Short
ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน

ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน

بواسطة:  ฤดูหนาว مكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
22فصول
1.3Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ลั่วเซิงและเจียงซื่อคือคู่สร้างคู่สมที่ทุกคนในโรงเรียนต่างยอมรับ เจียงซื่อเป็นเดือนโรงเรียนสุดฮอตที่ใคร ๆ ก็รุมล้อม เขารูปร่างสูงโปร่ง ขายาว มีใบหน้าหล่อเหลาดุดันสะกดสายตา มักจะอยู่ในชุดแจ็กเก็ตกันลมสีดำที่ดูเย็นชาอยู่เสมอ ทั้งมาดกวนและกร้าวใจ ทำเอาสาว ๆ นับไม่ถ้วนยอมพุ่งเข้าหาประหนึ่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ทว่าในสายตาของเขากลับมีเพียงลั่วเซิงมาโดยตลอด พวกเขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน ตอนอายุ 1 ขวบในพิธีเสี่ยงทายก็คว้าตัวกันและกันไว้ อายุ 7 ขวบผู้ใหญ่ก็จับหมั้นหมาย อายุ 14 มอบจดหมายรักให้กัน อายุ 16 สารภาพรัก พออายุ 18 ก็สัญญาว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน...จนกระทั่งปีที่อยู่มัธยมปลายปีสาม มีนักเรียนย้ายมาใหม่ในห้องชื่อว่าซูม่าน ตอนที่ครูประจำชั้นจัดกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” ก็ตั้งใจจับคู่ซูม่านให้กับเจียงซื่อ พร้อมกับย้ำแล้วย้ำอีกว่า “ถ้าเธอไม่รับ ก็อย่าหวังว่าจะได้คบกับลั่วเซิงในโรงเรียนอีกเลย”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

เจียงซื่อที่มักจะเย็นชาเสมอมา จึงทำได้เพียงยอมรับภารกิจนี้

แรกเริ่มก็เป็นแค่การติวหนังสือธรรมดา พาเธอเดินทำความคุ้นเคยกับโรงเรียน แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องราวก็เริ่มมีบางอย่างผิดปกติ

ซูม่านบอกว่าอยากกินเค้กฝั่งตะวันตกของเมืองที่ต้องต่อคิวยาว เจียงซื่อก็โดดเรียนคาบค่ำไปซื้อให้ ซูม่านโพสต์ลงโซเชียลว่าอารมณ์ไม่ดี เจียงซื่อก็คุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนเธอทั้งคืน หนักสุดคือมีครั้งหนึ่งซูม่านปวดท้องประจำเดือน เจียงซื่อถึงกับปีนกำแพงโรงเรียนออกไปซื้อชาน้ำตาลทรายแดงใส่ขิงมาให้เธอ…

ลั่วเซิงโกรธ ทะเลาะกับเขา และเริ่มบอกเลิกครั้งแล้วครั้งเล่า

การบอกเลิกครั้งแรกเกิดขึ้นทางโทรศัพท์ ปลายสายของเจียงซื่อเงียบไปนานมาก จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา คืนนั้นฝนตกหนัก เขาตากฝนวิ่งมาที่ใต้ตึกบ้านเธอ ยืนตัวเปียกโชกอยู่ทั้งคืน พร่ำเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขอร้องให้เธอให้อภัย

การบอกเลิกครั้งที่สอง เขาโดดเรียนไปหนึ่งวันเต็ม ๆ มายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนของเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง เขายัดจดหมายรักปึกหนาที่เขียนด้วยลายมือตวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริงใส่มือเธอ ยอมลดทิฐิเอ่ยปากขอคืนดี

แต่พอหลายครั้งเข้า เขาก็เหมือนจะจับขีดจำกัดของเธอได้ในที่สุด…

เธอขาดเขาไม่ได้!

