LOGINแม่ต้องโดนกล่อมมาแน่ ๆ ถึงเห็นดีเห็นงามไปกับข้อเสนอบ้า ๆ นั่น ถ้าไม่ติดว่าร้านกาแฟที่ฉันทำมันเจ๊งนะ ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีวันเห็นด้วยกับข้อเสนอแกมบังคับเยี่ยงทาสแบบนี้หรอก
ดาคิดอยู่ในใจขณะที่เธอยืนอยู่หน้าออฟฟิศบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ของนายริทธิกร ผู้ที่จะกลายมาเป็นหัวหน้าและผู้บงการชีวิตเธออีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ เธอจำใจต้องยอมรับข้อเสนอนั้น เพราะโดนแม่บังคับมาอีกที แล้วตอนนี้เธอก็ไม่มีรายได้อะไรเข้ามาเลยด้วย ดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกระตุ้นพลังใจในตัวเองออกมา ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป เตรียมพร้อมจะไปรบกับหัวหน้าคนใหม่
เธอพบกับผู้หญิงคนเดิมที่มาหาเธอในวันที่เกิดเหตุ ผู้หญิงคนนั้นก็คือเลขาที่นั่งประจำอยู่ที่หน้าห้องนายริทธิกรนั่นเอง เมื่อหล่อนเห็นดา ก็ยิ้มและพูดทักทายด้วยความสุภาพ ก่อนจะเชิญดาเข้าไปในห้องผู้บริหาร ซึ่งมีว่าที่หัวหน้าของดารออยู่
ริทธิกรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา กำลังวุ่นอยู่กับเอกสารตรงหน้า เขาเหลือบตาขึ้นมามองผู้มาเยือนที่เพิ่งผลักประตูเข้าไป เมื่อเขาเห็นว่าเป็นดา เขาก็หยุดทำงานทุกอย่างทันที จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นการต้อนรับดาด้วยสีหน้านิ่งเป็นปกติ เหมือนว่าเธอเป็นแค่พนักงานคนใหม่มาให้สัมภาษณ์
ดาทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ และพูดทักทายไปอย่างตะกุกตะกัก เพราะเธอห่างหายจากการสัมภาษณ์งานมานานนับปี อีกทั้งยังไม่ถูกชะตากับนายริทธิกรคนนี้อีกด้วย
"สะ...สวัสดี...ค่ะ" เสียงอันแผ่วเบาลอดออกมาจากไร้ฟัน จนคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามเกือบจะต้องเงี่ยหูฟัง
"สวัสดีครับคุณดาวิกา เชิญนั่ง" ริทธิกรพูดคล่องปรื๋อเหมือนเตรียมตัวมานานแล้ว
ดาได้แต่พยักหน้ารับและนั่งลงไปที่เก้าอี้ อีกฝ่ายไม่พูดอะไรมาก เขายื่นสัญญาจ้างงานให้ดาเซ็น ในนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามเธอลาออกจนกว่าจะเสนองานกับลูกค้ารายใหม่สำเร็จ หากออกก่อนหน้านั้นจะต้องโดนจ่ายค่าปรับเป็น 2 เท่าของเงินเดือน
"นี่คุณ มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอ ทั้งข้อเสนอและสัญญานี้ คิดว่าฉันอยากขับรถชนคุณนักรึไง" ดาหมดความอดทน ความคับข้องใจของเธอจึงปะทุออกมาผ่านคำพูด
"ถ้าเทียบกับสิ่งที่บริษัทควรจะได้ นับว่าคุ้มค่า" ริทพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาดูนิ่งเฉยไร้อารมณ์
"คุณควรจะเห็นแก่คนอื่นบ้าง ไม่ใช่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองฝ่ายเดียว" ดาโต้แย้งกลับด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
