Se connecterอุบัติเหตุที่นำพาโชคชะตาให้ทั้งสองมาบรรจบกัน 'ดา' ขับรถไปชนกับ 'ริท' เจ้าของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังจะไปดีลกับลูกค้ารายใหญ่ เลยเป็นเหตุให้คนที่ตกงานและอกหักความรักพังอย่างเธอต้องไปเป็นพนักงานใหม่!
Voir plusรถยนต์สองคันพุ่งชนกันอย่างแรง ฝากระโปรงด้านหน้ารถของ ‘ดา’ ยุบไปเกือบครึ่ง หัวของเธอกระแทกกับกระจกที่แตกออกมา ทำให้มีเลือดไหลอาบแก้มข้างหนึ่ง ดาสลบไปในทันที
ส่วนรถยนต์หรูอีกคันหนึ่งก็สภาพยับเยินไม่ต่างกัน กันชนยุบ ฝากระโปรงเปิดแบบบู้บี้ ไม่เหลือเค้าเดิมของรถหรูแต่อย่างใด และคนภายในรถก็กำลังเจ็บหนักเช่นกัน ขาข้างหนึ่งของคนขับติดอยู่ในรถ ขยับออกไม่ได้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือคนข้างหลังที่นั่งมาด้วยหน้าทิ่มไปกระแทกแท่นเกียร์เต็ม ๆ เพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
เวลาผ่านไปไม่นานรถพยาบาลก็มา เจ้าหน้าที่ต่างพาคนเจ็บออกจากรถทั้งสองคันไปที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกัน เพราะอยู่ใกล้ที่สุด แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน จนผู้บาดเจ็บทั้งหมดพ้นขีดอันตราย
ดาตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง เธอรู้สึกเวียนหัวและเจ็บจี๊ดตรงแผลที่เพิ่งเย็บไป ในห้องของเธอมีเพียงเพื่อนคนสำคัญนั่งอยู่ที่โซฟา พอ ‘น้ำ’ เหลือบมาเห็นดาที่ลืมตาขึ้นมาแล้ว ก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นทันที
"เฮ้ยแก เป็นยังไงบ้างเนี่ย" น้ำรีบถามไถ่อาการเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
"แย่อ่ะ เจ็บหัว" ดาพูดเสร็จก็ย่นคิ้วขึ้น และทำหน้าเหยเก พลางเอามือจับที่หัวเบา ๆ
"โอ๊ยเพื่อนฉัน ไปทำอีท่าไหนเนี่ย"
"ก็ตอนนั้นมันรีบ เลยขับเร็วไปหน่อย" ดาอธิบาย
"คราวหน้าคราวหลังก็ระวังหน่อยแล้วกัน" น้ำเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี แล้วทั้งสองก็คุยกันยาว เพราะมีเรื่องให้เล่าเพียบ เหมือนไม่ได้เจอกันนานมาเป็นสิบปี ทั้งที่เพิ่งจะเจอกันไม่กี่วันมานี้เอง
"ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตูตามมรรยาทดังขึ้น
"สงสัยแม่แกมาเยี่ยมแน่เลย" น้ำเดาว่าต้องเป็นแม่ของดาแน่ ๆ เพราะเธอเพิ่งโทรไปบอกเรื่องที่ดารถชนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
"ฉันต้องโดนแม่ด่าอีกแหง ๆ" ดาบ่นขึ้น พร้อมทั้งทำเป็นแกล้งหลับ เพื่อนสนิทก็เห็นดีด้วย จึงกลับไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิม
แต่คนที่เข้ามาไม่ใช่แม่ของดา กลับเป็นผู้หญิงใส่ชุดทำงานดูสุภาพเรียบร้อย ในมือของเธอมีซองเอกสารอยู่
"ที่อยู่บนเตียงใช่คุณ ดาวิกา เกียรติฤทัย ไหมคะ" ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยถามขึ้น
"ใช่ค่ะ ฉันเป็นเพื่อนของดาเอง" น้ำตอบรับทันที ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้มีจุดประสงค์อะไร
"ถ้าคุณดาวิกาฟื้นแล้ว รบกวนช่วยเอาเอกสารในซองนี้ให้เขาอ่านทีนะคะ" ผู้หญิงคนนั้นพูดพร้อมยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้น้ำ น้ำรับมาและพยักหน้าตอบรับอย่างงง ๆ ก่อนที่เธอคนนั้นจะเดินออกไปจากห้อง
ดาที่แกล้งนอนหลับอยู่ก็รีบลุดพรวดขึ้นมาต่อว่าน้ำทันที
"แทนที่แกจะถามเขาก่อนว่าเป็นใคร มาจากไหน ต้องการอะไร นี่แกไม่ถาม แถมยังรับเอกสารอะไรก็ไม่รู้มาอีก"
พอน้ำได้ยินอย่างนั้นก็ทำสีหน้าไม่พอใจ และยื่นซองเอกสารปริศนานั้นให้ดาแบบไม่เต็มใจ ดารับมาด้วยความร้อนรน และรีบเปิดดูเนื้อหาภายในกระดาษทันที เธอนั่งอ่านอย่างเงียบ ๆ อยู่สักพัก จนน้ำเริ่มสงสัยว่ามันคือเอกสารอะไรกันแน่
ทันทีที่ดาอ่านจบเธอขย้ำเอกสารนั้นจนยับยู่ยี่ทันที ซึ่งเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียว เธอปั้นเป็นก้อนก่อนที่จะเขวี้ยงไปที่กำแพงห้องพักผู้ป่วย
"ไอ้บ้านั้นมันเป็นใคร ถึงมีสิทธิ์อะไรมาบ่งการชีวิตฉัน" ดาตะโกนออกมาด้วยความโมโห
น้ำที่ยังไม่เข้าใจเรื่องราว รีบไปคว้ากระดาษก้อนนั้นขึ้นมาคลี่แล้วอ่านดู ใจความว่า…
ถึงคุณดาวิกา เกียรติฤทัย ผมคือคนที่คุณขับรถชนในวันนี้ และได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจนซี่โครงหัก เนื่องจากความประมาทของคุณ ซึ่งตำรวจได้ตัดสินคดีแล้วว่าคุณเป็นฝ่ายผิด ดังนัั้นคุณจึงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ซึ่งก็คือค่ารักษาพยาบาลและการซ่อมรถยนต์ที่พังยับเยินเพราะฝีมือคุณ แต่หากคุณมีประกันรถยนต์ที่ทำเอาไว้ คุณจะให้ประกันของคุณจัดการค่าใช้จ่ายในส่วนนี้แทนก็ได้
แต่สำหรับความเสียหายที่เกิดจากที่วันนี้ผมไม่ได้ไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำให้แผนการร่วมงานธุรกิจกับคู่ค้าคนใหม่ต้องหยุดชะงัก ผมต้องเสียรายได้มากมายหลายล้านบาท คุณจะรับผิดชอบในส่วนนี้อย่างไร
แต่หากคุณยังคิดไม่ออก ผมมีข้อเสนอที่ดีสำหรับเราทั้งสองฝ่ายมาให้คุณ โดยคุณจะต้องมาทำงานให้ผม จนกว่าคุณจะสามารถหาลูกค้ารายอื่นมาทดแทนลูกค้าคนสำคัญของวันนี้ได้ ไม่ต้องห่วงว่าผมจะไม่ให้เงินเดือนคุณ และยิ่งไม่ต้องห่วงว่าผมจะใช้งานคุณไม่คุ้มรายจ่ายที่ผมต้องเสียไป
หากคุณไม่รับข้อเสนอนี้ไว้ ชีวิตของคุณจะไม่สงบสุขอีกต่อไป ผมจะตามไปขัดขวางการทำงานของคุณทุก ๆ อย่าง รวมทั้งชีวิตส่วนตัวผมก็จะไม่ให้คุณได้เป็นอิสระ จนกว่าคุณจะทำให้รายได้และกำไรที่ขาดหายกลับมาได้จนเป็นที่น่าพอใจ
ดังนั้นคุณควรรับข้อเสนอนี้และมาเริ่มงานกับบริษัทผมทันทีหลังจากที่คุณออกจากโรงพยาบาล ผมจะส่งเอกสารเกี่ยวกับการทำงานเพิ่มเติมมาให้หลังจากนี้
ริทธิกร ศรทวีทรัพย์
"ก็ดีนะ แกกำลังตกงานอยู่นี่" น้ำพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดาหันขวับกลับมาทันทีด้วยความหงุดหงิด
