สกปรกแล้ว ก็แค่เปลี่ยนแผ่นใหม่ที่สะอาดก็พอ

ตระกูลเฉินไม่เคยขาดแคลนตัวเลือกสำรอง

ผมพริ้นต์แบบฟอร์มออกมาใหม่ใบหนึ่ง เพียงแต่ตอนที่กรอกข้อมูลช่องโรงเรียนที่จะย้ายเข้า ผมก็โทรศัพท์หาแม่

“แม่ครับ ครั้งก่อนที่แม่บอกว่าอยากให้ผมไปเรียนต่างประเทศ หมายถึงโรงเรียนมัธยมปลายที่ไหนครับ”

“ใช่ครับ ผมไปคนเดียว”

กระดิ่งลมในห้องส่งเสียงดังกังวานไพเราะ ราวกับกำลังเฉลิมฉลองให้ผม

ผมหลับตาลงเล็กน้อย คราวนี้ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใบหน้าของซ่งลู่

ผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับซ่งลู่ถึงสามส่วน ทว่าดูอ่อนโยนและจับใจกว่าส่งยิ้มให้ผม เหมือนกับความหนักแน่นและจริงจังเมื่อสองปีก่อน

“เฉินฮ่าวหราน ไม่ช้าก็เร็วนายต้องยอมแพ้เรื่องซ่งลู่แล้วเลือกฉัน”

ตอนนั้นผมคิดว่าเธอพูดเล่น

มาวันนี้ ผมได้แต่ท่องบ่นอยู่ในใจเงียบ ๆ

ซ่งลู่ ฉันไม่ต้องการเธอแล้วจริง ๆ

หลังจากกรอกใบคำร้องแผ่นใหม่เสร็จ ผมก็ถอนหายใจยาว ภายในใจสงบลงอย่างเงียบเชียบ

ทว่าจู่ ๆ ประตูห้องกลับถูกเคาะขึ้นมา

ผมชะงักไป บ้านหลังนี้ผมอยู่คนเดียวมาตลอด คนที่รู้รหัสผ่านก็มีแค่...

ผมเปิดประตูก็เห็นใบหน้าของซ่งลู่จริง ๆ

น้ำเสียงของเธออ่อนโยนเหมือนเช่นเคย “อาหราน นายไม่ยอมมาบอกลาเพื่อน ๆ ตั้งนาน ฉันเป็นห่วงนะ”

ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันปวดท้องนิดหน่อยเลยไม่ไปแล้ว”

กำลังจะไล่แขก หางตากลับเหลือบไปเห็นคนที่ไม่คาดคิด

ร่างอันผอมบางของเซี่ยหมิงอวี่หดตัวอยู่ข้างกายซ่งลู่ วินาทีที่สบตากับผมก็หดตัวด้วยความหวาดกลัว

ซ่งลู่คอยสังเกตทุกการกระทำของเขา พอเห็นแบบนั้นก็รีบดึงเขาเข้ามากอดไว้หลวม ๆ ทันที

“อาหราน นายทำหมิงอวี่ตกใจนะ”

เป็นแบบนี้อีกแล้ว เซี่ยหมิงอวี่มักจะทำท่าทางอ่อนแอเหมือนกลัวว่าผมจะรังแกเขาอยู่เสมอ ราวกับว่าผมเป็นคนเลวร้ายทำผิดบาปมหันต์

ทั้งที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ ๆ

สีหน้าของผมเย็นชาลง “ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าไม่ชอบให้คนอื่นมาที่บ้าน”

ซ่งลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง “หมิงอวี่ไม่ใช่คนอื่นคนไกลสักหน่อย”

“อีกอย่างเขาก็เป็นห่วงนายถึงได้ตามมา”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้แย้ง เซี่ยหมิงอวี่ก็ขอบตาแดงก่ำขึ้นมา

“ฮ่าวหราน ขอโทษนะ ฉันรู้ว่านายรังเกียจผมมาตลอด แต่ฉันก็อาบน้ำทุกวันนะ”

เขาเสริมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ไม่ทำบ้านนายสกปรกหรอก...”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นซ่งลู่ก็ขมวดคิ้วทันที และมองผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ “อาหราน หมิงอวี่ก็แค่บ้านจน แต่ไม่ได้แย่อย่างที่นายคิดนะ”

“นายทำกับเขาแบบนี้ ฉันผิดหวังในตัวนายมากจริง ๆ”

เซี่ยหมิงอวี่ดึงชายเสื้อของซ่งลู่ด้วยความระมัดระวัง ทั้งใจกว้างและเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างดี

“อาลู่ ฉันไม่เป็นไรหรอก เธออย่าทะเลาะกับพี่ฮ่าวหรานเลยนะ...”

เขาสูดจมูก เผยรอยยิ้มที่ดูน้อยใจแต่ก็ยังดื้อรั้นออกมา

“ยังไงซะพี่ฮ่าวหรานก็เคยบอกแล้วว่าพวกเธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก สถานะแบบนั้น ฉันจะไปเทียบได้ยังไง...”

“พูดเหลวไหลอะไรกัน นายเองก็เป็นคนที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้วนะ”

ซ่งลู่ประคองใบหน้าของเซี่ยหมิงอวี่ด้วยความปวดใจ ก่อนปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

จากนั้นก็หันมามองผม ใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “หมิงอวี่อารมณ์ไม่ค่อยดี ฉันจะพาเขากลับก่อน”

“นายก็กลับไปทบทวนตัวเองให้ดีเถอะ อย่าลืมว่าใบคำร้องขอย้ายโรงเรียนต้องเอาไปประทับตราด้วย”

ผมต้องทบทวนความผิดพลาดในการมองคนของตัวเองให้ดีจริง ๆ นั่นแหละ

จากนั้นก็ก้าวเท้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านประตูหน้าบ้าน

ความอัดอั้นตันใจที่ก่อตัวอยู่ในใจ ในที่สุดก็บรรเทาลง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 10

    การร่วมมือกันของเฉินซื่อกรุ๊ปและลู่ซื่อกรุ๊ปดำเนินไปอย่างมั่นคงสามปีต่อมา ผมกับลู่อวี๋เสวี่ยก็แต่งงานกันสถานที่จัดงานแต่งงานถูกเลือกเป็นเมืองเล็ก ๆ สไตล์วินเทจในต่างประเทศ ทุกบ้านเรือนที่นั่นล้วนแขวนกระดิ่งลมหลากสีสันเอาไว้ยามที่สายลมโชยพัดผ่านก็จะมีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งกังวานใส ราวกับเป็นเสียงอวยพรอย่างจริงใจตอนงานใกล้จะเลิก ผมได้รับของขวัญแสดงความยินดีชิ้นหนึ่งไม่ได้ลงชื่อเอาไว้ ทว่าตราประทับของซ่งซื่อกรุ๊ปนั้นคนรอบข้างล้วนคุ้นเคยกันดีความจริงแล้วหลังจากที่ลู่อวี๋เสวี่ยเข้ามารับช่วงต่อลู่ซื่อกรุ๊ปอย่างเป็นทางการ ก็ดำเนินการกดดันซ่งซื่อกรุ๊ปอย่างหนักหน่วงในทุกวิถีทางหากจะบอกว่าก่อนหน้านี้ซ่งซื่อกรุ๊ปที่ไม่มีคุณนายลู่คือตึกสูงที่กำลังจะพังทลายเช่นนั้นซ่งซื่อกรุ๊ปที่ถูกลู่อวี๋เสวี่ยจัดการไปแล้วก็คงเหลือเพียงแค่เศษซากปรักหักพังเท่านั้นครอบครัวที่ทรยศแม่ของเธอ ลู่อวี๋เสวี่ยไม่มีทางปล่อยไปผมเลือกจะให้ความร่วมมืออย่างไม่ลังเล ยิ่งไปกว่านั้นยังทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกซ่งซื่อกรุ๊ปไม่มีชื่ออยู่ในแวดวงมาตั้งนานแล้วเพราะคนที่เคยหักหลังผม ผมก็ไม่ปล่อยไปเช่นกันในสถานการณ์เช

