بيت / โรแมนติก / อ้อนรักคุณสามีแสนดี / สามีแสนดี ตอนที่ 7  เจ็บติ๋ม

مشاركة

สามีแสนดี ตอนที่ 7  เจ็บติ๋ม

last update آخر تحديث: 2025-08-14 12:57:16

ตอนที่ 7  เจ็บติ๋ม

ภารัญนอนตัวแข็งทื่อ หายใจติดขัดไม่สะดวก เมื่อรุ่งเช้าหลังจากผ่านคืนเข้าหอ เจ้าสาวแก้มป่องนอนดิ้นปีนขึ้นมาทับเขาอยู่ครึ่งตัว ตอนนี้เองที่ภารัญเข้าใจประโยคขอร้องของมนตกานต์เมื่อคืนว่า เพราะเหตุใดเธอจึงห้ามไม่ให้เขาถีบ

“นี่...นี่เธอ...มนตกานต์” ภารัญสะกิดไหล่คนที่นอนน้ำลายไหลลงมาจนเปียกเสื้อของเขา

“ตื่นได้แล้ว”

“หือ” สาวน้อยขี้เซายกมือขึ้นมาเกาหัว แต่ยังไม่ยอมยกแก้มป่องเปรอะคราบน้ำลายออกไปจากอกเสื้อ

“หนูกานต์ ฉันต้องไปทำงานนะ”

“หา ทำงานหรือคะ” หน้ายุ่ง ปากยู่เลอะคราบน้ำลายเหนียวขยับลุกขึ้นมานั่งโงนเงน ตาปรือพยายามลืมขึ้นมองหน้าสามีตามกฎหมาย

“ใช่ เรื่องฮันนีมูน ฉันขอติดเธอเอาไว้ก่อนนะ งานแต่งงานกะทันหันเกินไป ช่วงนี้ที่บริษัทของฉันกำลังมีโปรเจคใหญ่ต้องเร่งดำเนินการ เธอคงไม่ว่าอะไรใช่หรือเปล่า”

“อืมมมม คุณภารัญคะ หนูก็อยากทำงานด้วย”

“ทำงาน”

“ค่ะ หนูออกไปหางานทำนะคะ”

“ทำไมละ อยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณแม่เท่านั้นก็พอแล้วนี่ ในฐานะสามียังไงฉันก็ดูแลเธออยู่แล้ว”

“ไม่เอาหรอกค่ะ ใช้เงินคุณมันจะไปสนุกอะไร สู้หนูออกไปทำงานหาเงินเองดีกว่า ส่วนคุณป้ายังไงหนูก็รักท่าน หนูดูแลได้ไม่มีปัญหาเลยค่ะ”

“ถ้าเธออยากทำ อย่างนั้นก็ตามใจ ฉันจะช่วย...”

“โน โน โน ไม่เอาค่ะ หนูจะไปสมัครงานเอง” มนตกานต์ยกมือขึ้นมาโบกไปมา ทำท่าปฏิเสธความช่วยเหลือ

“แน่ใจนะว่า ไม่อยากให้ฉันช่วย” ภารัญนั่งแววตาเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความหวังของนักศึกษาจบใหม่

“ชัวร์!!”

สาวน้อยเดินคอตกกลับเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงามของตระกูลอัครเดชเดชา โดยมีสายตาเป็นห่วงเป็นใยของแม่สามีมองตามไม่ห่าง เรื่องการออกไปสมัครงานของมนตกานต์นั้น ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด จึงทำให้ทุกคนเป็นห่วง ด้วยเพราะครอบครัวทำธุรกิจและเปิดบริษัทต่าง ๆ มากมายทั้งบริษัทเล็ก บริษัทใหญ่ ทั้งเพียงเพ็ญและภารัญจึงรู้ว่า ใบปริญญาของมนตกานต์คงใช้หางานได้ยาก เนื่องจากจบมาไม่ตรงสายงาน ซ้ำประสบการณ์การทำงานก็ไม่มี

