Masukนางผู้เป็นถึงอัจฉริยะทางการแพทย์ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลฉินที่ทั้งโง่เง่าและเลวร้ายกาจแห่งราชวงศ์ตงลู่หวัง ใต้หล้าล้วนกลั่นแกล้งนาง รังแกนาง ทำลายนาง! มือซ้ายถือโอสถพิษ มือขวาของนางที่ถือมีดผ่าตัด พร้อมร่างกายที่กำลังสั่นเทาไปด้วยความทรมาน เขาท่านอ๋องเจ็ดผู้มีชื่อเสียงโด่งดังภายในเมืองเหวินจิง บุรุษที่งดงามและเย็นชาประดุจเทพเซียน ทว่า กลับโหดเหี้ยมและน่ากลัวมิแพ้ยมทูตเลยสักนิด “แม่นาง หากเจ้ารักษาอาการป่วยของข้าให้หายได้แล้วไซร้ ข้าจักเป็นคนของเจ้า” "เรื่องหย่าร้างที่ตกลงกันไว้เล่า?" ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่มองไปที่บุรุษหน้าดำคล้ำที่ยังเอาแต่หลอกหลอนนางไม่ไปไหน “หย่าร้างหรือ? ข้าเพิ่งจะไปวัดเย่ว์เหล่าเพื่อขอด้ายแดงมาหนึ่งเส้น นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะลองดูว่า มันจะสามารถมัดใจแม่นางเอาไว้ได้หรือไม่?” ท่านอ๋องเจ็ดพลันค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับด้ายแดงในมือของตนเอง คู่รักใจอำมหิต ผนึกกำลังออกล้างแค้นศัตรูแล้ว
Lihat lebih banyakตู้เอ๋อร์!คำพูดของอวิ๋นจงจื่อทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงนามจริงของอ๋องหลูหยางคือหลินซูตู้ เขาเองก็เป็นบุคคลมีหน้ามีตา และมีน้อยคนนักในราชสำนักจะกล้าเอ่ยชื่อของเขาแต่อวิ๋นจงจื่อกลับเรียกเขาว่าตู้เอ๋อร์น่ะหรือ?ทุกคนรู้สึกว่าการมาในครั้งนี้ไม่เสียเปล่า เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตามทีละเหตุการณ์ ช่างน่า
นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยตอนนั้นเป็นเพราะนางต้องตาซูจิ้นก่อน และเป็นเซี่ยหลินหลางที่ขวางทางนาง จึงบีบให้นางต้องลงมือสังหารนี่ไม่ใช่ความผิดของนางเลย แล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษนางด้วย?“อนุเยี่ยนอิจฉาข้าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นางต้องคับแค้นใจแน่นอน คำพูดเหล่านั้นล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้น หลักฐานก็เป็นของปล
ครั้นซูจิ้นได้ยินคำพูดของอนุเยี่ยน ร่างกายพลันสั่นสะท้านไม่หยุดเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ช่วยเขาไว้ในเวลานั้น คือ คืออนุเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?อนุเยี่ยนอยู่เคียงข้างเขามาตลอด แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทั้งยังยอมให้ฮูหยินซูทำลายลูกของอนุเยี่ยนอีกด้วยลูกของอนุเยี่ยน...เซี่ยหลินหลาง...ทั้งหมดเป็นเพราะเขา
“ข้ากำลังถามท่านอยู่นะ ท่านฟังไม่เข้าใจหรือ?” อนุเยี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน เพิ่มขึ้นมาอีกสักคนคงไม่มีปัญหากระมัง?”อนุเยี่ยนไม่ได้ทำความเคารพ และไม่ได้ทักทายผู้ใดทว่าทุกคนกลับไม่รู้สึกว่านางล่วงเกินเลยเมื่อเทียบกับกิริยามารยาทของอนุเยี่ยนแล้ว กลับเป็นฮูหยินซูเสียอีกที่ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึก
อวี้เอ๋อร์จูงมือเด็กน้อยที่ชอบฉกฉวยประโยชน์ แล้วไปจูงจีอู๋เยียนที่ใบหน้าดำทะมึนอีก“เลิกวุ่นวายกันได้แล้ว เข้าไปกันเถอะ”พวกเขามิได้เดินเข้าทางประตูหลัก แต่เข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปในประตูบานเล็กผ่านทางตรอกนั้นแทนเด็กน้อยมองป้ายบนประตูหลักที่เขียนด้วยอักษรตัวใหญ่ไว้สามคำว่า “จวนหนิงอ๋อง”
ประมุขสกุลเซี่ยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่าตอนที่ตันชิงอายุแปดขวบ เซี่ยหมิ่นส่งเขามา โดยให้เหตุผลว่าเด็กคนนั้นป่วยมาตลอด เพิ่งจะหายดีเมื่อไม่กี่ปีเอง”“เพราะเด็กคนนั้นฉลาด งดงาม และพูดจาไพเราะ แม้จะไม่เป็นไปตามกฎ แต่ข้าก็ไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และตัดสินใจเก็บเขาไว้ สุดท้ายเขาก็ฉายแววโดดเด่นออกม
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินเข้าไปหาฮ่องเต้พร้อมรอยยิ้ม “เสด็จพ่อ พระองค์รออยู่ที่นี่นานมากแล้ว คงเหนื่อยมากล่ะสิเพคะ กระหายน้ำหรือไม่? ลูกนำน้ำชามาด้วยนะเพคะ”ฮ่องเต้มองนางด้วยความสงสัยเหตุใดหญิงสาวผู้นี้ถึงพยายามเอาใจเขาแทนที่จะดูแลองค์หญิงชิงอิน?“เสด็จพ่อ ลูกจะนวดพระขนองให้พระองค์นะเพคะ”“เสด็จพ่อ พระอง
“จักลองดูหรือไม่?” “ยัยหนู ช่วงนี้เจ้าหาญกล้าขึ้นมากนะ” ตงฟางหลีจับมือของฉินเหยี่ยนเย่ว์เอาไว้ ก่อนจะดึงเข็มเงินที่อยู่ในมือนางออก “ผู้ใดมอบความกล้าให้เจ้ากัน?” “เฮยตั้นให้มา เฮยตั้น ข่วนเขาเลย!” “เหมียว” เฮยตั้นที่ได้ยินนั้น พลันลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทีเกลียจคร้าน เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของตงฟาง


















Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak