Short
หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน

หลังผมถูกหลอกให้ย้ายโรงเรียน

بواسطة:  เลือนลอยمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10فصول
1.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

รับปากว่าจะย้ายโรงเรียนกับเพื่อนวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้ง ทว่าเธอกลับเปลี่ยนใจก่อนวันประทับตรา เพื่อนสนิทของเธอเอ่ยแซว “เธอเนี่ยเก่งจังนะ ทำเป็นถูกแกล้งมาตั้งนาน เพื่อหลอกให้เฉินฮ่าวหรานย้ายออกไป” “แต่เขาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่เด็กเลยนะ เธอตัดใจให้เขาไปอยู่โรงเรียนที่ไม่คุ้นเคยคนเดียวได้ลงคอเหรอ” ซ่งลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็แค่คนละโรงเรียน แต่ในเมืองเดียวกัน จะไกลสักแค่ไหนกันเชียว” “ถูกเขาเกาะติดทั้งวันฉันก็รำคาญเหมือนกันนะ แบบนี้แหละกำลังดี” วันนั้นผมยืนหน้าประตูอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกจะหันหลังเดินจากไป เพียงแต่บนใบคำร้องขอย้ายโรงเรียน ผมเปลี่ยนจากโรงเรียนมัธยมไห่ซื่อซานเป็นโรงเรียนมัธยมปลายในต่างประเทศที่พ่อแม่ต้องการให้ผมไป ทุกคนต่างก็ลืมไปแล้วว่า ผมกับเธอ เดิมทีก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

บทที่ 1

รับปากว่าจะย้ายโรงเรียนกับเพื่อนวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้ง ทว่าเธอกลับเปลี่ยนใจก่อนวันประทับตรา

เพื่อนสนิทของเธอเอ่ยแซว “เธอเนี่ยเก่งจังนะ ทำเป็นถูกแกล้งมาตั้งนาน เพื่อหลอกให้เฉินฮ่าวหรานย้ายออกไป”

“แต่เขาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่เด็กเลยนะ เธอตัดใจให้เขาไปอยู่โรงเรียนที่ไม่คุ้นเคยคนเดียวได้ลงคอเหรอ”

ซ่งลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็แค่คนละโรงเรียน แต่ในเมืองเดียวกัน จะไกลสักแค่ไหนกันเชียว”

“ถูกเขาเกาะติดทั้งวันฉันก็รำคาญเหมือนกันนะ แบบนี้แหละกำลังดี”

วันนั้นผมยืนหน้าประตูอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกจะหันหลังเดินจากมา

เพียงแต่บนใบคำร้องขอย้ายโรงเรียน ผมเปลี่ยนจากโรงเรียนมัธยมไห่ซื่อซานเป็นโรงเรียนมัธยมปลายในต่างประเทศที่พ่อแม่ต้องการให้ผมไป

ทุกคนต่างก็ลืมไปแล้วว่า ผมกับเธอ เดิมทีก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

……

วินาทีที่ได้ยินความจริง หัวใจของผมก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เรื่องที่ซ่งลู่ถูกรุมทำร้ายและถูกใส่ร้ายป้ายสีนั้นมีนับไม่ถ้วน

ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เธอหลบเลี่ยงจากการถูกทำร้าย ทว่าก็ยังมีเวลาที่หละหลวมอยู่บ้าง

เมื่อเหลืออดจนทนไม่ไหว ผมจึงแนะนำให้เธอย้ายโรงเรียน

ตอนนั้นซ่งลู่เพิ่งถูกสาดน้ำแข็งใส่ ใบหน้าที่เคยงดงามหมดจดซีดเผือดและดูน่าสงสาร เธอจับมือผมเอาไว้อย่างไร้ที่พึ่ง

“อาหราน ฉันไม่กล้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยคนเดียวหรอกนะ”

ผมกับซ่งลู่นับว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลก็ไปกลับโรงเรียนด้วยกันมาตลอด สิบกว่าปีมานี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อีกทั้งในใจของผมก็แอบรักเธออยู่เงียบ ๆ

เพราะแบบนั้นผมจึงเลือดขึ้นหน้า รับปากกับเธอไป “ไม่ต้องกลัว เธอไปไหน ผมจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง”

ทว่ากระทั่งตอนนี้ผมถึงเพิ่งรู้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เธอลงทุนลงแรงจัดฉากให้ผมดูเพื่อไล่ผมไปให้พ้น

ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าซ่งลู่เกลียดผมถึงขนาดนั้นเลยเหรอ

เสียงจากในห้องส่วนตัวยังคงดังต่อไป “เฉินฮ่าวหรานรักเดียวใจเดียวต่อเธอจริง ๆ นะ”

“เธอให้เขาย้ายไปโรงเรียนอื่นตอนนี้ ไม่กลัวเขาไปชอบคนอื่นเหรอ”

“เขาน่ะเหรอ”

ซ่งลู่แค่นหัวเราะ ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

“เพื่อฉันแล้ว แม้แต่การรุมทำร้ายเขาก็ยังกล้าเข้าไปขวาง ต่อให้ตัวเองถูกซ้อมจนหน้าตาบวมปูดก็ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอว่าเขาจะเปลี่ยนใจไปจากฉันได้เหรอ”

มีคนพึมพำเสียงเบา “เผื่อไว้ก่อนไง เฉินฮ่าวหรานดูไม่ใช่คนที่ควรไปมีเรื่องด้วยเลยนะ”

น้ำเสียงของซ่งลู่ดูเกียจคร้าน “ไม่มีเผื่อหรอก สาวสวยในโรงเรียนอีจงมีตั้งเยอะแยะ เธอเคยเห็นเขาชายตามองคนอื่นเมื่อไหร่ล่ะ”

น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“วัน ๆ เอาแต่เดินตามฉัน หมาปั๊กยังไม่ติดคนเท่าเขาเลย”

เสียงหัวเราะบาดหูดังขึ้นในห้องส่วนตัว ราวกับเป็นฝ่ามือที่ตบลงบนหน้าผมฉาดใหญ่

ผมอยากเดินจากไป ทว่าสองเท้ากลับราวกับหยั่งรากลึก ทำให้ผมต้องทนฟัง และเจ็บปวดไปพร้อมกัน

ใครบางคนเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ

“เพิ่งเคยเห็นคนที่ผลักไสผู้ชายที่ชอบตัวเองออกไปกับมือเป็นครั้งแรกเลย เราขอคารวะ”

“แต่ถ้าเธอไม่ชอบที่เฉินฮ่าวหรานติดเธอแจขนาดนั้น ก็บอกเขาไปตรง ๆ ก็จบแล้วมั้ง เฉินฮ่าวหรานไม่น่าจะใช่พวกตามตื๊อไม่เลิกนี่นา”

ซ่งลู่จิ๊ปาก เริ่มรำคาญขึ้นมา “เฉินฮ่าวหรานทำตัวโดดเด่นเกินไป ถ้าพูดกันตรง ๆ จะยอมไปง่าย ๆ ได้ยังไงล่ะ”

เธอเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “อีกอย่าง หมิงอวี่เห็นเขาแล้วทั้งน้อยเนื้อต่ำใจทั้งเสียใจ มีแค่ให้ฉันคอยอยู่เป็นเพื่อนถึงจะดีขึ้นมาหน่อย”

“เพื่อหมิงอวี่แล้ว ฉันก็ทำได้แค่นี้แหละ ต้องให้เฉินฮ่าวหรานทนลำบากไปสักพัก”

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็เข้าใจแจ่มแจ้งในทันที

ลองคำนวณเวลาดูแล้ว ช่วงที่ซ่งลู่ตัดสินใจแสร้งทำเป็นถูกกลั่นแกล้ง ก็คือช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เซี่ยหมิงอวี่ย้ายมาที่โรงเรียนอีจงพอดี

มีคนหัวเราะพลางด่าซ่งลู่ “เธอนี่มันจริง ๆ เลย ลูกหมาน้อยเพิ่งย้ายมาเธอก็ถูกใจเลยเหรอ”

“แต่เซี่ยหมิงอวี่หน้าตาชวนหวั่นไหวจริง ๆ แถมยังนิสัยอ่อนแอ ผู้หญิงจะถูกเขาดึงดูดก็เป็นเรื่องธรรมดา”

“ไม่เหมือนเฉินฮ่าวหราน นอกจากจะดุดันแล้ว วัน ๆ ยังเอาแต่ทำหน้าเย็นชาปฏิเสธผู้คน ต่อให้หล่อแค่ไหนก็ไม่ไหวหรอก”

การวิพากษ์วิจารณ์ผมในห้องส่วนตัวโหมกระหน่ำเข้ามาเป็นระลอกราวกับกระแสน้ำขึ้น

ส่วนซ่งลู่ที่ผมแอบชอบมาหลายปีกลับไม่ห้ามปราม ไม่โต้แย้ง แถมยังคอยพูดสนับสนุนอยู่เป็นระยะ

ผมยืนอยู่หน้าประตู หัวใจดิ่งถลำลงสู่ห้วงลึกอย่างหนักหน่วง ทั้งว่างเปล่า และปวดหนึบ

มีชั่ววูบหนึ่ง ผมอยากเปิดประตูเข้าไปถามกับซ่งลู่เสียงดัง ๆ

ถามเธอว่าทำไมต้องหลอกผม

ถามเธอว่าตอนเห็นผมถูกคนตีเพราะปกป้องเธอ ในใจเคยรู้สึกผิดและใจอ่อนบ้างไหม

ถามเธอว่าตอนทำเรื่องทั้งหมดนี้ เคยคิดถึงความสัมพันธ์สิบกว่าปีของเราบ้างหรือเปล่า

แต่สุดท้ายคำพูดของแม่ก็ดังขึ้นข้างหู: อย่าทำเรื่องที่ไม่จำเป็น

คนเราไม่ได้เน่าเฟะพังทลายลงในพริบตาเดียวหรอก

ผมหันหลัง เดินจากห้องส่วนตัวห้องนั้นไป

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
10 فصول
บทที่ 1
บทที่ 1รับปากว่าจะย้ายโรงเรียนกับเพื่อนวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้ง ทว่าเธอกลับเปลี่ยนใจก่อนวันประทับตราเพื่อนสนิทของเธอเอ่ยแซว “เธอเนี่ยเก่งจังนะ ทำเป็นถูกแกล้งมาตั้งนาน เพื่อหลอกให้เฉินฮ่าวหรานย้ายออกไป”“แต่เขาเป็นเพื่อนเธอมาตั้งแต่เด็กเลยนะ เธอตัดใจให้เขาไปอยู่โรงเรียนที่ไม่คุ้นเคยคนเดียวได้ลงคอเหรอ”ซ่งลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็แค่คนละโรงเรียน แต่ในเมืองเดียวกัน จะไกลสักแค่ไหนกันเชียว”“ถูกเขาเกาะติดทั้งวันฉันก็รำคาญเหมือนกันนะ แบบนี้แหละกำลังดี”วันนั้นผมยืนหน้าประตูอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกจะหันหลังเดินจากมาเพียงแต่บนใบคำร้องขอย้ายโรงเรียน ผมเปลี่ยนจากโรงเรียนมัธยมไห่ซื่อซานเป็นโรงเรียนมัธยมปลายในต่างประเทศที่พ่อแม่ต้องการให้ผมไปทุกคนต่างก็ลืมไปแล้วว่า ผมกับเธอ เดิมทีก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว……วินาทีที่ได้ยินความจริง หัวใจของผมก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เรื่องที่ซ่งลู่ถูกรุมทำร้ายและถูกใส่ร้ายป้ายสีนั้นมีนับไม่ถ้วนผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เธอหลบเลี่ยงจากการถูกทำร้าย ทว่าก็ยังมีเวลาที่หละหลวมอยู่บ้างเมื่อเหลืออดจนทนไม่ไหว ผมจึงแนะนำให้เธ
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ความเจ็บปวดที่ถาโถมอย่างแผ่วเบา กลับเพิ่งมารู้สึกตัวในภายหลังเดิมทีผมคงไม่เสียใจขนาดนี้หรอก คิดซะว่าถูกเพื่อนสนิทหักหลัง ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรทว่าเส้นแบ่งที่ชื่อว่าเพื่อนสนิทนั้น ซ่งลู่เป็นฝ่ายเลือกจะก้าวข้ามมาก่อนวันที่ตัดสินใจย้ายโรงเรียนด้วยกันกับซ่งลู่ เธอดึงผมไปดื่มเหล้าที่บาร์เพื่อฉลองความเป็นอิสระแสงไฟสลัวและคลุมเครือโอบล้อมรอบตัว ผมมองคนที่ตัวเองแอบชอบมาหลายปี ในใจก็รู้สึกเหม่อลอยขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวด้วยเหตุนี้ ตอนเธอขยับเข้ามาจูบผม ผมจึงไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกที่ถูกกดทับมานานหลายปีเติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่งในชั่วพริบตาผมไม่อาจหักห้ามใจตัวเอง