"สิ่งที่ผมทำคือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของบริษัท ผมมีพนักงานหลายคนที่ต้องจ่ายเงินเดือนทุกเดือน รวมทั้งคุณด้วย ถ้าเราหาลูกค้ารายใหม่ไม่ได้ บัญชีคงได้ติดตัวแดงอีกเป็นแน่ และทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบ"
บริหารไม่ดีมากกว่า
ดาคิดในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกไป เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะกลั้นใจเซ็นชื่อตัวเองลงไปในสัญญา เพราะยังไงเธอก็มาถึงที่นี่แล้ว มีแต่จะต้องตามน้ำต่อไป
"ต่อไปนี้คุณต้องเรียกผมว่าหัวหน้านะ" ริทพูดขึ้นหลังจากที่ดาเซ็นสัญญาเสร็จ
"ค่ะ" ดาตอบรับสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงแข็ง เพราะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่
ริทให้เลขาพาดาไปที่โต๊ะทำงานของเธอ ซึ่งถูกเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหนึ่งตัว กับโทรศัพท์สำนักงาน และเก้าอี้ล้อเลื่อน เธอทิ้งตัวนั่งลงอย่างหมดอารมณ์ ก่อนจะเปิดดูอีเมลเกี่ยวกับรายละเอียดของการทำงานที่นี่
ธุรกิจของนายริทธกรเป็นบริษัทจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดี แต่ราคาถูก เพราะเน้นขายให้แต่รายใหญ่อย่างเจ้าของโรงแรม ที่พัก คอนโด บ้านจัดสรร อพาร์ตเมนต์ต่าง ๆ เลยต้องหาลูกค้ารายใหม่อยู่เสมอ ดาอยู่ฝ่ายจัดหาและดีลงานกับลูกค้า ซึ่งต้องออกไปพบลูกค้ารายใหม่ ๆ และบางทีก็ต้องออกต่างจังหวัด ซึ่งในสัญญาก็ได้บอกไว้หมดแล้ว แต่พอดามาอ่านซ้ำอีกที ก็ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีก เพราะเป็นงานที่ต้องจำใจทำ
พอเธออ่านเนื้อหาจนจบก็เปิดแฟ้มงานที่เลขาของริทให้มา ในนั้นมีรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่ต่าง ๆ ที่กำลังมีโครงการจะสร้างใหม่ในอีกไม่ช้านี้ เธอต้องรีบโทรไปดีลงานให้ได้ก่อนที่บริษัทอื่นจะมาแย่งชิงไป และอาจจะต้องหาเพิ่มเติมอีก ถ้าไม่สามารถดีลงานกับลูกค้าเจ้าไหนในแฟ้มได้เลย
เวลาผ่านไปจนพักเที่ยง ดากดโทรศัพท์จนมือหงิก และพูดประโยคซ้ำ ๆ จนน้ำลายเหนียว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครสนใจดีลงานกับบริษัท เธอเริ่มท้อใจและเห็นว่าถึงเวลาพักเที่ยงพอดี จึงหยุดทำงานและลงไปกินข้าวที่โรงอาหารของบริษัท
ดาสั่งเมนูสิ้นคิดอย่างข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว เพราะสมองโดนใช้งานจนล้าไปหมดแล้ว ขอแค่มีอะไรตกถึงท้องให้อิ่มก็พอ ขณะที่เธอกำลังยืนรอข้าวที่สั่งไปอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปใครคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าของเธอพอดี ลูกกะตาเธอแทบจะทะลักออกมาจากเบ้า เพราะคนนั้นก็คือแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกับเธอไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั่นเอง
