LOGINคณะทันตแพทย์
ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนม้านั่งใต้ตึกคณะ ตาคู่สวยจ้องมองกล่องข้าวผัดหมู ก่อนเสียงพ่นลมหายใจดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนทำให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามพลอยรู้สึกหงุดหงิดไปด้วย
“จะนั่งถอนหายใจอีกนานไหม ชอบมันทำไมไม่บอกมันไปตรง ๆ วะ”
“จะให้บอกยังไงล่ะ ไม่ได้ยินที่กายมันประกาศปาว ๆ รึไงว่าชาตินี้ไม่คิดจะมีแฟนน่ะ การมีแฟนมันไม่ดีขนาดนั้นเลยรึไง”
พูดระบายความในใจออกมาพร้อมกับถามลอย ๆ ไม่คาดหวังจะได้คำตอบ การมีแฟนมันไม่ดีเลยหรือยังไงกัน ถึงได้ไม่อยากมีแฟนขนาดนั้น
“ไม่รู้เว้ย ไม่เคยมี”
คนตรงหน้าตอบกลับมาลอย ๆ หนุ่มสาวเพื่อนสนิทหันหน้าไปคนละทางแล้วพ่นลมหายใจออกมาราวกับคิดหนักไม่ต่างกัน คนหนึ่งก็แอบรักเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน ส่วนอีกคน อยากมีแฟนแต่ก็ยังหาไม่ได้
“นินิว!”
เสียงแหลมเอ่ยเรียกดังมาแต่ไกล สองคนหันไปมองตามเสียงที่คุ้นหู ตรงทางเดินปรากฏร่างเล็กของ หลิน เพื่อนสาวในกลุ่มอีกคน เธอวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะด้วยท่าทางหอบเหนื่อย
“โอ๊ย! เหนื่อย ขอน้ำกินหน่อย”
ยังไม่ทันได้อนุญาต หลิน ก็หยิบแก้วชาเขียวของซันยกขึ้นแล้วดูดเข้าไปอึกใหญ่ ใบหน้าจิ้มลิ้มของคนเชื้อสายจีนหันไปยิ้มให้กับเจ้าของแก้วน้ำอย่างสบายใจ ก่อนจะแกล้งเรอออกมาเสียงดัง
“เอ่ออออ!!!”
“น่าเกลียดว่ะไอ้หลิน”
ปลายนิ้วเรียวของซันดันหน้าผากคนส่งเสียงเรอน่าเกลียด หลินแลบลิ้นล้อเลียนแล้วเดินอ้อมไปนั่งลงอีกฝั่ง ก่อนจะหันมาเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเพื่อนสาวคนสวย
“เป็นอะไร หน้าเครียดเชียว”
แค่เห็นหน้าเพื่อนอีกคน นินิวก็ลอบถอนหายใจอีกครั้ง ไม่รู้จะตอบเพื่อนยังไงดี ถ้าบอกไปก็คงได้ยินหลินพูดประโยคเดิม ๆ แน่
'แอบชอบมันมาตั้งหลายปีไม่เห็นจะมีอะไรคืบหน้าสักนิด ทนดูมันควงผู้หญิงคนนั้นทีคนนี้ทีให้ปวดใจเล่นอยู่ได้ ฉันว่าแกเลิกชอบมันไปเถอะ เดี๋ยวแม่จะหาให้เอง ผู้ชายดี ๆ ยังมีอีกตั้งเยอะแยะ สวย ๆ อย่างแกรับรองว่าหัวกระไดบ้านไม่แห้งหรอก'
นี่คือคำพูดที่หลินพร่ำบอกเธออยู่เสมอ
...ถ้าเลิกชอบได้ง่าย ๆ ก็ดีสิ...
และนี่คือประโยคที่เธอตอบหลินในใจ
“สรุปว่าเป็นอะไร”
หลินถามขึ้นอีกครั้ง
“จะมีอะไรล่ะ ก็เรื่องเดิมนั่นแหละ เรื่องไอ้กายน่ะดิ”
คำตอบของซันทำให้หลินถึงกับต้องหันขวับไปมองหน้าเพื่อนสาว เธอขมวดคิ้วนิด ๆ อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่
“ก็บอกแล้วว่าให้เลิกชอบก็ไม่เชื่อ สุดท้ายต้องมานั่งอมทุกข์อีกแล้วเห็นไหม”
“ไม่ถึงกับอมทุกข์สักหน่อย ยังไหวอยู่น่า ไม่ต้องห่วงหรอก”
...ยังไหวแหละ เพราะยังทนได้อยู่...