อดเอ่ยปากเพื่อความแน่ใจไม่ได้ว่า “อาลู่ ตอนนี้เราเป็นอะไรกันเหรอ”ซ่งลู่จูบหน้าผากผมอีกครั้งด้วยความรักใคร่ตามใจ “คนโง่ จะเป็นอะไรได้อีกล่ะ”ในห้องส่วนตัวมีเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้น บรรยากาศเร่าร้อน เหมือนความรู้สึกที่สั่นไหวของผมนึกไม่ถึงว่าผ่านไปแค่สองวัน ก็ได้ยินซ่งลู่ทำลายความรักข้างเดียวของผมลงด้วยปากของเธอเองผมยิ้ม ทว่าน้ำตากลับร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ดังนั้นคำย้อนถามที่คลุมเครือประโยคนั้น ก็คงเป็นสิ่
اقرأ المزيد
บทที่ 3
วันรุ่งขึ้น ผมถือใบคำร้องแผ่นใหม่ไปประทับตราที่โรงเรียนเมื่อเห็นรอยประทับสีแดงสดอันเป็นสัญลักษณ์ของการจากไปของผมถูกประทับลงบนกระดาษอย่างหนักแน่น จู่ ๆ ภายในใจของผมก็วูบโหวงไปชั่วขณะหลังจากเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง ตรงหน้าก็ถูกคนขวางทางเอาไว้ซ่งลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย“อาหราน นายเปลี่ยนรหัสผ่านประตูบ้านแล้วเหรอ”“เมื่อวานหลังฉันไปส่งหมิงอวี่ที่บ้านก็รีบไปหานายเลยนะ แต่ว่าประตูเปิดไม่ได้เลย...”ผมพูดขัดเธอแบบรวบรัด “อืม เปลี่ยนแล้ว”เธอเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนเอ่ยถามอย่างสนิทสนมราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น “รหัสผ่านใหม่อะไรล่ะ จะได้สะดวกเวลาฉันไปดูแลนายที่บ้าน”ผมเอ่ยราบเรียบ “ไม่ต้องหรอก ย้ายโรงเรียนแล้วก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”ซ่งลู่มองใบคำร้องที่ถูกพับไว้ในมือของผม ท่าทางราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “ฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย”“อาหราน นายวางใจได้เลย พรุ่งนี้ฉันจะมาประทับตราแล้วละ”ประสบการณ์ที่ได้เดินไปคุยไปกับซ่งลู่แบบนี้ นับตั้งแต่เซี่ยหมิงอวี่ย้ายมาที่โรงเรียนอีจง มันก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆผมหลับตาลง ปล่อยความอาลัยอาวรณ์ในใจ แล้วเอ่ยหยั่งเชิงดู“ระหว่างเรา ยังต้องมาพูดเรื่องวางใจไม่วางใ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ผมค่อย ๆ จัดของที่ซ่งลู่เคยมอบให้ผมในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาทีละชิ้นเนกไทเส้นนี้คือของขวัญวันเกิดอายุครบสิบแปดปีที่เธอมอบให้ผม หลังจากใส่ไปโรงเรียนได้ครั้งเดียว ผ่านไปไม่นานก็เห็นเนกไทแบบเดียวกันเป๊ะอยู่บนคอของเซี่ยหมิงอวี่เขาเอ่ยด้วยความขวยเขิน “อาลู่บอกว่าคนอื่นมีอะไร ฉันก็ต้องมีเหมือนกัน...”โมเดลฟิกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดเหลือแค่กล่อง ซ่งลู่หยิบโมเดลไปแล้วบอกว่าชอบกลิ่นน้ำหอมที่ผมฉีดเอาไว้บนนั้นทว่าวันรุ่งขึ้น ผมกลับเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะของเซี่ยหมิงอวี่ยังมีรองเท้าหนังสั่งตัดในงานพิธีบรรลุนิติภาวะคู่นั้น เทียนหอมสีน้ำเงินเข้ม...