ดังนั้นการ “ง้อ” ของเขาจึงเริ่มขอไปทีมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยง้อทันที ก็เปลี่ยนเป็นง้อในวันถัดมา สามวันให้หลัง หรือผ่านไปเป็นสัปดาห์…

จนกระทั่งครั้งที่เก้าสิบเก้า

ในงานเลี้ยงฉลองหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จสิ้น ซูม่านบอกว่าอยากกินแตงโม เจียงซื่อก็ลงมือตักเนื้อแตงโมส่วนตรงกลางที่หวานที่สุดส่งให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ โดยลืมไปสนิทเลยว่าลั่วเซิงก็นั่งอยู่ตรงนั้น และเธอก็ชอบกินเนื้อแตงโมส่วนตรงกลางมากที่สุดเช่นกัน

ความผิดหวังและความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนานพังทลายลงในชั่วพริบตา

ลั่วเซิงมองดูเนื้อแตงโมสีแดงสดชิ้นนั้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว “เจียงซื่อ เราเลิกกันเถอะ”

เจียงซื่อชะงักไปเล็กน้อย เขาปรายตามองเธออย่างไม่ใส่ใจนัก น้ำเสียงเจือความรำคาญใจนิด ๆ “งี่เง่าอีกแล้วเหรอ?”

ลั่วเซิงไม่พูดอะไรอีก เธอหยิบกระเป๋าแล้วลุกเดินออกจากห้องอาหารไป

ครั้งนี้ เจียงซื่อไม่ได้รีบวิ่งตามออกมาเหมือนอย่างเคย

เขารู้สึกว่าลั่วเซิงก็แค่เอาแต่ใจตัวเองเหมือนทุกที รอให้ผ่านไปสักสองสามวัน พอเธอหายโกรธก็คงจะกลับมาอยู่ข้างกายเขาเหมือนเดิมเอง

ดังนั้น หลังจากที่ลั่วเซิงจากไป เขายังมีอารมณ์อยู่เป็นเพื่อนซูม่านที่โดนทุกคนเชียร์ให้ดื่ม และยังช่วยรับเหล้าแทนเธอไปอีกหลายแก้ว

แต่เขาไม่รู้เลยว่า ครั้งนี้เธอเอาจริง

หัวใจดวงนั้นที่ถูกทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบอบช้ำยับเยิน ในที่สุดก็สูญเสียความอบอุ่นและความคาดหวังเฮือกสุดท้ายไปจนหมดสิ้น

……

สิ่งแรกที่เธอทำเมื่อกลับถึงบ้าน คือการเปิดคอมพิวเตอร์ และเปลี่ยนใบสมัครสอบที่ตอนแรกเลือกเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งตามที่ตกลงกับเจียงซื่อไว้ ให้กลายเป็นมหาวิทยาลัยหนานจิงที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้อย่างไม่ลังเล

จากนั้น เธอก็เริ่มเก็บกวาดข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจียงซื่อ

ทั้งตุ๊กตารุ่นลิมิเต็ดต่าง ๆ สร้อยข้อมือคู่รัก กระดาษโน้ตที่เขียนคำหวาน รูปถ่ายปึกใหญ่... ของทุกชิ้นล้วนบรรจุความทรงจำเอาไว้ ทั้งหอมหวานและขมขื่น ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่หนักอึ้งเหลือเกิน

เธอยัดพวกมันทั้งหมดลงไปในกล่องกระดาษใบใหญ่

วันต่อมา เธออุ้มกล่องกระดาษที่หนักอึ้งใบนั้นมาที่บ้านของเจียงซื่อ

พ่อบ้านคุ้นเคยกับเธอดี จึงพาเธอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นโดยตรง

ภายในห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง เจียงซื่อและซูม่านกำลังนั่งเคียงข้างกันอยู่บนพรมหนานุ่ม ทั้งคู่กำลังเล่นวิดีโอเกมรุ่นใหม่ล่าสุด นั่งชิดกันมากจนซูม่านส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นและหัวเราะคิกคักออกมาเป็นระยะ

“เจียงซื่อ นายนี่เก่งจังเลย! ด่านนี้ฉันเล่นตั้งนานก็ยังไม่ผ่านสักที!”

สายตาของลั่วเซิงสะดุดเข้ากับเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งบนร่างของซูม่านในทันที

นั่นมันเสื้อรุ่นลิมิเต็ดที่เธอวิ่งหาซื้อจากห้างสรรพสินค้าหลายแห่งเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้เขาเมื่อปีที่แล้ว

ตอนที่เขาได้รับมัน เขากอดเธอหมุนตัวไปรอบ ๆ อย่างดีใจ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยลมหายใจอุ่นร้อน “ของที่เซิงเซิงให้ ฉันจะใส่ทุกวันเลย”

ที่แท้ คำว่า “จะใส่ทุกวัน” ของเขาก็หมายถึงการเอาไปให้ผู้หญิงอีกคนยืมใส่ตามอำเภอใจแบบนี้เองสินะ

ซูม่านราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ จึงหันหน้ามา พอเห็นลั่วเซิงอุ้มกล่องยืนอยู่ บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มไร้เดียงสาทันที “ลั่วเซิง เธอมาแล้วเหรอ? เจียงซื่อเรียกฉันมาเล่นเกมเป็นเพื่อน เขายังลงมือทำสปาเก็ตตี้ให้ฉันกินด้วยนะ! เสียดายที่ฉันซุ่มซ่ามไปหน่อย เผลอทำน้ำผลไม้หกใส่ เขาก็เลยเอาเสื้อมาให้ฉันยืมใส่ เธอคงไม่ถือสาหรอกใช่ไหม?”

เมื่อเจียงซื่อได้ยินแบบนั้น เขาก็แค่ปรายตามองลั่วเซิงอย่างเกียจคร้าน นิ้วมือยังคงกดจอยสติ๊กอย่างคล่องแคล่ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจ “เธอมาทำไม? เราเลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อเห็นท่าทางที่ดูไม่ยี่หระของเขา ลั่วเซิงก็รู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาอย่างจับใจ

เธอนึกถึงตอนที่บอกเลิกครั้งแรก ท่าทางทุลักทุเลและอ้อนวอนขอร้องของเขาท่ามกลางพายุฝน นึกถึงตอนที่เขาเริ่มใช้เวลาในการง้อเธอนานขึ้นเรื่อย ๆ นึกถึงครั้งล่าสุดที่เขาแค่ส่งข้อความวีแชตมาบอกว่า “เลิกงี่เง่าได้แล้ว คืนนี้จะพาไปกินชาบู”...

เขาลองเชิงขีดจำกัดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเพราะใจอ่อนและให้อภัยเขานับครั้งไม่ถ้วน เขาถึงได้เหิมเกริมและไม่เกรงใจเธอมากขึ้นทุกที

แต่เขาคงไม่รู้ว่า ฟางเส้นสุดท้ายก็สามารถทับอูฐให้ตายได้ในที่สุด

การบอกเลิกครั้งที่เก้าสิบเก้านี้ เธอไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้วจริง ๆ

ลั่วเซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ข่มก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ “ก็เพราะว่าเลิกกันแล้วน่ะสิ ของบางอย่างที่เป็นของนาย ฉันเลยอยากเอามาคืน”

เจียงซื่อนวดคลึงหว่างคิ้ว คล้ายกับเริ่มรำคาญ “ถ้าเธอจะเอาแต่ใจให้ได้ล่ะก็ ของพวกนี้เธอก็โยนทิ้งไปเลยสิ ไม่เห็นต้องถ่อเอามาคืนถึงนี่เลย”

“ได้”

ลั่วเซิงพยักหน้า เธออุ้มกล่องกระดาษที่เต็มไปด้วยความทรงจำใบนั้นเดินตรงไปยังถังขยะใบใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง แล้วโยนมันลงไปทั้งหมดโดยไม่เหลือเยื่อใยหรือความลังเลใด ๆ

กล่องใบนั้นตกลงไปในถังขยะที่ว่างเปล่า บังเกิดเป็นเสียงดังทึบหนัก ๆ!