“จ้า...ไหว ถ้าไหวอย่างที่ปากพูด จะมานั่งทำหน้าซังกะตายอย่างนี้เหรอ แล้วนี่อะไรเนี่ย? อย่าบอกนะว่าไอ้กายมันเอาข้าวผัดหมูมาอ่อยแกอีกแล้วอะ”
“อืม”
ครางตอบสั้น ๆ ก่อนจะหันไปมองกล่องข้าวผัดหมูที่วางอยู่บนโต๊ะ บางทีก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกัน หรือว่าสกายแอบใส่ยาเสน่ห์มาในข้าวผัดหมูด้วย เธอถึงได้ติดใจรสชาติของมันนักหนา
“เฮ่อ! ฉันละยอมใจไอ้กายมันเหมือนกันนะ ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แต่มาทำดีให้ความหวังอยู่ได้ ถึงจะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เถอะ มาทำดีด้วยอย่างนี้เป็นใครใครก็คิด”
“แต่ถ้าเป็นเธอไม่ต้องคิดนะหลิน”
ซันพูดล้อเล่น
“เป็นฉันแล้วยังไง ทำไมถึงไม่ต้องคิด”
“ก็สภาพอย่างเธอไอ้กายมันไม่น่าจะเอาไปทำพันธุ์หรอก ถ้ามันจะทำดีกับเธอมันก็คงจะทำเพราะความเวทนาเท่านั้นแหละ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
ซันหัวเราะเสียงดังลั่น ดูจะถูกอกถูกใจที่ได้แกล้งหลิน
คนถูกแกล้งทำหน้าบึ้งขึ้นมาทันควัน ตาสวยขึงตึงรู้สึกโมโหไอ้คนปากร้าย สวย ๆ อย่างเธอเนี่ยนะจะไม่มีคนอยากเอาไปทำพันธุ์ คอยดูเถอะสักวันแม่จะทำให้คนปากเสียคลานเข่ามาอ้อนวอนขอความรัก
นินิวนิ่งฟังสองคนทะเลาะกัน ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ หรือบางทีที่สกายทำดีกับเธออาจเป็นเพราะความเวทนาอย่างที่ซันพูด
ก็เธอมันเป็นแค่ลูกแม่ค้าขายขนมหวาน แตกต่างจากเขาที่ฐานะทางบ้านร่ำรวย เป็นถึงหลานเจ้าของไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในโคราช ถ้าเขาจะทำดีกับเธอเพราะความเวทนาในฐานะเพื่อนก็คงจะไม่แปลกอะไร
คิดแล้วก็เจ็บหน่วง ๆ ที่หัวใจขึ้นมา
คณะวิศวกรรมศาสตร์
หลังจากไปส่งเพื่อนทั้งสองคน สกายก็ขับรถกลับมาที่คณะของตัวเอง จอดรถเสร็จก็เดินมุ่งไปยังโต๊ะประจำกลุ่มที่ยังมีพวกเพื่อนของเขานั่งอยู่
“มาเร็วจังวะ นึกว่าจะมัวอ้อยอิ่งกับเพื่อนสาวคนสวยซะอีก”
เชนเอ่ยแซวเป็นเรื่องปกติ ก็สกายชอบทำตัวติดกับนินิวราวกับแฟนกันอย่างไรอย่างนั้น
“อ้อยอิ่งเชี่ยอะไร กูบอกแล้วไงว่านินิวเป็นแค่เพื่อน”
“เพื่อนห่าอะไร กูเห็นไปรับไปส่งกันทุกวัน”
“เพื่อนก็คือเพื่อนไม่มีอย่างอื่น”
ตอบเพื่อนน้ำเสียงติดหงุดหงิด เขารู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายกับคำถามพวกนี้เต็มทน ก็แค่ไปรับไปส่งเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งและบางครั้งก็มีซันไปด้วย ไม่เข้าใจเลยว่าพวกเพื่อนของเขาจะสงสัยอะไรกันนักกันหนา
ความสัมพันธ์ของเขากับนินิว เป็นแค่เพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ต่างจังหวัด และบังเอิญว่าได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับนินิวจริง ๆ และไม่มีวันที่จะคิดด้วย
“เออ! เพื่อนก็เพื่อน”
“มันก็บอกอยู่ว่าชาตินี้จะไม่มีแฟน นินิวจะเป็นมากกว่าเพื่อนไปได้ยังไง มึงก็แซวมันอยู่ได้”
บูม เพื่อนในกลุ่มอีกคนทำทีเข้าข้าง แต่พยักหน้าส่งยิ้มกับเชนอย่างรู้กัน