“วันนี้สมัครงานเป็นยังไงบ้าง” ภารัญหันไปถามสาวน้อยที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำรื้อเอกสารประกอบการสมัครงานนำมาวางเรียงจัดชุด เพื่อให้หยิบจับค้นหาได้ง่าย

“อืมมมม ยังไม่ได้ค่ะ เขาบอกว่าเดี๋ยวติดต่อมา แต่หนูรอมาหลายวันแล้วไม่เห็นมีใครโทรมาสักคน”

“แล้วพรุ่งนี้จะไปสมัครงานที่ไหน” ภารัญพยักหน้าไปยังกองเอกสารจำพวกสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา ที่มนตกานต์กำลังสอดมันใสลงไปในแฟ้มพลาสติกใส

“บริษัทเอเค เรียลเอสเตรท ค่ะ” สาวน้อยวิ่งถือโทรศัพท์มือถือมายื่นให้สามีดู ภารัญเหล่หางตาปรายมองหน้าจอโทรศัพท์นั้นครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงรับรู้

“คิดว่าจะได้งานไหม” ภารัญตั้งคำถามภรรยาสาวทันที

“หนูคิดตลอดแหละค่ะว่าจะได้”

“แล้วเธออยากทำงานที่นี่จริงหรือ”

“ค่ะ คุณดูนี่สิคะ สวัสดิการดีมาก ๆ เลย”

มนตกานต์กระโดดขึ้นไปบนเตียงแล้วคลานไปนั่งลงข้างสามี นิ้วชี้จิ้มลงไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วไล่ไปตามหัวข้อสวัสดิการของพนักงานประจำ หากได้รับการบรรจุแล้ว มีทั้งประกันสังคม ประกันกลุ่ม เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ วันหยุด วันลา เบี้ยขยัน โบนัสปลายปี 

“อืม บริษัทนี้ดีจริง ๆ นั่นแหละ” ยิ้มพอใจถูกภารัญอมเอาไว้ตรงมุมปาก

“คุณภารัญคะ หนูต้องทำยังไงเขาถึงจะรับหนูเข้าทำงานคะ” คนไม่มีประสบการณ์เอ่ยขอคำแนะนำ

“ส่วนมากการตัดสินใจรับพนักงานใหม่ มักอยู่ในขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์ การตอบคำถาม ถ้าช่วงนั้นเธอทำได้ดีฉันว่าพรุ่งนี้คงไม่มีปัญหาอะไร”

“แล้วหนูต้องตอบยังไง คนที่เขาสัมภาษณ์เขาถึงจะชอบ แล้วรับหนูเข้าทำงาน”

“เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวคืนนี้เธอมาซ้อมสัมภาษณ์งานกับฉัน แบบนี้ดีหรือเปล่า”

ภารัญใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ในการสวมบทบาทเปลี่ยนจากสามีเป็นเจ้าหน้าที่สอบสัมภาษณ์ โดยมีภรรยานั่งตอบคำถามทุกข้ออย่างตั้งใจ จนเมื่อเขามั่นใจว่ามนตกานต์ท่องจำและเข้าใจในข้อมูลหลักอันมีความสำคัญ ตามที่ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลทั่วไปต้องการ เขาจึงพูดให้กำลังใจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้มนตกานต์เพิ่มเติม

“ถ้าหนูได้งานจริง ๆ หนูจะตำน้ำพริกกะปิให้คุณ เป็นการตอบแทนนะคะ”

“ฮึ ฮึ โอเค ฉันจะรอกิน ไปนอนได้แล้ว” ภารัญเผลอหลุดหัวเราะออกมา พยักหน้ารับรู้ถึงรางวัลใหญ่ที่เขาจะได้รับ จากนั้นหันไปกดสวิตช์ปิดไฟ ล้มตัวลงไปนอนเคียงข้างภรรยา