เวลาสี่ทุ่มกว่า ทั้งชั้นของออฟฟิศเงียบจนแทบได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่เหนือศีรษะ ไฟในหลายแผนกถูกปิดไปแล้ว เหลือเพียงแถวโต๊ะทำงานด้านหน้ากระจกที่ยังมีแสงสว่างอยู่เพียงไม่กี่จุดเท่านั้น ภายนอกหน้าต่างอาคารสูงของเมืองยังคงเต็มไปด้วยแสงไฟ รถยนต์วิ่งเป็นสายยาวอยู่ด้านล่าง ราวกับเมืองนี้ไม่เคยหลับใหล แต่สำหรับดาตอนนี้เธอแทบไม่รู้แล้วว่าเวลาเดินไปถึงไหน หญิงสาวนั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊กโดยมีเอกสารกองโตวางล้อมรอบ ทั้งตัวอย่างวัสดุไม้ แคตตาล็อกเฟอร์นิเจอร์ สมุดโน้ต และกระดาษที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียน เส้นผมที่เคยมัดเรียบร้อยเริ่มหลุดลงมาปรกแก้ม เสื้อเชิ้ตสีอ่อนยับเล็กน้อยจากการนั่งทำงานมาหลายชั่วโมง เธอขยับแว่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะจ้องภาพตัวอย่างออฟฟิศบนหน้าจออีกครั้ง“ถ้าตรงนี้ใช้ไม้โทนอ่อน…พื้นที่น่าจะดูกว้างขึ้น” ปลายดินสอขีดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว“แต่ถ้าลูกค้าอยากได้ลุคหรูเกินไป งบจะบาน…” ดาพึมพำกับตัวเองเหมือนคนกำลังคุยกับอีกคนหนึ่งในหัวตั้งแต่ได้รับโปรเจกต์ใหม่จากริท เธอก็เริ่มเข้าใจว่าโลกของการออกแบบภายในมันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิด แต่ก่อนเธอเคยมองว่าเฟอร์นิเจอร์เป็นแค่ของแต่งห้อง โ
ฝนตกตั้งแต่เช้ามืด เม็ดฝนกระทบกระจกอาคารสูงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้าสีเทาหม่นทำให้บรรยากาศของเช้าวันทำงานดูอึดอัดกว่าปกติ ผู้คนในออฟฟิศหลายคนเดินเข้ามาพร้อมรองเท้าที่เปียกชื้น บ้างก็บ่นเรื่องรถติด บ้างก็บ่นว่ารถไฟฟ้าคนแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ส่วนดาเธอแทบไม่ได้นอน...หญิงสาวนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แก้วกาแฟเย็นตั้งอยู่ข้างโน้ตบุ๊ก แต่ระดับน้ำแทบไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย สายตาเธอจ้องอยู่กับแบบร่างโปรเจกต์ใหม่ที่ริทมอบหมายให้ดูแลงานตกแต่งสำนักงานใหญ่ของบริษัทสตาร์ตอัปแห่งหนึ่ง เป็นโปรเจกต์ที่มีมูลค่าสูง และถ้าทำสำเร็จ บริษัทจะได้ลูกค้าระยะยาวเพิ่มอีกหลายราย“โซนประชุมควรใช้ไม้โทนอ่อน…แต่ถ้าใส่กระจกเพิ่มน่าจะดูโปร่งขึ้น…” ดาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะใช้ดินสอเขียนโน้ตลงบนแบบตั้งแต่กลับมาจากโรงงาน เธอเริ่มเข้าใจระบบงานมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องขายหรือประสานงาน แต่รวมถึงวัสดุ โครงสร้าง และขั้นตอนการผลิตจริง ๆ เธอเริ่มเห็นภาพว่าเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นกว่าจะออกมาได้ต้องผ่านอะไรบ้าง และยิ่งเข้าใจมากขึ้นเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ“เฮ้อ…” เสียงถอนหายใจเบา ๆ หลุดออกมา“ถอนหายใจแต่เช้า เดี๋ยวแก่เร็
