로그인หานจื่อเยว่แพทย์ทหารมากความสามารถทั้งด้านการแพทย์ที่เก่งกาจจากยุคปัจจุบัน ที่ตายระหว่างติดตามทหารหน่วยรบพิเศษออกไปปฏิบัติหน้าที่ จึงทำให้วิญญาณของเธอเดินทางข้ามเวลาไปในโลกคู่ขนานยุคโบราณในราชวงศ์ต้าฉี วิญญาณของเธอได้มาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อแซ่เดียวกันที่ตายเพราะถูกเหอซินอี๋น้องสาวของเหอหลิงเฟิงผลักตกแม่น้ำเพราะมีปากเสียงกัน หานจื่อเยว่ในยุคโบราณนั้นเกิดในครอบครัวชาวนามีบิดาเป็นซิ่วไฉ ซึ่งสอบไม่ผ่านจวี่เหริน หานเยี่ยนโจวได้อาศัยตำแหน่งซิ่วไฉของเขา เปิดโรงเรียนส่วนตัว สอนหนังสือให้เก็บเด็กๆในหมู่บ้านชิงซานและหมู่บ้านข้างเคียง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูกๆทั้งสี่คน หานจื่อเยว่เป็นบุตรสาวคนโต และมีสัญญาหมั้นหมายกับเหอหลิงเฟิง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหานเยี่ยนโจว หลังจากที่เหอหลิงเฟิงสอบผ่านและได้ตำแหน่งทั่นฮวาเขาได้เข้าไปอยู่ในสำนักฮั่นหลินและได้แต่งงานกับลูกสาวของรองเจ้ากรมพิธีการ หลังจากนั้นเขาก็กลับมาบ้านเกิดและถอนหมั้นกับหานจื่อเยว่เดิมทีหานหลิงเฟิงคิดว่าหานจื่อเยว่จะร้องไห้ฟูมฟายและไม่ยอมถอนหมั้น แต่สิ่งที่เหอหลิงเฟิงคิดนั้นผิดเพราะหานจื่อเยว่คนนี้ หาใช่หานจื่อเยว่คนเดิม นางไม่ได้สนใจในตัวเหอหลิงเฟิงทั้งยังเกลียดบุรุษเช่นเหอหลิงเฟิงเป็นที่สุด นางเพียงพูดออกมาประโยคเดียวเท่านั้น “ข้าหวังว่าท่านจะไม่เสียใจในภายหลัง”
더 보기หานเยี่ยนโจวและหลินซือหลิงอายุมากขึ้น พวกเขาหยุดทำหน้าที่อาจารย์ พวกเขาพักผ่อนที่เรือนเดิมในหมู่บ้านชิงซาน พวกเขาปลูกผักและเลี้ยงไก่ พวกเขาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบหานจื่อเยว่และมู่หรงจิ่งเทียนเห็นว่าทุกอย่างมั่นคงแล้ว พวกเขาตัดสินใจวางมือจากหน้าที่ทั้งหมด ยามซื่อ หานจื่อเยว่เรียกมู่หรงจิ่งเถียนมาที่ห้องบัญชี นางมอบกุญแจห้องบัญชีและตราประทับตระกูลหานให้มู่หรงจิ่งเถียน นางมอบหมายให้มู่หรงจิ่งเถียนดูแลกิจการทั้งหมด มู่หรงจิ่งเถียนรับกุญแจและตราประทับ นางรับปากว่าจะดูแลกิจการให้ดีที่สุดมู่หรงจิ่งเทียนเขียนจดหมายส่งไปที่ค่ายทหาร เขามอบป้ายคำสั่งทางทหารให้หานอี้เฉินและมู่หรงจิ่งฉี เขามอบอำนาจคุมกองทัพให้พวกเขาสองคนเด็ดขาด เขาไม่เข้าไปก้าวก่ายการทหารอีกยามเว่ย มู่หรงจิ่งเทียนและหานจื่อเยว่เก็บเสื้อผ้าใส่หีบ พวกเขาให้บ่าวรับใช้ยกหีบขึ้นรถม้า หานอีและอิ่งอีทำหน้าที่บังคับรถม้าและเป็นผู้คุ้มกันเช่นเดิม พวกเขาเดินทางออกจากหมู่บ้านชิงซาน มุ่งหน้าไปที่จ้วงซีแห่งใหม่ที่มีบ่อน้ำพุร้อน พวกเขาย้ายไปอยู่ที่เรือนน้ำพุร้อนเป็นการถาวรชีวิตที่เรือนน้ำพุร้อนเรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ยามเหม่า หานจื่อเยว่สว
มู่หรงจิ่งเทียนบอกให้นางทำเร็วขึ้น หานจื่อเยว่เร่งจังหวะการขย่มให้เร็วขึ้น นางหมุนเอวและบดเบียดสะโพกลงมา มู่หรงจิ่งเทียนยกสะโพกสวนกระแทกขึ้นไปรับแรงของนาง การเสียดสีรุนแรงขึ้น หานจื่อเยว่ส่งเสียงครางดัง นางขย่มเขาอย่างต่อเนื่อง ช่องทางรักของนางรัดแก่นกายของเขาแน่นขึ้น หานจื่อเยว่บอกว่านางทนไม่ไหวแล้ว นางเร่งความเร็วในการขย่มอีกสิบครั้ง ร่างกายของนางกระตุกเกร็ง นางปลดปล่อยน้ำหวานออกมา มู่หรงจิ่งเทียนจับเอวของนาง เขาออกแรงกระแทกสวนขึ้นไปอย่างแรงสามครั้ง เขาส่งเสียงคราง เขาปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในร่างกายของนาง