“สิระ วันนี้มีการสัมภาษณ์รับพนักงานใหม่ใช่หรือเปล่า” ภารัญเงยหน้าขึ้นมาถามเลขานุการส่วนตัว

“ครับ ทุกวันจันทร์สัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สามของเดือน ฝ่ายบุคคลจะเรียกคนมากรอกใบสมัครแล้วสัมภาษณ์พนักงานใหม่”

“นายช่วยลงไปดูให้ทีนะ”

“คุณภารัญมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“คนที่ชื่อมนตกานต์น่ะ พอดี...เป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณแม่ ถ้าไม่คุณสมบัติหรือทักษะต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มากจนเกินไป ช่วยหาแผนกอะไรว่าง ๆ ให้เธอด้วย”

“นั่นเสียงใครร้องเพลงในครัว หือ” คุณหญิงเพียงเพ็ญเดินมาชะโงกหน้าเข้าไปภายในห้องครัวใหญ่ เห็นแม่ครัว แม่บ้านยืนสาละวนจัดเตรียมอาหาร หากแต่หนึ่งในนั้นคือลูกสะใภ้เสียงหวานที่กำลังนั่งโขลกสากหินลงไปในครกพร้อมกับร้องเพลงเจื้อยแจ้ว

“คุณกานต์ค่ะ ไม่รู้ว่าอารมณ์ดีอะไรมา”

“เห็นอย่างนี้แล้วฉันค่อยสบายใจหน่อย อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าหนูกานต์กำลังมีความสุข ฉันยังห่วงว่าพอแต่งงานกับตารัญแล้ว ทั้งสองคนจะมึนตึงใส่กันซะอีก”

“เอ๊ะ เสียงรถคุณภารัญมาแล้ว” เสียงครกหินขาดช่วงทิ้งระยะหายไปเมื่อเสียงรถยนต์คันใหญ่แล่นเข้ามาจอดเทียบอยู่หน้าบ้าน

มนตกานต์ทิ้งสากหินในมือกระโดดแผล่ววิ่งออกจากครัวพุ่งไปหาสามีทันที ภารัญมองภรรยายิ้มร่าวิ่งถลาตรงมาทางตนเอง ก่อนจะรีบอ้าแขนรับเพราะเห็นว่ามนตกานต์ไม่ได้ชะลอความเร็วของเท้าเลยสักนิด

“คุณภารัญ หนูได้งานแล้ว หนูได้งานแล้ว หนูดีใจที่สุดเลย” แขนเรียวกอดรัดรอบร่างที่ยืนปักหลักมั่น ดวงตาหวานช่อยเชยเงยขึ้นมาประสานสายตาเขาอย่างมีความสุข

“อย่างนั้นเหรอ ดีใจด้วยนะ”

“ขอบคุณนะคะ ถ้าเมื่อคืนนี้คุณไม่ซ้อมสัมภาษณ์ให้ หนูคงตอบคำถามพวกเขาไม่ได้แน่”

“อย่างนั้นเหรอ เขาถามคำถามที่ฉันบอกเธอไปเหรอ” ภารัญแกล้งตีหน้าซื่ออย่างแนบเนียน

“ค่ะ ถามเหมือนที่คุณบอกเป๊ะเลย” นิ้วเล็กยกขึ้นมาดีดใส่กันเสียงดังเป๊าะ

“อย่างนี้ฉันก็จะได้กินน้ำพริกกะปิฝีมือเธอแล้วสิ”

“ค่ะ หนูกำลังตำน้ำพริกอยู่ คุณภารัญขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวกับข้าวเสร็จแล้วหนูวิ่งขึ้นไปเรียก”

“เห็นอย่างนี้แล้ว คุณหญิงคงหายห่วงแล้วนะคะ อีกไม่นานคุณหญิงคงได้อุ้มหลานแน่ ๆ” แม่บ้านคนสนิทยืนอมยิ้มแอบมองภาพคู่สามีภรรยาที่ยืนกอดกันอยู่หน้าบ้าน

“ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน”

โครม !