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
22 فصول
บทที่ 1
เจียงซื่อที่มักจะเย็นชาเสมอมา จึงทำได้เพียงยอมรับภารกิจนี้แรกเริ่มก็เป็นแค่การติวหนังสือธรรมดา พาเธอเดินทำความคุ้นเคยกับโรงเรียน แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องราวก็เริ่มมีบางอย่างผิดปกติซูม่านบอกว่าอยากกินเค้กฝั่งตะวันตกของเมืองที่ต้องต่อคิวยาว เจียงซื่อก็โดดเรียนคาบค่ำไปซื้อให้ ซูม่านโพสต์ลงโซเชียลว่าอารมณ์ไม่ดี เจียงซื่อก็คุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนเธอทั้งคืน หนักสุดคือมีครั้งหนึ่งซูม่านปวดท้องประจำเดือน เจียงซื่อถึงกับปีนกำแพงโรงเรียนออกไปซื้อชาน้ำตาลทรายแดงใส่ขิงมาให้เธอ…ลั่วเซิงโกรธ ทะเลาะกับเขา และเริ่มบอกเลิกครั้งแล้วครั้งเล่าการบอกเลิกครั้งแรกเกิดขึ้นทางโทรศัพท์ ปลายสายของเจียงซื่อเงียบไปนานมาก จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา คืนนั้นฝนตกหนัก เขาตากฝนวิ่งมาที่ใต้ตึกบ้านเธอ ยืนตัวเปียกโชกอยู่ทั้งคืน พร่ำเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขอร้องให้เธอให้อภัยการบอกเลิกครั้งที่สอง เขาโดดเรียนไปหนึ่งวันเต็ม ๆ มายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนของเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง เขายัดจดหมายรักปึกหนาที่เขียนด้วยลายมือตวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริงใส่
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เธอหันหลังเตรียมจะเดินจากไป“เดี๋ยวก่อน” เจียงซื่อเรียกเธอเอาไว้ “เอาของที่เธอทิ้งไว้ที่บ้านฉันกลับไปด้วย”เขาคิดว่าเธอจะเจ็บปวดกับคำพูดพรรค์นี้เหมือนอย่างเคย จะต้องตาแดงก่ำแล้วเค้นถามเขาว่า “เจียงซื่อ นายหมายความว่ายังไง” จากนั้นเขาก็จะอาศัยจังหวะนั้นพูดว่า “เราเลิกทะเลาะกันเถอะ” แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านพ้นไปแต่ลั่วเซิงกลับไม่พูดอะไรเลยเธอเพียงแค่หันหลังกลับไปอย่างเงียบงัน เริ่มต้นเก็บกวาดร่องรอยของตัวเองทีละน้อย ในบ้านที่เธอเคยคุ้นเคยอย่างยิ่งจนแทบจะถือเป็นบ้านหลังที่สองรองเท้าแตะรูปหมีพิมพ์ตัวย่อชื่อเธอที่เขาตั้งใจซื้อให้ตรงโถงทางเดิน แก้วมัคลาย สตรอว์เบอร์รี่สุดน่ารักบนชั้นวางแก้วในห้องครัวที่เขายกให้เธอใช้คนเดียว ผ้าห่มขนแกะสีเทาอ่อนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นที่เธอชอบห่มเป็นประจำ... เธอหาของเหล่านั้นออกมาทีละชิ้น แล้วโยนลงในกล่องกระดาษเปล่าอีกใบอย่างสงบนิ่ง ราวกับกำลังเก็บกวาดขยะที่ไม่สลักสำคัญอะไรในระหว่างนั้น เกมของเจียงซื่อกับซูม่านก็เริ่มต้นตารอบใหม่ขึ้นอีกครั้งช่วงพักเบรกเกม ซูม่านบ่นว่ากระหายน้ำ แล้วหยิบแก้วน้ำที่เจียงซื่อดื่มไปแล้วครึ่งหนึ่งขึ้นมาดื่มอย่างเป็นธรรมชาติที่
اقرأ المزيد
บทที่ 3
หลังออกจากโรงพยาบาล ในห้องเรียนก็มีการจัดงานเลี้ยงฉลองเรียนจบ ลั่วเซิงไม่ได้อยากไปเลยตั้งแต่แรก แต่ก็ทนการรบเร้าจากเพื่อนสนิทไม่ไหวทันทีที่เดินเข้าไปในห้องวีไอพี เธอก็เห็นเจียงซื่อกับซูม่านนั่งตัวติดกันเป็นตังเม ซูม่านกำลังป้อนผลไม้ให้เขาด้วยรอยยิ้ม และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธพอเพื่อนร่วมชั้นเห็นลั่วเซิงก็พากันทำตัวไม่ถูก ก่อนจะกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเธอแล้วกระซิบถาม “ลั่วเซิง เกิดอะไรขึ้น? เธอกับเจียงซื่อ...ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ?”ลั่วเซิงส่ายหน้าอย่างใจเย็น น้ำเสียงไม่ดังนักแต่ก็ชัดเจนพอ “ไม่ได้ทะเลาะหรอก เราเลิกกันแล้วต่างหาก”“ว่าไงนะ? เลิกกันเหรอ?!” ทุกคนตกตะลึง “ทำไมล่ะ? เจียงซื่อดีกับเธอจะตายไป!”“ใช่ ๆ มัธยมปลายปีสาม ที่เธอป่วย เขาแทบจะวางมวยกับครูประจำชั้นอยู่แล้วเพื่อขอลาหยุดยาวให้เธอ!”“แล้วก็อีกอย่าง ทุกเทศกาล เซอร์ไพรส์ที่เขาเตรียมไว้ให้เธอทำเอาพวกเราอิจฉาตาร้อนกันสุด ๆ!”“พวกเธอเป็นคู่ที่พวกเราลงความเห็นกันเลยนะว่าจะคบกันตั้งแต่ชุดนักเรียนไปจนถึงชุดแต่งงาน ทำไมพอจะเรียนจบกลับเลิกกันซะล่ะ?”เมื่อได้ฟังพวกเขาพรรณนาถึงความดีในอดีตของเจียงซื่อ หัวใจของลั่วเซิงก็เหมือนถูกแช่อยู่
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ความลำพองใจบนใบหน้าของซูม่านแทบจะล้นทะลักออกมาหลังจากเล่นไปอีกสองสามรอบ ซูม่านก็แพ้อีกครั้งบทลงโทษในรอบนี้คือการไปนั่งบนตักของผู้ชายคนหนึ่งเพื่อทำภารกิจที่กำหนดให้สำเร็จซูม่านแทบจะไม่ได้คิดด้วยซ้ำ สายตาของเธอเหลือบมองไปทางเจียงซื่ออีกครั้งลั่วเซิงทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอผุดลุกขึ้นพรวด กระซิบกับเพื่อนสนิทข้าง ๆ ว่า “ไปเข้าห้องน้ำนะ” แล้วรีบหนีออกจากห้องวีไอพีที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกนั้นทันทีเมื่อมาหลบอยู่ในห้องน้ำ เธอวักน้ำเย็นล้างหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่น้ำตากลับยังคงไหลปนมากับสายน้ำอย่างควบคุมไม่ได้ ผ่านไปเนิ่นนานกว่าเธอจะฝืนระงับอารมณ์ลงได้ และตัดสินใจว่าจะกลับบ้านก่อนเวลาทว่าพอเดินมาถึงหัวมุมระเบียงทางเดิน เธอกลับได้ยินเสียงพูดคุยที่คุ้นเคยดังมาจากระเบียงด้านนอก เป็นเสียงของเจียงซื่อกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา“พี่ซื่อ เมื่อกี้... เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่า? ฉันเห็นลั่วเซิงหน้าซีดจนน่าตกใจ นายจะไม่ไปง้อเธอจริง ๆ เหรอ?”“ง้อเหรอ?” เสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาของเจียงซื่อดังขึ้น “แล้วอีกไม่กี่วันเธอก็จะมาขอเลิกกับฉันอีกน่ะสิ? บ้าเอ๊ย น่ารำคาญไหมล่ะ?”“ก็จริ
اقرأ المزيد
บทที่ 5
หัวใจของลั่วเซิงกระตุกวูบ เธอแทบจะก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อฉวยจดหมายตอบรับเข้าศึกษาคืนมาจากมือของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ“นายทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เจืออยู่มากกว่าคือความระแวดระวังอันเย็นเยียบมือของเจียงซื่อยังคงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงเกินเหตุของเธอทำให้เขาถึงกับอึ้งไปวินาทีต่อมา แววตาของเขาก็เย็นชาลง “บุรุษไปรษณีย์บอกว่าบ้านเธอไม่มีคนอยู่ แล้วผู้ติดต่อฉุกเฉินของเธอก็กรอกชื่อฉันไว้ เขาเลยมาให้ฉันเซ็นรับแทนก็แค่นั้น”ผู้ติดต่อฉุกเฉิน…หัวใจของลั่วเซิงคล้ายถูกเข็มเล่มเล็กทิ่มแทง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแผ่ซ่านขึ้นมาบางเบาข้อมูลนั้นถูกตั้งไว้เมื่อนานมาแล้ว นานเสียจนเธอแทบจะลืมไปแล้วว่า ในตอนที่เขายังเป็นโลกทั้งใบของเธอ เธอได้ผูกโยงสิ่งสำคัญที่สุดทุกอย่างในชีวิตไว้ที่เขาอย่างคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้วลั่วเซิงหลุบตาลง ซ่อนเร้นอารมณ์ที่ปะทุอยู่ลึก ๆ ในแววตา “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน…ก่อนหน้านี้ฉันลืมแก้ เดี๋ยวหลังจากนี้จะไปเปลี่ยนออกแล้วล่ะ”เธอไม่มองหน้าเขาอีก มือบางคว้าปากกาจากโต๊ะข้าง ๆ มาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดสายเส้น
