LOGIN"กันต์" ดาเอ่ยชื่อขึ้นอย่างตกใจ หลังจากเห็นใบหน้าของเจ้ากรรมนายเวรคนเก่า
"เธอมาทำอะไรที่นี่!" กันต์เจ้าของชื่อรีบเดินเข้ามาโวยวายใส่ดาทันที
"มาทำงานสิถามได้" ดาตอบกลับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก เธอเองก็หัวเสียพอ ๆ กับคนตั้งคำถาม
ไม่นานก็มีหญิงสาวนางหนึ่ง หน้าตาจิ้มลิ่มน่ารักตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ ๆ
"สวัสดีค่ะ ชื่อนินะคะ เป็นแฟนของกันต์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เธอแนะนำตัวเองเสร็จ ทั้งที่ยังไม่มีใครถาม กันต์เลยถอยห่างจากดาไปหานิ เขาเริ่มเลิกลั่กทำตัวไม่ถูก
"สวัสดีค่ะ ชื่อดา เป็นแฟนเก่าของกันต์ค่ะ" ดาแนะนำตัวเองเสียงดัง เธอทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่โรงอาหาร ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน จากนั้นก็มีเสียงซุบซิบของบรรดาขาเม้าท์ตามมาไม่หยุด ดารู้สึกสนุกที่ทำให้กันต์อดีตแฟนเก่าของเธอต้องปวดหัวที่ขมับตุ้บ ๆ เพราะเขาทั้งโดนเป็นเป้าให้คนทั้งโรงอาหารพูดถึง และยังโดนแฟนคนปัจจุบันทำตาดุใสเพราะฤทธิ์ของความหึงอีกด้วย
"ขอตัวก่อนนะคะ" ดาไม่สนใจระเบิดลูกใหญ่ที่เธอทิ้งไว้ ทั้งยังปลีกตัวไปแบบเนียน ๆ ดารู้สึกดีใจที่ได้เอาคืนแฟนเก่าของเธอบ้าง เพราะเขาทิ้งเธอไปหาผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งก็คือนิพนักงานที่เพิ่งเรียนจบมาไม่เพียงกี่เดือน โดยเขาให้เหตุผลว่า เวลาว่างของเธอกับเขาไม่ค่อยตรงกัน
เธอมันยัยจอมมารร้ายชัด ๆ ดีแล้วที่เลิกกัน
กันต์ได้้แต่แอบคิดในใจด้วยความขุ่นเคือง
ดามานั่งกินข้าวคนเดียวอยู่ที่โต๊ะในมุมหนึ่งของโรงอาหาร สายตาหลายคู่จ้องมองมาที่เธอสลับกับมองไปที่กันต์และนิ ซึ่งทั้งคู่เริ่มจะมีปากเสียงใส่กันบ้างแล้ว แต่ก็โดนกลบด้วยเสียงเซ็งแซ่ของพนักงานคนอื่น ๆ ที่ได้ประเด็นใหม่ไปคุยกันอย่างสนุกปาก ดาชักเริ่มรู้สึกอึดอัดนิด ๆ เธอมักจะทำอะไรรวดเร็วโดยไม่ทันได้คิดเสมอ
ความจริงดาก็ไม่ได้อยากเป็นจุดสนใจตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานสักเท่าไหร่ แต่เหตุการณ์มันพาไป เธอยังรู้สึกโกรธกันต์ที่ทิ้งเธอไปหาแฟนใหม่ แถมบอกเลิกในโทรศัพท์อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดไม่กี่อย่างในชีวิตของเธอที่ต้องจารึกไว้
จู่ ๆ ก็มีข้าวจานหนึ่งมาวางอยู่ตรงหน้าเธอ ดาเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับริทหัวหน้าสุดเคี่ยวของเธอ ทันทีที่เขาปรากฎตัวเข้ามาในโรงอาหาร เสียงนินทาก็ค่อย ๆ เงียบลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะทำให้ดาหายอึดอัดด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่ริทก็คืออีกคนหนึ่งที่ทำให้เธอต้องอึดอัดอีกเช่นกัน
"อาหารอร่อยไหม" ริทถามตามมรรยาท พลางนั่งลงตรงข้ามเธอ