ภารัญหันขวับมองกลับไปยังบานประตูห้องน้ำ ก่อนจะพุ่งพาตัวเองออกมาเพราะมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง บนพื้นห้องนั้นมนตกานต์นั่งขดตัวงอ ร้องโอย ๆ สองมือกุมลงไปบีบบิดปิดของสงวน

“โอ๊ยยยยย ซี๊ดดดด” หน้าแดงบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด

“หนูกานต์” ภารัญก้มลงไปประคองร่างงองุ้มนั้นให้ลุกขึ้นมาจากพื้น

“โอยยยย จิ๋มพังหมดแล้ว ยังไม่ได้ใช้งานเลย”

“แล้วใครใช้ให้วิ่งอย่างนี้เล่า คราวหน้าค่อย ๆ เดินสิ”

“ก็หนูรีบนี่”

“เจ็บมากหรือเปล่า ให้ฉันพาไปโรงพยาบาลไหม”

“หนูจะเป็นหมันไหมคะ”

“เอ่อ...ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า” สายตาประหม่าเบนหลบไม่กล้ามองลงไปยังจุดเกิดเหตุตรง ๆ ยัยเด็กนี่ก็ช่างกระไร ขยันเอาส่วนสำคัญไปชนนั่นชนนี่อยู่เรื่อย

คุณหญิงเพียงเพ็ญพร้อมคนรับใช้ในบ้านสามสี่คน หันไปมองท่าเดินอันผิดแผกแปลกประหลาดของมนตกานต์ ขาสองข้างเดินหนีบบิดไปบิดมา มือสั่นกำกระโปรงเอาไว้แน่น

“หนูกานต์ เป็นอะไรลูกแล้วหายไปไหนกันมาตั้งนาน กับข้าวเย็นหมดแล้ว” คุณหญิงเพียงเพ็ญมองท่าเดินของลูกสะใภ้ก่อนจะหันไปขมวดคิ้วถามลูกชาย

“หนูขึ้นไปตามคุณภารัญค่ะ” สาวน้อยเดินมาหยุดอยู่ยังเก้าอี้ประจำ ซึ่งมีภารัญเดินตามมาลากเก้าอี้ถอยห่างออกมาจนเกิดช่องว่างพอให้ภรรยาขยับเข้าไปนั่ง

“โอยยยยย” เสียงอ่อยสั่นครวญสะท้านออกมา

“หนูกานต์เป็นอะไรลูก”

“เจ็บจิ๋มค่ะ”

“คุณพระ!!” แม่บ้าน แม่ครัว คนรับใช้ประสานเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน ใบหน้าหันพุ่งไปยังภารัญเป็นตาเดียว

“ไม่ใช่นะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อ้อนรักคุณสามีแสนดี   สามีจำเป็น ตอนพิเศษที่ 5

