تسجيل الدخولลั่วเซิงและเจียงซื่อคือคู่สร้างคู่สมที่ทุกคนในโรงเรียนต่างยอมรับ เจียงซื่อเป็นเดือนโรงเรียนสุดฮอตที่ใคร ๆ ก็รุมล้อม เขารูปร่างสูงโปร่ง ขายาว มีใบหน้าหล่อเหลาดุดันสะกดสายตา มักจะอยู่ในชุดแจ็กเก็ตกันลมสีดำที่ดูเย็นชาอยู่เสมอ ทั้งมาดกวนและกร้าวใจ ทำเอาสาว ๆ นับไม่ถ้วนยอมพุ่งเข้าหาประหนึ่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ทว่าในสายตาของเขากลับมีเพียงลั่วเซิงมาโดยตลอด พวกเขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน ตอนอายุ 1 ขวบในพิธีเสี่ยงทายก็คว้าตัวกันและกันไว้ อายุ 7 ขวบผู้ใหญ่ก็จับหมั้นหมาย อายุ 14 มอบจดหมายรักให้กัน อายุ 16 สารภาพรัก พออายุ 18 ก็สัญญาว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน...จนกระทั่งปีที่อยู่มัธยมปลายปีสาม มีนักเรียนย้ายมาใหม่ในห้องชื่อว่าซูม่าน ตอนที่ครูประจำชั้นจัดกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ก็ตั้งใจจับคู่ซูม่านให้กับเจียงซื่อ พร้อมกับย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ถ้าเธอไม่รับ ก็อย่าหวังว่าจะได้คบกับลั่วเซิงในโรงเรียนอีกเลย”
عرض المزيدฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่
ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ
ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร
เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