اقرأ المزيد
บทที่ 6
เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียนที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วยนั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่าจะสลักชื่อของกันและกันฝังลึกลงไปในชีวิตทว่าตอนนี้ ลั่วเซิงกลับหยิบกุญแจที่พกติดตัวออกมา หาชื่อเหล่านั้นให้เจอ แล้วออกแรงขูดมันทิ้งไปทีละนิด ๆทันทีที่เธอขูดเสร็จและเตรียมจะเดินจากไป เสียงหวานใสของซูม่านพร้อมกับเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง“เจียงซื่อ นายรีบมาดูนี่สิ! ฉันได้ยินมาว่าถ้าสลักชื่อเอาไว้ในป่าแถบนี้ อนาคตจะเจริญก้าวหน้าและรุ่งโรจน์สดใสเลยนะ! พวกเรามาสลักกันบ้างดีไหม?”ลั่วเซิงไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ก็จินตนาการภาพตอนที่เจียงซื่อพยักหน้ารับคำออกและก็เป็นไปตามคาด เธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น “ได้”จากนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบาของมีดที่กำลังกรีดลงบนเปลือกไม้บริเวณข้างต้นไม้ที่เธอเพิ่งขูดชื่อทิ้งไปเมื่อครู่ พวกเขาเลือกต้นไม้อีกต้น แล้วสลักชื่อ “เจียงซื่อ” กับ “ซูม
اقرأ المزيد
บทที่ 7
พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ลั่วเซิง เธอฟื้นแล้ว! ดีจังเลย! ทำเอาพวกเราตกใจแทบแย่!”ที่แท้ก็มีเพื่อนร่วมชั้นบังเอิญเดินผ่านไปทางริมทะเลสาบ แล้วเห็นเธอที่หมดสติถูกพัดมาเกยใกล้ฝั่ง จึงรีบตะโกนเรียกให้คนมาช่วยพยุงเธอขึ้นมา และส่งตัวมายังโรงพยาบาล“พวกเราพยายามติดต่อพ่อแม่ของเธอแล้ว แต่โทรไม่ติด... ก็เลย... ก็เลยถือวิสาสะโทรหาเจียงซื่อไป...” เพื่อนคนหนึ่งอธิบายเสียงเบาด้วยท่าทีอึกอักเพื่อนอีกคนพูดเสริม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจและไม่อยากจะเชื่อ “พวกเราบอกเขาว่าเธออยู่โรงพยาบาล ให้เขาลองแวะมาดูหน่อย แต่เขากลับบอกว่า... บอกว่าพวกเธอสองคนเลิกกันแล้ว เรื่องของเธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก!”ลั่วเซิงรับฟังอย่างเงียบ ๆ บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด จะมีก็เพียงตอนที่ได้ยินประโยคที่ว่า “ไม่เกี่ยวข้องอะไร” ม
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แผ่นหลังและศีรษะของเขาอย่างจัง เศษกระจกแตกกระจายไปทั่วทิศทาง!เจียงซื่อส่งเสียงร้องครางในลำคอ เลือดสด ๆ ทะลักออกจากหางคิ้วและแผ่นหลังของเขาในชั่วพริบตา เขาร่างกายโอนเอน ก่อนจะล้มตึงลงไปกองกับพื้นและหมดสติไปในทันทีสถานการณ์ในที่เกิดเหตุวุ่นวายโกลาหลในชั่วพริบตา! เสียงกรีดร้อง เสียงร้องไห้ และเสียงตะโกนดังระงมปะปนกันไปหมด!