ที่แท้สิ่งที่ผมคิดว่าตัวเองได้รับมาเพียงหนึ่งเดียว ซ่งลู่กลับนำไปมอบให้คนอื่นอย่างเท่าเทียมกันตั้งนานแล้วหรืออาจจะไม่เท่าเทียมกันด้วยซ้ำผมนึกถึงการดูแลเอาใจใส่สารพัดและการเข้าข้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่ซ่งลู่มีต่อเซี่ยหมิงอวี่มุมปากก็ยกยิ้มเยาะตัวเองในเมื่อเป็นแบบนี้ ของพวกนี้ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมีอยู่อีกต่อไปผมจองตั๋วเครื่องบินของวันรุ่งขึ้น เตรียมตัวใช้เวลาในคืนสุดท้ายอย่างสงบทว่าตอนตีสอง ผมกลับถูกเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ตื่นผมกดรับสายด้วยค
اقرأ المزيد
บทที่ 5
ผมยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เสียงของลู่อวี๋เสวี่ยก็ดังขึ้นมา “อาหราน ฉันพานายไปทำความรู้จักโรงเรียนใหม่ของนายก่อนดีไหม”สีหน้าของเธอไร้เดียงสา เหมือนเป็นแค่คนมีน้ำใจใสซื่อเท่านั้นเสียงของซ่งลู่แหลมปรี๊ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อาหราน นายอยู่กับลู่อวี๋เสวี่ยเหรอ”“นายอยู่ที่ไหนกันแน่”ผมดึงโทรศัพท์ออกห่างเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเสียงของซ่งลู่น่ารำคาญ“ฉันอยู่ที่ไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”ซ่งลู่ราวกับไม่ได้ยิน น้ำเสียงเจือไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “นายถึงขั้นไปหาลู่อวี๋เสวี่ยเพื่อประชดฉันเนี่ยนะ?!”“เพื่อยั่วโมโหฉัน นายถึงกับยอมเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนต่ำทรามแบบนั้น...”เมื่อเห็นว่าเธอพูดจาน่าเกลียดขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงตวาดขัดอย่างสุดทน “หุบปาก!”ผมสูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยอย่างเด็ดขาด “ซ่งลู่ เธอนั่นแหละที่เป็นคนที่ต่ำตมที่สุด”ประโยคนี้ ในที่สุดผมก็ได้คืนมันให้เธอเสียที“ไม่ต้องโทรมาอีก ความสัมพันธ์ทั้งหมดของเรา จบแค่นี้”พูดจบผมก็รีบกดวางสาย แล้วบล็อกเบอร์นี้พร้อมกับลบทิ้งเช่นเดียวกันโลกกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผมเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “ขอโทษทีนะที่ต้องให้เธอมาได้ยินเรื่อง
اقرأ المزيد
บทที่ 6
หลังงานหมั้นผ่านพ้นไป ทางบ้านก็จัดแจงให้ผมไปฝึกงานที่บริษัทในประเทศแม่ของผมวาดฝันถึงอนาคต “ถึงตอนนั้นพวกลูกก็ดูแลเรื่องในบ้าน ส่วนแม่กับแม่ลู่ของลูกจะดูแลเรื่องงานข้างนอกเอง”พ่อของผมเอ่ยเสียงอ่อยบอกให้ผมช่วยเฝ้าแม่ไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้ป้าลู่หลอกล่อพาตัวไป...ผมอดขำไม่ได้ขณะก้าวขึ้นเครื่องบินกลับประเทศพร้อมกับความคาดหวังเหล่านี้ตอนมาส่งผมขึ้นเครื่อง ลู่อวี๋เสวี่ยหยิบกระดิ่งลมหนึ่งอันหนึ่งมาวางลงบนฝ่ามือของผมเธออยู่ต่อหน้าผมมักจะสงวนท่าทีและมีมารยาทมาโดยตลอดทว่าก็อดไม่ได้ที่จะใช้เสียงกระดิ่งบอกความคิดถึงของเธอให้ผมรับรู้ห่างหายไปนานหลายเดือน ม.ปลายปี 3 ห้อง A แห่งโรงเรียนอีจงได้กลายเป็นอดีตไปแล้วตอนเพื่อนในประเทศส่งรูปถ่ายจบการศึกษาที่ไม่มีผมอยู่ในนั้นมาให้ จู่ ๆ ผมกลับรู้สึกราวกับผ่านไปเนิ่นนานในรูปถ่าย ซ่งลู่กับเซี่ยหมิงอวี่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ดูเหมาะสมกันดีสายตาของผมกวาดมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนทั้งสอง ภายในใจไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้วเพื่อนรู้สึกโมโหอยู่บ้าง “ตอนแรกที่นายจะไปพวกฉันยังทำใจไม่ได้เลย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าไปซะได้ก็ดีเหมือนกัน”“