"พอกินได้อยู่ค่ะหัวหน้า" ดาตอบกลับแบบรักษามรรยาท ข้าวกะเพราะไก่ไข่ดาวมันธรรมดาจะตายไป จะอร่อยตรงไหนกัน
"ถ้าไม่ชอบรสชาติของที่นี่ ก็ออกไปกินข้างนอกได้ แต่ต้องมาให้ทันเวลาเข้างาน" ริทบอกดา
"รับทราบค่ะหัวหน้า" ดาตอบกลับแบบเกร็ง ๆ
สักพักก็มีคนมาเสิร์ฟอาหารให้เขาถึงที่ ริทหยิบช้อนส้อมขึ้นมาจากจาน และเริ่มรับประทานอาหารด้วยมาดผู้ดี ริทเคี้ยวอาหารในปากจนเสร็จ ก็พูดกับดาต่อว่า
"เวลาพักหรือเลิกงานไม่ต้องทำตัวเป็นทางการก็ได้" ริทพูด
"หัวหน้าแน่ใจนะคะ" ดาถามริทกลับแทนคำตอบ
"แล้วเธอเป็นคนยังไงล่ะ" ริทถามต่อ
"เป็นคนที่แค้นฝังหุ่นค่ะ" ดาตอบเสียงแข็ง ริทขำเล็กน้อยก่อนพูดต่อว่า
"หมายถึงแฟนเก่าเธอนะเหรอ"
"ได้ยินแล้วสินะคะ" ดาพูดเสียงเบา หน้าเธอแอบเศร้าลงเล็กน้อย
ริทเริ่มรู้สึกเห็นใจดาขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับที่เธอต้องทำงานชดเชยรายได้ที่เสียไป ทั้งสองต่างไม่พูดอะไรกันมากนัก ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวกันต่อไปจนเสร็จ เมื่อริทเห็นดารวบช้อนส้อม เขาก็บอกเธอว่าให้อัปเดตเรื่องงานเข้าอีเมลของเขา ถ้ามีปัญหาอะไรไม่เข้าใจตรงไหน ก็ให้ถามเขาได้ทันที หรือถ้าตอนนั้นเขาไม่ว่างก็ให้ไปถามเลขา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มดูจริงจังเป็นการเป็นงานขึ้นมา จนดาต้องทักว่า
"ไหนบอกว่านอกเวลาทำงานให้ทำตัวตามสบายไงคะ” นี่ยังไม่หมดเวลาพักเที่ยงเลยนะ ดาแอบคิดในใจ
"ฉันก็ต้องใช้เธอให้คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ต้องจ่ายหน่อยสิ" เขาหยอกกลับแทนคำตอบ
เหมือนทั้งคู่จะผ่อนคลายลงเมื่ออยู่ด้วยกัน ดาคิดว่าริทก็คงไม่เลวร้ายอะไรมากนัก เพียงแต่เป็นคนขี้เหนียวก็เท่านั้นเอง
วันแรกของการทำงานของดาหมดไปกับการโทรศัพท์ที่ดูจะไร้ค่า เพราะเหมือนไม่มีใครตอบรับกลับมาเลย ได้แต่บอกว่าขอไปพิจารณาดูก่อน หรือช่วยส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาให้หน่อย แล้วจะติดต่อกลับไป ดาถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากวางโทรศัพท์สายสุดท้าย จากนั้นเธอก็เก็บของเตรียมพร้อมจะกลับบ้าน จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทั้งวันไม่มีคนโทรมาเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้
[อย่าเพิ่งกลับ ผมมีงานบางอย่างให้คุณศึกษาต่อ]
เสียงปลายสายจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากริท หัวหน้าของเธอนั่นเอง เมื่อดาได้ยินดังนั้นก็ตอบรับตามหน้าที่ แต่เธอคงต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่า... ‘หัวหน้าของเธอคงไม่เลวร้ายอะไรมากนัก’ เพราะอาจจะเป็นความคิดที่ผิดก็ได้