รถพยาบาลฉุกเฉินแล่นมาถึงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเร่งนำตัวเจียงซื่อที่เลือดอาบเต็มร่างและยังคงหมดสติส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนพ่อลั่วและแม่ลั่วเองก็ประคองลั่วเซิงที่มีใบหน้าซีดเผือดให้ตามไปดูอาการด้วยเช่นกันไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างวาบอยู่นานแสนนาน จนกระทั่งหมอเดินออกมาแจ้งว่าการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงและคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ทุกคนถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพ่อลั่วและแม่ลั่วมอง
اقرأ المزيد
บทที่ 9
แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งหรือไม่มา...เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว”พ่อแม่ของลั่วเซิงเองก็รีบเข้ามาช่วยพูดกู้สถานการณ์ท้ายที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนกระอักกระอ่วน ครอบครัวของลั่วเซิงก็บอกลาครอบครัวเจียงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบินเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อมองผ่านหน้าต่างเครื่องบิน ทอดสายตามองเมืองเบื้องล่างที่เธอใช้ชีวิตมาถึงสิบแปดปีค่อย ๆ เล็กลง พร่าเลือน และถูกชั้นเมฆบดบังในท้ายที่สุด จิตใจของลั่วเซิงก็กลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดเธอหลับตาลงอย่างเชื่องช้าลาก่อนนะ เจียงซื่อในอีกด้านหนึ่งเจียงซื่อมาเป็นเพื่อนซูม่านเพื่อรายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งตามที่นัดหมายไว้เขาช่วยเธอเข็นกระเป๋าสัมภาระและจัดการเรื่องหอพักให้จนเสร็จสรรพ ทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างรอบคอบไร้ที่ติ“เจียงซื่อ ยุ่ง
اقرأ المزيد
บทที่ 10
เขาไม่ยอมแพ้ กดโทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนึ่งสาย สองสาย…เสียงที่ดังลอดมาจากหูฟังยังคงเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติที่ไร้ความรู้สึกเช่นเดิมข้อความวีแชตที่ส่งไปกลายเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงอันเย็นชาในพริบตา——[ข้อความถูกส่งแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธการรับข้อความ]ถ้าไม่ใช่เบอร์ถูกยกเลิก ก็แปลว่าเขาถูกบล็อกไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ซึ้งว่า คำว่า “เลิกกัน” ที่ลั่วเซิงพูดในวันนั้น คงไม่ใช่แค่การงอนเรียกร้องความสนใจเหมือนทุกทีอย่างที่เขาคิด“เจียงซื่อ!” เสียงกังวานใสของซูม่านดังมาจากด้านหลัง เธอวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา ก่อนจะเอื้อมมือไปควงแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ “นายอยู่นี่เอง ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วย ตามหานายตั้งนาน”เจียงซื่อสะบัดมือเธอออกอย่างแรง แรงเสียจนซูม่านถึงกับเซถลา รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้าแข็งค้างไปในพริบตา“ไสหัวไป!” เขาคำรามเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ไม่อาจสะกดกลั้น ผสมปนเปกับความตื่นตระหนกแบบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมารับมือกับซูม่านเลยสักนิดเขาเลิกสนใจซูม่านที่กำลังยืนทำหน้าเหวอและน้อยเนื้อต่ำใจ หันหลังเดินหลบไปอีกทาง แล้วเริ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status