เข้าสู่ระบบยามเฉิน แสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องของบ้านสกุลหาน สายหมอกบางเบาที่ปกคลุมเชิงเขาชิงซานเริ่มจางหายไป
เผยให้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของธรรมชาติ ภายในบ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อแรกของวัน หลินซื่อและหานจื่อเยว่ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเข้าครัวเตรียมอาหารสำหรับแขกผู้มาเยือน
บนโต๊ะอาหารไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่กลางห้องโถง เต็มไปด้วยข้าวต้มร้อนๆ ที่เคี่ยวจนเมล็ดข้าวขาวนวลแตกตัวส่งกลิ่นหอมละมุน กินคู่กับผัดผักกาดขาวที่ส่งกลิ่นหอมฉุนของกระเทียมและพริกแห้ง
เนื้อกวางป่าย่างที่เหลือจากงานเลี้ยงเมื่อวานถูกนำมาอุ่นจนร้อน และยังมีน้ำแกงกระดูกหมูใส่หัวไชเท้าที่เคี่ยวทิ้งไว้ข้ามคืนจนรสชาติหวานกลมกล่อม
หลังจากกินอาหารเช้าจนอิ่มหนำสำราญแล้ว บรรดาสหายร่วมเรียนของบุตรชายและอาจารย์หลินก็เตรียมตัวเดินทางกลับสถานศึกษาชิงอวิ๋น
หานจื่อเซวียนและหานเหวินเทียนช่วยกันยกห่อผ้าและสัมภาระของสหายขึ้นไปเก็บบนรถม้าโดยสารคันใหญ่ที่เช่ามา หานเยี่ยนโจวเดินออกมาส่งอาจารย์หลินที่หน้าประตูบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเปี่ยมไปด้วยความเคารพ อาจารย์หลินประสานมือคารวะหานเยี่ยนโจว ก่อนจะล้วงหยิบห่อผ้าฝ้ายสีครามที่บรรจุตำราหลายเล่มส่งให้
“ท่านพี่หาน นี่คือตำราเรียนพื้นฐาน ทั้งตำราพันอักษร ตำราร้อยแซ่ และคัมภีร์กตัญญู ข้านำมามอบให้ท่านเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านชิงซาน การเปิดโรงเรียนส่วนตัวเป็นงานที่หนักหนาและต้องใช้ความอดทนยิ่งนัก แต่ข้าเชื่อมั่นว่าปัญญาและความเมตตาของท่านจะสามารถขัดเกลาเด็กเหล่านี้ให้เติบโตเป็นคนดีได้อย่างแน่นอน”
หานเยี่ยนโจวรับห่อตำรามาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณอาจารย์หลินที่เมตตา ตำราเหล่านี้มีค่ายิ่งกว่าทองคำสำหรับเด็กในหมู่บ้านที่ยากไร้ ข้าจะตั้งใจสั่งสอนพวกเขาอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้เสียแรงที่ท่านอุตส่าห์นำตำรามามอบให้ด้วยตนเอง”
บรรดาสหายร่วมเรียนต่างประสานมืออำลาและกล่าวขอบคุณครอบครัวหานสำหรับอาหารมื้ออร่อยและการต้อนรับที่อบอุ่น
หานจื่อเยว่บังคับรถม้าของตระกูลหานนำหน้ารถม้าโดยสารคันใหญ่ ขับพาพวกเขามุ่งหน้าสู่อำเภอหลิงซี เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกไปจนลับสายตา หานเยี่ยนโจวก็หันกลับมาจัดการงานสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าทันที