แสงแดดยามสายส่องผ่านกระจกออฟฟิศเข้ามาเป็นเส้นยาว ๆ บนพื้นพรมสีเทา โต๊ะทำงานเรียงกันเป็นระเบียบเหมือนเดิม เสียงคีย์บอร์ดดังแทรกกับเสียงโทรศัพท์เป็นระยะ ทุกอย่างดูปกติดี แต่ในความปกตินั้นกลับมีบางอย่างที่กำลังจะไม่ปกติสำหรับเธอดานั่งลงที่โต๊ะ พร้อมวางแฟ้มเอกสารกองใหญ่ลงตรงหน้า มันคือข้อมูลจากโรงงานที่เธอเพิ่งไปดูงานมา รายละเอียดวัสดุไม้ กระบวนการผลิต เฟอร์นิเจอร์ Built-in แต่ละแบบ รวมถึงต้นทุนและระยะเวลาการผลิต“โอเค…เริ่มจากตรงไหนดีนะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆนิ้วเรียวเปิดแฟ้มทีละหน้า สายตาไล่อ่านอย่างตั้งใจ เธอจดโน้ตเพิ่มลงไปในสมุดเล่มเล็ก เขียนสรุปให้เข้าใจง่าย เธอรู้ดีว่าถ้าจะไปเสนอขายงานให้ลูกค้า เธอต้องเข้าใจจริง ไม่ใช่แค่ท่องจำเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น ดาหยิบขึ้นมารับทันที“สวัสดีค่ะ บริษัท...”[เข้ามาหาผมหน่อย] ปลายสายวางหูทันทีโดยไม่รอให้เธอตอบ“เฮ้อ…จะรีบไปไหนของเขา” ดาบ่นเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นถือแฟ้มเดินไปที่ห้องทำงานของริท“ก๊อก ก๊อก” เสียงดาเคาะประตูห้องหัวหน้าตามมารยาท“เข้ามา”ดาเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องยังคงเป็นระเบียบเหมือนเดิม โต๊ะทำงานเรียบกริบ เอกสารวางเป็นหมวดหมู่ ริ
เช้าวันทำงานวันแรกหลังกลับจากต่างจังหวัด อากาศในเมืองดูไม่ต่างจากเดิมมากนัก รถยังติดเหมือนเคย ผู้คนยังเร่งรีบ และกาแฟแก้วละเกือบร้อยก็ยังขายดีอย่างน่าประหลาด แต่สำหรับดานั้นวันนี้ไม่เหมือนทุกวัน…เธอยืนอยู่หน้าตึกออฟฟิศ สูดหายใจเข้าลึก ๆ เหมือนกำลังรวบรวมพลังบางอย่าง ก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในด้วยสีหน้าที่ดูนิ่งกว่าปกติเล็กน้อย ทั้งที่ความจริงในหัวเธอวุ่นวายไปหมดภาพเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในความคิด แสงไฟที่สะท้อนผิวน้ำ เสียงลมพัดผ่านระเบียง และภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมนอนบนโซฟาแทนเธอโดยไม่พูดอะไร“โอ๊ย หยุดคิดได้แล้ว” เธอพึมพำเบา ๆ ขณะกดลิฟต์“ติ๊ง” เสียงของลิฟต์ที่กำลังเปิดออกดังขึ้นพอดี พร้อมกับเช้าวันใหม่ที่เหมือนจะธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาสำหรับเธอทันทีที่ก้าวเข้ามาในออฟฟิศ เสียงพูดคุยจอแจของเพื่อนร่วมงานก็ลอยเข้ามาทันที บางคนกำลังเม้าท์เรื่องละครที่ดูเมื่อคืน บางคนกำลังบ่นเรื่องรถติด บางคนก็ยังงัวเงียเหมือนยังไม่ตื่นเต็มที่ แต่พอเห็นเธอเท่านั้นทุกคนก็เปลี่ยนจุดสนใจไปที่เธอทันที“เฮ้ย! ดามาแล้ว” เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่อีกหลายเสียงจะตามมาแทบจะทันที“หายไปหลายวันเลยนะ”“ไปดูงานจริงหรือไปสวี