ตอนนี้ดานั่งอยู่ในรถคันเดียวกับหัวหน้า เพราะเขากำลังจะพาเธอไปกินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน แต่แผนเกือบล่มเพราะรถติดมาก ทั้งสองหิวข้าวจนเริ่มทนไม่ไหว เปลี่ยนใจไม่เลือกร้าน กินตามข้างทางหรือที่ไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุดในเวลานี้"นั่นไง ๆ ร้านข้าว" ดาชี้นิ้วไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ท่าทางของเธอดีใจเหมือนถูกหวย"ฉันเห็นแล้ว แต่นั่นมันร้านเหล้าต่างหาก" ริทอธิบาย"ร้านอะไรก็ได้นะตอนนี้ ขอให้มีของกินเถอะ" ดาไม่สนใจแล้ว เธอหิวจนหน้ามืดตาลาย (คล้ายจะเป็นลม แต่ยาดมไม่มี)"โอเค ๆ เดี๋ยวเลี้ยวเข้าไป" ริทตอบรับอย่างเสียไม่ได้หลังจอดรถเสร็จดาก็เริ่มเปิดประตูออกมาจากรถทันที เธอเดินตรงดิ่งไปนั่งลงบนโต๊ะที่ว่างด้านใน พลางโบกมือเรียกริทหยอย ๆ ริทแอบอมยิ้มแล้วขำนิดนึง เพราะท่าทางของดาดูเหมือนเด็กเพิ่งเคยออกจากบ้าน ทั้งสองนั่งลงบนโต๊ะและหยิบเมนูขึ้นมาอ่าน อาหารร้านเหล้าส่วนใหญ่ก็เป็นกับแกล้มทั้งนั้น สิ่งที่พอจะกินได้ก็มีแต่ข้าวผัดกับปีกไก่ทอด ดาพยายามเปิดหาเมนูในหน้าถัดไป แต่ก็ไม่มีอะไรที่ดูจะอิ่มเท่ากับสองอย่างนี้แล้ว"เมนูข้าวน้อยจัง" ดาบ่นอุบอิบ หลังจากสั่งอาหารไปเสร็จเรียบร้อย"ฉันบอกเธอแล้วไงว่าที่นี่ร้านเหล้า
กันต์ดึงโน้ตเจ้าปัญหาแผ่นนั้นทิ้ง แล้วเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะทำงานของดาทันที"ทำแบบนี้เธอต้องการอะไร" กันต์ถามขึ้น พยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้"เปล่านี่ ฉันไม่ได้ทำอะไร" ดาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ แล้วทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้ พลางก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป"เธอจงใจแกล้งกันเห็น ๆ " กันต์โวยวายเสียงเบา พอให้เขากับดาได้ยิน เพราะไม่อยากให้ถูกใครเอาไปซุบซิบนินทากันอีก"ถ้านายจะคิดยังงั้น ก็ช่วยไม่ได้" ดาตอบกลับแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว"เธอมันนางมารร้ายชัด ๆ " กันต์พูดจบก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงอารมณ์เสียกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขาดาแอบขำเล็ก ๆ ที่ได้แกล้งแฟนเก่าสำเร็จ แต่เธอไม่ได้สังเกตเห็นสายตาที่มองผ่านห้องกระจกมาด้วยความตำหนิ ริทได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกในห้องของเขา ยังไงดาก็มีส่วนทำให้เรื่องนี้บานปลายอย่างแน่นอนหลังเลิกงานริทเรียกดาเขามาที่ห้องทำงานของเขาอีกครั้ง พร้อมต่อว่าการกระทำของเธอ เหมือนจงใจเปิดประเด็นตัวเองให้คนในออฟฟิศไปนินทาเล่น"เธอทำแบบนั้นลงไป รู้ไหมคนที่จะโดนพูดถึงมากที่สุดก็คือตัวเธอเอง คนอื่นเขาจะคิดว่าเธอเรียกร้องความเห็นใจ" ริทเตือนดา"ยังไงดาก็ถูกนินทาอยู่แล้ว ก็แค่อยากให้คนต้นเหตุ