“เออ! เพื่อนก็เพื่อนครับ ผมขอโทษครับพี่กายครับ ต่อไปจะไม่แซวอีกแล้วครับ”
พูดจบก็ตบไหล่คนขี้หงุดหงิด จากนั้นบูมก็พูดขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วสรุปว่าคืนนี้มึงยังจะไปงานวันเกิดเฮียน็อต อยู่ไหมว่ะกาย”
“ไปดิ แต่กูจะไปถึงดึก ๆ หน่อย พอดีวันนี้นิวมีกิจกรรมตอนเย็น รอไปส่งนิวเสร็จแล้วกูถึงจะกลับไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวตามไป”
ฟังจบเชนกับบูมก็หันมาส่งยิ้มให้กันแล้วพยักหน้าอย่างรู้กัน คนที่ย้ำนักย้ำหนาว่าคิดแค่เพื่อนแต่ดูเหมือนว่าการกระทำจะไม่ใช่อย่างที่ปากพูดเลยสักนิด
เหมือนสกายจะรู้ทันความคิดของเพื่อนทั้งสองคน เขารีบย้ำชัดถ้อยชัดคำอีกครั้งว่าเขากับนินิวเป็นแค่เพื่อนกันจริง ๆ
“เพื่อนเว้ย!!”
“พวกกูก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
สกายเดินตรงปรี่ไปหาหลินทันทีที่เห็นเธอยืนอยู่กับซัน เขามองซ้ายมองขวาเพื่อหาอีกคนแต่ก็ไม่พบจึงรีบเอ่ยถาม“หลิน! นิวล่ะ”“ไอ้นิวไม่ได้มาอะ แต่มันฝากนี่มาให้”ยื่นกล่องขนมเค้กที่หญิงสาวเป็นคนทำให้กับเจ้าของวันเกิด แม้จะรู้สึกไม่พอใจสกายเป็นอย่างมากแต่หลินก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ ยังไงนินิวก็จะตัดใจจากสกายอยู่แล้ว การที่เพื่อนสาวของเธอมาเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้มันก็อาจจะช่วยให้นินิวตัดใจได้เร็วขึ้นแต่ทว่าคนที่เพื่อนสาวของเธอพยายามจะตัดใจกลับดูร้อนรนจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว“นิวอยู่ไหนหลิน”“แกจะถามทำไมกาย”“ฉันถามว่านิวอยู่ไหน”ใช้เสียงเข้มเอ่ยถามหลินแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับไม่ใช่เขาหลินยืนอึ้งตาค้างเมื่อเห็นท่าทียามโมโหของสกาย แค่บอกว่านินิวไม่ได้มา ทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้“อยู่คอนโดฉัน”หลินหลุดปากบอกอย่างง่ายดายพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้ชายหนุ่มราวกับโดนสะกดจิตหลังจากหลินพูดจบสกายก็ตั้งท่าจะออกจากผับทันที เขาไม่ฟังเสียงคัดค้านของซันเลยสักนิด“ไอ้กาย มึงจะไปไหน แล้วงานวันเกิดมึงล่ะ”“ช่างแม่งดิ”“มึงเป็นเชี่ยอะไรวะ แค่นินิวไม่อยู่มึงจะเป็นจะตายเลยรึไง”สกายหยุดชะงัก
ผ่านมาหลายวันแล้วที่นินิวพยายามหลบหน้าสกาย บางครั้งดูเหมือนว่าชายหนุ่มจงใจมาดักรอเธอ แต่เธอก็ทำทีเป็นไม่ว่างแล้วขอตัวไปทำนั่นทำนี่อยู่เสมอเขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าเธอพยายามหลบหน้าหลบตา ตอนนี้สกายรู้สึกงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเพื่อนสาว@คณะทันตแพทย์เพื่อนสนิทสามคนนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าตึกคณะ ในบทสนทนากำลังพูดถึงเรื่องงานวันเกิดของสกายที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า สกายย้ำนักย้ำหนาว่าเพื่อนทุกคนต้องมา โดยเฉพาะนินิว เขาย้ำกับซันเป็นพิเศษว่ายังไงต้องพานินิวมาให้ได้สองวันต่อมา@ผับหรูของน็อตสกายเลือกจัดงานวันเกิดในผับของรุ่นพี่คนสนิท