ดายืนลังเลอยู่หน้าฟรอนต์โรงแรม มือกำกระเป๋าแน่นเล็กน้อยเหมือนกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องค้างคืนกับหัวหน้า แต่สถานการณ์ในครั้งนี้กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าปกติ“ตกลงเข้าพักครับ” ริทหันไปบอกพนักงานด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาพนักงานยิ้มรับแล้วรีบจัดการเช็กอินให้ทันที ไม่นานกุญแจห้องก็ถูกส่งมาอยู่ในมือของริท เขาหันมามองดาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เดินตามไประหว่างทางเดินไปยังห้องพัก ทั้งสองคนแทบไม่ได้พูดอะไรกันเลย บรรยากาศเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของตัวเอง ดาพยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อหลบสายตาเขา แต่ก็อดรู้สึกเกร็งไม่ได้เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นทำให้ดาแอบโล่งใจเล็กน้อย ห้องพักไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มีเตียงขนาดคิงไซส์หนึ่งเตียง โซฟาเล็ก ๆ ริมหน้าต่าง และระเบียงที่มองเห็นวิวแม่น้ำยามค่ำคืน“คุณนอนเตียงไปเถอะ ผมนอนโซฟาเอง” ริทพูดขึ้นก่อน โดยไม่ต้องรอให้เธอเอ่ยปาก“จะดีเหรอคะหัวหน้า โซฟามันแคบไปนะคะ” ดาถามด้วยความเกรงใจ“ผมโอเค คุณไม่ต้องคิดมาก” เขาตอบสั้น ๆ พร้อมวางกระเป๋าลงดาไม่ได้โต้แย้งอะไรต่อ เธอรู้ดีว่าคนอ
ดาสั่งอาหารมาแค่ 1-2 อย่าง เพราะเกรงใจที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนจ่าย ส่วนริทสั่งมาอีก 3-4 อย่าง แค่นี้ก็กินกันสองคนไม่หมดแล้ว ระหว่างรออาหารดาก็ลุกขึ้นหยิบมือถือไปถ่ายรูปบรรยากาศภายในร้านไปพลาง ๆ เธอพยายามเซลฟี่รูปตัวเอง แต่ก็เห็นภาพด้านหลังได้ไม่หมด เลยถ่ายแล้วถ่ายอีกอยู่หลายครั้ง“ผมถ่ายให้ไหม” ริทเดินเข้ามาและเอ่ยปากให้ความช่วยเหลือ“ขอบคุณมากค่ะ” ดายิ้มแห้งด้วยความเกรงใจ แต่ก็ยื่นมือถือให้เขาถ่ายรูปอย่างว่าง่าย เธอยิ้มอย่างสดใสและปรับท่าหลาย ๆ แบบให้กล้อง เพื่อที่จะได้มีรูปดี ๆ ไปโพสต์ลงโซเซียล ริทเริ่มอมยิ้มและแอบขำนิด ๆ ให้กับท่าทางของดา“ขำอะไรคะหัวหน้า” ดาทำหน้ามุ่ย เพราะการแอบขำของริททำให้เธอเสียความมั่นใจเล็กน้อย“ก็คุณโพสท่ายังกับเป็นมืออาชีพซะขนาดนั้น ผมที่เป็นตากล้องจำเป็นก็มีเกร็งกันบ้างสิ” ริทตอบโดยที่ไม่ลืมแซวดากลับ“เลิกถ่ายก็ได้ค่ะหัวหน้า ได้รูปเยอะแล้ว อาหารก็มาพอดี ไปทานกันดีกว่าค่ะ” ดาขอมือถือคืน และเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อเริ่มรับประทานอาหารมื้อค่ำ โดยมีหัวหน้าของเธอเป็นเจ้ามือ พนักงานเสิร์ฟตักข้าวใส่จานให้ของทั้งดาและริท ดารอให้ริทตักกับข้าวก่อน จากนั้นเธอค่อยตักทีหลั