    ตอนพิเศษที่ 5คุณแม่ลูกอ่อน นอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนอันหนานุ่ม ผ้าห่มอุ่นคลุมทับให้เธอได้ซุกตัวหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณแม่ยังสาวขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมาพบว่าห้องนอนกว้างขวางมีเพียงความสลัวอันเงียบสงบ รอบด้านหน้าต่างทุกบานถูกผ้าม่านสีทึบรูดปิดจนไม่มีช่องให้แสงแดดภายนอกลอดผ่านเข้ามา“ฮึ” ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่จะแสนดีเท่าสามีของเธอคนนี้ ดูทีการันต์คงอยากให้เธอนอนหลับสบายจึงได้ปิดม่านมิดชิดอย่างนี้“ที่รัก” วีรดาลุกขึ้นมาคว้านาฬิกากดเปิดดูเวลา ด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนวันนี้เธอหลับได้เต็มอิ่มเหลือเกิน“เที่ยง! ตายแล้ว นี่ฉันนอนเพลินขนาดนี้เชียวหรือ”คุณแม่ลูกสี่ลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ จากนั้นรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อลงไปดูว่าลูก ๆ ยังสุขสบายดีหรือเปล่า เพราะวีรดาจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ลูกสาวและลูกชายไม่ได้ไปโรงเรียน“คุณแม่” ลูกสองคนเงยหน้าขึ้นมาจากของเล่นกระโดดตัวลอยวิ่งเข้ามาหาคุณแม่คนสวยทันที“คุณพ่อขา คุณแม่ลงมาแล้วค่ะ” พันดาวสาวน้อยช่างเจรจาพุ่งเข้ามากอดเอวคนเป็นแม่“ไงคะเด็ก ๆ เล่นอะไรกันอยู่เอ่ย” วีรดาย่อตัวลงมารั้งลูกทั้งสองเข้ามาหอมแก้มคนละที ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นการัน

  • อ้อนรักคุณสามีแสนดี   สามีจำเป็น ตอนพิเศษที่ 4

    ตอนพิเศษที่ 4ภายในห้องพักผู้ป่วยมีทั้งปู่ย่า อากง คุณลุง คุณป้า ต่างนั่งรอคอยการปรากฏตัวของสมาชิกใหม่อย่างใจจดใจจ่อ มุมหนึ่งคู่พี่น้องฝาแฝดนั่งกอดตุ๊กตา ที่ตั้งใจเอามาให้น้องเป็นของขวัญ ตะวันและพันดาวนั่งชะเง้อคอรอพ่อกับแม่ โดยมีนารินทร์อยู่เคียงข้าง“ตะวัน พันดาวหนูสองคนตื่นเต้นไหมคะเด็ก จะได้เจอหน้าน้องแล้ว” นารินทร์หันมาชวนหลานรักทั้งสองพูดคุย“คุณป้ารินทร์ขา น้องจะรักหนูดาวกับตะวันไหมคะ”“รักสิลูก น้องของหนูจะรักพี่ตะวันและพี่พันดาวแน่นอนค่ะ”นารินทร์ก้มลงไปหอมแก้มหลานสาว จับสังเกตอาการตื่นเต้นปนกังวลได้ อาการอย่างนี้เธอเองเคยประสบพบเจอมาก่อน ตอนคลอดน้อง ๆ ให้กับธนา และการคลอดลูกครั้งถัดมา เพราะเด็ก ๆ ยังไร้เดียงสา เกินกว่าจะเข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ คนรอบข้าง ที่จะช่วยกันอธิบายว่า ต่อให้พ่อแม่มีน้อง พวกเขายังคงเป็นคนสำคัญเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง โชคดีที่ทั้งการันต์และวีรดา เตรียมพร้อมรับมือด้วยการ ฝึกฝนและสอนให้พี่ชายพี่สาวดูแลรักน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง“สวัสดีครับทุกคน สมาชิกใหม่ของพวกเรามาแล้ว”การันต์เดินพ้นประตูเข้ามา โดยมือจับเข็นเตียงเหล็ก ซึ่งด้านบนมีภรรยาสา