ยามซื่อ หานเยี่ยนโจวเรียกช่างไม้และชาวบ้านที่ว่าจ้างเอาไว้มารวมตัวกันที่หน้าบ้านหลังเก่าที่ ตัวบ้านที่สร้างจากดินและฟางบัดนี้ดูทรุดโทรมและไม่มั่นคงแข็งแรงอีกต่อไป
“พวกท่านลงมือรื้อถอนบ้านหลังนี้ได้เลย ระมัดระวังอย่าให้ไม้กระดานหรือเสาที่ยังพอใช้งานได้ต้องเสียหาย เราจะนำไม้เหล่านี้ไปทำเป็นฟืนและซ่อมแซมคอกสัตว์ ส่วนพื้นที่ตรงนี้ ให้พวกท่านช่วยกันถางหญ้าและปรับหน้าดินให้เรียบที่สุด ข้าจะใช้ที่ดินผืนนี้สร้างโรงเรียนสำหรับสอนหนังสือเด็กในหมู่บ้าน” หานเยี่ยนโจวกล่าวสั่งการด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ชาวบ้านต่างพยักหน้ารับคำและเริ่มลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้น เสียงทุบทำลายกำแพงดิน เสียงงัดแงะแผ่นไม้ และเสียงพูดคุยดังประสานกันไปทั่วบริเวณ
แม้บ้านหลังเก่าจะเต็มไปด้วยความทรงจำมากมายนับตั้งแต่ตระกูลหานถูกตระกูลสายหลักขับไล่ออกจากเมืองหลวงตั้งแต่ท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่ แต่มันก็เป็นเพียงอดีตที่ผ่านพ้นไปหลายสิบปี บัดนี้พวกเขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังใหญ่ที่มั่นคง และกำลังจะสร้างสถานที่เพาะบ่มปัญญาให้แก่ชนรุ่นหลัง
ในขณะเดียวกัน หานจื่อเยว่ที่เพิ่งกลับจากการไปส่งน้องชายและแขกที่หน้าหมู่บ้าน ก็ไม่มีเวลาหยุดพัก นางเดินตรงไปยังลานบ้าน เรียกชาวบ้านที่ว่าจ้างไว้สำหรับงานเพาะปลูกให้มารวมตัวกัน
เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว นางจึงนำทางพวกเขาเดินไปตามคันนา มุ่งหน้าสู่ที่ดินผืนใหม่ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานที่ดินผืนนั้นถูกไถพรวนและพลิกหน้าดินเตรียมไว้เรียบร้อย รอเพียงการเริ่มลงมือเพาะปลูกเท่านั้น
หานจื่อเยว่สะพายตะกร้าไม้ไผ่ที่บรรจุถุงผ้าหลายใบ ภายในถุงผ้าเหล่านั้นคือเมล็ดพันธุ์ผักนานาชนิด ทั้งผักกาดขาว หัวไชเท้า ถั่วฝักยาว ฟักทอง และแตงกวา
เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ดูผิวเผินอาจเหมือนเมล็ดพันธุ์ธรรมดาทั่วไป แต่แท้จริงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปรับปรุงมาแล้วในมิติ ก่อนที่จะนำออกมาปลูกนางได้แช่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ในน้ำพุวิเศษถึงหนึ่งคืน นางอธิบายวิธีการขุดหลุม ระยะห่างของแต่ละแปลง และวิธีการกลบดินให้ชาวบ้านฟังอย่างละเอียด
“พวกท่านแบ่งหน้าที่กันให้ดี ผู้ชายรับหน้าที่ขุดหลุมตามแนวเชือกที่ขึงไว้ ส่วนผู้หญิงรับหน้าที่หยอดเมล็ดพันธุ์และกลบดินบางๆ อย่าฝังเมล็ดลึกจนเกินไปเพราะจะทำให้งอกได้ช้า”
ชาวบ้านต่างลงมือทำตามคำสั่งอย่างกระตือรือร้น หานจื่อเยว่เดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่บ่อน้ำริมแปลงนา