หานจื่อเยว่ทิ้งตัวลงนอนทับหน้าอกของเขา นางหอบหายใจ มู่หรงจิ่งเทียนลูบแผ่นหลังของนาง เขายิ้มด้วยความพอใจเช้าวันที่สอง มู่หรงจิ่งเทียนตื่นขึ้นมา เขาเดินไปที่ห้องครัว เขาทำข้าวต้ม เขาหั่นเนื้อปลาเค็ม เขาทอดปลาเค็ม เขาทำไข่เจียว เขาเรียกหานจื่อเยว่มากินข้าว พวกเขากินข้าวเช้าด้วยกัน เมื่อกินเสร็จเขาล้างจานชาม เขาเดินกลับมาที่ห้องโถง เขาอุ้มหานจื่อเยว่ไปที่โต๊ะไม้กลางห้องโถง เขาวางนางลงบนโต๊ะ เขาจับนางแยกขาออก เขาถอดกางเกงของนาง เขาถอดกางเกงของเขา เขาสอดแก่นกายเข้าไปในช่องทางรักของนาง เขา
หานจื่อเยว่ยิ้มและหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา ค่ำคืนที่เร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนยิ่งลึกซึ้งและแนบแน่นขึ้น ความสงบสุขในครอบครัวดำเนินต่อไปพร้อมกับความหวังที่จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในเร็ววันมู่หรงจิ่งเทียนต้องการร่วมหลับนอนกับหานจื่อเยว่ เขาพยายามหาโอกาสใกล้ชิดกับนางหลายครั้ง ยามค่ำคืนในห้องนอน มู่หรงจิ่งเทียนดึงร่างของหานจื่อเยว่เข้ามากอด เขาก้มหน้าลงจูบที่ซอกคอของนาง เขากำลังจะถอดเสื้อผ้าของนาง ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออก มู่หรงจิ่งฉีเดินเข้ามาในห้อง มู่หรงจิ่งฉีถือดาบไม้ในมือ เขาบอกให้บิดาดูท่าดาบของเขา มู่หรงจิ่งเทียนต้องหยุดการกระทำ เขาต้องเดินไปดูมู่หรงจิ่งฉีแกว่งดาบคืนต่อมา มู่หรงจิ่งเทียนอุ้มหานจื่อเยว่ไปวางบนเตียง เขากำลังจะจูบนาง เสียงเคาะประตูดังขึ้น มู่หรงจิ่งอันเปิดประตูเดินเข้ามา มู่หรงจิ่งอันถือตำราในมือ เขาบอกว่าเขาอ่านตัวอักษรไม่ออก เขาขอให้มารดาสอนตัวอักษร หานจื่อเยว่ผลักอกมู่หรงจิ่งเทียนออก นางเดินไปสอนตัวอักษรให้บุตรชาย มู่หรงจิ่งเทียนต้องนอนรออยู่บนเตียงอีกวันหนึ่งในยามกลางวัน มู่หรงจิ่งเทียนดึงหานจื่อเยว่เข้าไปในห้องทำงาน เขาปิดประตู เขาจูบริมฝีปากขอ
มู่หรงจิ่งฉีมีนิสัยต่างจากน้องชาย เขาไม่ชอบนั่งนิ่งเป็นเวลานาน เขาเรียนรู้และจดจำตัวอักษรได้เร็ว แต่เมื่อท่องจำเสร็จแล้วเขาจะเริ่มเบื่อหน่าย มู่หรงจิ่งฉีชอบซ่อนกิ่งไม้เล็กๆ ไว้ในแขนเสื้อ เมื่อหานเยี่ยนโจวหันไปเขียนกระดาน มู่หรงจิ่งฉีจะนำกิ่งไม้ออกมาแกว่งเล่นใต้โต๊ะเหมือนกำลังฝึกกระบวนท่าดาบ หานเยี่ยนโจวรู้พฤติกรรมของหลานชาย แต่ตราบใดที่มู่หรงจิ่งฉีทำข้อสอบและท่องตำราได้ หานเยี่ยนโจวก็ปล่อยผ่านและไม่ลงโทษทางด้านมู่หรงจิ่งเถียน น้องสาวคนเล็กนั้นการที่อดทนนั่งเรียนจนจบในแต่ละวันถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วส่วนมากนางใช้เวลาทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนอยู่ที่เรือนริมแม่น้ำ ผู้ที่คอยตามใจและเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของนางคือเสือขาวตัวใหญ่ เสือขาวมีขนาดตัวใหญ่กว่าเดิม มันทำหน้าที่พามู่หรงจิ่งเถียนไปทุกที่ วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนมู่หรงจิ่งเถียนกินขนมเสร็จ นางเดินไปหาเสือขาวที่นอนหมอบอยู่ลานหน้าเรือน นางปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเสือขาวและใช้มือจับขนคอของมัน “ไปที่ลำธารหลังเรือน ข้าอยากจับปลา” มู่หรงจิ่งเถียนบอกเสือขาว เสือขาวลุกขึ้นและเดินพานางตรงไปที่ลำธาร มันเดินลัดเลาะกอหญ้าอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงลำธาร มู