اقرأ المزيد
บทที่ 7
สำนักงานใหญ่ของบริษัทอยู่ในเมืองนี้ ผมจึงขับรถกลับบ้านไปเอาเอกสารเลยเพื่อความสะดวกสบายของผม ตอนนั้นแม่จึงซื้อคฤหาสน์หลังเล็กที่มีสวนให้ผมผลักประตูรั้วเปิดออก ทว่าตอนที่กำลังปลดล็อกรหัสผ่านกลับต้องสะดุ้งตกใจบริเวณโถงทางเดินริมประตูมีคนนั่งอยู่คนหนึ่งเธอหันหน้ามา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือดวงตาที่แดงก่ำคู่หนึ่งผมขมวดคิ้ว “ซ่งลู่ เธอเข้ามาได้ยังไง”จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นหัวเข่าของเธอที่ถูกกระแทกจนเขียวช้ำ คิ้วของผมก็ขมวดมุ่น “เธอปีนประตูรั้วเข้ามาในบ้านฉันเหรอ มีธุระอะไรไหม”คนที่เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาจ้องมองผมตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ก็เอ่ยปากขึ้นมา “อาหราน นายผอมลงนะ”ผมไม่เข้าใจว่าคำทักทายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยประโยคนี้ของเธอว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ จึงหันหลังเตรียมจะเดินจากไปทว่าเธอกลับพุ่งเข้ามากอดผมไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลราวกับเคียดแค้นจนอยากบดขยี้แขนของผมให้แหลกละเอียดโชคดีที่การฝึกฝนที่ผมได้รับมาไม่ได้มีไว้แค่โชว์ ผมสะบัดมือสลัดเธอออกอย่างแรง แล้วเช็ดแขนด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนเล็กน้อย“ซ่งลู่ สำรวมหน่อย”เธอหัวเราะเสียงต่ำ “นายบอกให้ฉันสำรวมเหรอ”“เฉินฮ่าวหราน นายกับลู่อวี๋เสวี่
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ผมได้เจอซ่งลู่อีกครั้งในงานเลี้ยงต้อนรับที่เพื่อนจัดให้ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องราวในแวดวงก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องธุรกิจและการบริหารกิจการของแต่ละตระกูลแสงไฟสลัว ๆ กับรสชาติหวานนิด ๆ ของแอลกอฮอล์ บรรยากาศถือว่าผ่อนคลายดีผมอดจะรั้งอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้ ทว่าจู่ ๆ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาบรรยากาศในห้องส่วนตัวพลันเงียบกริบอย่างประหลาดเพื่อนดึงชายเสื้อผม อธิบายเสียงเบา “อาหราน ไม่มีใครเชิญเธอมานะ”ผมพยักหน้า แค่คิดก็รู้แล้วเพื่อนถอนหายใจด้วยความโล่งอก น้ำเสียงเจือไปด้วยความดูถูก “ตอนนี้สองคนนั้นถือเป็นเห็บในแวดวงไปแล้ว ครอบครัวตกต่ำก็แล้วไปเถอะ แต่นิสัยใจคอก็ใช้ไม่ได้ด้วย”“โดยเฉพาะเซี่ยหมิงอวี่ มองซ่งลู่เหมือนของล้ำค่าอะไรมากมาย เป็นผู้หญิงเธอก็ระแวงไปหมด”ผมเอียงหน้ามอง ด้านหลังของซ่งลู่มีเซี่ยหมิงอวี่เดินตามมาจริง ๆ ด้วยพอเห็นสายตาผมมองไป เซี่ยหมิงอวี่ก็หดไหล่ด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็ถลึงตาใส่ผมซ่งลู่เดินตรงมานั่งลงที่ตำแหน่งตรงข้ามผมราวกับไม่ทันสังเกตเห็นเลยคนอื่นพยายามส่งเสียงคุยกันเพื่อไม่ให้งานกร่อย ผมจึงลุกขึ้นเดินหลบความวุ่นวายไปที่ห
اقرأ المزيد
บทที่ 9
เพราะออกมาจากการให้ปากคำที่สถานีตำรวจก็ดึกมากแล้ว ผมเลยตัดสินใจพาลู่อวี๋เสวี่ยกลับมาที่บ้านของผมวันรุ่งขึ้นพอลืมตาขึ้นมา อาหารเช้าก็ถูกจัดวางเตรียมไว้ตรงหน้าแล้วผมยืนพิงกรอบประตู มองคนที่กำลังตั้งใจล้างภาชนะ พลางเอ่ยถาม “เป็นแม่ศรีเรือนขนาดนี้เลยเหรอ”“ยังไม่มีสถานะก็ต้องทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนหน่อย จะได้ทิ้งความประทับใจดี ๆ ให้คนของฉันไง”“ไม่งั้นถ้าเขาโกรธขึ้นมา ไม่เอาฉันแล้วจะทำยังไงล่ะ”ลู่อวี๋เสวี่ยใช้นิ้วแตะปลายจมูกของผมเบา ๆ บ่นทีเล่นทีจริงทำเอาผมจนใจ พอนึกถึงตอนแยกย้ายกันเมื่อคืนที่พวกเพื่อน ๆ เอาแต่มองลู่อวี๋เสวี่ยด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่ปิดบังผมเลื่อนดูโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยเปื่อย สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ข่าวหัวข้อหนึ่งเข้า ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ“อยากได้สถานะเหรอ มาแล้วนี่ไง”พาดหัวข่าวที่พุ่งขึ้นติดอันดับคำค้นหายอดฮิตใช้ตัวอักษรใหญ่และหนาเตอะ“ทายาทตระกูลเฉินมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ยั่วยวนภรรยาคนอื่น”“ทายาทตระกูลเฉินมีชีวิตส่วนตัวเละเทะ ให้หญิงแปลกหน้าค้างแรมด้วย”พาดหัวข่าวทั้งสองหัวข้อขึ้นมาไล่เลี่ยกัน ช่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดีจริง ๆดูจากท่าทางแล้วคงเป็นความอาฆา
اقرأ المزيد
บทที่ 10
การร่วมมือกันของเฉินซื่อกรุ๊ปและลู่ซื่อกรุ๊ปดำเนินไปอย่างมั่นคงสามปีต่อมา ผมกับลู่อวี๋เสวี่ยก็แต่งงานกันสถานที่จัดงานแต่งงานถูกเลือกเป็นเมืองเล็ก ๆ สไตล์วินเทจในต่างประเทศ ทุกบ้านเรือนที่นั่นล้วนแขวนกระดิ่งลมหลากสีสันเอาไว้ยามที่สายลมโชยพัดผ่านก็จะมีเสียงดังกรุ๊งกริ๊งกังวานใส ราวกับเป็นเสียงอวยพรอย่างจริงใจตอนงานใกล้จะเลิก ผมได้รับของขวัญแสดงความยินดีชิ้นหนึ่งไม่ได้ลงชื่อเอาไว้ ทว่าตราประทับของซ่งซื่อกรุ๊ปนั้นคนรอบข้างล้วนคุ้นเคยกันดีความจริงแล้วหลังจากที่ลู่อวี๋เสวี่ยเข้ามารับช่วงต่อลู่ซื่อกรุ๊ปอย่างเป็นทางการ ก็ดำเนินการกดดันซ่งซื่อกรุ๊ปอย่างหนักหน่วงในทุกวิถีทางหากจะบอกว่าก่อนหน้านี้ซ่งซื่อกรุ๊ปที่ไม่มีคุณนายลู่คือตึกสูงที่กำลังจะพังทลายเช่นนั้นซ่งซื่อกรุ๊ปที่ถูกลู่อวี๋เสวี่ยจัดการไปแล้วก็คงเหลือเพียงแค่เศษซากปรักหักพังเท่านั้นครอบครัวที่ทรยศแม่ของเธอ ลู่อวี๋เสวี่ยไม่มีทางปล่อยไปผมเลือกจะให้ความร่วมมืออย่างไม่ลังเล ยิ่งไปกว่านั้นยังทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกซ่งซื่อกรุ๊ปไม่มีชื่ออยู่ในแวดวงมาตั้งนานแล้วเพราะคนที่เคยหักหลังผม ผมก็ไม่ปล่อยไปเช่นกันในสถานการณ์เช
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status