วันนี้ดาตื่นสายกว่าปกติ เพราะเมื่อคืนเธอมัวแต่นั่งอ่านรายละเอียดเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทจนนอนดึก เนื่องจากริทให้แฟ้มงานเธอไปทำความเข้าใจสินค้า เพื่อให้เก็บรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วน และจะได้นำไปเสนองานให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองดาเดินงัวเงียเข้ามาในออฟฟิศ สิ่งแรกที่เจอคือภาพสวีทหวานแหว๋วของยัยนิกับนายกันต์อดีตแฟนเก่าของเธอ ซึ่งช่วยกระตุ้นโสตประสาทให้ตื่นขึ้นเป็นอย่างดี เธอรู้สึกเลี่ยนกับภาพตรงหน้าที่ทั้งสองหยอกล้อกันไปมาตรงหน้าประตูทางเข้า"ช่วยหลีกทางด้วย" เสียงดาพูดขึ้นจากข้างหลังสองคนนั้น ทั้งสองจึงหันมามองหน้าดาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่กันต์จะผงะถอยไปในทันที เหมือนโดนน้ำร้อนลวกใส่ดาเดินหน้าบึ้งเข้าประตูไปอย่างอารมณ์เสีย เธอไม่ได้ยังมีเยื่อใยอยู่กับนายกันต์แต่อย่างใด ออกจะไม่ชอบขี้หน้าเสียด้วยซ้ำ แต่เธอไม่พอใจที่กันต์กำลังมีความสุขหลังจากที่ทิ้งเธอไปคบกับคนใหม่ ในขณะที่ชีวิตเธอเจอแต่มรสุมหลายลูกพัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน"สวัสดีค่ะคุณดา เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ" เลขาหน้าห้องริทถามด้วยความสุภาพตามมรรยาท"หลับสบายดีค่ะ" ดาตอบกลับตามมรรยาทเช่นกัน เธอยิ้มน้อย ๆ พอเป็นพิธี ความจริงในใจ
"กันต์" ดาเอ่ยชื่อขึ้นอย่างตกใจ หลังจากเห็นใบหน้าของเจ้ากรรมนายเวรคนเก่า"เธอมาทำอะไรที่นี่!" กันต์เจ้าของชื่อรีบเดินเข้ามาโวยวายใส่ดาทันที"มาทำงานสิถามได้" ดาตอบกลับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก เธอเองก็หัวเสียพอ ๆ กับคนตั้งคำถามไม่นานก็มีหญิงสาวนางหนึ่ง หน้าตาจิ้มลิ่มน่ารักตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ ๆ"สวัสดีค่ะ ชื่อนินะคะ เป็นแฟนของกันต์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เธอแนะนำตัวเองเสร็จ ทั้งที่ยังไม่มีใครถาม กันต์เลยถอยห่างจากดาไปหานิ เขาเริ่มเลิกลั่กทำตัวไม่ถูก"สวัสดีค่ะ ชื่อดา เป็นแฟนเก่าของกันต์ค่ะ" ดาแนะนำตัวเองเสียงดัง เธอทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่โรงอาหาร ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน จากนั้นก็มีเสียงซุบซิบของบรรดาขาเม้าท์ตามมาไม่หยุด ดารู้สึกสนุกที่ทำให้กันต์อดีตแฟนเก่าของเธอต้องปวดหัวที่ขมับตุ้บ ๆ เพราะเขาทั้งโดนเป็นเป้าให้คนทั้งโรงอาหารพูดถึง และยังโดนแฟนคนปัจจุบันทำตาดุใสเพราะฤทธิ์ของความหึงอีกด้วย"ขอตัวก่อนนะคะ" ดาไม่สนใจระเบิดลูกใหญ่ที่เธอทิ้งไว้ ทั้งยังปลีกตัวไปแบบเนียน ๆ ดารู้สึกดีใจที่ได้เอาคืนแฟนเก่าของเธอบ้าง เพราะเขาทิ้งเธอไปหาผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งก็คือนิพนักงานที่เพิ่งเรียนจบมาไม่เพ