นางตักน้ำใส่ถังไม้ใบใหญ่เตรียมไว้สำหรับรดน้ำแปลงผัก ในจังหวะที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น นางแอบใช้เติมน้ำพุวิเศษจากมิติเสินหนงออกมาผสมลงในถังน้ำไม้จำนวนหลายหยด
น้ำพุวิเศษนี้มีสรรพคุณช่วยเร่งการเจริญเติบโตและบำรุงรากของพืชให้แข็งแรง นางให้ชาวบ้านตักน้ำจากถังใบนี้ไปรดแปลงผักที่เพิ่งหยอดเมล็ดเสร็จใหม่ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพืชผลของตระกูลหานจะเติบโตอย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตที่ดี
เมื่อจัดการงานและดูแลความเรียบร้อยในแปลงนาจนมั่นใจแล้ว หานจื่อเยว่ก็ปล่อยให้ชาวบ้านทำงานต่อไป ส่วนตนเองเดินกลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมตัวขึ้นเขาเป้าหมายต่อไปของนางคือการตามหาต้นผลไม้ชนิดต่างๆ
ยามเว่ย ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงเล็กน้อย แต่อากาศยังคงอบอุ่น หานจื่อเยว่เปลี่ยนมาสวมชุดผ้าฝ้ายที่รัดกุม สะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ขึ้นหลัง
นางไม่ลืมที่จะหยิบมีดสั้นและหน้าไม้คู่กายติดตัวไปด้วย นางบอกกล่าวแก่มารดาเพียงสั้นๆ ว่าจะขึ้นเขาไปหาของป่า ก่อนจะเดินลัดเลาะออกจากบ้านมุ่งหน้าเข้าสู่เขตภูเขาชิงซาน
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ต้นไม้ก็ยิ่งสูงใหญ่และหนาแน่นขึ้น แสงแดดที่สาดส่องลงมาถูกใบไม้บดบังจนเหลือเพียงลำแสงสีทองรำไรที่ลอดผ่านช่องว่าง
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบและเงียบสงัด มีเพียงเสียงนกและเสียงแมลงที่ดังแว่วมาเป็นระยะ หานจื่อเยว่ก้าวเดินเข้าสู่ป่าทึบด้วยความระมัดระวัง สายตาของนางกวาดมองไปรอบด้านเพื่อสังเกตร่องรอยของสัตว์ป่าและค้นหาสมุนไพรล้ำค่า
นางเดินลึกเข้ามาในป่าทึบราวสองชั่วยาม ข้ามลำธารสายเล็กและปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินสูงชัน จนกระทั่งนางได้กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวอ่อนๆ ลอยมาตามสายลม หานจื่อเยว่สูดดมกลิ่นนั้นและเดินตามรอยไปอย่างระมัดระวัง
เมื่อเดินพ้นจากดงต้นไผ่หนาทึบ สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับภาพที่ทำให้ต้องหัวเราะด้วยความยินดี เบื้องหน้าของนางคือหุบเขาขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด
ตามโขดหินและต้นไม้ใหญ่มีเถาองุ่นป่าเลื้อยพันกันอย่างหนาแน่น เถาองุ่นเหล่านี้กำลังออกผลดกเต็มต้น พวงองุ่นสีม่วงเข้มอมดำเรียงรายอัดแน่นจนกิ่งแทบหัก แต่ละลูกมีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ ผิวของมันเคลือบด้วยนวลสีขาวบางๆ บ่งบอกถึงความสุกงอมเต็มที่