  • อ้อนรักคุณสามีแสนดี   สามีจำเป็น ตอนพิเศษที่ 3

    ตอนพิเศษที่ 3การวางแผนเพื่อมีลูกครั้งนี้ทั้งวีรดาและการันต์ นอกจากเตรียมความพร้อมเรื่องวัตถุสิ่งของแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือเตรียมให้ลูกสาวลูกชาย ตะวันและพันดาวค่อย ๆ ปรับตัวเรียนรู้ว่าอีกไม่นาน ในครอบครัวจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มและบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย“คุณแม่ขา น้องอยู่ตรงไหนคะ” พี่สาวขี้สงสัยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ชี้นิ้วขึ้นยังจอมอนิเตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพการอัลตร้าซาวด์สมาชิกใหม่ของครอบครัว“ตรงนี้ไงครับ ตะวัน กับพันดาวเห็นน้องหรือเปล่าครับลูก น้องอยู่ตรงนี้” การันต์อุ้มลูกชายวัยสามขวบเศษขึ้นมายืนบนหน้าขาตัวเองบ้างจากนั้นจิ้มปลายนิ้วชี้ลงไปยังวงกลมบิดเบี้ยว แสดงการมีอยู่ของตัวอ่อนอายุเจ็ดสัปดาห์“ทำไม น้องเป็นก้อน ๆ อย่างนั้นคะคุณพ่อ”“น้องยังตัวเล็กเป็นเบบี๋ไงคะ น้องยังไม่โตเลย”“ต้องรดน้ำน้องอีกเยอะ ๆ หรือครับ” ตะวันซึ่งเวลานี้กำลังตื่นเต้นกับบทบาทของพี่ชายพูดขึ้น“ต้องให้คุณแม่ทานข้าว ทานขนม ทานผลไม้เยอะ ๆ แล้วน้องก็จะค่อย ๆ โตครับ” การันต์อธิบายอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ลูกทั้งสองเข้าใจ“คุณแม่อยากกินข้าวไข่เจียวไหมคะ” ลูกสาวคนโตรีบก้มลงไปถามทันทีเพราะเมนูนี้ต

  • อ้อนรักคุณสามีแสนดี   สามีจำเป็น ตอนพิเศษที่ 2

    ตอนพิเศษที่ 2“คุณพ่อขา คุณแม่ขา เบบี๋ต้นไม้ของตะวันกับพันดาว มันมีอันสีเขียว ๆ ออกมาแล้ว คุณแม่มาดูสิ”ลูกสาวและลูกชายวิ่งหน้าตาตื่นมาเข้ามารีบดึงแขนพ่อกับแม่ ให้เดินตามมายังแปลงผัก ซึ่งหลายวันก่อนการันต์ชวนลูก ๆ ทดลองปลูกเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อให้ลูก ๆ นั้นได้ทดลองปลูกผักด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกประการหนึ่งคือทั้งเขาและวีรดาอยากให้ลูกได้เห็นว่ากว่าจะได้พืช ผัก อาหารแต่ละอย่างมานั้นมันต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างใบอ่อนสีเขียวเล็ก ๆ แทงยอดโผล่พ้นหน้าดินขึ้นมาทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นอย่างมาก ดวงตากลมโตสองคู่ของลูกรัก จ้องเขม็งอย่างภาคภูมิใจ“จริงด้วย เบบี๋ทานตะวันสีเขียวออกมาแล้ว ลูกสองคนเก่งมากเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลย”วีรดาและการันต์ก้มลงไปสวมกอด พร้อมทั้งชี้ชวนชื่นชมในความสำเร็จของเด็ก ๆ ยิ่งทำให้ลูกรักทั้งสองฉีกยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม“ตะวันกับพันดาวเก่งมากเลยใช่ไหมคะคุณพ่อ คุณแม่”“เก่งสิลูก”“แล้วเบบี๋ต้นทานตะวัน มันจะออกดอกเป็นสีเหลืองอันใหญ่ ๆ ไหมครับคุณพ่อ” ตะวันทำมือทำไม้แสดงท่าทาง จินตนาการไปไกลจนถึงดอกทานตะวันใหญ่อย่างที่เคยเห็นในหนังสือนิทาน“ออกดอกสิลูก ถ้าห