เพราะนอกจากจะส่วนตัวแล้วราคายังเป็นกันเองอีกด้วยเขาจองห้องวีไอพีเอาไว้ถึงสองห้องเพื่อรองรับเพื่อน ๆ ที่เขาเชิญมาร่วมสังสรรค์ ซึ่งจะมีทั้งเพื่อนในคณะ เพื่อนต่างคณะ รุ่นพี่ที่เขารู้จัก และยังมีรุ่นน้องที่สนิทของเขารวมถึงน้องรหัสคนสวยอย่างไอริน ที่วันนี้ใส่ชุดมินิเดรสสีชมพูหวานแหววแต่เปิดโชว์แผ่นหลังดูเซ็กซี่สุด ๆเมื่อมาถึงในงานรุ่นน้องสาวก็เดินวนเวียนอยู่ข้าง ๆ สกายไม่ไปไหน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างไรอย่างนั
เขียนเสร็จก็หันหน้ามาหานินิว เธอยิ้มดีใจเมื่อเห็นว่าเป้าหมายเริ่มมีความเป็นไปได้“ข้อต่อไปเลย”“ข้อสุดท้าย หาคนใหม่มาดามใจ”นินิวชะงักไปเมื่ออ่านวิธีสุดท้ายจบ คิ้วเรียวขมวดขึ้นราวกับมีความกังวลในใจ จะให้เธอทำยังไงก็ได้แต่การหาคนใหม่มาดามใจเธอไม่อยากทำจริง ๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากลืมสกาย แต่เพราะไม่อยากดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หากคนใหม่มารู้เข้าในภายหลังมันจะทำให้เขาเสียความรู้สึก“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นวะ เท่าที่อ่านมาข้อนี้น่าจะได้ผลดีนะเว้ย เผลอ ๆ ฉันว่าอาจจะได้ผลกว่าทุกข้อที่ผ่านมาเลยก็ได้”“ฉันไม่อยากใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือว่ะ”หลินเดินมานั่งลงข้าง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือของนินิวเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างจับใบหน้าสวยให้หันมามองนัยน์ตาของเธอ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยกับนินิว“แล้วถ้ามีคนเขาเต็มใจให้แกใช้เป็นเครื่องมือล่ะ แกจะตกลงไหม”นัยน์ตาสวยจ้องนิ่งไปที่ใบหน้าเพื่อนสนิท เธอไม่เข้าใจที่หลินพูดเลยสักนิด ใครเขาจะยอมทำเรื่องบ้าบอแบบนั้นกัน“บ้าเหรอแก ไม่มีหรอก”พูดพลางขยับตัวไปพิงที่หัวเตียง เธอไม่อยากเชื่อคำพูดของหลิน“มีสิ แกจำพี่เตวิทย์พี่รหัสฉันได้ไหม”หลินขยับตัวมานั่งข้าง ๆ แล้วรีบเสนอชื่อ
อ่านออกเสียงแล้วหันมามองหน้าเพื่อนสาว หลินพยักหน้าให้เธอประมาณว่าบทความนี้น่าสนใจ นินิวละสายตาจากเพื่อนแล้วหันกลับไปสนใจหน้าจออีกครั้งหลังจากนั้นก็เริ่มอ่าน‘เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ความรักที่ดูไม่น่าจะสมหวัง ทั้งการแอบชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว หลงรักคนที่อยู่ในสถานะไกลเกินเอื้อม แฟนเก่าที่เราแอบหวังให้กลับมา หรือแม้แต่การแอบรักเพื่อนสนิทที่ไม่สามารถเลื่อนสถานะเป็นมากกว่านั้น ซึ่งตัวคุณเองก็รู้ดีว่าการตัดใจคือหนทางที่ดีที่สุด แต่แน่นอนว่าการตัดใจจากคนที่ชอบไม่ได้ทำกันง่าย ๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากชาวนกทุกคน อาจไม่ถึงกับลบเขาออกไปจากใจได้ในทันที แต่รับรองว่าคุณจะค่อย ๆ ลอยขึ้นจากภาวะดิ่งในความรักและสตรองขึ้นในที่สุดแน่นอนค่ะ’อ่านบทนำของบทความแล้วรู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก นินิวหันมาพยักหน้าให้เพื่อนแล้วเริ่มอ่านต่อทันที“ข้อหนึ่ง พยายามไม่คุยกับเขา” นินิวอ่าน“ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปแกต้องเริ่มห่างจากสกาย ไม่พูด ไม่คุย ไม่เข้าใกล้ ไม่มองหน้า หรือไม่ต้องเจอได้เลยยิ่งดี เพราะถ้าแกยังทำตัวปกติกับมันอยู่ยังไงชาตินี้แกก็ตัดมันไม่ได้หรอก”หลินอธิบายยาวเหยียด“แล้วมันจะไม่