หานเยี่ยนโจวและหลินซือหลิงอายุมากขึ้น พวกเขาหยุดทำหน้าที่อาจารย์ พวกเขาพักผ่อนที่เรือนเดิมในหมู่บ้านชิงซาน พวกเขาปลูกผักและเลี้ยงไก่ พวกเขาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบหานจื่อเยว่และมู่หรงจิ่งเทียนเห็นว่าทุกอย่างมั่นคงแล้ว พวกเขาตัดสินใจวางมือจากหน้าที่ทั้งหมด ยามซื่อ หานจื่อเยว่เรียกมู่หรงจิ่งเถียนมาที่ห้องบัญชี นางมอบกุญแจห้องบัญชีและตราประทับตระกูลหานให้มู่หรงจิ่งเถียน นางมอบหมายให้มู่หรงจิ่งเถียนดูแลกิจการทั้งหมด มู่หรงจิ่งเถียนรับกุญแจและตราประทับ นางรับปากว่าจะดูแลกิจการให้ดีที่สุดมู่หรงจิ่งเทียนเขียนจดหมายส่งไปที่ค่ายทหาร เขามอบป้ายคำสั่งทางทหารให้หานอี้เฉินและมู่หรงจิ่งฉี เขามอบอำนาจคุมกองทัพให้พวกเขาสองคนเด็ดขาด เขาไม่เข้าไปก้าวก่ายการทหารอีกยามเว่ย มู่หรงจิ่งเทียนและหานจื่อเยว่เก็บเสื้อผ้าใส่หีบ พวกเขาให้บ่าวรับใช้ยกหีบขึ้นรถม้า หานอีและอิ่งอีทำหน้าที่บังคับรถม้าและเป็นผู้คุ้มกันเช่นเดิม พวกเขาเดินทางออกจากหมู่บ้านชิงซาน มุ่งหน้าไปที่จ้วงซีแห่งใหม่ที่มีบ่อน้ำพุร้อน พวกเขาย้ายไปอยู่ที่เรือนน้ำพุร้อนเป็นการถาวรชีวิตที่เรือนน้ำพุร้อนเรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ยามเหม่า หานจื่อเยว่สว
มู่หรงจิ่งเทียนบอกให้นางทำเร็วขึ้น หานจื่อเยว่เร่งจังหวะการขย่มให้เร็วขึ้น นางหมุนเอวและบดเบียดสะโพกลงมา มู่หรงจิ่งเทียนยกสะโพกสวนกระแทกขึ้นไปรับแรงของนาง การเสียดสีรุนแรงขึ้น หานจื่อเยว่ส่งเสียงครางดัง นางขย่มเขาอย่างต่อเนื่อง ช่องทางรักของนางรัดแก่นกายของเขาแน่นขึ้น หานจื่อเยว่บอกว่านางทนไม่ไหวแล้ว นางเร่งความเร็วในการขย่มอีกสิบครั้ง ร่างกายของนางกระตุกเกร็ง นางปลดปล่อยน้ำหวานออกมา มู่หรงจิ่งเทียนจับเอวของนาง เขาออกแรงกระแทกสวนขึ้นไปอย่างแรงสามครั้ง เขาส่งเสียงคราง เขาปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในร่างกายของนาง หานจื่อเยว่ทิ้งตัวลงนอนทับหน้าอกของเขา นางหอบหายใจ มู่หรงจิ่งเทียนลูบแผ่นหลังของนาง เขายิ้มด้วยความพอใจเช้าวันที่สอง มู่หรงจิ่งเทียนตื่นขึ้นมา เขาเดินไปที่ห้องครัว เขาทำข้าวต้ม เขาหั่นเนื้อปลาเค็ม เขาทอดปลาเค็ม เขาทำไข่เจียว เขาเรียกหานจื่อเยว่มากินข้าว พวกเขากินข้าวเช้าด้วยกัน เมื่อกินเสร็จเขาล้างจานชาม เขาเดินกลับมาที่ห้องโถง เขาอุ้มหานจื่อเยว่ไปที่โต๊ะไม้กลางห้องโถง เขาวางนางลงบนโต๊ะ เขาจับนางแยกขาออก เขาถอดกางเกงของนาง เขาถอดกางเกงของเขา เขาสอดแก่นกายเข้าไปในช่องทางรักของนาง เขา