  • อ้อนรักคุณสามีแสนดี   สามีจำเป็น ตอนพิเศษที่ 1

    ตอนพิเศษที่ 1ช่วงเช้าของวันจันทร์เด็กชายตะวันและเด็กหญิงพันดาว ถูกเสียงหวานของวีรดาคุณแม่คนสวย ปลุกให้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับไปเป็นเด็กนักเรียน ชั้นอนุบาลหนึ่ง“ตะวัน พันดาว ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พวกหนูต้องไปโรงเรียนนะคะ” คุณแม่ยังสวยของสองเด็กแฝด เดินไปรูดเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงสว่างอันสดใสส่องเข้ามาในห้องได้มากขึ้น“ฮ้าวว...คุณแม่ขา ต้องไปโรงเรียนอีกแล้วหรือคะ” ลูกสาวคนโตดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ผมเผ้าเส้นยาวชี้ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง“ใช่ค่ะ วันนี้วันจันทร์ เราต้องไปโรงเรียน”“แต่หนูดาวไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ คุณแม่”สาวน้อยล้มตัวลงไปนอนบนหมอนหนุน มือเล็กดึงตุ๊กตาเป็ดตัวโปรดขึ้นมากอด“ทำไม หนูดาวถึงไม่อยากไปโรงเรียนละคะ” วีรดาเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัยในใจแอบกังวลเป็นห่วง เกรงว่าลูกสาวจะมีปัญหาอะไรที่โรงเรียน อาจโดนเพื่อนแกล้ง หรือว่าอาจถูกคุณครูดุ แต่หากมีเหตุการณ์อย่างนี้คุณครูจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรู้ทันที ไม่มีปล่อยให้ข้ามวันแน่นอน“เราไม่ไปโรงเรียนได้ไหมคะคุณแม่” ลูกสาวคนโตยังคงต่อรองต่อไป“ไม่ได้หรอกค่ะ เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ”“แต่คุณแม่ กั

  • อ้อนรักคุณสามีแสนดี   สามีจำเป็น ตอนที่ 23  ความสุขคืออะไร

    ตอนที่ 23 ความสุขคืออะไร เดี๋ยวนี้ใครจะเข้าไปพบท่านประธาน จะเดินทะเล่อทะล่าก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปในห้องทำงานนั้นไม่ได้อีกแล้ว ทุกย่างก้าวต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง หรือบางครั้งถึงกับต้องคลานเข่าเข้าไป ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น หาใช่เพราะการันต์นั้นเจ้ายศ เจ้าอย่างถือตัวกร่างทำตัวสูงส่งหากแต่เป็นเพราะ“คุณการันต์ครับ คือมีเมล์ส่งมาครับ” เลขานุการส่วนตัวคลานเข่าเข้ามาหาขณะที่การันต์เองก็คลานสี่ขาเข้าไปหาลูกน้อง บนแผ่นหลังกว้างมีลูกฝาแฝดนั่งหัวเราะอยู่ด้านบน นิ้วสั้นป้อมของลูกสาวคนโตจับปกคอเสื้อของพ่อเอาไว้แน่น“โอเค เดี๋ยวอีกสักพักผมจะขึ้นไปดู”“ครับผม”“กั๊บ กั๊บ” พันดาว สาวน้อยตาโตส่งเสียงเป็นสัญญาณให้พ่อทำหน้าที่เป็นม้าพาตัวเองเดินเล่น“ตะวัน พันดาว พอแล้วลูก ปล่อยให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ” วีรดาเดินกลับมาจากโต๊ะเตรียมอาหาร“พ่อ...งาน”“ใช่ค่ะ บอกให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้ว มัวแต่มาเล่นอย่างนี้เดี๋ยวไม่มีเงินมาซื้อขนมให้หนูสองคนนะ”“อื้อ...งาน” ลูกสาวรู้ความ ชี้นิ้วสั้นป้อมขึ้นไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ มือขยุ้มจิกเส้นผมของพ่อทึ้งกระตุกซ้ำ ๆ ให้หน้าแหงนกลับขึ้นไปมองแฟ้มเอกสารกองใหญ่“ครับ พ่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status