"ดีกะผีนะสิ นี่มันสัญญาทาสชัด ๆ ใครยอมรับก็โง่แล้ว" ดาพูดเสียงดังด้วยความโมโห
ตอนนี้ดานั่งอยู่ในรถคันเดียวกับหัวหน้า เพราะเขากำลังจะพาเธอไปกินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน แต่แผนเกือบล่มเพราะรถติดมาก ทั้งสองหิวข้าวจนเริ่มทนไม่ไหว เปลี่ยนใจไม่เลือกร้าน กินตามข้างทางหรือที่ไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุดในเวลานี้"นั่นไง ๆ ร้านข้าว" ดาชี้นิ้วไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ท่าทางของเธอดีใจเหมือนถูกหวย"ฉันเห็นแล้ว แต่นั่นมันร้านเหล้าต่างหาก" ริทอธิบาย"ร้านอะไรก็ได้นะตอนนี้ ขอให้มีของกินเถอะ" ดาไม่สนใจแล้ว เธอหิวจนหน้ามืดตาลาย (คล้ายจะเป็นลม แต่ยาดมไม่มี)"โอเค ๆ เดี๋ยวเลี้ยวเข้าไป" ริทตอบรับอย่างเสียไม่ได้หลังจอดรถเสร็จดาก็เริ่มเปิดประตูออกมาจากรถทันที เธอเดินตรงดิ่งไปนั่งลงบนโต๊ะที่ว่างด้านใน พลางโบกมือเรียกริทหยอย ๆ ริทแอบอมยิ้มแล้วขำนิดนึง เพราะท่าทางของดาดูเหมือนเด็กเพิ่งเคยออกจากบ้าน ทั้งสองนั่งลงบนโต๊ะและหยิบเมนูขึ้นมาอ่าน อาหารร้านเหล้าส่วนใหญ่ก็เป็นกับแกล้มทั้งนั้น สิ่งที่พอจะกินได้ก็มีแต่ข้าวผัดกับปีกไก่ทอด ดาพยายามเปิดหาเมนูในหน้าถัดไป แต่ก็ไม่มีอะไรที่ดูจะอิ่มเท่ากับสองอย่างนี้แล้ว"เมนูข้าวน้อยจัง" ดาบ่นอุบอิบ หลังจากสั่งอาหารไปเสร็จเรียบร้อย"ฉันบอกเธอแล้วไงว่าที่นี่ร้านเหล้า
กันต์ดึงโน้ตเจ้าปัญหาแผ่นนั้นทิ้ง แล้วเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะทำงานของดาทันที"ทำแบบนี้เธอต้องการอะไร" กันต์ถามขึ้น พยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้"เปล่านี่ ฉันไม่ได้ทำอะไร" ดาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ แล้วทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้ พลางก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป"เธอจงใจแกล้งกันเห็น ๆ " กันต์โวยวายเสียงเบา พอให้เขากับดาได้ยิน เพราะไม่อยากให้ถูกใครเอาไปซุบซิบนินทากันอีก"ถ้านายจะคิดยังงั้น ก็ช่วยไม่ได้" ดาตอบกลับแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว"เธอมันนางมารร้ายชัด ๆ " กันต์พูดจบก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงอารมณ์เสียกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขาดาแอบขำเล็ก ๆ ที่ได้แกล้งแฟนเก่าสำเร็จ แต่เธอไม่ได้สังเกตเห็นสายตาที่มองผ่านห้องกระจกมาด้วยความตำหนิ ริทได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกในห้องของเขา ยังไงดาก็มีส่วนทำให้เรื่องนี้บานปลายอย่างแน่นอนหลังเลิกงานริทเรียกดาเขามาที่ห้องทำงานของเขาอีกครั้ง พร้อมต่อว่าการกระทำของเธอ เหมือนจงใจเปิดประเด็นตัวเองให้คนในออฟฟิศไปนินทาเล่น"เธอทำแบบนั้นลงไป รู้ไหมคนที่จะโดนพูดถึงมากที่สุดก็คือตัวเธอเอง คนอื่นเขาจะคิดว่าเธอเรียกร้องความเห็นใจ" ริทเตือนดา"ยังไงดาก็ถูกนินทาอยู่แล้ว ก็แค่อยากให้คนต้นเหตุ