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 9

    เพราะออกมาจากการให้ปากคำที่สถานีตำรวจก็ดึกมากแล้ว ผมเลยตัดสินใจพาลู่อวี๋เสวี่ยกลับมาที่บ้านของผมวันรุ่งขึ้นพอลืมตาขึ้นมา อาหารเช้าก็ถูกจัดวางเตรียมไว้ตรงหน้าแล้วผมยืนพิงกรอบประตู มองคนที่กำลังตั้งใจล้างภาชนะ พลางเอ่ยถาม “เป็นแม่ศรีเรือนขนาดนี้เลยเหรอ”“ยังไม่มีสถานะก็ต้องทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนหน่อย จะได้ทิ้งความประทับใจดี ๆ ให้คนของฉันไง”“ไม่งั้นถ้าเขาโกรธขึ้นมา ไม่เอาฉันแล้วจะทำยังไงล่ะ”ลู่อวี๋เสวี่ยใช้นิ้วแตะปลายจมูกของผมเบา ๆ บ่นทีเล่นทีจริงทำเอาผมจนใจ พอนึกถึงตอนแยกย้ายกันเมื่อคืนที่พวกเพื่อน ๆ เอาแต่มองลู่อวี๋เสวี่ยด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปิดบังผมเลื่อนดูโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยเปื่อย สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ข่าวหัวข้อหนึ่งเข้า ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ“อยากได้สถานะเหรอ มาแล้วนี่ไง”พาดหัวข่าวที่พุ่งขึ้นติดอันดับคำค้นหายอดฮิตใช้ตัวอักษรใหญ่และหนาเตอะ“ทายาทตระกูลเฉินมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ยั่วยวนภรรยาคนอื่น”“ทายาทตระกูลเฉินมีชีวิตส่วนตัวเละเทะ ให้หญิงแปลกหน้าค้างแรมด้วย”พาดหัวข่าวทั้งสองหัวข้อขึ้นมาไล่เลี่ยกัน ช่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดีจริง ๆดูจากท่าทางแล้วคงเป็นความอาฆา

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 8

    ผมได้เจอซ่งลู่อีกครั้งในงานเลี้ยงต้อนรับที่เพื่อนจัดให้ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องราวในแวดวงก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องธุรกิจและการบริหารกิจการของแต่ละตระกูลแสงไฟสลัว ๆ กับรสชาติหวานนิด ๆ ของแอลกอฮอล์ บรรยากาศถือว่าผ่อนคลายดีผมอดจะรั้งอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้ ทว่าจู่ ๆ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาบรรยากาศในห้องส่วนตัวพลันเงียบกริบอย่างประหลาดเพื่อนดึงชายเสื้อผม อธิบายเสียงเบา “อาหราน ไม่มีใครเชิญเธอมานะ”ผมพยักหน้า แค่คิดก็รู้แล้วเพื่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอก น้ำเสียงเจือไปด้วยความดูถูก “ตอนนี้สองคนนั้นถือเป็นเห็บในแวดวงไปแล้ว ครอบครัวตกต่ำก็แล้วไปเถอะ แต่นิสัยใจคอก็ใช้ไม่ได้ด้วย”“โดยเฉพาะเซี่ยหมิงอวี่ มองซ่งลู่เหมือนของล้ำค่าอะไรมากมาย เป็นผู้หญิงเธอก็ระแวงไปหมด”ผมเอียงหน้ามอง ด้านหลังของซ่งลู่มีเซี่ยหมิงอวี่เดินตามมาจริง ๆ ด้วยพอเห็นสายตาผมมองไป เซี่ยหมิงอวี่ก็หดไหล่ด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็ถลึงตาใส่ผมซ่งลู่เดินตรงมานั่งลงที่ตำแหน่งตรงข้ามผมราวกับไม่ทันสังเกตเห็นเลยคนอื่นพยายามส่งเสียงคุยกันเพื่อไม่ให้งานกร่อย ผมจึงลุกขึ้นเดินหลบความวุ่นวายไปที่ห