“ฉันว่าฉันจะตัดใจแล้วว่ะ”พูดขึ้นหลังจากตัดสินใจอย่างแน่วแน่“ถ้าแกตัดใจจากมันได้ก็ดี แต่เจอหน้ากันทุกวันอย่างนี้แกจะทำได้เหรอนิว กายมันไปรับไปส่งแกทุกวันนะเว้ย”“ต่อไปนี้ฉันว่าจะไม่ให้กายไปรับไปส่งฉันอีกแล้ว”“แล้วแกจะบอกกับมันยังไง มันจะยอมเหรอ”“ฉันเลยต้องขอความช่วยเหลือจากแกไง”จ้องมองใบหน้าหลินแล้วกุมมือเธอเอาไว้ทั้งสองข้างราวกับวิงวอน“แกจะให้ฉันช่วยยังไง”“ช่วงนี้ฉันขอไปนอนกับแกได้ไหม ฉันจะได้อ้างได้ว่าฉันไปกลับพร้อมแก”“มันก็ได้ แต่แกคิดว่าสกายมันจะไม่มาหาแกเลยเหรอ”“ฉันก็จะอ้างว่าไม่ว่าง ติดติวข้อสอบ หรือไม่ก็อ้างว่าไม่สบาย อ้างอะไรก็ได้”“เฮ่อ! จะเอาอย่างนั้นก็เอา แล้วแกจะบอกเรื่องนี้ให้ซันมันรู้ด้วยไหม”“ฉันไม่อยากบอกซันอะ ยังไงซันก็สนิทกับกาย ฉันไม่อยากให้ซันมันลำบากใจ”สองสาวเพื่อนสนิทพูดคุยนัดแนะกันเรียบร้อยก็ขับรถมาที่หอพักของนินิว ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นบางส่วนใส่กระเป๋าแล้วลากลงจากหอหลังจากแจ้งเจ้าของหอว่าจะไม่อยู่สักพัก ก็ขนทุกอย่างขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปที่คอนโดของหลินทันทีทางด้านของสองหนุ่มหลังออกจากร้านอาหาร สกายก็ขับรถไปส่งซันที่หอพัก ระหว่างทางสองหนุ่
หลังจากเสียงด้านนอกเงียบไปจนมั่นใจว่าพวกเธอออกไปหมดแล้ว นินิวก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เธอยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกอยู่นานสองนาน เช็ดคราบน้ำตาที่มันเอ่อล้นออกมาคลออยู่ที่สองเบ้าไม่ให้หลงเหลือร่องรอยเธอระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำอีกด้านหนึ่งสกายนั่งกระสับกระส่ายไปมา สายตาคู่คมจ้องมองไปทางห้องน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับร้อนใจ นินิวไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ เขากลัวว่าเธอจะไม่สบายหรือเป็นลมเป็นแล้งอยู่ในนั้นก่อนหน้านี้ก็ลองกดโทรหาเธอ แต่ทว่าเสียงมือถือดันดังเตือนอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอไม่ได้เอามือถือติดตัวไปด้วยสกายลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินไปตาม“มึงจะไปไหนวะ” ซันถาม“กูจะไปดูนิวหน่อย นิวไปเข้าห้องน้ำตั้งนานแล้วไม่ออกมาสักที”“แกจะไม่ปล่อยให้มันได้ฉี่ได้อึบ้างรึไง ใจคอจะต้องไปเฝ้าแม้กระทั่งในห้องน้ำเลยเหรอ”หลินพูดท้วงติง เขาจึงนั่งลงอีกครั้ง แต่สายตาก็เหลือบมองไปยังห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดนินิวก็เดินออกมา“มีอะไรรึเปล่า เราเห็นนิวไปเข้าห้องน้ำตั้งนาน ไม่สบายตรงไหนไหม”เอ่ยถามหญิงสาวทันทีที่เธอเดินมาถึงโต๊ะปรายตามองชายหนุ่มเล็ก