วันนี้ดาตื่นสายกว่าปกติ เพราะเมื่อคืนเธอมัวแต่นั่งอ่านรายละเอียดเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทจนนอนดึก เนื่องจากริทให้แฟ้มงานเธอไปทำความเข้าใจสินค้า เพื่อให้เก็บรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วน และจะได้นำไปเสนองานให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเองดาเดินงัวเงียเข้ามาในออฟฟิศ สิ่งแรกที่เจอคือภาพสวีทหวานแหว๋วของยัยนิกับนายกันต์อดีตแฟนเก่าของเธอ ซึ่งช่วยกระตุ้นโสตประสาทให้ตื่นขึ้นเป็นอย่างดี เธอรู้สึกเลี่ยนกับภาพตรงหน้าที่ทั้งสองหยอกล้อกันไปมาตรงหน้าประตูทางเข้า"ช่วยหลีกทางด้วย" เสียงดาพูดขึ้นจากข้างหลังสองคนนั้น ทั้งสองจึงหันมามองหน้าดาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่กันต์จะผงะถอยไปในทันที เหมือนโดนน้ำร้อนลวกใส่ดาเดินหน้าบึ้งเข้าประตูไปอย่างอารมณ์เสีย เธอไม่ได้ยังมีเยื่อใยอยู่กับนายกันต์แต่อย่างใด ออกจะไม่ชอบขี้หน้าเสียด้วยซ้ำ แต่เธอไม่พอใจที่กันต์กำลังมีความสุขหลังจากที่ทิ้งเธอไปคบกับคนใหม่ ในขณะที่ชีวิตเธอเจอแต่มรสุมหลายลูกพัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน"สวัสดีค่ะคุณดา เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ" เลขาหน้าห้องริทถามด้วยความสุภาพตามมรรยาท"หลับสบายดีค่ะ" ดาตอบกลับตามมรรยาทเช่นกัน เธอยิ้มน้อย ๆ พอเป็นพิธี ความจริงในใจ
"กันต์" ดาเอ่ยชื่อขึ้นอย่างตกใจ หลังจากเห็นใบหน้าของเจ้ากรรมนายเวรคนเก่า"เธอมาทำอะไรที่นี่!" กันต์เจ้าของชื่อรีบเดินเข้ามาโวยวายใส่ดาทันที"มาทำงานสิถามได้" ดาตอบกลับอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก เธอเองก็หัวเสียพอ ๆ กับคนตั้งคำถามไม่นานก็มีหญิงสาวนางหนึ่ง หน้าตาจิ้มลิ่มน่ารักตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ ๆ"สวัสดีค่ะ ชื่อนินะคะ เป็นแฟนของกันต์ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เธอแนะนำตัวเองเสร็จ ทั้งที่ยังไม่มีใครถาม กันต์เลยถอยห่างจากดาไปหานิ เขาเริ่มเลิกลั่กทำตัวไม่ถูก"สวัสดีค่ะ ชื่อดา เป็นแฟนเก่าของกันต์ค่ะ" ดาแนะนำตัวเองเสียงดัง เธอทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่โรงอาหาร ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวกัน จากนั้นก็มีเสียงซุบซิบของบรรดาขาเม้าท์ตามมาไม่หยุด ดารู้สึกสนุกที่ทำให้กันต์อดีตแฟนเก่าของเธอต้องปวดหัวที่ขมับตุ้บ ๆ เพราะเขาทั้งโดนเป็นเป้าให้คนทั้งโรงอาหารพูดถึง และยังโดนแฟนคนปัจจุบันทำตาดุใสเพราะฤทธิ์ของความหึงอีกด้วย"ขอตัวก่อนนะคะ" ดาไม่สนใจระเบิดลูกใหญ่ที่เธอทิ้งไว้ ทั้งยังปลีกตัวไปแบบเนียน ๆ ดารู้สึกดีใจที่ได้เอาคืนแฟนเก่าของเธอบ้าง เพราะเขาทิ้งเธอไปหาผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งก็คือนิพนักงานที่เพิ่งเรียนจบมาไม่เพ