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 7

    สำนักงานใหญ่ของบริษัทอยู่ในเมืองนี้ ผมจึงขับรถกลับบ้านไปเอาเอกสารเลยเพื่อความสะดวกสบายของผม ตอนนั้นแม่จึงซื้อคฤหาสน์หลังเล็กที่มีสวนให้ผมผลักประตูรั้วเปิดออก ทว่าตอนที่กำลังปลดล็อกรหัสผ่านกลับต้องสะดุ้งตกใจบริเวณโถงทางเดินริมประตูมีคนนั่งอยู่คนหนึ่งเธอหันหน้ามา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือดวงตาที่แดงก่ำคู่หนึ่งผมขมวดคิ้ว “ซ่งลู่ เธอเข้ามาได้ยังไง”จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นหัวเข่าของเธอที่ถูกกระแทกจนเขียวช้ำ คิ้วของผมก็ขมวดมุ่น “เธอปีนประตูรั้วเข้ามาในบ้านฉันเหรอ มีธุระอะไรไหม”คนที่เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาจ้องมองผมตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ก็เอ่ยปากขึ้นมา “อาหราน นายผอมลงนะ”ผมไม่เข้าใจว่าคำทักทายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยประโยคนี้ของเธอว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ จึงหันหลังเตรียมจะเดินจากไปทว่าเธอกลับพุ่งเข้ามากอดผมไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลราวกับเคียดแค้นจนอยากบดขยี้แขนของผมให้แหลกละเอียดโชคดีที่การฝึกฝนที่ผมได้รับมาไม่ได้มีไว้แค่โชว์ ผมสะบัดมือสลัดเธอออกอย่างแรง แล้วเช็ดแขนด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนเล็กน้อย“ซ่งลู่ สำรวมหน่อย”เธอหัวเราะเสียงต่ำ “นายบอกให้ฉันสำรวมเหรอ”“เฉินฮ่าวหราน นายกับลู่อวี๋เสวี่

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 6

    หลังงานหมั้นผ่านพ้นไป ทางบ้านก็จัดแจงให้ผมไปฝึกงานที่บริษัทในประเทศแม่ของผมวาดฝันถึงอนาคต “ถึงตอนนั้นพวกลูกก็ดูแลเรื่องในบ้าน ส่วนแม่กับแม่ลู่ของลูกจะดูแลเรื่องงานข้างนอกเอง”พ่อของผมเอ่ยเสียงอ่อยบอกให้ผมช่วยเฝ้าแม่ไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้ป้าลู่หลอกล่อพาตัวไป...ผมอดขำไม่ได้ขณะก้าวขึ้นเครื่องบินกลับประเทศพร้อมกับความคาดหวังเหล่านี้ตอนมาส่งผมขึ้นเครื่อง ลู่อวี๋เสวี่ยหยิบกระดิ่งลมหนึ่งอันหนึ่งมาวางลงบนฝ่ามือของผมเธออยู่ต่อหน้าผมมักจะสงวนท่าทีและมีมารยาทมาโดยตลอดทว่าก็อดไม่ได้ที่จะใช้เสียงกระดิ่งบอกความคิดถึงของเธอให้ผมรับรู้ห่างหายไปนานหลายเดือน ม.ปลายปี 3 ห้อง A แห่งโรงเรียนอีจงได้กลายเป็นอดีตไปแล้วตอนเพื่อนในประเทศส่งรูปถ่ายจบการศึกษาที่ไม่มีผมอยู่ในนั้นมาให้ จู่ ๆ ผมกลับรู้สึกราวกับผ่านไปเนิ่นนานในรูปถ่าย ซ่งลู่กับเซี่ยหมิงอวี่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ดูเหมาะสมกันดีสายตาของผมกวาดมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนทั้งสอง ภายในใจไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้วเพื่อนรู้สึกโมโหอยู่บ้าง “ตอนแรกที่นายจะไปพวกฉันยังทำใจไม่ได้เลย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าไปซะได้ก็ดีเหมือนกัน”“