หานจื่อเยว่ยิ้มและหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา ค่ำคืนที่เร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนยิ่งลึกซึ้งและแนบแน่นขึ้น ความสงบสุขในครอบครัวดำเนินต่อไปพร้อมกับความหวังที่จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในเร็ววันมู่หรงจิ่งเทียนต้องการร่วมหลับนอนกับหานจื่อเยว่ เขาพยายามหาโอกาสใกล้ชิดกับนางหลายครั้ง ยามค่ำคืนในห้องนอน มู่หรงจิ่งเทียนดึงร่างของหานจื่อเยว่เข้ามากอด เขาก้มหน้าลงจูบที่ซอกคอของนาง เขากำลังจะถอดเสื้อผ้าของนาง ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออก มู่หรงจิ่งฉีเดินเข้ามาในห้อง มู่หรงจิ่งฉีถือดาบไม้ในมือ เขาบอกให้บิดาดูท่าดาบของเขา มู่หรงจิ่งเทียนต้องหยุดการกระทำ เขาต้องเดินไปดูมู่หรงจิ่งฉีแกว่งดาบคืนต่อมา มู่หรงจิ่งเทียนอุ้มหานจื่อเยว่ไปวางบนเตียง เขากำลังจะจูบนาง เสียงเคาะประตูดังขึ้น มู่หรงจิ่งอันเปิดประตูเดินเข้ามา มู่หรงจิ่งอันถือตำราในมือ เขาบอกว่าเขาอ่านตัวอักษรไม่ออก เขาขอให้มารดาสอนตัวอักษร หานจื่อเยว่ผลักอกมู่หรงจิ่งเทียนออก นางเดินไปสอนตัวอักษรให้บุตรชาย มู่หรงจิ่งเทียนต้องนอนรออยู่บนเตียงอีกวันหนึ่งในยามกลางวัน มู่หรงจิ่งเทียนดึงหานจื่อเยว่เข้าไปในห้องทำงาน เขาปิดประตู เขาจูบริมฝีปากขอ
มู่หรงจิ่งฉีมีนิสัยต่างจากน้องชาย เขาไม่ชอบนั่งนิ่งเป็นเวลานาน เขาเรียนรู้และจดจำตัวอักษรได้เร็ว แต่เมื่อท่องจำเสร็จแล้วเขาจะเริ่มเบื่อหน่าย มู่หรงจิ่งฉีชอบซ่อนกิ่งไม้เล็กๆ ไว้ในแขนเสื้อ เมื่อหานเยี่ยนโจวหันไปเขียนกระดาน มู่หรงจิ่งฉีจะนำกิ่งไม้ออกมาแกว่งเล่นใต้โต๊ะเหมือนกำลังฝึกกระบวนท่าดาบ หานเยี่ยนโจวรู้พฤติกรรมของหลานชาย แต่ตราบใดที่มู่หรงจิ่งฉีทำข้อสอบและท่องตำราได้ หานเยี่ยนโจวก็ปล่อยผ่านและไม่ลงโทษทางด้านมู่หรงจิ่งเถียน น้องสาวคนเล็กนั้นการที่อดทนนั่งเรียนจนจบในแต่ละวันถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วส่วนมากนางใช้เวลาทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนอยู่ที่เรือนริมแม่น้ำ ผู้ที่คอยตามใจและเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของนางคือเสือขาวตัวใหญ่ เสือขาวมีขนาดตัวใหญ่กว่าเดิม มันทำหน้าที่พามู่หรงจิ่งเถียนไปทุกที่ วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนมู่หรงจิ่งเถียนกินขนมเสร็จ นางเดินไปหาเสือขาวที่นอนหมอบอยู่ลานหน้าเรือน นางปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเสือขาวและใช้มือจับขนคอของมัน “ไปที่ลำธารหลังเรือน ข้าอยากจับปลา” มู่หรงจิ่งเถียนบอกเสือขาว เสือขาวลุกขึ้นและเดินพานางตรงไปที่ลำธาร มันเดินลัดเลาะกอหญ้าอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงลำธาร มู