แม่ต้องโดนกล่อมมาแน่ ๆ ถึงเห็นดีเห็นงามไปกับข้อเสนอบ้า ๆ นั่น ถ้าไม่ติดว่าร้านกาแฟที่ฉันทำมันเจ๊งนะ ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีวันเห็นด้วยกับข้อเสนอแกมบังคับเยี่ยงทาสแบบนี้หรอกดาคิดอยู่ในใจขณะที่เธอยืนอยู่หน้าออฟฟิศบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ของนายริทธิกร ผู้ที่จะกลายมาเป็นหัวหน้าและผู้บงการชีวิตเธออีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ เธอจำใจต้องยอมรับข้อเสนอนั้น เพราะโดนแม่บังคับมาอีกที แล้วตอนนี้เธอก็ไม่มีรายได้อะไรเข้ามาเลยด้วย ดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกระตุ้นพลังใจในตัวเองออกมา ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป เตรียมพร้อมจะไปรบกับหัวหน้าคนใหม่เธอพบกับผู้หญิงคนเดิมที่มาหาเธอในวันที่เกิดเหตุ ผู้หญิงคนนั้นก็คือเลขาที่นั่งประจำอยู่ที่หน้าห้องนายริทธิกรนั่นเอง เมื่อหล่อนเห็นดา ก็ยิ้มและพูดทักทายด้วยความสุภาพ ก่อนจะเชิญดาเข้าไปในห้องผู้บริหาร ซึ่งมีว่าที่หัวหน้าของดารออยู่ริทธิกรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา กำลังวุ่นอยู่กับเอกสารตรงหน้า เขาเหลือบตาขึ้นมามองผู้มาเยือนที่เพิ่งผลักประตูเข้าไป เมื่อเขาเห็นว่าเป็นดา เขาก็หยุดทำงานทุกอย่างทันที จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นการต้อนรับดาด้วยสีหน้านิ่งเป็นปกติ เหมือนว่าเธอเป็
รถยนต์สองคันพุ่งชนกันอย่างแรง ฝากระโปรงด้านหน้ารถของ ‘ดา’ ยุบไปเกือบครึ่ง หัวของเธอกระแทกกับกระจกที่แตกออกมา ทำให้มีเลือดไหลอาบแก้มข้างหนึ่ง ดาสลบไปในทันทีส่วนรถยนต์หรูอีกคันหนึ่งก็สภาพยับเยินไม่ต่างกัน กันชนยุบ ฝากระโปรงเปิดแบบบู้บี้ ไม่เหลือเค้าเดิมของรถหรูแต่อย่างใด และคนภายในรถก็กำลังเจ็บหนักเช่นกัน ขาข้างหนึ่งของคนขับติดอยู่ในรถ ขยับออกไม่ได้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือคนข้างหลังที่นั่งมาด้วยหน้าทิ่มไปกระแทกแท่นเกียร์เต็ม ๆ เพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย เวลาผ่านไปไม่นานรถพยาบาลก็มา เจ้าหน้าที่ต่างพาคนเจ็บออกจากรถทั้งสองคันไปที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกัน เพราะอยู่ใกล้ที่สุด แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน จนผู้บาดเจ็บทั้งหมดพ้นขีดอันตรายดาตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง เธอรู้สึกเวียนหัวและเจ็บจี๊ดตรงแผลที่เพิ่งเย็บไป ในห้องของเธอมีเพียงเพื่อนคนสำคัญนั่งอยู่ที่โซฟา พอ ‘น้ำ’ เหลือบมาเห็นดาที่ลืมตาขึ้นมาแล้ว ก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นทันที"เฮ้ยแก เป็นยังไงบ้างเนี่ย" น้ำรีบถามไถ่อาการเพื่อนด้วยความเป็นห่วง"แย่อ่ะ เจ็บหัว" ดาพูดเสร็จก็ย่นคิ้วขึ้น และทำหน้าเหยเก พลางเอามือจับที่หัวเบา ๆ"โอ๊ยเพื่อนฉัน ไปทำอีท่