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 5

    ผมยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เสียงของลู่อวี๋เสวี่ยก็ดังขึ้นมา “อาหราน ฉันพานายไปทำความรู้จักโรงเรียนใหม่ของนายก่อนดีไหม”สีหน้าของเธอไร้เดียงสา เหมือนเป็นแค่คนมีน้ำใจใสซื่อเท่านั้นเสียงของซ่งลู่แหลมปรี๊ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อาหราน นายอยู่กับลู่อวี๋เสวี่ยเหรอ”“นายอยู่ที่ไหนกันแน่”ผมดึงโทรศัพท์ออกห่างเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเสียงของซ่งลู่น่ารำคาญ“ฉันอยู่ที่ไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”ซ่งลู่ราวกับไม่ได้ยิน น้ำเสียงเจือไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “นายถึงขั้นไปหาลู่อวี๋เสวี่ยเพื่อประชดฉันเนี่ยนะ?!”“เพื่อยั่วโมโหฉัน นายถึงกับยอมเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนต่ำทรามแบบนั้น...”เมื่อเห็นว่าเธอพูดจาน่าเกลียดขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงตวาดขัดอย่างสุดทน “หุบปาก!”ผมสูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยอย่างเด็ดขาด “ซ่งลู่ เธอนั่นแหละที่เป็นคนที่ต่ำตมที่สุด”ประโยคนี้ ในที่สุดผมก็ได้คืนมันให้เธอเสียที“ไม่ต้องโทรมาอีก ความสัมพันธ์ทั้งหมดของเรา จบแค่นี้”พูดจบผมก็รีบกดวางสาย แล้วบล็อกเบอร์นี้พร้อมกับลบทิ้งเช่นเดียวกันโลกกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผมเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “ขอโทษทีนะที่ต้องให้เธอมาได้ยินเรื่อง

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 4

    ผมค่อย ๆ จัดของที่ซ่งลู่เคยมอบให้ผมในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาทีละชิ้นเนกไทเส้นนี้คือของขวัญวันเกิดอายุครบสิบแปดปีที่เธอมอบให้ผม หลังจากใส่ไปโรงเรียนได้ครั้งเดียว ผ่านไปไม่นานก็เห็นเนกไทแบบเดียวกันเป๊ะอยู่บนคอของเซี่ยหมิงอวี่เขาเอ่ยด้วยความขวยเขิน “อาลู่บอกว่าคนอื่นมีอะไร ฉันก็ต้องมีเหมือนกัน...”

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 3

    วันรุ่งขึ้น ผมถือใบคำร้องแผ่นใหม่ไปประทับตราที่โรงเรียนเมื่อเห็นรอยประทับสีแดงสดอันเป็นสัญลักษณ์ของการจากไปของผมถูกประทับลงบนกระดาษอย่างหนักแน่น จู่ ๆ ภายในใจของผมก็วูบโหวงไปชั่วขณะหลังจากเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง ตรงหน้าก็ถูกคนขวางทางเอาไว้ซ่งลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย“อาหราน นายเปลี่ยนรหัสผ่านประตูบ้านแ

  • หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน   บทที่ 1

    บทที่ 1รับปากว่าจะย้ายโรงเรียนกับเพื่อนวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้ง ทว่าเธอกลับเปลี่ยนใจก่อนวันประทับตราเพื่อนสนิทของเธอเอ่ยแซว “เธอเนี่ยเก่งจังนะ ทำเป็นถูกแกล้งมาตั้งนาน เพื่อหลอกให้เฉินฮ่าวหรานย้ายออกไป”“แต่เขาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่เด็กเลยนะ เธอตัดใจให้เขาไปอยู่โรงเรียนที่ไม่คุ้นเคยคนเดียวได้ลงคอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status