“หานอู่แจ้งมาว่า เขาซื้ออาคารเพิ่มสองแห่งเพื่อเปิดเป็นสาขาใหม่ เขารับคนงานเพิ่มสามสิบคน ร้านจินกั่วและหอสุราจินอวี้สาขาใหญ่มีรายรับเพิ่มขึ้น เขาได้มีการตรวจสอบสินค้าในโกดังทุกวัน และได้ทำสัญญาขายผลไม้แปรรูปให้พ่อค้าแคว้นเป่ย การร่วมมือกันเป็นไปด้วยดี ทำให้ตอนนี้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นสองเท่าขอรับ” หานจื่อเยว่ตรวจสอบตัวเลขในสมุดบัญชีเมืองหลวง แล้สั่งการ “เขียนจดหมายตอบหานอู่ ให้เขานำกำไรส่วนหนึ่งจ่ายเป็นรางวัลให้คนที่ทำงานภายใต้กิจการของเราทุกคน”“ขอรับ ข้าจะรีบส่งจดหมายกลับไปเมืองหลวงทันที ”“เอาล่ะ มีเรื่องอันใดจะรายงานเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีข้าจะไปเดินเล่นที่สวนผลไม้เสียหน่อย”"มีขอรับ เป็นส่วนของทำนักคุ้มภัย หานซานรับสมัครผู้คุ้มกันใหม่ห้าสิบคน เขาฝึกสอนกระบวนท่าต่อสู้ให้คนใหม่ หานซานตรวจสอบบัญชีและประเมินเส้นทาง หานซื่อคุมผู้คุ้มกันเจ็ดสิบคนเดินทางไปส่งผ้าไหมที่เมืองทางใต้ ขบวนสินค้าเจอโจรป่าหนึ่งร้อยคนดักปล้นที่ช่องเขา หานซื่อสั่งผู้คุ้มกันต่อสู้ พวกเขาสังหารโจรและจับกุมโจรที่เหลือส่งที่ว่าการอำเภอ สินค้าผ้าไหมปลอดภัยและส่งถึงมือผู้ซื้อตามกำหนด หานซานเจรจาเก็บค่าจ้างคุ้มกันจากพ่อค
อิ่งอีและองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณประตูเรือนเห็นเสือขาวปรากฏตัวกะทันหัน พวกเขารีบชักดาบออกจากฝักและพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าหานจื่อเยว่ทันที“เก็บดาบของพวกเจ้าลงไป นี่คือสัตว์เลี้ยงของข้า มันจะมาทำหน้าที่คุ้มครองเด็กๆ ทั้งสามคน” หานจื่อเยว่สั่งการด้วยเสียงเฉียบขาดอิ่งอีลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของพระชายาและเจ้าเสือขาวที่นั่งลงแทบเท้านางราวกับสุนัขเชื่องๆ เขาจึงส่งสัญญาณให้องครักษ์ทุกคนเก็บดาบหานจื่อเยว่พาเจ้าเสือขาวเดินเข้าไปในห้องโถงที่เด็กทั้งสามกำลังคลานเล่นอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ เสือขาวเดินก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า ไม่มีเสียงฝีเท้าเล็ดลอดออกมา มันก้มหัวลงดมกลิ่นทารกทีละคน ลูกชายคนโตไม่หวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เขายื่นมือป้อมๆ ไปจับจมูกสีชมพูของเสือขาว ลูกชายชายคนรองคลานเข้าไปซุกที่ขนฟูฟ่องบริเวณลำคอของมัน ส่วนน้องสาวคนเล็กส่งเสียงหัวเราะชอบใจและใช้มือตีลงบนหัวของเสือขาวเบาๆเสือขาวทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ทับร่างของเด็กน้อย ปล่อยให้เด็กทั้งสามปีนป่ายบนตัวมันอย่างตามใจ มันทำหน้าที่เป็นเบาะรองคลานและพี่เลี้ยงชั้นเลิศ หากเด็กคนใดคลานออกนอกบริเวณเสื่อ หร







